เพลงของตัวเธอเอง
หลิงโหรวมองไปรอบๆด้วยดวงตาคู่โตที่ราวกับอัญมณี
จากนั้นก็เปิดริมฝีปากที่เหมือนกับใบหลิว และส่งเสียงเหมือนกับสายเปียโนออกมา
"ยินดีต้อนรับสู่คิวชูบาร์ บทเพลงที่ฉันกำลังจะร้องออกไปนั้นก็คือ "รู้พอ" ฉันหวังว่าทุกคนจะชอบและสนุกไปกับมันนะ
ขณะที่เสียงของเธอเบาลง เสียงดนตรีก็ดังขึ้นมาทันที
จากนั้นหลิงโหรวก็ค่อยๆเปิดปากของเธอ
"ทำอย่างไรถึงจะได้ครอบครองสายรุ้ง ทำอย่างไรถึงจะได้กอดสายลมฤดูร้อน"
"ดวงดาวบนท้องฟ้า หัวเราะเยาะคนบนดิน ไม่เข้าใจสักที ไม่รู้จักพอสักที..."
เสียงของเธอน่าอัศจรรย์มาก ทุกท่วงทำนองที่เธอร้องออกมาได้สะกดผู้คนในที่แห่งนี้ แถมยังทำให้ผู้คนรู้สึกมีความหวังกับความรักอีก
ซึ่งในตอนท้ายของเพลง เสียงปรบมืออันอบอุ่นก็ดังสนั่นขึ้นในบาร์
ถานเซิงหยูพูดขึ้น "พี่ฟาน หลิงโหรวสวยและร้องเพลงเพราะแบบที่ผมพูดเลยไหม?"
หลินฟานพยักหน้าเห็นด้วย
ต้องรู้ว่า……
หลินฟานมีทักษะการร้องเพลง และในขณะเดียวกัน เขาก็เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านเชลโล ไวโอลิน เปียโน กีตาร์...ซึ่งก็อาจกล่าวได้ว่าเขาเป็นผู้เชี่ยวชาญในหมู่ผู้เชี่ยวชาญด้านดนตรีอีกทีนึง
และการที่หลินฟานยืนยันให้กับหลิงโหรวนั้นก็เพียงพอแล้วที่จะพิสูจน์ว่าเธอร้องเพลงเก่งจริงๆ
ต่อจากนั้น หลิงโหรวก็ร้องเพลง "รองเท้าส้นสูงสีแดง" และ "บทกวีของพ่อ"
เพลงทั้งหมดร้องได้ดีอย่างมาก และหลังจากแต่ละเพลงจบลง เธอก็ได้รับเสียงปรบมือจากผู้คนมากมาย
ในเวลานี้ หลิงโหรวก็พูดขึ้นมาอีกครั้ง "ต่อไป ฉันจะร้องเพลงของฉันเอง ซึ่งชื่อของบทเพลงก็คือ "ระบำดาบ" ฉันหวังว่าทุกคนจะชอบมันนะ”
ทันทีที่คำกล่าวนี้ถูกพูดออกมา เสียงดนตรีในบาร์ก็หยุดนิ่งทันที
จากนั้น เสียงดนตรีก็ดังขึ้นมาอย่างน่าตื่นเต้น
ซึ่งสิ่งที่หลิงโหรวพูดออกมาก็ทำให้ถานเซิงหยูรู้สึกประหลาดใจ"เพลงของเธอเองหรอ? หลิงโหรวมีเพลงของตัวเธอเองด้วยหรอเนี่ย?"
ในตอนนี้ หลินฟานก็ยังแสดงท่าทางถึงความอยากรู้อยากเห็นออกมาผ่านทางใบหน้าของเขา
ซึ่งหลังจากที่อินโทรของเพลงจบลง หลิงโหรวก็เปิดริมฝีปากขึ้นอีกครั้ง
“ต้นไม้บนภูเขามากมาย ลำธารไหลเชี่นวกราก เหล่าคนหล่อร่ายรำดาบ และใบไม้ที่ร่วงหล่นอย่างสวยงาม...”
หลังจากที่เธอเริ่มร้องเพลง ผู้คนในบาร์ที่เคยพูดคุยกันอยู่ก็ถึงกับหยุดปากและตั้งใจฟัง
พวกเขาทั้งหมดจดจ่ออยู่กับเรือนร่างของหลิงโหรวและฟังอย่างเงียบๆ
ช่วงเวลานี้……
ราวกับว่าหลิงโหรวไม่ได้สวมชุดลำลองและยืนอยู่บนเวทีของบาร์เลย
แต่เธอเหมือนกับว่ากำลังใส่ชุดกางเกงรัดรูปโบราณของจีนและยืนอยู่ท่ามกลางภูเขาที่มีป่าไม้มากกว่า มันเหมือนกับว่าเธอกำลังร่ายรำระบำดาบอยู่
ท่วงท่าของเธอเต็มไปด้วยสง่างามและน่าหลงใหลอย่างมาก
ซึ่งในที่สุด หลิงโหรวก็ค่อยๆร้องท่อนสุดท้ายของเพลงออกมา
ในขณะเดียวกัน ดนตรีในบาร์ก็ค่อยๆหยุดลง
"เฮ้ เปาะแปะ!"
วินาทีถัดมา เสียงปรบมือก็ดังสนั่นทันที
ถานเซิงหยูพูดอย่างตื่นเต้น "หลิงโหลวสวยและเสียงหวานมาก! แถมเพลงของเธอเองก็ดีมากอีก!"
หญิงหน้าแดงที่อยู่ข้างๆพูดอย่างโกรธเคือง "ถ้าชอบมากขนาดนั้นก็ไปอยู่กับเธอซะเลยสิ!"
ซึ่งเมื่อถานเซิงหยูได้ยินน้ำเสียงกับบทพูดของหญิงหน้าแดง เขาก็ตระหนักได้ว่าเธอกำลังโกรธอยู่แน่นอน เขาจึงไอออกมาสองครั้งก่อนจะพูด "เธอสวย สวยมากๆ! ถึงทั้งสองจะมีความงามที่แตกต่างกัน แต่สำหรับความงามของเธอ...ผมชอบมากกว่าหลิงโหรวอีก ขอบคุณนะ ที่เธอเกิดมา"
เมื่อหญิงหน้าแดงได้ยินเช่นนั้น เธอก็แสดงสีหน้าพึงพอใจออกมาทันที
จากนั้น ถานเซิงหยูก็พูดกับหลินฟานที่อยู่ข้างๆว่า "พี่ฟาน ถ้าเธอเอาเพลงของตัวเองไปร้องบนเวทีใหญ่ๆ เธอน่าจะดังเป็นพลุแตกแน่เลย!"
หลินฟานไม่ได้ตอบอะไร ตอนนี้เขาทำได้แค่พยักหน้าเท่านั้น
และวินาทีถัดมา สีหน้าแปลกๆของหลินฟานก็ปรากฏขึ้น
เพราะในจิตใจของหลินฟาน ได้มีเสียงเตือนจากระบบดังขึ้นมา
【ติ๊ง! จัดคอนเสิร์ตที่มีผู้ชมมากกว่า 100,000 คน รางวัลคือซองแดงสีเงิน 10 ซอง 】
นี่... คือภารกิจใหม่สินะ?
ในขณะนั้นเอง ถานเซิงหยูก็ดูเหมือนว่าจะสังเกตเห็นการเปลี่ยนแปลงจากสีหน้าของหลินฟาน เขาจึงอดไม่ได้ที่จะถามออกมา "พี่ฟาน เกิดอะไรขึ้นกับพี่หรือเปล่า?"
หลินฟานกล่าวว่า "นายบอกใช่ไหมว่าหลิงโหรวจะดังเป็นพลุแตกถ้าหากได้ร้องบนเวทีใหญ่ๆ?"
ถานเซิงหยูพยักหน้าอย่างสับสนและพูดว่า “ใช่ ทำไมหรอพี่?”
“งั้นฉันจะทำให้เธอเอง!” หลินฟานกล่าว
"ทำอะไรให้เธอหรอ?" ถานเซิงหยูกล่าวด้วยความงุนงง
“ตึก ตึก ตึก!”
ในขณะนั้นเอง เสียงฝีเท้าก็ดังขึ้นมาจากไม่ไกล
จากนั้น ชายหน้ากลมในชุดสูทก็เดินเข้ามาอย่างรวดเร็ว เขาก้มลงแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่เคารพว่า “คุณหลิน ผมขอโทษที่ละเลย ผมไม่ได้สังเกตเห็นว่าคุณมาที่นี่ ต้องขออภัยอย่างยิ่ง "
หลินฟานกล่าวว่า "คุณเป็นผู้จัดการของติวชูบาร์ใช่ไหม?"
ชายหน้ากลมกล่าวด้วยความเคารพมากขึ้น “ใช่ครับ”
ในตอนที่เขารู้ว่าบาร์ได้เปลี่ยนเจ้าของแล้ว เขาก็รู้สึกประหม่าอย่างมาก
เพราะเขาไม่รู้ว่าเจ้านายคนใหม่นั้นจะเป็นอย่างไร เขาจะโดนไล่ออกหรือโดนเอาคนสนิทของเจ้านายขึ้นมาทำหน้าที่แทนเขาหรือเปล่าก็ไม่รู้
ดังนั้น ชายหน้ากลมจึงกังวลและกระสับกระส่ายอยู่ในออฟฟิศมาโดยตลอด
จนกระทั่งในตอนที่เขาได้ยินเพลง "ระบำดาบ" ของหลิงโหรว เขาจึงอดไม่ได้ที่จะเดินออกจากออฟฟิศมาฟังอย่างชัดๆ
ซึ่งมันก็ทำให้เขาได้พบกับเจ้านายคนใหม่อย่างหลินฟานเข้าพอดี
หลินฟานถาม "คุณชื่ออะไร?"
“หลี่จวง ผมชื่อหลี่จวง” ชายหน้ากลมตอบ
หลินฟานพูด "ผู้จัดการหลี่จวง คุณมีที่ที่เงียบกว่านี้ไหม?"
"มีครับ เรามีห้องหรูๆอยู่" หลี่จวงกล่าวตอบ
จากนั้น ภายใต้การนำทางของหลี่จวง หลินฟาน, ถานเซิงหยูและผู้หญิงหน้าแดง พวกเขาก็ได้มาถึงห้องที่กว้างขวางอย่างรวดเร็ว
หลินฟานพูดอีกครั้ง "คุณพาหลิงโหรวมาที่นี่ได้ไหม?"
ซึ่งคำพูดเหล่านี้ก็ทำให้หลี่จวงรู้สึกลังเลทันที เขาตอบอย่างระมัดระวัง "คือว่า... หลิงโหรว เธอเป็นเพียงนักร้อง...เธอมาที่บาร์ของเราก็เพื่อจะร้องเพลงให้คนในงานฟัง... "
เห็นได้ชัดว่าหลี่จวงนั้นคิดว่าหลินฟานต้องการให้หลิงโหรวมาดื่มไวน์ด้วยกัน และอยากจะทำอะไรกับเธอ
แต่จะคิดแบบนั้นก็คงไม่แปลก เพราะหลิงโหรวเธอสวยมาก และลูกค้าจำนวนมากก็มีความคิดประมาณนั้นกับหลิงโหลว
นอกจากนี้ หลินฟานยังให้พามาที่ห้องหรูอีก
ซึ่งหลินฟานก็ดูเหมือนว่าจะเข้าใจความคิดของเขาเช่นกัน
แต่เกี่ยวกับความคิดแบบนี้...
หลินฟานไม่ได้รู้สึกโกรธเลย เขาพยักอย่างพึงพอใจด้วยซ้ำ
“อย่ากังวลเลย ฉันแค่อยากคุยเรื่องร้องเพลงกับเธอเท่านั้น” หลินฟานกล่าว
ซึ่งเมื่อหลี่จ้วงได้ยินเช่นนี้ เขาก็โล่งใจเล็กน้อยและกล่าวด้วยความเคารพ “โอเคครับ ผมจะไปพาหลิงโหรวมาให้เดี๋ยวนี้”
จากนั้น หลังจากที่หลี่จวงออกไป ถานเซิงหยูก็อดไม่ได้ที่จะถามว่า "พี่ฟาน พี่รู้จักกับผู้จัดการหลี่จวงหรอ"
หลินฟานส่ายหัวและพูดว่า "ไม่หรอก ฉันก็เพิ่งจะเคยเจอเขาเป็นครั้งแรกนี่แหละ"
เมื่อถานเซิงหยูได้ยินเช่นนี้ สีหน้าแห่งความสงสัยก็ยิ่งทวีคูณขึ้นไปอีก
หลินฟานพูดอีกครั้ง "ที่เขาดูเคารพฉัน ก็คงเป็นเพราะว่าฉันเป็นเจ้าของคิวชูบาร์"