หมู่บ้านแห่งผู้บ่มเพาะ
ด้วยความสามารถเช่นนี้ แม้ว่าผู้คนหลายพันคนมาที่ศาลาเก็บคัมภีร์เพื่อเลือกเทคนิคการบ่มเพาะแบบเดียวกัน พวกเขาก็ยังสามารถทำมันให้สำเร็จได้โดยไม่มีแรงกดดันใดๆ ตราบเท่าที่ยังมีอยู่ในศาลาเก็บคัมภีร์ มันจะสามารถดำเนินกระบวนการจำลองแบบไม่รู้จบได้อย่างง่ายดาย ด้วยคำสัตย์สาบานต่อหัวใจปีศาจ จะไม่มีการรั่วไหลของเทคนิคการบ่มเพาะใดๆ ทั้งสิ้น
หวังต้าหู่สัมผัสได้ถึงหนังสือลวงตาในจิตใจของเขาและยิ้มออกมา จากนั้นเขาจึงมองไปที่ชั้นหนังสืออื่นๆ ทันที และพบเข้ากับ [วิชาดาบขั้นพื้นฐาน] หลังจากให้คำสัตย์สาบานต่อหัวใจปีศาจอีกครั้งแล้ว สำเนาของ [วิชาดาบขั้นพื้นฐาน] ก็ปรากฏขึ้นในใจของเขาเช่นกัน เขาได้รับทักษะการต่อสู้แล้ว
สำหรับเทคนิคการบ่มเพาะที่มีระดับสูงกว่านี้ เขายังไม่สามารถรับมันได้
เขาไม่มีคุณสมบัติที่จะได้รับเทคนิคการบ่มเพาะ และทักษะการต่อสู้ที่แข็งแกร่งกว่านี้ได้
“เยี่ยมมาก พี่น้องคนอื่นๆ ก็กำลังจะได้รับการสืบทอดเทคนิคการเพาะเช่นกัน การแข็งแกร่งขึ้นเท่านั้นที่จะทำให้เราอยู่รอด และมีความสามารถในการปกป้องหมู่บ้านซวนหวงได้!” ดวงตาของหวังต้าหู่เต็มไปด้วยความตื่นเต้น หลังจากได้รับเทคนิคการบ่มเพาะแล้ว เขาก็มีแรงกระตุ้นที่จะกลับไปฝึกฝนบ่มเพาะโดยทันที
หวังเฉิงเยี้ยนเห็นว่าหวังต้าหู่จากไปแล้ว แต่เขายังคงไม่รีบร้อนแต่อย่างใด เขายังคงอ่านต่อไป ชั้นหนังสือมากมายว่างเปล่า แต่เขาจะอ่านหนังสือโบราณเทคนิคการบ่มเพาะอย่างระมัดระวังทุกเล่ม
ทันใดนั้น ฝีเท้าของเขาก็หยุดลงอย่างกระทันหีน สายตาของเขาจับจ้องไปที่ชั้นหนังสือ และเขาก็ไม่สามารถก้าวไปข้างหน้าได้อีกต่อไป
“[บันทึกหัวใจโลหิตภักดีเที่ยงธรรม - บททะเลศักดิ์สิทธิ์] ! นี่คือเทคนิคการบ่มเพาะสายขงจื๊อ เหมาะสำหรับนักวิชาการให้บ่มเพาะอย่างยิ่ง ดูดซับพลังลมปราณต้นกำเนิดเข้าสู่ร่างกาย กลั่นเป็นพลังลมปราณเที่ยงธรรม ช่วยให้สามารถบ่มเพาะเส้นทางแห่งลัทธิขงจื๊อ และปลุกแห่งอันศักดิ์สิทธิ์แห่งเต๋าได้” รูม่านตาของหวังเฉิงเยี้ยนหดตัวอย่างรุนแรง
แม้แต่การหายใจของเขาก็ถี่เร็วยิ่งขึ้น
“ข้าต้องการมัน ข้าจะต้องได้มันมา ข้าเป็นนักวิชาการ เทคนิคการบ่มเพาะเส้นทางแห่งขงจื๊อนั้นสมบูรณ์แบบสำหรับข้ายิ่งนัก เมื่อเทียบกับ [คัมภีร์พลังลมปราณบริสุทธิ์] นี่เป็นสิ่งที่เหมาะสมที่สุดสำหรับข้าแล้ว”
หวังเฉิงเยี้ยนลูบเคราของเขาอย่างตื่นเต้น และพึมพำออกมา “อย่างไรก็ตาม นี่ไม่ใช่เทคนิคการบ่มเพาะที่ได้มาฟรี ตามที่กล่าวไว้ข้างต้น นักวิชาการต้องมีพรสวรรค์ในการบ่มเพาะพลังลมปราณ หากไม่มีมัน ไม่ว่าจะบ่มเพาะอย่างไรก็จะไร้ประโยชน์ ด้วยเทคนิคการบ่มเพาะเช่นนี้ พวกเขาจึงจะสามารถเปิดใช้งานพรสวรรค์ของพวกเขาได้ เพื่อเปิดทะเลศักดิ์สิทธิ์สำหรับเต๋าแห่งลัทธิขงจื้อ นั่นคือทะเลแห่งการเรียนรู้ที่แท้จริง ก่อนหน้านั้นข้าไม่มีเทคนิคการบ่มเพาะเช่นนี้มาก่อน แต่ด้วย [บันทึกหัวใจโลหิตภักดีเที่ยงธรรม] เช่นนี้ เห็นได้ชัดว่ามันมีค่าอย่างยิ่ง และมันไม่ง่ายเลยที่จะได้มันมา”
เห็นได้ชัดว่าสิ่งนี้แตกต่างจากเทคนิคทั่วไปเช่น [คัมภีร์พลังลมปราณบริสุทธิ์] อย่างมาก มันเหมาะที่สุดสำหรับนักปราชญ์ขงจื๊อและบัณทิตในการบ่มเพาะแล้ว มูลค่าของเทคนิคการบ่มเพาะดังกล่าวไม่ง่ายดายอย่างที่คิดแน่นอนแล้ว
หวังเฉิงเยี้ยนเข้าใจเรื่องหนึ่งเป็นอย่างดีเช่นกัน ไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม พวกเขาจะไม่ยอมมอบสมบัติเช่นนี้ให้กับผู้อื่นโดยง่ายอย่างแน่นอน แล้วเขาควรทำอย่างไรดี? เขาต้องมีคุณสมบัติอะไรบ้างจึงจะสามารถได้รับมันมาบ่มเพาะได้?
เขานึกไม่ออกว่าเขาจะได้รับมันมาได้อย่างไร
แต่ถ้าเขายอมแพ้ มันก็ขัดแย้งอย่างแรงกล้าในหัวใจของเขา
ถ้าเขาไม่รู้เรื่องนี้และไม่ได้เห็น [บันทึกหัวใจโลหิตภักดีเที่ยงธรรม] เขาคงเลือก [คัมภีร์พลังลมปราณบริสุทธิ์] แทน ท้ายที่สุดนั้น เขาก็สามารถอยู่บนเส้นทางแห่งการบ่มเพาะได้แล้ว อย่างไรก็ตามตอนนี้สิ่งต่างๆ ไม่เมหือนเดิมอีกต่อไป มันมีทางเลือกอื่นที่ดีกว่าอยู่ตรงหน้าเขา ยิ่งกว่านั้นเขารู้สึกว่าเขาแก่แล้ว ด้วยวัยของเขา หากเขาต้องการบ่มเพาะ เขาย่อมไม่สามารถเทียบกับเด็กรุ่นหลังได้ เขาต้องเดินไปตามเส้นทางของเต๋าแห่งขงจื๊อเท่านั้น
การบ่มเพาะด้วยร่างกายเยาว์วัยและมีพรสวรรค์เท่านั้นที่จะช่วยให้เส้นทางข้างหน้าเป็นไปได้อย่างราบรื่นยิ่งขึ้น
ใบหน้าของหวังเฉิงเยี้ยนเปลี่ยนไปเล็กน้อย จากนั้นเขาก็สะบัดชายแขนเสื้อแล้วหันหลังจากไป เมื่อเขาจากไป ฝีเท้าของเขาค่อนข้างเฉื่อยชา เห็นได้ชัดว่าอารมณ์ของเขาไม่สงบอย่างที่เห็น
ในคฤหาสน์
อี้เทียนสิงอยู่ในห้อง อย่างไรก็ตามเขาไม่ได้นอนหลับใดๆ เขากลับนั่งตัวตรงและเริ่มการบ่มเพาะแทน ในช่วงเวลาหนึ่งเขาก็ลืมตาขึ้น และมองแสงจันทร์ด้านนอก จากนั้นเขาก็พึมพำกับตัวเองว่า “สิ่งที่ฉันใส่ไว้ในศาลาเก็บคัมภีร์เริ่มส่งผลแล้ว มันขึ้นอยู่กับว่าปลาจะกินเหยื่อเมื่อไหร่ ในโลกที่ป่าเถื่อนโหดร้ายใบนี้ ฉันไม่มีเวลามากพอที่จะเล่นเกมอย่างสุภาพชนกับคนฉลาดและอ่อนน้อมถ่อมตนได้นานขนาดนั้นหรอกนะ...”
หลังจากพึมพำกับตัวเอง เขาก็เริ่มเข้าสู่สถานะของการบ่มเพาะอีกครั้งโดยไม่ลังเลใดๆ
โดยธรรมชาติแล้ว เขาบ่มเพาะตามแนวทาง [คัมภีร์จักรพรรดิมังกรสวรรค์] และสร้างจินตภาพถึง [แผนภาพมังกรโบราณแห่งสี่ทะเลศักดิ์สิทธิ์] มังกรโบราณปรากฏขึ้นในทะเลศักดิ์สิทธิ์กลืนพลังลมปราณต้นกำเนิดแห่งสวรรค์และโลก ทันใดนั้น จากเส้นชีพจรลมปราณทั้งสองที่เปิดออก พลังลมปราณต้นกำเนิดแห่งสวรรค์และโลกก็ไหลหลั่งเข้าสู่ทะเลศักดิ์สิทธิ์ราวกับกระแสน้ำ มันก่อตัวเป็นก้อนเมฆหลากสีสันเหนือทะเลศักดิ์สิทธิ์ และห่อหุ้มมังกรโบราณเอาไว้ภายใน
มังกรโบราณสูดหายใจเข้าและหายใจออกเอาเมฆและหมอกเข้าไป ก่อนที่จะกลั่นตัวเป็นเส้นพลังลมปราณมังกรแท้จริงอย่างรวดเร็ว นอกจากนี้ ด้วยความช่วยเหลือของพลังลึกลับที่มีอยู่ในความมืด ความเร็วในการดูดซับและการกลั่นจึงเร็วขึ้นกว่าที่คาดไว้ มันเร็วกว่าการบ่มเพาะปกติถึงสามเท่า
“นี่คือพลังแห่งโชคชะตาจากหมู่บ้านซวนหวงหรือไม่? อัตราการบ่มเพาะเร็วกว่าปกติถึงสามเท่า นี่เป็นความวิเศษเกี่ยวกับโชคชะตาหรือไม่? มันน่าเหลือเชื่อยิ่งนัก” อี้เทียนสิงแอบตกใจเล็กน้อย
เขาได้สัมผัสกับความวิเศษแห่งโชคชะตาเป็นการส่วนตัว ด้วยเหตุนี้ เขาจึงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่นที่แตกต่างออกไป เขามุ่งมั่นที่จะมีชีวิตอยู่ในโลกใบนี้ เขาต้องการทำให้แน่ใจว่าหมู่บ้านซวนหวงนั้นแข็งแกร่งและทรงพลังอย่างแท้จริง และมันจะสามารถยืนหยัดอย่างสูงส่งอยู่ในทวีปนิรันดร์ได้
คืนนั้นเขาไม่ได้เปิดเส้นชีพจรลมปราณของเขาอีกแล้ว เขาเปิดใช้งานเทคนิคการบ่มเพาะอย่างเงียบๆ และใช้พลังลมปราณมังกรแท้จริงเพื่อปรับแต่งเส้นชีพจรลมปราณทั้งสองที่เปิดในร่างกายของเขา ลวดลายมังกรที่สลักบนเส้นชีพจรลมปราณนั้นชัดเจนยิ่งขึ้น และเส้นชีพจรลมปราณทั้งสองเส้นก็แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น
ความเร็วของพลังลมปราณต้นกำเนิดแห่งสวรรค์และโลกที่ไหลผ่านเส้นชีพจรลมปราณนั้นเร็วขึ้นและเร็วมากขึ้นเรื่อยๆ
.....
คืนนั้นพระจันทร์ส่องแสงนวลตา ต่อหน้ากองฟืนไฟมีคนแปลกหน้าที่ถูกรวบรวมมาจากทั่วทุกมุมของโลกมารวมตัวกัน พอคุยกันไม่นานนักทุกคนก็คุ้นเคยกันแล้ว พวกเขาเงียบเพียงไม่นาน จากนั้นพวกเขาก็ยิ้มออกมา มีความหวังและความปรารถนาบนใบหน้าของพวกเขา
ผู้คนยังคงไปที่ศาลาเก็บคัมภีร์อย่างต่อเนื่อง หลังจากกลับออกมา พวกเขาได้รับเทคนิคการบ่มเพาะพื้นฐานและทักษะการต่อสู้ มีทหารชุดเดิมด้วย พวกเขาไม่ลังเลเลยที่จะเลือก [พลังลมปราณปีศาจเลือดเหล็ก] จากนั้นพวกเขาจะกลับมาพยายามบ่มเพาะให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้
พวกเขาได้สร้างค่ายทหารที่เรียบง่ายทางทิศตะวันตกของหมู่บ้านแล้ว แม้ว่าจะถูกเรียกว่าค่ายทหาร แต่ก็เป็นเพียงโรงเก็บของธรรมดา ยกเว้นยามคับขัน ทหารทุกนายจะบ่มเพาะอย่างขยันขันแข็ง
คนธรรมดาหลายคนพยายามที่จะบ่มเพาะหลังจากได้รับเทคนิคการบ่มเพาะมา
ไม่มีใครสามารถนอนหลับได้เมื่อพวกเขาพบกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่เช่นนี้ พวกเขาต่างหวังว่าจะสามารถควบคุมพลังได้ในระดับหนึ่ง เพื่อที่ว่าเมื่อเกิดอันตรายขึ้นอีกครั้ง พวกเขาจะสามารถตอบสนองได้ แม้ว่าพวกเขาจะไม่สามารถฆ่าสัตว์ประหลาดได้ แต่พวกเขาก็ยังมีส่วนร่วมช่วยเหลือผู้คนได้ กุญแจสำคัญคือพลังเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุดที่ทำให้พวกเขารู้สึกปลอดภัย
เวลาผ่านไปอย่างเงียบๆ ด้วยการป้องกันของหอคอยยิงธนู หมู่บ้านซวนหวงจึงเงียบสงบอย่างมาก
ภายในค่ายทหาร บริเวณที่ทหารประจำการอยู่ ทันใดนั้นแสงสีแดงเหมือนเลือดก็สว่างวาบขึ้น จากนั้น พลังลมปราณต้นกำเนิดแห่งสวรรค์และโลกโดยรอบก็เริ่มแห่กันไปที่ตำแหน่งนั้นทันที
เมื่อมองอย่างระมัดระวัง จะเห็นว่าหวังต้าหู่กำลังนั่งอยู่ในที่โล่งแจ้ง มีหมอกควันสีแดงเลือดอยู่นอกร่างกายของเขา มันเจาะเข้าไปในร่างกายของเขาอย่างต่อเนื่อง และหายไปในสะดือของเขา นอกจากนี้ระหว่างคิ้วของเขายังมีร่องรอยของจิตสังหารที่แผ่ออกมา
เห็นได้ชัดว่าเขาได้ก้าวเข้าสู่เส้นทางแห่งกาาบ่มเพาะ และเปิดพื้นที่ทะเลศักดิ์สิทธิ์ในร่างกายของเขาได้แล้ว
ความผันผวนที่เกิดขึ้นอย่างกะทันหันของพลังลมปราณ ทำให้อี้เทียนสิงตื่นขึ้นจากการบ่มเพาะของเขา เขาเงยหน้ามองขึ้นไปทางทิศตะวันตก จากนั้นดวงตาของเขาก็เผยให้เห็นถึงความสุข เขาพยักหน้ากับตัวเองและพูดว่า “เป็นที่แน่นอนแล้วว่าทหารเหล่านี้มีประสบการณ์ในการฆ่าและแม้กระทั่งเคยผ่านศึกในสนามรบมาแล้ว พวกเขามีจิตสังหารสะสมอยู่ในร่างกายของพวกเขา เพียงแต่ว่าจิตสังหารแบบนี้ไม่สามารถนำมาใช้ได้เลย หลายคนจะเกิดปัญหาทางจิตทุกประเภทหลังจากออกจากสนามรบพวกเขาจะกระหายเลือด ที่พวกเขามีอาการเช้นนี้นั้น เพราะพวกเขาไม่สามารถใช้จิตสังหารเพื่อประโยชน์ของตนเองได้ ตอนนี้มีเทคนิคการบ่มเพาะและเป็นสิ่งที่เหมาะสมกับทหารแล้ว ตราบใดที่จิตสังหานถูกดึงออกมา ความเร็วในการกลายเป็นผู้บ่มเพาะจะเร็วกว่าคนธรรมดาอย่างมาก”
“พวกเขาเป็นกลุ่มทหารที่ยอดเยี่ยมจริงๆ”
อี้เทียนสิงพึมพำกับตัวเอง เขาไม่ได้คิดมากเกี่ยวกับเรื่องนี้และยังคงหมกมุ่นอยู่กับการบ่มเพาะต่อไป
ในคืนนั้น ทุกผู้คนในหมู่บ้านซวนหวงได้ทำการบ่มเพาะกันอย่างขยันขันแข็ง
พวกเขาได้เริ่มต้นเส้นทางของการเป็นผู้ฝึกตนอย่างเป็นทางการแล้ว
ในคืนที่มืดมิดจะได้ยินเสียงกรีดร้องและเสียงคำรามที่น่ากลัว มีการต่อสู้ที่ดุเดือดเกิดขึ้นรอบๆ นกปรากฏขึ้นบนท้องฟ้ายามราตรี พวกมันพยายามจะเข้าไปในหมู่บ้านซวนหวง แต่ทันทีที่พวกมันเข้าใกล้ หอคอยยิงธนูก็สัมผัสถึงพวกมันได้ จึงยิงหน้าไม้ออกไปทันที ลูกศรหน้าไม้เหล่านี้เป็นลูกศรพลังงานทั้งหมดที่หอคอยยิงธนูได้ควบแน่นมันขึ้นมาจากพลังลมปราณต้นกำเนิดแห่งสวรรค์และโลก พวกมันมีอำนาจการทะลุทะลวงอย่างมาก นอกจากนี้ พวกมันยังแข็งราวกับลูกศรเหล็กชั้นดี
นกที่ดุร้ายเหล่านั้นไม่ทันได้เข้าใกล้หมู่บ้าน ก่อนที่พวกมันจะถูกหน้าไม้ยิงจนตาย พวกมันเสียชีวิตทันที แม้ว่าพวกมันจะตายไปแล้ว วิญญาณและกระดูกของพวกมันก็จะถูกพลังอันลึกลับดึดดูดไป และปรากฏตัวขึ้นโดยตรงในหอคอยยิงธนู ราวกับว่ากระดูกเหล่านั้นสามารถเคลื่อนที่เข้าไปในหอคอยยิงธนูและถูกดูดซับโดยหอคอยยิงธนูได้ นี่เป็นหนึ่งในความสามารถอันแสนวิเศษของหอคอยยิงธนู และเป็นหนึ่งในเหตุผลที่ทำให้พวกมันมีคุณสมบัติที่จะได้รับการขนานนามว่าเป็นสมบัติพิเศษ
หอคอยยิงธนูทั้งสองเป็นสิ่งที่ทำให้หมู่บ้านซวนหวงดูสงบนั่นเอง
พวกมันปล่อยให้มนุษย์ที่เหนื่อยล้าใช้เวลาทั้งคืนอย่างสงบสุข
วันถัดไป.
ดวงอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันออกและแสงสีทองส่องลงมายังโลก
ทุกคนตื่นกันหมดแล้ว
ผู้หญิงจำนวนมากเริ่มก่อไฟทำอาหาร พวกเธอเอาเนื้อหนูที่เหลือจากเมื่อวานออกมาย่างมัน หนูตัวอ้วนเหล่านั้น ภายใต้เปลวไฟก็กลายเป็นสีทองแวววาว ส่งกลิ่นหอมของเนื้อสัตว์อบอวลไปทั่วอากาศทันที มันทำให้ผู้คนน้ำลายไหล
พวกเธอยังไปตักน้ำจากแม่น้ำและหยิบถุงข้าวที่อี้เทียนสิงทิ้งไว้ให้พวกเธอโดยเฉพาะเมื่อวานนี้ พวกเธอใส่มันลงในหม้อขนาดใหญ่และเริ่มปรุงข้าวต้ม อี้เทียนสิงยังคงมีอาหารที่กักตุนเอาไว้อยู่ในมือ แต่มันคงไม่เพียงพอสำหรับคนหลายร้อยคนที่จะกินมันด้วยซ้ำ พวกเขาจึงต้องปรุงโจ๊กและกินเนื้อหนูเท่านั้น
“ฆ่า! ฆ่า! ฆ่า!”
ในค่ายทหารทางทิศตะวันตก หวังต้าหู่เป็นผู้นำกลุ่มทหาร เหวี่ยงอาวุธในมืออย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่พวกเขาเคลื่อนไหว จะมีเสียงสังหารดังขึ้น และเสียงนั้นก็มีเจตจำนงอันแข็งแกร่ง พวกเขากำลังบ่มเพาะในทุกๆ วัน
และจะเห็นได้ว่าเมื่อหวังต้าหู่เหวี่ยงดาบ ความเร็วและความแข็งแกร่งเมื่อเทียบกับเมื่อวานก็เพิ่มขึ้นอย่างมาก ทุกการฟาดฟันมีกลิ่นอายแห่งจิตสังหาร มีกลิ่นอายที่น่ากลัว
“ดี! พรสวรรค์ของท่านต้าหู่ไม่เลวเลย ท่านเพิ่งจะได้รับเทคนิคการบ่มเพาะไป แต่ท่านสามารถกระตุ้นกลิ่นอายแห่งจิตสังหารในชั่วข้ามคืน เปิดพื้นที่ทะเลศักดิ์สิทธิ์ และกลายเป็นผู้บ่มเพาะอย่างแท้จริงได้ หลังจากนี้ ตราบใดที่ท่านมีความพยายามมากพอ ท่านอาจจะสามารถบรรลุสิ่งที่ยิ่งใหญ่ได้ในอนาคตอย่างแน่นอน!”
อี้เทียนสิงเดินเข้าไปในค่ายทหาร เขากวาดตามองไปทางทหารที่กำลังบ่มเพาะกันอย่างขยันขันแข็ง และพยักหน้าอย่างชื่นชม