เมืองสีเขียวขจี
โซ่หยินหยางเป็นส่วนผสมของหยางสุดขีดและหยินสุดขั้ว นี่คือการเปลี่ยนแปลงระหว่างหยางสุดขีดและหยินสุดขั้วซึ่งเป็นหนึ่งเดียวกัน การโจมตีนี้ทำได้ด้วยพลังหยินสุดขั้วของโซ่หยินหยาง นั่นเป็นสาเหตุที่เถาวัลย์ถูกแช่แข็งตรงจุดนั้น ทำให้มันกลายเป็นก้อนน้ำแข็งที่ตกลงสู่พื้น ไม่สามารถขยับได้อีกต่อไป
“พี่ชายมันเกิดอะไรขึ้นน่ะ? ห้องโถงกลายเป็นแบบนี้ได้ยังไง? ทำไมกระถางต้นไม้ถึงโตได้ขนาดนี้? ถึงจะถูกฉีดสารเร่งการเจริญเติบโตมันก็คงจะไม่เติบโตจนเกินจริงขนาดนี้ใช่ไหม?” จ้าวจื่อเหยียนจ้องมองอย่างตะลึงงันไปทางเถาวัลย์ที่กระจายอยู่ทุกหนทุกแห่งในห้องโถง มันล้มล้างความเข้าใจเดิมของเธอโดยสิ้นเชิง
“มันเกิดขึ้นได้ยังไง?”
เฉินเสวี่ยโหรวก็ปิดปาก และอุทานออกมาด้วยความประหลาดใจเช่นกัน
“มันอาจเกี่ยวข้องกับกระแสน้ำวนที่เกิดขึ้นภายนอกก็เป็นได้...” ถังจื่อถงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะกล่าวออกมา
ถ้ามีการเปลี่ยนแปลงเช่นนี้มันก็ต้องเกิดจากกรพแสน้ำวนที่ปรากฏขึ้นอย่างแน่นอน ในก่อนหน้านี้พวกมันไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆ แต่หลังจากกระแสน้ำวนพลังลมปราณต้นกำเนิดปรากฏขึ้นก็มีการเปลี่ยนแปลงอย่างฉับพลัน หากมีคนบอกว่ามันไม่มีส่วนเกี่ยวข้องใดๆ เธอก็จะไม่เชื่ออย่างแน่นอน
“ใช่ มันน่าจะมีบางอย่างเกี่ยวข้องกับกระแสน้ำวนนั่น การฟื้นตัวของพลังลมปราณต้นกำเนิดแห่งสวรรค์และโลก และพลังลมปราณต้นกำเนิกจำนวนมหาศาลที่พุ่งออกมา บางทีมันอาจกระตุ้นพืชพันธุ์จากยุคเสื่อมถอย พลังลมปราณต้นกำเนิดที่เพิ่มขึ้นมีอิทธิพลต่อพืชเหล่านี้ไม่น้อย การถูกกระตุ้นโดยพลังลมปราณต้นกำเนิดแห่งสวรรค์และโลก เป็นเรื่องปกติสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น ฉันเกรงว่าต้นไม้และใบหญ้าข้างนอกนั่น ได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ไปแล้ว”
อี้เทียนสิงก็คิดถึงเรื่องนี้เช่นกัน
การฟื้นตัวของพลังลมปราณต้นกำเนิดแห่งสวรรค์และโลก ไม่เพียงแต่ฟื้นฟูโลกจากยุคแห่งความโกลาหลเท่านั้น แต่ยังสร้างผลกระทบและสร้างการเปลี่ยนแปลงที่สั่นสะเทือนโลกไปทั่วโลกอย่างแน่นอน มันได้รับการหล่อเลี้ยงด้วยพลังลมปราณต้นกำเนิดแห่งสวรรค์และโลกจำนวนมหาศาล เป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุดสำหรับการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้น หากต้องปรับตัวในอนาคตนั้น มันเป็นไปไม่ได้ที่จะไม่เกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เช่นนี้
นี่คือประโยชน์ที่ได้รับจากการเปลี่ยนแปลงของโลก
ไม่เพียงแต่เป็นประโยชน์ต่อผู้บ่มเพาะเท่านั้น แต่ยังเป็นสิ่งที่เป็นไปได้สำหรับพืช นก และสัตว์ร้ายต่างๆ อีกด้วย โดยปกติแล้วจะต้องใช้เวลาหลายพันปีในการกลายพันธุ์ดังกล่าว ตอนนี้ การเปลี่ยนแปลงที่น่าทึ่งเหล่านั้นกำลังเกิดขึ้นอย่างฉับพลัน
“มาฆ่าพืชกลายพันธุ์เหล่านี้กันก่อนเถอะ”
แตก!!
เขาดึงดาบถังออกมาและฟันออกไป เถาวัลย์ที่ดูเหมือนงูถูกตัดขาดทันที แม้ว่าเถาวัลย์จะเปลี่ยนไปค่อนข้างแข็งแกร่ง แต่ก็ยังถูกตัดได้อย่างง่ายดายต่อหน้าดาบถังที่คมกริบ พวกมันถูกตัดออกเป็นส่วน ๆ และร่วงหล่นลงกับพื้น ในที่สุด เขาก็ดึงเถาวัลย์ปีศาจพร้อมกับรากของมันออกมาจากกระถาง เมื่อมันหลุดออกจากดิน เถาวัลย์ปีศาจก็สูญเสียพละกำลังของมันทันที และไม่สามารถสร้างความเดือดร้อนใดๆ ได้
“ต้นปาร์มขาวกลายเป็นแบบนี้ได้ยังไง!”
จ้าวจื่อเหยียนอุทานออกมาเบาๆ หลังจากที่เห็นว่าต้นปาล์มสีขาวก็ผิดปกติเช่นกัน มันส่งกลิ่นอายที่เป็นอันตรายออกมา ดอกปาล์มสีขาวจำนวนมากมีลักษณะคล้ายฝ่ามือสีขาวพุ่งออกไปในลักษณะที่แปลกประหลาด มันเหมือนกับมือยักษ์ที่พุ่งออกมาจากร่างกายหลัก และตบไปที่ร่างของจ้าวจื่อเหยียน ซึ่งเธอไม่ได้เตรียมพร้อมสำหรับการจู่โจมอย่างกระทันหันเช่นนี้มาก่อน
จ้าวจื่อเหยียนถูกตบจนกระเด็นถอยหลัง เธอรู้สึกราวกับว่าโดนผู้ชายโจมตีด้วยแรงทั้งหมด พลังที่มีอยู่ในการโจมตีครั้งนี้มีกำลังมากกว่า 100 จิน* ถ้าเป็นผู้หญิงธรรมดา ฝ่ามือนี้คงหักซี่โครงของเธอ อวัยวะภายในของแหลกเหลว และเธอจะอาเจียนเป็นเลือดทันที โชคดีที่เธอทะลวงผ่านได้สำเร็จ พลังลมปราณแท้จริงในร่างกายของเธอช่วยหล่อเลี้ยงเลือดและเนื้อตามร่างกาย ในกรณีขิงการโจมตีที่รุนแรงเช่นนี้ พลังลมปราณแท้จริงในร่างกายของเธอจะปรากฏขึ้นด้านหน้า บริเวณหน้าอกของเธอโดยธรรมชาติ ซึ่งช่วยชดเชยความเสียหายเป็นส่วนใหญ่
*//1 จิน = 500 กรัม//
ถึงกระนั้น จ้าวจื่อเหยียนก็ยังรู้สึกว่าเลือดลมในร่างกายของเธอกำลังปั่นป่วน และเธอก็ต้องก้าวถอยหลังไปสองสามก้าว
เพร้ง!
ด้วยเสียงแตกที่คมชัด หลังจากที่เห็นต้นปาล์มสีขาวโจมตีจ้าวจื่อเหยียน เข็มบินยาวไม่กี่นิ้วก็ปรากฏขึ้นในมือของถังจื่อถง มันยากที่จะเห็นว่าเธอทำได้อย่างไร จากนั้นเข็มบินก็ปรากฏต่อหน้ากระถางต้นไม้และตกลงบนกระถางลายครามของต้นปาร์มสีขาวนั่น กระถางลายครามถูกกระแทกจนแตกตรงจุดนั้น ดินข้างในกระจัดกระจายไปทั่วทันที
ฝ่ามือสีขาวที่แต่เดิมดุร้าย สูญเสียพละกำลังดั้งเดิมในทันที มันตกลงสู่พื้นอย่างไร้ชีวิตชีวา
เพล้ง เพล้ง เพล้ง!!
ต่อจากนั้นก็มีเสียงแตกดังขึ้นอีกสองสามครั้ง และกระถางลายครามที่บรรจุต้นกระบองเพชรก็ถูกกระแทกจนแตกเช่นกัน
การโจมตีนั้นแม่นยำ ทรงพลัง และจู่โจมอย่างรวดเร็วราวกับสายฟ้าฟาด!
ก่อนที่ จ้าวจื่อเหยียน และคนอื่นๆ จะทันได้ตอบสนอง ถังจื่อถงก็ทำลายพืชที่คุกคามมากที่สุดในบ้านไปอย่างรวดเร็ว โดยทำลายรากของพืชกลายพันธุ์เหล่านี้โดยตรง
ไม่ว่าจะเป็นพืชชนิดใดก็ไม่สามารถออกจากดินได้อย่างแน่นอน การสูญเสียดินเท่ากับการสูญเสียราก สูญเสียแหล่งพลังงาน แม้แต่พืชกลายพันธุ์ก็เหมือนกัน ไม่ต้องพูดถึงว่ามันเพิ่งเริ่มกลายพันธุ์เลย มันยังไม่สามารถกำจัดโซ่ตรวนตามธรรมชาติเหล่านี้ได้
เมื่อหลุดออกจากดิน พลังดั้งเดิม 100% ลดลงเหลือน้อยกว่า 30% ทันที และร่วงลงสู่พื้นอย่างอ่อนแรง ความเร็วที่ฝ่ามือสีขาวของต้นปาร์มพุ่งออกไปนั้นช้ากว่าเดิมอย่างเห็นได้ชัด ยิ่งไปกว่านั้น พละกำลังของมันก็อยู่ในช่วง 10 ถึง 20 จินเท่านั้น มันไม่ได้ก่อให้เกิดภัยคุกคามมากนักและสามารถถูกฆ่าได้อย่างง่ายดาย
“ช่างเป็นเทคนิคอาวุธลับที่ทรงพลังจริงๆ จื่อถงสมควรเป็นสมาชิกของตระกูลโบราณ เข็มบินเหล่านี้แม้แต่ฉันก็ยากที่จะรับมือได้” อี้เทียนสิงมองไปทางถังจื่อถงด้วยความประหลาดใจ เพราะเทคนิคการใข้อาวุธลับของเธอ
“พี่ใหญ่อี้ถ่อมตัวเกินไปแล้ว ก่อนหน้านี้ เทคนิคอาวุธลับของฉันไม่ได้อยู่ในระดับนี้ หลังจากที่ได้บ่มเพาะ [คัมภีร์นั่งลืม] ร่างกายก็เปิดทะเลศักดิ์สิทธิ์ และด้วยพลังลมปราณแท้จริง ความแข็งแกร่งทางกายภาพของฉันก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก นี่คือเหตุผลที่ฉันสามารถปลดปล่อยพลังที่มีอยู่ในปัจจุบันได้”
ถังจื่อถงมองไปที่อี้เทียนสิงด้วยความรู้สึกขอบคุณ
เทคนิคการบ่มเพาะพื้นฐานชั้นยอดเฉกเช่น [คัมภีร์นั่งลืม] ที่เขาปล่อยให้พวกเธอบ่มเพาะมันได้โดยไม่เรียกร้องสิ่งใดเลย แค่ประเด็นนี้อย่างเดียวก็เป็นไปไม่ได้ที่ใครหลายๆ คนจะสามารถเทียบเคียงได้แล้ว ดังนั้นเธอจึงรู้สึกขอบคุณต่ออี้เทียนสิงจากก้นบึ้งของหัวใจ
นอกจากนี้ เธอยังรู้สึกโดยสัญชาตญาณว่าถ้าพวกเขาต้องต่อสู้กันจริงๆ เธอคงไม่ใช่คู่ต่อสู้ของอี้เทียนสิงอย่างแน่นอน ความรู้สึกนี้ช่างแปลกประหลาดอย่างมาก
“ระวังตัวด้วย! กระบองเพชรต้นนี้มันสามารถยิงหนามได้ ดูสิ โต๊ะอาหารถูกเจาะเพราะหนามของมันไปหมดแล้ว!”
ต้นกระบองเพชรที่กลิ้งอยู่บนพื้นยิงเข็มสีเขียวหยกจำนวนมากออกมา ซึ่งแต่ละอันค่อนข้างแหลมคม จ้าวจื่อเหยียนยังจ้องมองด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง และประหลาดใจกับภาพที่เห็น
“หนามพวกนี้มันมีพิษ! แต่เราไม่รู้ว่าพิษของมันร้ายแรงขนาดไหน”
ถังจื่อถงมองไปทางหนามที่ติดอยู่ในโต๊ะอาหารและกล่าวออกมาด้วยดวงตาที่เฉียบคม เทคนิคอาวุธลับและยาพิษของตระกูลถังค่อนข้างมีชื่อเสียง แม้ว่ามันจะเสื่อมโทรมไปตามยุคสมัย และไม่สามารถสร้างยาพิษได้มากมายแล้ว แต่มรดกก็ยังคงตกทอดมา แม้จะมีข้อบกพร่องอยู่บ้าง แต่ก็ยังค่อนข้างสมบูรณ์
แม้ว่าถังจื่อถงจะไม่รู้วิธีการสร้างพิษ แต่เธอก็ยังสามารถแยกแยะได้ว่ามีพิษหรือไม่
เธอมองเพียงครั้งเดียวก็สามารถบอกได้ว่าหนามสีเขียวนั้นไม่ง่ายเลยที่จะจัดการกับมัน
ถังจื่อถงหยิบถุงมือสีขาวแปลกๆ ออกมา มันเป็นถุงมือไหมที่ทำขึ้นด้วยกรรมวิธีพิเศษ เมื่อสวมใส่บนมือ มันสามารถจับหนามได้โดยไม่ต้องกลัวพิษ และยังสามารถใช้ป้องกันอาวุธลับได้อีกด้วย มันเป็นสมบัติล้ำค่าอย่างยิ่งในตระกูลถัง ยายของเธอได้ส่งต่อสิ่งนี้ให้กับเธอ และเธอไม่เคยทิ้งมันเลยตลอดหลายปีที่ผ่านมา
เธอสวมถุงมือผ้าไหม เอื้อมมือไปบีบหนามอันหนึ่ง เมื่อดึงออกมาจากโต๊ะไม้ปลายหนามยังคงแหลมคมเช่นเดิม
“มันเป็นพิษ แถมยังแกร่งและแหลมคม สามารถใช้เป็นอาวุธลับได้ และมันเบาอย่างมาก หากใช้หนามเป็นอาวุธซัดจะทำให้หนามยิงเร็วยิ่งขึ้น ซึ่งมันเป็นของดีจริงๆ”
ดวงตาของถังจื่อถงเป็นประกาย จากนั้นเธอก็ดึงหนามออกมาทีละอันทันที จากนั้นเธอก็นำหนามเหล่านั้นเก็บเอาไว้ในอุปกรณ์ป้องกันบนข้อมือทั้งสองข้าง นี่ไม่ใช่เครื่องป้องกันข้อมือธรรมดา แต่เป็นสายรัดข้อมือสำหรับอาวุธลับ หนามพวกนี้สามารถซ่อนอยู่ในที่ชุดป้องกันข้อมือ และเมื่อจำเป็น คราบใดที่เธอใช้แรงในระดับหนึ่ง ก็สามารถดึงหนามออกจากสายรัดข้อมือและถือไว้ในมือได้ในทันที
กลไกภายในนั้นแยบยลและน่าทึ่งมาก มันไม่มีร่องรอยตัดเย็บใดๆ แม้แต่น้อย
สายรัดข้อมือหนึ่งชิ้นสามารถบรรจุหนามได้ร้อยอัน โดยแบ่งเป็นสองแถว สายรัดข้อมือสองชิ้นหมายถึงหนามสองร้อยอัน เห็นได้ชัดว่าสายรัดข้อมือนี้เป็นสิ่งที่ดีจริงๆ
หลังจากค้นพบว่าหนามจากต้นกระบองเพชรดีกว่าเข็มในมือของเธอ ถังจื่อถงก็ไม่ลังเลเลยที่จะเปลี่ยนเข็มทั้งหมดในสายรัดข้อมือเป็นหนามกระบองเพชรพวกนั้น และตั้งชื่อมันว่าเข็มกระบองเพชร
อี้เทียนสิงไม่ได้พูดอะไรหลังจากที่เห็นเช่นนั้น
ในสภาพแวดล้อมเช่นนี้ เธอพยายามอย่างดีที่สุดเพื่อสร้างความแข็งแกร่งให้กับตัวเอง แนวปฏิบัติทางความคิดและวิธีการเช่นนี้เหมาะสมกับชีวิตและการอยู่รอดในวันสิ้นโลกมากกว่าผู้คนจำนวนมากอย่างแท้จริง
“เพียงคืนเดียวภายนอกยังกลายเป็นแบบนี้ นี่ยังเป็นบ้านเกิดเมืองนอนที่รู้จักของเราอยู่หรือเปล่านะ?”
เมื่อพวกเขามาถึงระเบียง หญิงสาวทั้งสามคนก็อดไม่ได้ที่จะอ้าปากค้าง และพวกเธอก็ปิดมันได้ไม่นาน หลังจากนั้นก็มองไปที่ฉากข้างนอกด้วยความประหลาดใจ พวกเธอกลายเป็นผู้บ่มเพาะแล้ว และแม้ว่าทั้งสามสาวจะเพิ่งเริ่มต้น แต่พวกเธอก็ยังสามารถมองเห็นบางสิ่งได้อย่างชัดเจนในความมืด และแม้ในระยะทางสั้นๆ พวกเธอก็สามารถมองเห็นสิ่งต่างๆ ได้อย่างชัดเจน
แต่สิ่งที่อยู่ตรงหน้าของพวกเธอตอนนี้คืออะไร?
เมืองที่แต่เดิมเต็มไปด้วยเหล็กและตึกคอนกรีตสมัยใหม่ ได้ผ่านการเปลี่ยนแปลงที่สั่นสะเทือนโลกกล้าไปแล้ว
ไม้เลื้อยเถาวัลย์จำนวนนับไม่ถ้วนปีนป่ายขึ้นไปและกระจายไปรอบ ๆ อาคารสูง เถาวัลย์ทอดยาวระหว่างอาคารสูง ไขว้กันและหนาอย่างมาก เราสามารถปีนขึ้นไปบนตึกสูงระฟ้าตามเถาวัลย์ได้เลยจริงๆ
หญ้าเป็นเหมือนคลื่นกระจายไปทั่วทุกที่ และแม้แต่พื้นยางมะตอยก็ยังถูกรากหญ้าทิ่มแทงจนแตกระแหง ต้นหลิวสูงตระหง่านขึ้นไปบนท้องฟ้า ต้นหลิวแผ่กิ่งก้านเหมือนป่า เริงระบำไปกับสายลม ราวกับเชือกขนาดใหญ่ที่โบกสะบัด จะเห็นได้ว่าพวกมันจะผูดมัดสิ่งมีชีวิตใกล้เคียงและแขวนเอาไว้โดยกิ่งก้านเหล่านี้ มันเป็นภาพที่น่าสะพรึงกลัวอย่างแท้จริง
ต้นไม้ทุกชนิดดูเหมือนจะได้รับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ กลายเป็นขนาดใหญ่อย่างหาที่เปรียบไม่ได้ พวกมันสูงตระหง่านขึ้นไปบนท้องฟ้า เมืองที่เต็มไปด้วยตึกคอนกรีตถูกย้อมไปด้วยสีเขียวขจีไปแล้ว
ความสดชื่นตามธรรมชาติที่ไม่เคยสัมผัสได้เลยในอดีต ฝุ่นในอากาศก็ไม่มีอีกแล้ว อากาศบริสุทธิ์แบบนั้นก็เพียงพอแล้วที่จะให้ผู้คนใช้ชีวิตในสภาพแวดล้อมเช่นนั้นได้นานเพิ่มขึ้นกว่าสิบปี
กุญแจสำคัญคือการเปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง จนทำให้มุมมองของผู้เหลือรอดเปลี่ยนไป ผู้คนส่วนใหญ่ไม่ได้เตรียมใจเอาไว้แม้แต่น้อย ราวกับว่าจู่ๆ พวกเขาก็อยู่ในสภาพแวดล้อมที่ไม่คุ้นเคยที่สุด ความรู้สึกแบบนั้นอาจจะทำให้คนธรรมดาหวาดกลัวได้ในทันที
และกระแสน้ำวนพลังลมปราณต้นกำเนิดที่ปรากฏอยู่บนท้องฟ้าก็หายไปเช่นกัน
แต่พลังลมปราณต้นกำเนิดแห่งระหว่างสวรรค์และโลกยังคงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องเช่นเคย เป็นเพียงแค่ว่าความเร็วที่มันเพิ่มขึ้นนั้นเทียบไม่ได้กับเมื่อตอนที่มีกระแสน้ำวนพลังลมปราณต้นกำเนิดเลยสักนิด
“การฟื้นตัวอย่างฉับพลันของสวรรค์และโลก พลังลมปราณต้นกำเนิดปริมาณมหาศาลส่งผลกระทบอย่างมากต่อทั้งโลก ฉันเกรงว่าไม่ใช่แค่ที่นี่ ทุกเมือง ทุกประเทศ หรือโลกทั้งใบ สถานการณ์น่าจะคล้ายคลึงกัน เมืองคอนกรีตถูกครอบครองโดยต้นไม้ใบหญ้า ฉันไม่รู้ว่าโลกใบนี้จะเป็นอย่างไรต่อไปจริงๆ”
เมื่ออี้เทียนสิงมองเห็นมัน เขาจึงกล่าวออกมาอย่างเคร่งขรึม