บทนำ
ในวันนี้มีสมาชิกใหม่ที่เข้ามาในองค์กรแสงอุษา ซึ่งสมาชิกคนที่ว่านั้นจะมาแทนโอโรจิมารุที่ออกไปและนั่นหมายความว่าเจ้าเด็กใหม่นั่นจะมาเป็นคู่หูคนใหม่ของ อากาซึนะโนะ ซาโซริ
โดยเพนบอกให้เขา อิาทาจิ และคิซาเมะ ไปจัดการรับเจ้านั่นมาเข้าองค์กร ในครั้งแรกที่ได้พบเขาสงสัยว่าเพนคิดยังไงถึงให้เอาเจ้านี่มาแทนกันนะ เพราะดูเป็นผู้หญิงที่บอบบางและอ่อนแอ และไร้ความสามารถ
แต่จากที่ได้ยินมายัยเด็กนี่ก็เป็นอาชญากรคนหนึ่งเช่นเดียวกับพวกเขา แม้ในครั้งแรกการพามาจะลำบาก แต่อิทาจิก็จัดการจนเจ้าเด็กนั่นยอมเข้าแสงอุษาจนได้ ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องที่ดีมันทำให้เขาไม่ต้องเปลืองแรงหรือมีใครเผลอจัดการจนเจ้าเด็กนั่นเจ็บหนักแล้วต้องแบกไปเข้าองค์กร
และเมื่อมาถึงแสงอุษาเขาก็ไปพบเพนพร้อมกับเด็กนั่น โดยพวกอิทาจิแยกตัวไปเพื่อพักผ่อนก่อน
ระหว่างทางที่กำลังไปหาเขาก็ช้อนตามองสำรวจลักษณะคนข้างกายที่แต่งตัวใส่เสื้อซามูกิสีเขียวหม่นโดยตรงกางเกงก็เป็นสีเดียวกัน และมีผ้าสีขาวคาดเอวอยู่ ผมยาวสีเหลืองปล่อยลงมาก่อนจะรวบตรงช่วงปลายด้านล่างไว้ ไม่ก็เหมือนพวกของปลอม ผมหน้าปรกลงตรงดวงตาข้างหนึ่งเผยให้เห็นดวงตาสีฟ้าเพียงข้างเดียว
และเหมือนจะรู้ตัวว่ากำลังโดนมองเจ้าตัวถึงหันมามองเขาตอบ
“ว่าแต่สรุปดันนาคือตัวอะไรกันน่ะ อืมม์ พิลึกเป็นบ้าเหมือนแมงป่องเลย”
ตอนนี้ตัวเขาอยู่ในหุ่นฮิรูโกะอยู่ อีกคนจึงไม่รู้ว่าเบาก็มีรูปร่างมนุษย์ใกล้เคียงกับอีกฝ่ายเช่นเดียวกัน แต่ตอนนี้เขายังไม่คิดจะบอกถึงเวลารู้เดี๋ยวก็คงรู้เองนั่นล่ะ เมื่อเห็นว่าเขาไม่ตอบอีกคนก็เหมือนจะทำปากจู๋แล้วส่งเสียงน่ารำคาญออกมา
เป็นผู้หญิงที่ง้องแง้งและน่ารำคาญ .. ทำไมเพนถึงเลือกเจ้าบ้านี่เข้ามาในองค์กรกันได้นะ
และใช้เวลาไม่นานพวกเขาทั้งสองก็มาถึงหน้าห้องที่เพนอยู่ ส่วนหางของหุ่นเอื้อมไปเปิดบานประตูออกก่อนจะค่อยๆ คลานเข้าไปด้านในโดยมีสมาชิกคนใหม่เดินตามเข้ามาด้วย
ตรงหน้าพวกเขามีบุรุษคนหนึ่งที่มีผมสีส้มและดำรงตำแหน่งหัวหน้าแสงอุษา ข้างกายเป็นหญิงสาวที่มีผมสีม่วงเกล้าขึ้นสูงเธอคือคนที่ก่อตั้งแสงอุษานี้มาพร้อมกับเพน โดยมีคนเคยสงสัยว่าสองคนนี้เป็นคนรักกันหรือเปล่า
“สวัสดี ฉันคือ เพน เป็นหัวหน้าของที่นี่”
ชายหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่งแต่แฝงพลังและอำนาจไปด้วย แต่ถึงกระนั้นเดอิดาระก็ยังคงมีสีหน้านิ่งเฉยเหมือนไม่ได้รู้สึกรู้สาอะไรอยู่ดี อยากจะหันไปถามเหลือเกินว่าหมอนี่ลืมความเคารพไว้ที่บ้านเกิดหรือยังไงกัน
“อาฮะ ฉันเดอิดาระ นายคงรู้อยู่แล้ว อืมม์”
เด็กหนุ่มเอ่ยพร้อมยกแขนขึ้นมาวางตรงเอวตัวเองพร้อมทำสีหน้าเหมือนกำลังเบื่อหน่ายจนเขาคิดได้ว่า หมอนี่คงลืมความเคารพไว้ตั้งแต่ในท้องแม่เลยล่ะมั้ง
แต่ยังไงซะที่นี่เขาก็ไม่เห็นจะมีใครเคารพใครกันทั้งนั้นล่ะ เพราะทุกคนลืมความเคารพไว้ที่บ้านเกิดไปเรียบร้อยแล้ว
“เดี๋ยวนายตามไปเอาเสื้อกับโคนัน ฉันจะคุยกับซาโซริต่อ”
เพนเอ่ยต่อพร้อมผายมือไปที่หญิงสาวข้างกายตน เธอโค้งตัวลงเล็กน้อยก่อนจะเดินนำเด็กหนุ่มออกไปด้านนอกห้อง โดยเจ้าตัวก็รีบเดินตามอีกฝ่ายไปทิ้งให้อีกสองชีวิตอยู่ด้านในห้องเพื่อคุยกัน เมื่อไม่มีใครอยู่แล้วเพนก็เป็นฝ่ายเปิดปากขึ้นก่อน
“จะออกมาจากหุ่นไหม?”
“ไม่”
ซาโซริตอบคำถามด้วยถ้อยคำสั้นๆ แบบไม่ต้องคิด ยังไงค่อยกลับห้องของตัวเองแล้วจึงออกจากหุ่นก็ยังได้ ถึงแม้ในความเป็นจริงจะไม่อยากออกจากหุ่นเลยก็เถอะ เขาไม่ชอบใครเห็นรูปลักษณ์ตัวเองเสียเท่าไร จะบอกว่าจงใจปกปิดไว้เพื่อใช้ประโยชน์ภายหลังก็เป็นไปได้เช่นกัน
ก่อนที่เพนจะยิงคำถามใส่เขาอีกประโยคซึ่งเป็นเรื่องที่เขากำลังต้องการคุยอยู่พอดี
“เดอิดาระเป็นยังไงบ้าง?”
เขาพอรู้ว่าอีกคนจะถามเรื่องอะไร คนที่จะเข้ากลุ่มแสงอุษาต้องเป็นพวกอาชญากร และส่วนใหญ่จะก่อเรื่องไว้เยอะจนไม่สามารถที่จะอยู่ในหมู่บ้านต่อได้ และต้องเป็นคนที่มีความสามารถในการต่อสู้พอควร โดยตอนแรกก่อนที่จะได้เข้าแสงอุษาจะมีคนที่ไปจับตาดูอยู่สักพักหนึ่งแล้ว
แต่ในคำถามหมอนี่คงจะคาดเอาไว้แล้วว่าสมาชิกคนใหม่ที่ว่านี่จะไม่ยอมตกลงเข้าร่วมง่ายๆ อย่างแน่นอน นั่นหมายถึงว่าจะมีการสู้รบปรบมือเล็กน้อย (หรืออาจจะไม่เล็กน้อยก็ได้)
" ก็ฝีมือธรรมดา มันเอาแต่พล่ามเรื่องศิลปะคือการคงอยู่ชั่วครู่ "
และนั่นเป็นอีกจุดหนึ่งที่ทำให้เขาไม่ได้ชอบเจ้าเด็กนี่สักเท่าไร เพราะหลักการพวกเขามันขัดกัน สำหรับเขาศิลปะคือการคงอยู่ตลอดไป แต่นั่นก็ไม่ใช่สาเหตุหลักเท่ากับที่เจ้านั่นเป็นเด็กผู้หญิงที่ดูบอบบางและอ่อนแอ
แม้ว่าจะมีหน้าตาที่หวานและออกจะน่ารักแต่ว่ามันไม่ได้มีความจำเป็นอะไรกับพวกเขาเลย เขาสงสัยด้วยซ้ำที่อีกคนหาผู้หญิงคนอื่นเข้ามาในกลุ่ม คิดว่าจะเน้นเอาแต่ผู้ชายที่มีความสามารถซะอีก
" ยังไงฉันไม่คิดว่ายัยนั่นจะควรอยู่กับพวกเรา "
เพนที่ยืนฟังเหมือนจะเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อยเมื่อได้ยินสิ่งที่คู่สนทนาตัวเองพูดออกมา แต่เจ้าตัวก็ไม่ได้สังเกตอะไรยังคงพูดต่อไปโดยไม่สนใจสีหน้าคู่สนทนา (เพราะยังไงซะก็ชอบทำหน้าเฉยเมยอยู่แล้วด้วย เขาจะสนใจไปทำไมกันล่ะ)
" เป็นผู้หญิงที่ดูอ่อนแอและเหมือนตัวถ่วงขนาดนั้น ภารกิจแรกก็คงตายได้แล้วล่ะมั้ง "
เขาเอ่ยกระทบกระทั่งคนที่ไม่ได้ยืนอยู่ในวงสนทนา ส่วนคนที่ยืนอยู่ฝั่งตรงข้ามก็ยื่นมือเหมือนอยากจะพูดอะไรสักอย่าง แต่ก่อนที่จะได้พูดบานประตูก็ถูกเปิดออกเสียงดังจนน่ากลัว
ปึง!!
มือเรียวยันบานประตูออกอย่างไม่กลัวว่ามันจะพังคามือเลย ใบหน้าที่ติดออกจะหวานคล้ายผู้หญิงมีรอยยิ้มประดับบนใบหน้า แต่ถ้าสังเกตดีๆ ก็จะพบว่ามุมปากนั้นมันกำลังกะตุกคล้ายกับคนที่มีน้ำโห ซึ่ง.. เอาจริงๆ มันก็เป็นแบบนั้นอยู่ด้วย
" พูดใหม่อีกทีได้ไหม ดันนา? "
เจ้าตัวเอ่ยถามด้วยรอยยิ้มกับแววตาที่พร้อมจะเชือดใครสักคนถ้าคนคนนั้นให้คำตอบไม่น่าพึงพอใจกับตัวเขา
แต่เหมือนว่ารอยยิ้มและสายตาของคนที่หน้าหวานนั่นก็ไม่ได้จะช่วยส่งเสริมให้ไอหุ่นงี่เง่าตรงหน้าช่วยสรรหาคำตอบที่ดีกว่านี้มาให้เขาได้เลย
" อะไรกัน รับความจริงไม่ได้หรือไง? หรือไม่ใช่ผู้หญิงแต่เป็นผู้หญิงที่กระแดะทำตัวเป็นผู้ชายกันล่ะ? "
ชายหนุ่มเอ่ยถามพร้อมกับแอบขมวดคิ้วอยู่หน่อยๆ แต่ก็ไม่มีใครได้เห็นหรอกเพราะเจ้าตัวอยู่ด้านในหุ่นนี่นา และเมื่อให้คำตอบเสร็จสิ้นคนที่ถูกเรียกว่าทอมก็จัดการต่อยไปตรงกลางตัวของอีกคน ทำเอาตัวหุ่นแตกหักเพราะหมัดที่แฝงไปด้วยจักร
ผัวะ! กร็อบ!!
เสียงหมัดกระทบกับไม้ดังลั่นและตรงกลางหลังของหุ่นที่แตกบ่งบอกถึงความแรงของกำปั้นนั้นเป็นอย่างดี และทำให้คนที่อยู่ข้างในต้องรีบพุ่งออกมาจากตัวหุ่นเสียก่อน
ชายหนุ่มเจ้าของผมสั้นสีแดงเพลงยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยก่อนจะทอดสายตาไปตรงหุ่นสุดรักของเขาที่คงจะไม่ได้กลับไปอยู่ด้านในนั้นเร็วๆ นี้เป็นแน่แท้
" อย่ามาเรียกฉันแบบนั้นนะเฟ้ย! แล้วก็ฉันเป็นผู้ชายนะ อืมม์!! "
ประโยคนั่นไม่ทำให้เขาตกใจเท่ากับคนที่ต่อยหุ่นประจำของเขาจนแตกหรอก เจ้าคนที่ตัวเล็กๆ ข้อมือบางจนคิดว่าสามารถทำลายได้ กลับต่อยหุ่นของเขาได้แม้จะใช้จักกระควบคู่ด้วยก็ตาม
“อ้าว ที่แท้เป็นคนเหมือนกันหรอก ว่าแต่ฉันดันนาดูอ่อนแอซะกว่าอีก”
เด็กหนุ่มเอ่ยถากถางคนที่มาสบประมาทความสามารถของเขาซะได้ แม้ว่าตัวเขาอาจจะดูอ่อนแอจริง ๆ ตามที่อีกคนพูดก็ตาม แต่เขาก็ไม่ชอบให้มีคนมาพูดแบบนั้นกับเขานี่นา แถมยิ่งการที่ไอคนพูดมันดูเหมือนจะอ่อนแอกว่าตัวเขาเองเสียอีก!
ส่วนคนที่โดนหาว่าอ่อนแอถึงกับฉุนกึกไปเลย อ่อนแอ? อย่างเขาเนี่ยนะจะอ่อนแอ ในเมื่อคนที่สังหารคาเซะคาเงะรุ่นที่ 3 คือเขาด้วยซ้ำไป
" ฉันมาก่อนนาย และทำภารกิจมาเยอะกว่านายด้วยเจ้าหนู "
น้ำเสียงทุ้มเริ่มจะมีน้ำโหขึ้นมาบ้างเมื่อโดนกล่าวสบประมาทคืน แม้ว่าตัวเขาจะเป็นคนพูดก่อนแต่ก็ไม่ได้หมายความว่าเจ้าเด็กตรงหน้าจะมีสิทธิ์มาพูดสบประมาทเขาเสียหน่อย
ส่วนคนที่โดนเรียกว่าเจ้าหนูก็โมโหหนักกว่าเก่าเมื่อโดนเด็กที่ไหนก็ไม่รู้มาทำตัวเหมือนเขาเป็นแค่เด็กเล็ก ทั้งที่อีกคนดูเด็กกว่าเขาอีกด้วยซ้ำไป!
" อ้อหรอ ไม่แน่ภารกิจหน้านายอาจจะตายก็ได้นะ อืมม์ แล้วก็นะฉันแก่กว่านายเปล่าเหอะ! อืมม์!! "
เขาแย้งอีกฝ่ายพร้อมยกแขนสองข้างขึ้นมากอดอกก่อนจะเบนสายตามองคนที่ส่วนสูงน่าจะน้อยกว่าตัวเองด้วยซ้ำไป ถึงว่าทำไมไปอยู่ในหุ่นที่แท้อยากซ่อนร่างที่ตัวเล็ก ๆ ของตัวเองล่ะมั้งเนี่ย
" ฟังนะ ฉันแก่กว่านายเจ้าเปี๊ยก ให้ความเคารพกันซะบ้าง "
เขาเอ่ยออกมาอย่างพยายามที่จะใจเย็นอย่างมากถึงมากที่สุด แต่ถ้าคนตรงหน้ายังพูดจากวนประสาทไม่แน่ว่าอาจจะได้ฆ่าคู่หูคนใหม่เสียก่อน และแล้วก่อนที่จะมีใครได้เริ่มพูดอะไรขึ้นมาโคนันก็ยื่นแขนมาตรงระหว่างพวกเขาทั้งสองคน
สายตาของทางคู่เบนไปมองหญิงสาวเพียงหนึ่งเดียวของกลุ่มที่ยังคงมีสีหน้าเรียบเฉยเหมือนเดิมไม่มีเปลี่ยน
" ห้ามสู้กันในนี้ และเอาเสื้อไปซะเดอิ "
เธอเอ่ยด้วยน้ำเสียงโมโนโทน ก่อนจะยื่นเสื้อกองหนึ่งที่มีลายเหมือน ๆ กันให้เด็กหนุ่ม โดยเจ้าตัวก็รับมาถือต่อแบบงุนงง แล้วทั้งสองคนก็ถูกหญิงสาวหิ้วออกมาวางตรงหน้าห้องพร้อมกับเจ้าฮิรูโกะของซาโซริ (ที่บัดนี้กลายเป็นซากไปเสียแล้ว)
ทั้งคู่หันไปมองคนที่เอาตัวเองออกมาวางข้างนอกเหมือนหมาแมว แต่พอเห็นจิตสังหารที่แผ่ออกมาก็เล่นเอาสองหนุ่มถึงกับใบ้กินไปเป็นที่เรียบร้อย
“อย่าลืมสนิทกันซะด้วยล่ะ”
โคนันเอ่ยพร้อมปิดประตูใส่เสียงดังทำเอาคนที่นั่งอยู่กับพื้นสะดุ้งเล็กน้อย และไม่นานนักซาโซริถึงเป็นฝ่ายลุกขึ้นยืนก่อนจะหันมามองอีกคนที่ยังนั่งก้นจ้ำเบ้าอยู่กับพื้น โดยมีดวงตาสีฟ้าเพียงข้างเดียวกำลังมองเขาตอบ
“เรื่องนายจะรอดไม่รอดก็ไว้ดูในภารกิจแรกละกัน .. เดี๋ยวฉันพาไปที่ห้องเอง”
ชายหนุ่มเอ่ยพร้อมมองหุ่นของตัวเองที่กลายเป็นซากไปเสียแล้วก่อนจะลากมันแล้วเดินนำไปทางที่เป็นห้องพักของทั้งสอง ส่วนเด็กใหม่ที่ยังคงนั่งทำหน้ามึนก็รีบตั้งสติจากนั้นจึงลุกขึ้นแล้วรีบเดินตามอีกฝ่ายไป
โอเค เขาคิดว่าเจ้าหัวแดงนี่น่าจะคิดเริ่มญาติดีกับเขาขึ้นมาบ้าง แม้ว่าเจ้าประโยคนั่นจะไม่ช่วยให้เขารู้สึกดีเลยก็ตาม เหมือนหมอนี่มันรอดูเขาตายยังไงยังงั้นล่ะ (ซึ่งก็ขอให้แค่คิดมากไปเองล่ะนะ)
เอาเถอะ .. ตอนนี้เขาก็คงต้องคิดหาทางที่จะกระชับมิตรคู่หูของเขาแล้วล่ะนะ เพราะแน่นอนว่าเขาจะอยู่ที่นี่ไปอีกนาน ๆ อย่างแน่นอน! และจะไม่ยอมอยู่โดยต้องมานั่งกัดกันตลอด 24 ชั่วโมง อย่างเด็ดขาด!!
เดอิดาระคิดในใจขณะที่ขาทั้งสองก็ก้าวตามเพื่อนร่วมงานของตัวเองไปด้วย
จบบทที่ บทนำ
ตอนถัดไป