ต่อสู้เพื่อความอยู่รอด
“พ่อหนุ่มเจ้ารีบลุกทำไม เจ้าเพิ่งจะตื่นจากอาการโคม่านะ” แพทย์คนหนึ่งพูดด้วยความประหลาดใจ เมื่อเห็นชายหนุ่มลุกขึ้นยืนอย่างกระทันหัน
“รีบนอนลงเร็วเข้า ให้ตาเฒ่าผู้นี้จับชีพจรของเจ้าดูหน่อยว่าเจ้าหายดีแล้วหรือยัง” ชายชราอีกคนรีบกล่าวออกมาด้วยความเป็นห่วง
“มันไม่มีปัญหาใดๆ เลย ผมรู้จักร่างกายของตัวเองเป็นอย่างดี ผมจะตอบแทนพวกคุณที่ดูแลผมในภายหลัง ตอนนี้สิ่งสำคัญที่สุดคือต้องจัดการกับสัตว์ประหลาดข้างนอกนั่น!” ชายหนุ่มพูดอย่างเด็ดขาด
ชายหนุ่มคนนี้ไม่ใช่ใครอื่น เขาคืออี้เทียนสิงนั่นเอง
เขาตกลงมาจากท้องฟ้าและหมดสติโดยไม่รู้ตัว เขาไม่รู้ว่าเขาตกลงมาในหุบเขาแห่งนี้ได้อย่างไร ในเวลานี้มีมนุษย์จำนวนมากมารวมตัวกันในหุบเขา ดังนั้นแม้ว่าเขาจะหมดสติไป แต่ก็ไม่มีใครให้ความสนใจกับเขามากนัก ต่อจากนั้นสัตว์ประหลาดก็พุ่งเข้ามา และบางคนเสียชีวิตและคนอื่นๆ ได้รับบาดเจ็บ แพทย์ได้รวบรวมผู้บาดเจ็บเข้ามาอยู่ในพื้นที่เดียวกัน
อี้เทียนสิงดูเหมือนจะได้รับบาดเจ็บและถูกจัดให้อยู่ในพื้นที่ของผู้บาดเจ็บเช่นกัน อย่างไรก็ตาม ไม่มีใครสามารถพบอาการบาดเจ็บใดๆ และพบว่าเขาเพียงหมดสติเท่านั้น เช่นนี้ พวกเขาจึงทำได้เพียงปล่อยให้เขานอนอยู่ตรงนั้น แม้ว่าเขาจะนอนอยู่ที่นั่นตลอดเวลา แต่เขาก็ตื่นขึ้นนานแล้ว เพียงแต่เขาไม่รู้สถานการณ์รอบตัวเขา ดังนั้นเขาจึงไม่ผลีผลามรีบลุกขึ้นมา แต่เขาฟังการพูดคุยรอบตัวเขาแทน
ในช่วงเวลาสั้นๆ เขาก็มีความเข้าใจอย่างคร่าวๆ เกี่ยวกับทุกคนรอบตัวเขา
พวกเขามาจากราชวงศ์ที่แตกต่างกัน โลกที่แตกต่างกัน สถานะที่แตกต่างกัน และตัวตนที่แตกต่างกัน ทหารไม่มีผู้บังคับบัญชาการและไม่มีใครมีความสามารถพอที่จะสั่งการทุกคน ที่สำคัญที่สุดนั้น ดูเหมือนจะไม่มีใครที่มองเห็นภาพรวมของสถานการณ์รอบด้านได้
สถานการณ์ในหุบเขาอาจกล่าวได้ว่าเป็นกองทรายที่หละหลวม
ในสถานการณ์เช่นนี้ หากพวกเขาต้องเผชิญกับการรุกรานของสัตว์ประหลาด พวกเขาก็จะต้องเผชิญกับหายนะ ทุกคนจะต้องตายถ้าพวกมันบุกเข้ามา และจะไม่มีใครรอดชีวิตไปได้อย่างแน่นอน
หลังจากค้นพบสิ่งนี้ อี้เทียนสิงจึงตัดสินใจอย่างรวดเร็วในใจของเขา เขาไม่ได้แสร้งทำเป็นหมดสติอีกต่อไป และก้าวไปข้างหน้าแทน
เขารีบเดินไปที่ทางเข้าของหุบเขา ขณะที่เขาเดินไปข้างหน้า เขาก็กวาดตามองทหารที่รวมตัวกันเป็นกลุ่มสองสามกลุุ่ม เขาเปิดปากของเขา และตะโกนออกมาว่า “พวกท่านคือทหารกล้า แม้ว่าพวกท่านแต่ละคนจะมาจากต่างโลก ต่างราชวงศ์ ต่างประเทศ แม้ว่าครอบครัวของพวกท่านจะไม่ได้อยู่เคียงข้างพวกท่าน แม้ว่าประเทศของพวกท่านจะไม่มีอยู่อีกต่อไป ยังไงซะพวกท่านก็ยังเป็นทหาร! พวกท่านยังเป็นทหารผู้มีเกียรติ!”
“ภารกิจของทหารคือการปกป้องและพิชิต!”
“ปกป้องความปลอดภัยให้กับประเทศของเรา ปกป้องเสียงหัวเราะของคนที่เรารัก และพิชิตศัตรูทั้งหมด!”
“ตอนนี้พวกท่านไม่มีบ้าน ไม่มีประเทศ เราก็ไม่มีเช่นกัน แต่วันนี้ เรากำลังปกป้องชีวิตของเราเอง เรากำลังต่อสู้เพื่อคนชรา ผู้อ่อนแอ อิสตรี และเด็กเล็กที่อยู่ข้างหลังเรา เรากำลังต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของเรา!”
“ถ้ายังคิดว่าตัวเองเป็นชายชาติทหาร จงหยิบอาวุธของพวกท่านแล้วตามฉันมา ตามผม อี้เทียนสิง คนนี้ไปสังหารไปสังหารสัตว์ประหลาดพวกนั้นไปด้วยกัน!”
ทุกครั้งที่อี้เทียนสิงกล่าวหนึ่งประโยค เขาจะก้าวไปข้างหน้าหนึ่งก้าว ทุกย่างก้าวมั่นคงและทรงพลัง ทุกย่างก้าวของเขาบ่งบอกถึงความศรัทธาอันแน่วแน่ ความมุ่งมั่นและกล้าที่จะสังหารศัตรูที่อยู่เบื้องหน้า
เสียงของเขาซึ่งเต็มไปด้วยพลังที่แท้จริงดังก้องไปทั่วหุบเขา ในตอนท้าย เขายังคำรามออกมาโดยตรง
ถ้าพวกเขาไม่มีกระดูกสันหลัง ตัวเขาจะเป็นกระดูกสันหลังให้เอง!!
เนื่องจากไม่มีผู้นำเขาจึงต้องเป็นผู้นำ!
กองกำลังที่รวมตัวกันอยู่ที่นี่ไม่ได้อ่อนแอ และจำนวนทหารก็ไม่น้อยเช่นกัน มีทหารมากกว่าร้อยคน และยังมีผู้ชายที่เป็นผู้ใหญ่ร่างกายแข็งแรงอีกหลายร้อยคนในหุบเขา แม้ว่าพวกเขาจะมีอาวุธ แต่ก็ยังสามารถต่อสู้ได้ สิ่งที่พวกเขาขาดคือผู้ที่จะคอยชี้นำและความเชื่อมั่นขวัญกำลังใจ
ถ้าพวกเขาขาดสิ่งนั้น อี้เทียนสิงก็จะมอบให้กับพวกเขาด้วยตัวเอง!
คำพูดของอี้เทียนสิง เหมือนเสียงระฆังยามเช้าและเสียงกลองยามเย็น พวกมันได้ใจทุกคนโดยเฉพาะทหาร เมื่อพวกเขาได้ยินสิ่งนี้ ดวงตาของพวกเขาเป็นประกาย และเจตจำนงแห่งการฆ่าฟันที่ยอดเยี่ยมก็ปรากฏขึ้น พวกเขาเป็นชายชาติทหาร เป็นทหารที่มีเกียรติ เพียงแต่ว่าพวกเขาไม่มีใครเป็นผู้นำให้กับพวกเขา
ตอนนี้มีคนเป็นผู้นำของพวกเขาแล้ว และออร่าที่เปล่งออกมาจากอี้เทียนสิง ก็ทำให้พวกเขารู้สึกเหมือนกำลังเผชิญหน้ากับนายพลผู้ยิ่งใหญ่ ออร่าแบบนั้นทำให้พวกเขารู้สึกเคารพในใจทันที
ทันใดนั้น ทหารคนหนึ่งก็ตะโกนขึ้นว่า “ถูกต้องแล้ว! เราเป็นทหาร เราจะหลบซ่อนอยู่ตรงนี้ และปล่อยให้สัตว์ประหลาดฆ่าเราตามต้องการได้อย่างไร? ข้าไม่อยากตาย ข้าต้องการตามหาครอบครัวของข้า ข้าจะมาตายอยู่ที่นี่ไม่ได้!”
“ข้าจะต่อสู้เพื่อเอาชีวิตรอด แม้ว่าจะไม่ใช่เพื่อผู้อื่น แต่อย่างน้อยก็เพื่อตัวข้าเอง เราต้องหยิบอาวุธขึ้นสู้ ไปฆ่าพวกมันกันเถอะ!”
“พี่ท่านกล่าวได้ดี! อย่างแย่ที่สุดเราก็แค่ตาย เราเคยฆ่าสัตว์ประหลาดพวกนั้นมาก่อนแล้ว แม้ว่าเราจะต้องตาย เราก็จะลากพวกมันลงไปด้วยกัน มาดูกันว่าดาบของข้ายังคมอยู่หรือไม่!”
เสียงคำรามด้วยความโกรธเกรี้ยวดังออกมาจากปากของทหารในหุบเขา
แม้ว่าพวกเขาจะสบถสาปแช่งออกมา แต่ก็ไม่มีใครหัวเราะเลยสักคน พวกเขาเป็นทหารไม่ใช่นักวิชาการ
ดวงตาของพวกเขาเปลี่ยนเป็นสีแดงก่พ ขณะที่พวกเขาหยิบอาวุธขึ้นมา และเดินตามหลังอี้เทียนสิง ที่ก้าวไปข้างหน้า
ในขณะนี้ ราวกับว่ากำแพงกั้นระหว่างทหารจากราชวงศ์ต่างๆ และต่างโลกได้หายไปแล้ว มีเพียงความคิดเดียวในจิตใจของพวกเขา ซึ่งก็คือการติดตามอี้เทียนสิง ไปฆ่าสัตว์ประหลาด!
“มารดามัน! ให้ข้าไปฆ่าสัตว์ประหลาดด้วยคนเถอะ จะไปกลัวอะไร ต่อให้เราตาย เราก็จะลากพวกมันลงไปด้วย!” ภายในหุบเขา ชายร่างสูงใหญ่แข็งแรงคำรามออกมา ขณะที่เขาหยิบหอกขึ้นมาในมือแล้วพุ่งไปข้างหน้า
“ใช่แล้ว ต่อให้เราตาย สัตว์ประหลาดหรือจะสู้สติปัญญาของเรา ถ้าพวกมันเป็นสัตว์ประหลาดแล้วอย่างไร? สัตว์ประหลาดยังตายได้ แล้วจะไปกลัวอะไรอีก!” อีกคนหนึ่งคำรามออกมา ในขณะที่เขาคว้าหอก และรีบลุกขึ้นยืน
“มีความแข็งแกร่งในจำนวน จะไปกลัวอะไร ต่อให้เราตาย เราก็ต้องตายในการต่อสู้กับสัตว์ประหลาดพวกนั้น! เราไม่มีบ้านหรือประเทศอีกต่อไป เวลานี้ เราควรต่อสู้เพื่อความอยู่รอดของเราเอง ฆ่า ฆ่าลูกเต่าบัดซบพวกนั้นซะ!”
คนอื่นๆ ในหุบเขาก็เริ่มตะโกนเช่นกัน
พวกเขาทั้งหมดถูกกระตุ้นด้วยฉากที่อยู่ตรงหน้า
พวกเขาเป็นผู้ชายทั้งหมด ชายใดไม่มีความกล้าบ้างล่ะ?
เป็นเพียงเพราะความตื่นตระหนกในก่อนหน้านี้ที่ยับยั้งความกล้า และทำให้เลือดร้อนของพวกเขาเย็นลง
ตอนนี้เลือดเย็นในร่างกายของพวกเขาถูกกระตุ้นและเดือดปุดๆ อีกครั้งแล้ว
หากพวกเขาต้องตายด้วยความสิ้นหวังได้ พวกเขาจะระเบิดพลังออกมาด้วยความตายแทน!
หากพวกเขาต้องการฆ่า พวกเขาก็จะฆ่าให้สาแก่ใจ หากพวกเขาต้องการตาย พวกเขาจะต้องตายโดยไม่อายฟ้าดิน!
แม้ว่าพวกเขาจะตาย เลือดคำหนึ่งก็จะถูกพ่นขึ้นสู่ท้องฟ้าเพื่อแสดงถึงการมีอยู่ของพวกเขา!
ชายฉกรรจ์กลุ่มใหญ่รีบไปที่ทางเข้าของหุบเขา ในขณะนี้พวกเขาไม่กลัวความตายอีกต่อไป!
อี้เทียนสิงสัมผัสได้ถึงการเคลื่อนไหวที่อยู่เบื้องหลัง และลอบพยักหน้า อย่างไรก็ตาม เขาไม่ได้หันกลับไปเลย เขาถือหอกไว้ในมือซ้าย และดาบถังไว้ในมือขวา จิตสังหารแผ่พุ่งออกมาจากร่างของเขา นี่คือกลิ่นอายแห่งการฆ่าฟันที่อี้เทียนสิงได้สะสมมานานปี ในช่วงไม่กี่วันที่ผ่านมา เขายังได้ฆ่าสัตว์ประหลาดไปหลายพันตัวอีกด้วย มันจึงเป็นธรรมดาที่กลิ่นอายแห่งการฆ่าฟันในร่างกายของเขาจะต้องเพิ่มขึ้นอยู่แล้ว
เมื่อกลิ่นอายแห่งการฆ่าฟันเช่นนี้แผ่ออกมา ดวงตาของทหารที่อยู่ข้างหลังเขาก็สว่างขึ้น พวกเขาเป็นคนประเภทเดียวกัน
หุบเขานี้แปลกประหลาดเป็นอย่างมาก มันใหญ่และกว้างขวาง ล้อมรอบไปด้วยภูเขาที่ดูเหมือนน้ำเต้า มีทางเข้าที่แท้จริงเพียงทางเดียว ตราบใดที่ทางเข้าได้รับการป้องกัน ไม่ว่าศัตรูจะมีจำนวนเท่าใดก็ตาม มันก็ยากที่จะบุกทะลวงเข้ามาได้ นี่คือสิ่งปราการตามธรรมชาติที่สมบูรณ์แบบจริงๆ
และพวกสัตว์ประหลาดก็ชุมนุมกันอยู่ตรงทางเข้า พวกมันยังไม่ได้เข้ามาในหุบเขาเลยจริงๆ พวกมันยังคงอยู่ภายนอกนั่น
ในชั่วพริบตาทหารก็มาถึงทางเข้า
ทางเข้าเป็นทางยาวและแคบ แม้จะถูกเรียกว่าทางผ่าน แต่ก็ยังสามารถให้คนหลายสิบคนเดินผ่านไปพร้อมกันได้
ทันทีที่พวกเขามาถึงหน้าทางเดินนี้ พวกเขาก็ได้ยินเสียงแปลกๆ ทันที เมื่อมองไปที่สัตว์ประหลาดตัวเขียวกลุ่มใหญ่ที่ถือไม้พลองพุ่งเข้ามาในทางเดิน ด้านหน้ายังมีหนูกลุ่มใหญ่พุ่งไปมา หนูเหล่านั้นอยู่กันอย่างเนืองแน่น อาจมีพวกมันหลายพันตัว แต่ละตัวมีขนาดใหญ่มาก เมื่อพวกมันกัด พวกมันสามารถกัดคอคนขาดได้ทันที!
เมื่อมองไปที่ดวงตาสีแดงเลือดพวกนั้น มันจะทำให้ผู้คนรู้สึกหวาดกลัวได้ทันที และไม่มีทางที่จะรวบรวมความกล้าเพื่อต่อสู้กับสัตว์ประหลาดเช่นนี้ได้
แม้แต่ทหารและพลเรือนที่ก้าวมาพร้อมกับอี้เทียนสิง ก็ยังรู้สึกกลัวเมื่อเห็นสัตว์ประหลาดจำนวนมากต่อหน้าพวกเขา ความเลือดร้อนดั้งเดิมของพวกเขาดูเหมือนจะดับลงทันที
“ถ้าพวกท่านเป็นชายชาตรี จงตามผมมา!”
อี้เทียนสิงเปิดปากของเขาและตะโกนออกมา
เขาเป็นผู้นำ ขณะที่เปิดใช้งานดวงตาหยินหยางโดยไม่ลังเล เมื่อมองไปที่ฝูงหนูต่อหน้าเขา แสงสีขาวและสีดำก็พุ่งออกมา
ดวงตาหยินหยางโดยกำเนิด – โซ่หยินหยาง!
ห่วงโซ่หยินหยาง!
โซ่หยินหยางห้าเส้นพุ่งออกมาจากดวงตาของเขาทันที และกระจายตัวไปต่อหน้าเขาตามธรรมชาติ กลายเป็นห่วงโซ่หยินหยางสีขาวและสรดำ 405 วง ส่องแสงด้วยแสงสีขาวสลับดำออกมา
ในชั่วพริบตา พวกมันพุ่งออกไผ และตกลงไปยังฝูงหนูโดยตรง
กรี๊สสสสสสส!
หนูเหล่านั้นกรีดร้องขณะที่พวกมันถูกห่อหุ้มด้วยห่วงโซ่หยินหยาง ผลกระทบจากห่วงโซ่หยินหยางทำให้หนูทุกตัวรู้สึกเจ็บปวดอย่างรุนแรงถึงจิตวิญญาณของพวกมัน เดิมทีพวกมันวิ่งอย่างดุเดือดไปข้างหน้า แต่พวกเขาก็ล้มลงกับพื้นโดยทันที พร้อมกับปล่อยเสียงกรีดร้องโหยหวนออกมา
“ฆ่า!”
เมื่ออีเเทียนสิงเห็นอย่างนั้น เขาก็ก้าวไปข้างหน้าโดยไม่ลังเลใดๆ ด้วยการขยับมือซ้ายของเขา หอกต่อสู้แทงผ่านหัวของหนูอย่างโหดเหี้ยม สังหารมันในการโจมตีเพียงครั้งเดียว จากนั้นเขาจึงเหวี่ยงดาบถังในมือขวาของเขา พลังลมปราณมังกรแท้จริงถ่ายเทลงในตัวดาบ มันทำให้ดาบถังเปล่งประกายด้วยแสงเย็นราวกับอาวุธศักดิ์สิทธิ์ออกมา
ด้วยการแกว่งดาบถัง มันสร้างเส้นแสงรูปพระจันทร์เสี้ยวที่ถูกวาดอยู่ต่อหน้าเขา!
หนูทั้งหมดห้าตัวถูกตัดศีรษะ หัวของพวกมันถูกตัดออกโดยตรง และเลือดก็พุ่งทะลักออกมา กลิ่นเลือดตลบอบอวลไปทั่วอากาศ
เมื่อเขาโจมตีจะไม่มีการหยุดแม้เพียงชั่วครู่ หนูที่ถูกห่วงโซ่หยินหยางกักขังเอาไว้ยังคงกลิ้งไปมาและกรีดร้องเสียงดัง พวกมันไม่สามารถใช้กำลังได้เลย ตราบใดที่เขาก้าวไปข้างหน้า พวกมันจะถูกฆ่า!
อี้เทียนสิงก้าวไปข้างหน้าทีละก้าว ขณะที่เหวี่ยงหอกต่อสู้ และดาบถังในมือของเขาครั้งแล้วครั้งเล่า ทุกครั้งเขาจะคร่าชีวิตของสัตว์ประหลาดจำนวนมาก ฉากนั้นดูเหมือนกับการหั่นผักหั่นแตง ท่ามกลางสัตว์ประหลาดพวกนั้น มันดูราวกับว่าเขากำลังเดินเล่นอย่างสบายอารมณ์อย่างไรอย่างนั้น เมื่อเขาก้าวไปที่ใด มันจะมีแต่เลือดที่หลั่งรินออกมาเป็นสาย
เขาเป็นเหมือนเทพเจ้าสงครามที่ออกอาละวาดไปทั่วสนามรบ โดยปราศจากความเกรงกลัวใดๆ!
ฉากนี้ตกอยู่ในสายตาของทหารที่อยู่เบื้องหลัง ทันใดนั้น ความชื่นชมก็ปรากฏขึ้นบนใบหน้าของพวกเขา ทหารบูชาความแข็งแกร่ง พวกเขาชื่นชมและบูชาบุคคลที่แข็งแกร่งกว่าพวกเขาเท่านั้น
โดยไม่ต้องสงสัยเลยว่าอี้เทียนสิงในขณะนี้นั้น แข็งแกร่งที่สุดในหัวใจของพวกเขาไปแล้ว
เขาสามารถปลดปล่อยโซ่หยินหยางออกจากดวงตาของเขา และเปลี่ยนพวกมันเป็นห่วงโซ่หยินหยางหลายร้อยวง ในชั่วพริบตานั้นเอง ฝูงหนูที่ดุร้ายก็ถูกปราบและโดนเหยียบย่ำอย่างไม่อาจต้านทานได้ หนูจำนวนมากล้มลงกับพื้นราวกับใบไม้ร่วง ร่างที่ทำการสังหารนั้นเป็นเหมือนเหมือนปีศาจสำหรับพวกมันอย่างแท้จริง...