สมบัติหายาก
เช่นเดียวกับคัมภีร์สวรรค์ไร้ถ้อยคำเขียนเอาไว้
หลังจากที่สวรรค์และโลกไม่สามารถแบกรับความปรารถนาอันไม่มีที่สิ้นสุดของมนุษย์ได้อีกต่อไป ในที่สุดสวรรค์ก็ถึงขีดจำกัดแล้ว เต๋าสวรรค์ไม่มีความสามารถในการปราบปรามความปรารถนาอันชั่วร้ายของมนุษย์ได้แล้ว สิ่งนี้ทำให้ความปรารถนาอันชั่วร้ายสร้างสัตว์ประหลาดจำนวนนับไม่ถ้วนลงมายังโลก ทำให้เกิดภาพวันโลกาวินาศอันน่าสยดสยองต่อหน้าพวกเขา
นอกจากนี้ยังมีสมบัติแปลกๆ ที่เกิดจากความปรารถนาและจินตนาการนับไม่ถ้วนของมนุษย์อีกด้วย ทั้งหมดนี้ลดหลั่นกันไป
สุดท้ายทุกสิ่งก็เกิดขึ้นจากมนุษย์เอง
มีความปรารถนาอันดำมืดและความชั่วร้ายจำนวนนับไม่ถ้วนซ่อนอยู่ภายใต้สังคมที่รุ่งโรจน์และรุ่งเรืองซึ่งความต้องการทางวัตถุและจินตนาการแผ่ซ่านไปทั่ว นี่คือสิ่งที่ก่อให้เกิดหายนะในที่สุด น่าเสียดายที่ภัยพิบัติครั้งนี้ได้มาถึงระดับที่แก้ไขไม่ได้แล้ว
"ผมไม่เคยคิดว่ามันจะเป็นแบบนี้จริงๆ"
อี้เทียนสิงทำได้เพียงหัวเราะอย่างขมขื่นออกมา
ภัยพิบัตินี้อาจกล่าวได้ว่าเป็นผลไม้รสขมที่มนุษย์สร้างขึ้นเอง
"ยิ่งไปกว่านั้น ตามข้อมูลในคัมภีร์สวรรค์ไร้ถ้อยคำ กฎแห่งสวรรค์ได้เปลี่ยนไปแล้ว การฆ่าสัตว์ประหลาดเหล่านี้ที่เกิดจากความปรารถนาจะทำให้ได้รับไข่มุกแห่งความปรารถนามา พวกมันถูกสร้างขึ้นจากพลังที่ควบแน่นมาจากเจตจำนง แม้ว่าพวกมันจะเป็นความปรารถนาอันชั่วร้ายก็ตาม หลังจากถูกฆ่าแล้ว ก็เท่ากับทำให้ความปรารถนาได้รับการชำระให้บริสุทธิ์ และความปรารถนาอันชั่วร้ายทั้งหมดจะสลายหายไป โดยเหลือทิ้งไว้เพียงพลังแห่งความปรารถนาอันบริสุทธิ์ที่สุดเท่านั้น นอกจากนี้สัตว์ประหลาดที่เกิดมาจากจินตนาการพวกนั้น หลังจากที่พวกมันไปตาย ร่างกายของพวกมันอาจก่อให้เกิดเป็นสิ่งของต่างๆ มันอาจจะเป็นเทคนิคการบ่มเพาะลับเฉพาะหรืออะไรทำนองนั้นก็เป็นได้ สิ่งเหล่านี้ล้วนมีอยู่ในจินตนาการเช่นกัน..."
เฉินเสวี่ยโหรวพูดอีกครั้ง
นี่คือการรุกรานของจินตนาการมาสู่ความเป็นจริง การหลอมรวมของจินตนาการและความเป็นจริง ได้เปลี่ยนกฎแห่งสวรรค์ไปแล้ว แต่ในแง่หนึ่งม้นอาจถือเป็นการช่วยให้มนุษย์เติบโตได้ในระดับหนึ่งเช่นกัน
"ฉันได้แต่หวังว่ามนุษยชาติจะผ่านพ้นความยากลำบากเหล่านี้ไปได้จริงๆ"
อี้เทียนสิงพึมพำกับตัวเอง เขาสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ขณะที่เท้าของเขาไม่หยุดพัก เขายังคงพุ่งไปข้างหน้า ฆ่าสัตว์ประหลาดเหล่านั้นอย่างต่อเนื่อง จำนวนและความแข็งแกร่งของสัตว์ประหลาดเหล่านี้ไม่สูงเกินไป และยังอยู่ในระดับที่ต่ำอย่างมาก พวกมันเป็นภัยคุกคามต่อคนทั่วไปเท่านั้น และแม้ว่าพวกมันจะเป็นภัยคุกคามต่อเขา แต่ก็ยังอยู่ในขอบเขตที่ยอมรับได้อยู่บ้าง
มือของเขายังคงฆ่าสัตว์ประหลาดรอบๆ ตัวเขา และซากศพของสัตว์ประหลาดก็หล่นลงมากองรอบๆ ตัวเขาอย่างต่อเนื่อง ศพบางส่วนถูกสัตว์ประหลาดตัวอื่นลากออกไปกลืนกินโดยตรง
สัตว์ประหลาดเหล่านี้มีตัวตนอยู่จริง และจะไม่หายไปเพียงแค่ฆ่าพวกมัน ศพยังมีเลือดเนื้อจริงๆ
เป็นการยากที่จะจินตนาการว่าสิ่งมีชีวิตเหล่านี้เกิดขึ้นมาจากจินตนาการได้จริงๆ
“เมื่อปลอดภัยแล้ว ให้ผมดูคัมภีร์สวรรค์ไร้ถ้อยคำจะได้ไหม?” อี้เทียนสิงกล่าวกับเฉินเสวี่ยโหรวอย่างตรงไปตรงมา
"ได้สิ" เฉินเสวี่ยโหรวตอบตกลงโดยไม่ลังเลใดๆ คัมภีร์สวรรค์ไร้ถ้อยคำเป็นเพียงบันทึกบางสิ่งเท่านั้น ไม่ใช่เทคนิคการบ่มเพาะลับหรืออาวุธวิเศษใดๆ มันไม่มีประโยชน์อะไรกับเธอเลย แม้ว่าเธอจะมอบมันให้อี้เทียนสิง มันก็ไม่สำคัญใดๆ
"เราจะไปที่ไหนกันล่ะ?" เฉินเสวี่ยโหลวถาม
“ข้างหน้านี่แหละ ผมเห็นมันหล่นลงมาจากท้องฟ้าอยู่ข้างหน้าไม่ไกลนัก นี่คือเหตุผลที่ผมออกมา ผมแค่ต้องการหาวิธีเอามันมาเป็นของผมเท่านั้นเอง” อี้เทียนสิงไม่ได้ซ่อนมัน เมื่อเธอติดตามเขามา เธอจะรู้ในไม่ช้าก็เร็ว มันไม่สำคัญว่าเขาจะบอกเร็วหรือช้าก็ตาม
"มีสมบัติตกอยู่ที่นี่ด้วยเหรอ?" ดวงตาของเฉินเสวี่ยโหรว้ป็นประกายเมื่อเธอได้ยินเช่นนั้น จากคัมภีร์สวรรค์ไร้ถ้อยคำ เธอรู้ว่าสมบัติที่หล่นลงมาจะต้องน่าอัศจรรย์อย่างแน่นอน การได้รับมันมาจะเป็นประโยชน์อย่างแน่นอนแล้ว สิ่งนี้สามารถเห็นได้จากคัมภีร์สวรรค์ไร้ถ้อยคำนั่นเอง ยิ่งไปกว่านั้น สมบัติบางอย่างอาจมีเอฟเฟกต์เวทมนต์อีกด้วย แต่ละชิ้นเป็นสมบัติล้ำค่า ถ้าใครก็ตามที่ได้รับมันไป คนๆ นั้นจะมีโอกาสอยู่รอดในโลกหลังหายนะนี้มากยิ่งขึ้นอย่างแน่นอน
ภายใต้ความก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว สัตว์ประหลาดถูกฆ่าตายทีละตัวๆ อย่างต่อเนื่อง
อี้เทียนสิงไม่รอช้าและเดินหน้าต่อไป ร่างกายของเขาอาบไปด้วยเลือด และมีบาดแผลอีกสองสามแห่งบนร่างกายของเขา แต่ไม่มีบาดแผลใดที่ถึงแก่ชีวิต
"มันอยู่ข้างหน้าแล้ว"
หลังจากนั้นไม่นาน อี้เทียนสิงก็มาถึงศูนย์บันเทิงในพลาซ่า สามารถมองเห็นหมาป่าสีครามขนาดยักษ์เฝ้าลูกบอลแสงอยู่ที่นั่น รอบตัวมันมีซากศพจำนวนมาก ซากศพเหล่านี้เป็นซากศพของสัตว์ประหลาดต่างๆ เห็นได้ชัดว่าเจ้าพวกนั้นถูกมันฆ่าด้วยกรงเล็บที่เปื้อนเลือดของมัน และเห็นได้ชัดว่าลูกบอลแห่งแสงกลายเป็นทรัพย์สินส่วนตัวของมันไปแล้ว
“หมาป่าสีครามตัวนั้นมันใหญ่เกินไปไหม” ใบหน้าของเฉินเสวี่ยโหรวซีดขาว และร่างกายของเธอก็สั่นเทา
หมาป่าสีครามยืนขึ้น มันสูงพอๆ กับชายสองคนต่อตัวกัน ขนสีน้ำเงินเข้มของมันเป็นลูกคลื่น และเขี้ยวของมันก็เปล่งประกายด้วยแสงอันเย็นยะเยือก ดวงตาสีน้ำเงินคู่นั้นกวาดมองไปรอบ ๆ อย่างเย็นชา เพียงแค่สบตาของมันชั่วพริบตาเดียวก็ทำให้หัวใจหยุดเต้นได้ รัศมีที่ปล่อยออกมานั้นแข็งแกร่งกว่าก็อบลินตัวเขียวและสไลม์ที่เขาฆ่าไปในก่อนหน้านี้อย่างมาก
"ลูกบอลแห่งแสงนั่นคือสมบัติอย่างแน่นอน"
อี้เทียนสิงสูดลมหายใจเข้าลึกๆ วนขณะที่เขาสังเกตุสถาพแวดล้อมเช่นกัน เนื่องจากหมาป่าสีเขียวตัวนั้น สัตว์ประหลาดตัวอื่นจึงไม่กล้าเข้ามาใกล้ จนพื้นที่แถบนี้เงียบงันจนผิดปกติ
“ปรมาจารย์อี้ คุณต้องการฆ่าหมาป่าสีครามตัวนี้จริงๆ เหรอ?” เฉินเสวี่ยโหรวถามด้วยความประหลาดใจ
“ถ้าไม่ฆ่าก็จะไม่ได้สมบัติน่ะสิ” ใบหน้าของอี้เทียนสิง แสดงให้เห็นถึงความมุ่งมั่นออกมา
แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าสมบัติชนิดใดที่อยู่ภายในลูกบอลแห่งแสง แต่เขาสามารถบอกได้จากซากศพของสัตว์ประหลาดที่กองอยู่รอบๆ ว่ามันคือสมบัติอย่างแน่นอน มันไม่ง่ายเลยที่สัตว์ประหลาดตัวนั้นจะต่อสู้เพื่อต้องการเพียงให้ได้ครอบครองมัน
เป้าหมายของเขาที่นี่คือการค้นหาสมบัติ แล้วเขาจะละทิ้งมันไปได้อย่างไร?
อย่างไรก็ตาม อี้เทียนสิงไม่ได้รีบเร่งไปข้างหน้าโดยประมาทเพื่อเผชิญหน้ากับหมาป่าสีครามตัวเขื่องนั่น *การรู้จักตัวเองและศัตรูของคุณเท่านั้นที่จะทำให้คุณชนะการต่อสู้ได้เป็นร้อยครั้ง ในการฆ่ามัน เขาจำเป็นต้องเข้าใจความสามารถของมันก่อน
*//จากสุภาษิต รู้เขารู้เรา รบร้อยครั้งชนะร้อยครั้ง//
ในขณะนั้นเอง ก็อบลินกลุ่มหนึ่งดูเหมือนจะมองเห็นลูกบอลแห่งแสงที่ปรากฏขึ้นในพลาซ่า ดวงตาของพวกมันสาดแสงสีเขียวทันที และพวกมันก็โบกไม้กระบองขณะที่พุ่งเข้าใส่หมาป่าตัวนั้น ดูเหมือนว่าพวกมันต้องการที่จะทุบหมาป่าตัวนั้นให้กลายเป็นเนื้อบด เพราะลูกบอลแห่งแสงดึงดูดใจของพวกมันเป็นอย่างมาก
กลุ่มสัตว์ก็อบลินล้อมรอบหมาป่าตัวใหญ่อย่างรวดเร็ว แต่ละตัวส่งเสียงร้องดังลั่น
เมื่อหมาป่าสีครามตัวใหญ่เห็นสิ่งนี้ ดวงตาของมันก็ฉายแววแห่งความเหี้ยมโหด มันส่งเสียงคำรามออกมาอย่างรุนแรง และก่อนที่กลุ่มของก็อบลินจะทันได้เข้าใกล้ มันก็กระโจนไปข้างหน้าก่อนแล้ว ความเร็วของมันน่าตกใจมาก และดูเหมือนจะมีสายลมสีเขียวล้อมรอบทำให้ตัวมันเบาราวกับนกนางแอ่น ทิ้งภาพติดตาสีเขียวไว้ในอากาศ
กรงเล็บตวัดเข้าใส่ร่างของก็อบลิน และบาดแผลลึกก็ปรากฏขึ้นอย่างน่าอย่างน่ากลัว แม้แต่หัวใจของมันก็ถูกทำลายจากภายนอกไปแล้ว เห็นได้ชัดว่ามันจะไม่รอดอย่างแน่นอน หมาป่าขยับหัวไปข้างหน้าและกัดคอของก็อบลินอีกตัวหนึ่งทันที ทำให้เลือดสีเขียวสดพุ่งกระฉุดออกมา หางของมันเหวี่ยงเหมือนแส้เหล็ก และทุบเข้าที่หัวของก็อบลินอีกตัว
มันทุบหัวก็อบลินตัวนั้นเป็นชิ้นๆ เราสามารถจินตนาการได้ว่าความแข็งแกร่งของมันดุร้ายและครอบงำเพียงใด
ปัง!!
อย่างไรก็ตาม มีก็อบลินมากเกินไป พวกมันหลายสิบตัวพุ่งไปข้างหน้า และกระบองไม้แต่ละอันก็ทุบไปที่ร่างของหมาป่าสีเขียวตัวนั้นอย่างรุนแรง มีแม้กระทั่งกระบองไม้ที่ทุบไปที่เอวของหมาป่า ทำให้มันเกือบจะล้มลงกับพื้น เอวของหมาป่าซึ่งเป็นจุดอ่อนที่ใหญ่ที่สุดของมันไม่ต่างอะไรกับจุดอ่อนของงู
บู้ววว!!
หมาป่าสีครามได้รับแรงกระแทกอย่างหนัก และดวงตาของมันก็เปล่งประกายด้วยแสงอันกระหายเลือด มันอ้าปากและร้องโหยหวนอย่างโกรธเกรี้ยว แสงสีเขียวปรากฏขึ้นตามร่างกายของมัน ขนของมันสั่นเทา เมื่อมันเปิดปากออก มีเพียงใบมีดสายลมสีเขียวที่ผ่ากลางอากาศด้วยความเร็วดุจสายฟ้าฟาด!
ใบมีดสายลมนั้นคมอย่างมาก เมื่อมันตกลงบนร่างของก็อบลิน มันก็แทบจะผ่าครึ่งทันที เลือดและอวัยวะต่าง ๆ ตกลงสู่พื้นโดยตรง นอกจากนี้ ความแข็งแกร่งของใบมีดสายลมยังน่าตกใจอย่างมาก หลังจากฆ่าก็อบลินไปหนึ่งตัว มันก็ไม่หายไป มันเดินหน้าต่อไป ฆ่าก็อบลินไปอีกห้าหรือหกตัวติดต่อกันก่อนที่จะสลายไปจนหมด
ใครๆ ก็สามารถจินตนาการถึงพลังที่บรรจุอยู่ในนั้นได้
อย่างไรก็ตาม ก็อบลินเหล่านี้ดูเหมือนจะต้องมนต์เพราะสมบัติไปแล้ว แม้แต่ความดุร้ายของหมาป่าสีครามตัวนั้นก็ไม่สามารถทำให้พวกมันหวาดกลัวได้ พวกมันยังคงพุ่งไปข้างหน้าอย่างสุดกำลัง เราไม่สามารถประเมินความแข็งแกร่งของก็อบลินหลายสิบตัวได้ต่ำไปเลยจริงๆ
"โอกาสมาแล้ว!!"
เมื่ออี้เทียนสิงเห็นสิ่งนี้ เขาก็แอบมีความสุขภายในใจ
เมื่อสัตว์ประหลาดทั้งสองฝ่ายต่อสู้กัน ไม่ว่าใครจะชนะหรือแพ้ พวกมันจะได้รับความเสียหายจำนวนหนึ่ง มันจะง่ายกว่าที่จะลดทอนความแข็งแกร่งของสัตว์ประหลาดพวกนั้น ยิ่งกว่านั้น เมื่อสัตว์ประหลาดเหล่านี้ต่อสู้กันเอง สมบัติจะไม่ได้รับการปกป้องใดๆ เลย นี่เป็นเวลาที่ดีที่สุดในการรับสมบัติ ตราบใดที่เขาแอบย่องเข้าไป เขาก็สามารถรับมันมาได้อย่างง่ายดาย
“ไปรอในห้องตรงนั้นก่อน ซ่อนข้างในแล้วปิดประตูให้ดี ใครมาก็อย่าเปิดล่ะ ผมจะไปเอาสมบัตินั่น บางทีเราอาจจะแก้ปัญหาได้โดยที่ไม่ต้องเข้าปะทะกับพวกมันด้วยซ้ำ” อี้เทียนสิงชี้ไปที่ห้องรักษาความปลอดภัยที่อยู่ไม่ไกล ไม่มีสัตว์ประหลาดอยู่ใกล้ ๆ และมันก็ปลอดภัยอย่างมาก สามารถใช้เป็นที่หลบซ่อนชั่วคราวได้ เมื่อประตูปิดลง มอนสเตอร์ธรรมดาจะไม่สามารถเปิดได้
“เข้าใจแล้ว พี่ใหญ่อี้ ไปเอามันกลับมาโดยเร็ว ถ้ามันอันตรายก็ยอมแพ้มันเถอะ การรักษาชีวิตของคุณเอาไว้เป็นสิ่งสำคัญที่สุดเสมอ” เฉินเสวี่ยโหลวพูดขึ้นโดยไม่ลังเลใดๆ เธอยังเป็นคนเด็ดขาดอย่างมาก มิฉะนั้นเธอคงไม่วิ่งลงบันไดมาคนเดียวเช่นนั้นอย่างแน่นอน หลังจากตกลงแล้วเธอก็เดินไปที่ห้องนั้นทันที และในขณะที่เดินทางอย่างระมัดระวัง เธอก็ให้ความสนใจกับอันตรายที่ซ่อนอยู่อีกด้วย
"ช่างรอบคอบ เด็ดขาด และควบคุมสติได้ดีจริงๆ ในโลกหลังหายนะ ถ้าเธอคนนี้ไม่ตาย เธอจะแข็งแกร่งขึ้นในไม่ช้าก็เร็ว" เมื่ออี้เทียนสิงเห็นสิ่งนี้ เขาก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้ากับตัวเอง เธอมีเงื่อนไขพื้นฐานสำหรับการอยู่รอดในโลกหลังหายนะจริงๆ
เขามองไปที่หมาป่าสีครามและก็อบลินพวกนั้นที่ยังคงต่อสู้กันเอง อี้เทียนสิงก็ใช้ดอกไม้และต้นไม้โดยรอบเพื่อซ่อนร่างของเขา ในขณะที่ย่องไปยังตำแหน่งของลูกบอลแห่งแสงอย่างรวดเร็วโดยไม่ลังเลใดๆ
100 เมตร!
80 เมตร!
50 เมตร!
.....
ในชั่วพริบตา เขาก็ย่นระยะทางให้สั้นลงเหลือ 20 ถึง 30 เมตร เขาเกือบจะเอื้อมถึงลูกบอลแห่งแสงนั่นแล้ว ตราบเท่าที่เขาระเบิดความเร็ว เขาจะสามารถนำมันมาเป็นของเขาได้
"ตอนนี้แหละ!"
อี้เทียนสิงไม่ลังเลเลย เมื่อมองไปที่ทั้งสองฝ่ายที่ยังคงต่อสู้กันอยู่ ก็อบลินพวกนั้นก็ไม่สามารถทนได้อีกต่อไป และพวกมันเกือบทั้งหมดก็ตายไปแล้ว อย่างไรก็ตาม ความเสียหายที่หมาป่าสีครามตัวนั้นได้รับมากลับเล็กน้อยอย่างมาก เห็นได้ชัดว่ามันไม่ได้รับผลกระทบมากนัก ถ้าเขาช้ากว่านี้ เขาจะไม่มีโอกาสจริงๆ ขณะนั้นโดยไม่ต้องคิดแล้ว ร่างของเขาก็พุ่งไปข้างหน้า ราวกับสายฟ้าฟาดที่พุ่งเข้าใส่ลูกบอลแห่งแสงโดยตรง
ภายใต้การระเบิดความเร็วเต็มที่ของอี้เทียนสิง เขาก็ใช้เวลาน้อยกว่าสองวินาทีในการปรากฏตัวต่อหน้าลูกบอลแห่งแสงโดยตรง
เขาเอื้อมมือออกไปคว้าลูกบอลแห่งแสงนั่นทันที
เขายัดลูกบอลแห่งแสงลงไปในเป้ที่ด้านหลังโดยไม่ลังเลใดๆ
การกระทำทั้งหมดนั้นเสร็จสิ้นในคราวเดียว
ในชั่วพริบตาเขาก็เสร็จสิ้นขั้นตอนการฉกชิงสมบัติแล้ว
โบร๋ววว!!
แต่ทันใดนั้น ก็มีเสียงหอนด้วยความโกรธในหูของอี้เทียนสิง หลังจากที่หมาป่าสีครามเห็นว่ามันได้ฆ่าก็อบลินตัวสุดท้ายไปแล้ว มันก็มองย้อนกลับมา และสิ่งที่เห็นก็คือกระบวนการทั้งหมดที่อี้เทียนสิงได้พรากสมบัติของมันไป