นัยน์ตาเทพมายา
ในขณะนี้ ขณะที่พลังลมปราณมังกรแท้จริงหลั่งไหลเข้าสู่ดวงตาหยินหยางอยู่นั้น ภาพศักดิ์สิทธิ์หยินหยางโดยกำเนิดก็หมุนวนรวดเร็วมากยิ่งขึ้นกว่าเดิม มันเร็วกว่าเดิมเป็นร้อยเท่า กระแสพลังลมปราณต้นกำเนิดแห่งสวรรค์และโลกไหลเข้าสู่ดวงตาหยินหยาง และถูกกลั่นเป็นพลังลมปราณหยินหยางโดยกำเนิด และเติมเต็มพื้นที่หยินหยาง ฉากนี้ดูมีมนต์ขลังอย่างมาก
พื้นที่หยินหยางในดวงตาหยินหยางโดยกำเนิดนั้น เกือบจะเหมือนกับทะเลศักดิ์สิทธิ์แห่งใหม่ไปแล้ว แน่นอนว่ามันไม่ใช่ทะเลศักดิ์สิทธิ์ แต่มันก็มีพลังที่คล้ายคลึงกัน พลังลมผราณหยินหยางที่สัมพันธ์กันในพื้นที่หยินหยางเป็นแหล่งพลังงานสำหรับดวงตาหยินหยางโดยกำเนิด เมื่อพลังลมปราณหยินหยางโดยกำเนิดในพื้นที่หยินหยางถูกใช้หมดแล้ว ดวงตาหยินหยางก็ไม่สามารถใช้งานได้อีกต่อไป แต่พลังลมปราณมังกรที่แท้จริงในทะเลศักดิ์สิทธิ์นั้น สามารถทำหน้าที่แทนพลังลมปราณหยินหยางโดยกำเนิดได้โดยตรงผ่านภาพศักดิ์สิทธิ์หยินหยางโดยกำเนิด เพื่อเปิดใช้งานดวงตาหยินหยางได้อีกครั้ง
สิ่งนี้มันเทียบเท่ากับการใช้พลังพิเศษที่มีแหล่งพลังงานสองแหล่ง หนึ่งคือพลังลมปราณหยินหยางโดยกำเนิด และอีกหนึ่งคือพลังลมปราณมังกรแท้จริงในทะเลศักดิ์สิทธิ์ อย่างไรก็ตาม ทะเลศักดิ์สิทธิ์เป็นแหล่งพลังที่มีอำนาจรอบด้านซึ่งสามารถเปิดใช้งานพลังพิเศษใดๆ ก็ได้ และแหล่งพลังทีืมีอยู่ในพลังพิเศษ จะสามารถเปิดใช้งานพลังพิเศษนั้นๆ ได้เพียงเท่านั้น
นี่คือการตื่นขึ้นของพลังพิเศษซึ่งทำให้สามารถปลดปล่อยพลังเหนือธรรมชาติได้ แต่ก็จะอยู่ได้ไม่นาน มีเพียงการเปิดทะเลศักดิ์สิทธิ์เท่านั้นที่สามารถรักษาการใช้งานของพลังพิเศษไว้ได้นานยิ่งขึ้น การใช้ทะเลศักดิ์สิทธิ์เป็นแหล่งพลังแห่งที่สอง เป็นส่วนหนึ่งของการสร้างรากฐานที่ดี
นอกจากนี้ พลังลมปราณมังกรแท้จริงในทะเลศักดิ์สิทธิ์ ยังช่วยให้พลังพิเศษสามารถดูดซับพลังลมปราณต้นกำเนิดแห่งสวรรค์และโลกได้เร็วขึ้นหลายสิบเท่า มีเพียงพลังลมปราณมังกรแท้จริงในทะเลศักดิ์สิทธิ์เท่านั้น ที่มีความสามารถที่น่าทึ่งเช่นนี้
เมื่อรู้สึกถึงการเติบโตในแหล่งพลังของดวงตาหยินหยาง อี้เทียนสิงก็รู้สึกมั่นใจมากยิ่งขึ้น ในโลกแห่งความโกลาหลใบนี้ ดวงตาหยินหยางโดยกำเนิดเป็นไพ่ตายที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขา หากไม่มีมัน ความแข็งแกร่งของเขาจะลดลงครึ่งหนึ่ง โซ่หยินหยางเส้นที่หกก่อตัวขึ้นบนภาพศักดิ์สิทธิ์หยินหยางแล้ว แต่มันยังอยู่ในสภาพลวงตา มีเพียงห่วงโซ่หยินหยางวงแรกเท่านั้นที่เป็นของจริง ส่วนที่เหลือเป็นเพียงภาพลวงตา
เขายังต้องการดวงวิญญาณจำนวนมากเพื่อสร้างส่วนที่เหลือ
เวลาผ่านไปไวเสมอเมื่อเขาหมกมุ่นอยู่กับการบ่มเพาะ
เขาตื่นขึ้นกลางคันเพื่อมารับประทานอาหาร และออกไปดูสถานการณ์ภายนอก ดวงดาวยังคงส่องแสงระยิบระยับเหมือนเวลากลางวันเช่นเคย อย่างไรก็ตาม สถานการณ์ที่แปลกประหลาดข้างนอกทำให้ผู้รอดชีวิตหลายคนไม่กล้าที่จะออกไปแม้ว่าจะเป็นเวลากลางวันข้างนอกก็ตาม พวกเขาทั้งหมดกำลังมองหาที่ซ่อนที่ตัวเองคิดว่าปลอดภัยมากที่สุด พวกเขากลัวว่าภัยพิบัติจะเกิดขึ้นอีกครั้ง ภัยพิบัติที่จะตามมาในภายหลังทำให้ผู้รอดชีวิตหลายคนหวาดกลัวไปก่อนล่วงหน้าเสียแล้ว
โลกใบนี้นั้นน่ากลัวเกินไป
ภัยพิบัติครั้งแล้วครั้งเล่าที่เกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่า ใครจะรู้ว่าหายนะอันน่าสะพรึงกลัวประเภทไหนจะเกิดขึ้นกับพวกเขา?
การซ่อนตัวเพื่อเอาตัวรอดเป็นปฏิกิริยาโดยสัญชาตญาณของมนุษย์
ส่วนใหญ่พวกเขาจะออกมาหาอาหารเมื่ออาหารจะหมด หรือไม่มีให้กินอีกต่อไปแล้ว
อย่างไรก็ตาม อาคารบ้านเรือนหลายหลังพังทลายลงมา และซูเปอร์มาร์เก็ตก็ถูกทำลาย การหาอาหารไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป
“พี่ชาย ฉันปลุกพลังพิเศษของฉันได้แล้ว!”
ขณะที่เขากลับมา จ้าวจื่อเหยียนก็ตื่นขึ้นพอดี และพูดกับอี้เทียนสิงอย่างมีความสุข สีแปลกๆ ผันผวนอยู่ในดวงตาทั้งสองข้างของเธอ พวกมันมีหลากหลายสีสันและงดงามหาที่เปรียบไม่ได้ เพียงแวบเดียวก็ทำให้จิตใจของผู้ที่จ้องมองตกอยู่ภวังค์แล้ว
“ช่างเป็นพลังที่น่าหลงไหลจริงๆ มันคือพลังพิเศษนัยน์ตาเทพมายาที่ตื่นขึ้นมา คือมันคือพลังพิเศษดวงตาของเธอจริงๆ” อี้เทียนสิงรู้สึกประหลาดใจเมื่อเห็นมัน เราต้องรู้ก่อนว่าการตื่นขึ้นของพลังพิเศษในดวงตานั้นเป็นพลังพิเศษที่ยอดเยี่ยมอย่างแน่นอน ในโลกใบนี้นั้น พลังพิเศษของดวงตานั้นเป็นพลังพิเศษที่ดีที่สุดในบรรดาระดับเดียวกันและหายากอย่างมาก พลังวิเศษของดวงตาเป็นหนึ่งในความสามารถที่แปลกประหลาด และน่ากลัวเป็นอันดับต้นๆ ในบรรดาพลังพิเศษทั้งหมดแล้ว
นอกจากนี้ มันยังมีศักยภาพที่ดีเป็นอย่างยิ่ง เมื่อคนๆ หนึ่งโจมตีเพียงแค่ใช้การจ้องมอง เขาก็สามารถปลดปล่อยพลังทำลายล้างอันทรงพลังได้ เช่นเดียวกันกับดวงตาหยินหยางโดยกำเนิดของอี้เทียนสิงซึ่งเป็นหนึ่งในพลังสูงสุดที่มีอยู่ พลังและศักยภาพของมันยิ่งใหญ่จนแม้แต่ อี้เทียนสิงก็ไม่อาจเข้าใจได้
“นัยน์ตาเทพมายา! ฉันได้ปลุกพลัง— เทพมายา!! อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ฉันทำได้เพียงสร้างความสับสนและใช้ภาพลวงตาธรรมดาได้บางส่วนเท่านั้น สำหรับสมบัติที่จำเป็นในการเปิดใช้งานความสามารถพิเศษของฉันได้อย่างเต็มที่นั้น ฉันเองก็ไม่รู้ ฉันรู้แค่การใช้เทคนิคการบ่มเพาะ ด้วยการดูดซับพลังลมปราณเมฆ และเปลี่ยนมันให้เป็นพลังลมปราณมายาโดยตรง เพื่อขัดเกลาพลังพิเศษของฉันเท่านั้นเอง” จ้าวจื่อเหยียนกล่าวกับอี้เทียนสิง
เฉพาะเมื่อพลังพิเศษได้มาถึงระดับหนึ่ง โดยการบ่มเพาะพลังพิเศษจนเข้าใจแก่แท้ของมันได้ เมื่อถึงจุดนั้น เราจะรับรู้ถึงสมบัติที่จำเป็น พร้อมกับวิธีการฝึกฝนที่จำเป็นในการเปิดความสามารถได้อย่างเต็มที่ ตอนนี้เธอรู้แค่ว่ามันเป็นอย่างไร แต่ไม่รู้ว่าทำไมถึงเป็นเช่นนั้น
นี่เป็นสถานการณ์เดียวกันกับอี้เทียนสิง
เขามีดวงตาหยินหยางโดยกำเนิด แต่เขาก็ไม่รู้วิธีเปิดความสามารถที่ซ่อนอยู่ หรือต้องการสมบัติอะไรในการเปิดความสามารถให้ใช้ได้อย่างเต็มที่ เขายังคงไม่รู้อะไรเกี่ยวกับมันเลยสักนิด
“เอาล่ะ ด้วยนัยน์ตาเทพมายา เธอควรจะมุ่งเน้นไปที่การบ่มเพาะพลังพิเศษของตัวเอง ด้วยการใช้พลังลมปราณเมฆาแท้จริงขัดเกลาพลังพิเศษเพื่อให้มันพัฒนาขึ้นผ่านการบ่มเพาะ นี่เป็นพลังพิเศษที่สามารถช่วยชีวิตของเธอได้ ตามตำนานนั้น มีคนเคยบ่มเพาะพลังพิเศษถึงขีดสุดมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นพลังพิเศษรูปแบบใด เมื่อได้รับการบ่มเพาะจนถึงขีดสุด เราจะได้รับพลังที่เหนือจินตนาการได้!” อี้เทียนสิงยิ้มและพยักหน้า
“พี่ใหญ่อี้ ฉันได้ปลุกพลังพิเศษในดวงตาของฉันเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ดวงตาของฉันสามารถทำให้คนกลายเป็นหินได้ พลังพิเศษที่ฉันปลุกขึ้นมานั้นมีชื่อเรียกว่า นัยน์ตาศิลา ด้วยสิ่งนี้มันสามารถทำให้คนที่อ่อนแอกว่าฉันกลายเป็นหินได้ นอกจากนี้มันยังมีระยะเวลาจำกัดและไม่สามารถอยู่ได้นานเกินไป หากใช้มันกับพี่ใหญ่อี้ มันอาจจะไม่ทำงานเลยด้วยซ้ำ” ถังจื่อถงกล่าวออกมา
เธอได้ปลุกพลังพิเศษของดวงตา เมื่อนัยน์ตาศิลาถูกขัดเกลาจนถึงระดับหนึ่ง มันก็มีอำนาจที่ครอบงำอย่างแน่นอน ตามตำนานนั้น เมดูซ่ามีดวงตาซึ่งสามารถสาปให้ผู้คนกลายเป็นหินได้ นอกจากนี้ยังเป็นการทำให้กลายเป็นหินอย่างถาวรอีกด้วย เมื่อพลังพิเศษเช่นนี้ถึงจุดสุดยอด มันจะมีพลังมหาศาลเช่นเดียวกันกับดวงตาหยินหยางของอี้เทียนสิง นี่เป็นหนึ่งในพลังพิเศษที่น่ากลัวอย่างมาก
“ฉันก็ปลุกพลังได้แล้วเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม สิ่งที่ฉันปลุกได้คือพลังพิเศษที่เรียกว่า น้ำค้างสวรรค์ มันสามารถรวบรวมน้ำเพื่อรักษาบาดแผลและสมานแผลได้ ส่วนจะมีประสิทธิภาพแค่ไหนฉันก็ไม่แน่ใจเหมือนกัน ยังไม่ได้ลองเลย” เฉินเสวี่ยโหรวกล่าวอออกมาเบาๆ
“มันรักษาบาดแผลได้อย่างนั้นเหรอ?”
เมื่ออี้เทียนสิงได้ยินสิ่งนี้ เขาก็หยิบมีดทหารออกมา และกรีดฝ่ามือของเขาอย่างรวดเร็ว บาดแผลถูกมีดเปิดโดยออกทันที
“พี่กำลังทำอะไรน่ะ!” จ้าวจื่อเหยียนเห็นมัน และอุทานออกมาทันที
“ไม่มีอะไร แค่ทำการทดลอง เสวี่ยโหรวลองใช้พลังพิเศษของเธอเพื่อรักษาบาดแผลที่มือของฉันได้เลย” อี้เทียนสิงกล่าวกับเฉินเสวี่ยโหรวโดยที่ไม่ได้กังวลใดๆ
“อื้ม!!”
เมื่อเฉินเสวี่ยโหรวมองเห็นสิ่งนี้ เธอก็เปิดใช้งานพลังพิเศษของเธอทันที น้ำค้างใสหยดหนึ่งก็ปรากฏขึ้นทันที มันไม่แตกต่างจากหยาดน้ำค้างทั่วไป ทันทีที่มันปรากฏขึ้น มันก็ตกลงมาบนบาดแผลที่อี้เทียนสิงทำไว้
เมื่อหยดน้ำค้างตกลงบนบาดแผล ความรู้สึกเย็นสบายตามธรรมชาติแผ่กระจายออกมาจากบาดแผล จากนั้นแสงสีขาวนวลก็สว่างวาบขึ้น บาดแผลที่ถูกเฉือนออกก็หายเป็นปกติด้วยความเร็วที่มองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ในเวลาเพียงไม่กี่ลมหายใจ มันก็ดีเหมือนเดิมแล้ว ไม่มีแม้แต่ร่องรอยบาดแผล ถ้าไม่ใช่เพราะรอยเลือดบนฝ่ามือล่ะก็ พวกเขาคงคิดว่าสิ่งที่พวกเขาเห็นเป็นเพียงภาพลวงตาไปแล้ว
“แผลหายแล้ว พลังพิเศษน้ำค้างสวรรค์มีผลดีต่อการรักษาบาดแผล มีพลังยิ่งกว่าการเย็บแผลหรือผ่าตัดใดๆ มันเรียบง่าย ตรงไปตรงมา และน่าอัศจรรย์อย่างมาก เสวี่ยโหรวพลังพิเศษของเธอที่ตื่นขึ้นนั้นยอดเยี่ยมมากจริงๆ!”
ดวงตาของอี้เทียนสิงเป็นประกาย ในขณะที่เขาพยักหน้าขณะกล่าวออกมา
พลังพิเศษชนิดนี้สามารถช่วยชีวิตผู้คนในช่วงเวลาที่สำคัญได้
ในโลกแห่งวามโกลาหลใบนี้ไม่มีใครรู้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นในอนาคต อีกทั้งในด้านการรักษาพยาบาลก็อยู่ในภาวะอัมพาตอย่างเห็นได้ชัด ไม่จำเป็นต้องมีความหวังมากเกินไป แม้แต่แพทย์ที่ไม่มีเครื่องมือและยาก็ไม่สามารถช่วยชีวิตผู้คนที่กำลังจะตายเอาไว้ได้ แต่เฉินเสวี่ยโหรวไม่ต้องการสิ่งนั้น เธอสามารถใช้พลังพิเศษของเธอเพื่อรักษาได้โดยตรง อย่างน้อยที่สุดกับอาการบาดเจ็บภายนอก มันก็ให้ผลลัพธ์ที่ไม่ธรรมดา
“ใช่ ความสามารถของคุณเฉินเสวี่ยโหรวนั้นมีประโยชน์มาก คุณสามารถรับประกันความปลอดภัยของผู้คนและรักษาอาการบาดเจ็บได้ ในสถานการณ์ปัจจุบันนี้ ความสามารถแบบนี้มีความสำคัญเกินไป!” หลี่จื่อหลินก็พยักหน้าอย่างเห็นด้วย
กลุ่มของพวกเขานั้นยังคงพูดคุยกันต่อไป
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็ว และวันที่หกก็มาถึง
“อะไรกัน มันเกิดอะไรขึ้น? ทำไมฉันถึงลอยอยู่กลางอากาศ?”
“สิ่งนี้เกิดขึ้นได้อย่างไร? ฉันกำลังหลับอยู่ แต่ทำไมจู่ๆ ฉันถึงมาโผล่กลางอากาศได้ล่ะ? มีข้อผิดพลาดอะไรหรือเปล่า?”
“ทำไมฉันถึงอยู่กลางอากาศได้ มันไม่สมเหตุสมผลเลย มันเป็นไปไม่ได้ คนธรรมดาจะไม่ตกจากท้องฟ้าได้ยังไง? สิ่งนี้ไม่เป็นไปตามกฎของแรงโน้มถ่วงของโลกเลยสักนิด”
“มีคนจำนวนมากจริงๆ ยังมีคนเหลือรอดอยู่อีกมากมายขนาดนี้เลยเหรอ? แต่มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่? ทำไมพวกเราทั้งหมดถึงปรากฏขึ้นกลางอากาศ? ตัวฉันที่เคยอยู่ในหลุมหลบภัยชั้นใต้ดินมาก่อน ทำไมจู่ๆ ฉันถึงมาโผล่ที่นี่? มันเป็นการกระทำของพระเจ้าหรือไม่?”
มีเสียงอุทานดังขึ้นมากมาย
อี้เทียนสิงเป็นคนแรกที่ตื่นขึ้น
ความตกใจภายในใจของเขาไม่น้อยไปกว่าคนอื่นๆ อย่างแน่นอน
ด้วยความสามารถของเขา เขาไม่ทันสังเกตว่ามันเกิดอะไรขึ้นด้วยซ้ำ เขาถูกนำออกมาจากโรงจอดรถชั้นใต้ดินโดยตรง และปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศ ด้วยความสามารถที่ทำได้ถึงขนาดนี้ การฆ่าเขาจึงไม่ใช่ปัญหาอย่างแน่นอน ไม่ว่ามันจะเป็นพระเจ้าหรือสิ่งอื่นใด มันจะสามารถฆ่าเขาได้อย่างง่ายดายด้วยนิ้ว
เมื่อมองไปรอบๆ สถานการณ์แปลกๆ ก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าเขา
ท้องฟ้ายังคงส่องแสงสว่างไสวด้วยดวงดาวนับไม่ถ้วน และพลังงานอันมหาศาลของดวงดาวก็ส่องสว่างไปทั่วโลก บนดาวแต่ละดวงยังคงมีฉากแปลกๆ ปรากฏขึ้นทั้งที่คุ้นเคยและแปลกประหลาด
บนท้องฟ้า มีเพียงร่างที่ลอยอยู่กลางอากาศโดยตรง ราวกับว่าแรงโน้มถ่วงไม่สามารถส่งผลกระทบต่อเขาได้ ไม่ใช่แค่ตัวเขาเองเท่านั้น แต่ยังรวมถึง จ้าวจื่อเหยียน, ถังจื่อถง แม้แต่ผู้อยู่อาศัยดั้งเดิมและนักศึกษาในโรงจอดรถชั้นใต้ดิน ยังมีผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ผู้รอดชีวิตในเซี่ยงไฮ้ ผู้รอดชีวิตในเมืองอื่นๆ ผู้รอดชีวิตในส่วนอื่นของโลก!
พวกเขาทั้งหมดปรากฏตัวขึ้นกลางอากาศภายใต้อิทธิพลของพลังลึกลับบางอย่าง
หลายคนกรีดร้องออกมาด้วยความสยดสยอง และแสดงความสิ้นหวังออกมา
มีคนอย่างน้อยหลายแสนคนอยู่บนท้องฟ้าเหนือบริเวณนี้ บนท้องฟ้าเหนือพื้นที่อื่นๆ มีผู้รอดชีวิตจำนวนมากที่ลอยอยู่กลางอากาศ แต่ไม่ว่ามันจะมีมากเพียงใด พวกเขาก็มีไม่เกินล้านคนอย่างแน่นอน
แม้ว่ามันจะดูเยอะ แต่เมื่อเทียบกับจำนวนมนุษย์โลกในก่อนหน้านี้ มันก็แค่ไม่ถึงหนึ่งในร้อย
มันน่าอนาจใจเหลือเกิน
ในเวลาเพียงห้าวัน เหลือคนเพียงไม่กี่คนจากหลายหมื่นล้านคน พลังแห่งการทำลายล้างที่เกิดจากภัยพิบัติเหล่านั้นสามารถจินตนาการได้ ทุกครอบครัวโศกเศร้าและทุกคนสวมเสื้อผ้าไว้ทุกข์ ไม่ว่าผู้บริหารคนไหน เศรษฐีคนไหน ดาราคนไหน ประสบพบเจอกับภัยพิบัติก็ล้มหายตายจากไปกันหมด
“พี่คะ มันเกิดอะไรขึ้น? เราปรากฏตัวอยู่บนท้องฟ้าได้ยังไง?” จ้าวจื่อเหยียนมองเห็นอี้เทียนสิง และรีบกล่าวถามทันที