เปลี่ยนรถแล้ว
จางจิงจิงหยุดตอบโต้ สิ่งที่แม่ของเธอพูดนั้นสมเหตุสมผลทุกอย่าง
ราคาบ้านในเขตจงไห่นั้นแพงมาก อย่างต่ำไม่น้อยกว่าหนึ่งล้านหยวน ด้วยเงินเดือนของหลินอี้ การจะซื้อบ้านในจงไห่จึงเป็นเรื่องที่ยากอย่างยิ่ง
นอกจากนี้ รถของเขาก็มีสภาพทรุดโทรมราวกับพร้อมจะพังได้ทุกเมื่อ
ความเป็นจริงมันโหดร้ายเกินไป ไม่ใช่แค่ขยันแล้วจะสามารถรวยได้ในชั่วข้ามคืน
ก๊อก ก๊อก ก๊อก——
เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู จางจิงจิงก็วางจานและเดินไปเปิดประตู
“พี่หลิน ไม่ได้เจอกันนานเลย”
หลินอี้พยักหน้า “แม่ของเธออยู่ไหนหรอ ฉันมาจ่ายค่าเช่าที่ค้างไว้ให้น่ะ”
หวู่จินหลานตามมาจากด้านหลัง
“ถ้าแค่จ่ายค่าเช่าก็โอนผ่านบัญชีมาได้ไม่ใช่หรอ จะลางานแล้วขับรถกลับมาทำไม”
โดยส่วนตัวแล้วหวู่จินหลานไม่ชอบหลินอี้สักเท่าไหร่ แต่เวลาพูดคุยกับเธอก็ยังคงสุภาพกับเขาอยู่บ้าง
"ผมไม่ได้ลางาน แต่ถูกบริษัทไล่ออก" หลินอี้พูด
หัวใจของหวู่จินหลานเต้นไม่เป็นจังหวะทันทีเมื่อได้ยิน
หลินอี้ถูกบริษัทไล่ออก ถ้าอย่างนั้นเขาจะหาเงินมาจ่ายค่าเช่าได้อย่างไรในอนาคต?
เสียงติ๊งดังขึ้นพร้อมกับมีข้อความแจ้งเตือนในวีแชทของหวู่จินหลาน เมื่อเปิดดู เธอก็พบว่าหลินอี้ได้โอนเงินเข้ามาจำนวน 4,000 หยวน
“ค่าเช่า 2,000 หยวนไม่ใช่หรอ ทำไมนายถึงโอนมาให้ฉัน 4,000 หยนล่ะ”
“ผมค้างค่าเช่าของคุณมา 18 วัน เลยชำระเป็นสองเดือน เพราะผมจะไม่อยู่ที่นี่แล้ว”
“จะไม่อยู่ที่นี่แล้วหรอ?”
เมื่อหลินอี้เป็นคนเอ่ยปากพูดแบบนี้ออกมา หวู่จินหลานก็มีความสุขอย่างเห็นได้ชัด
เพราะในกรณีนี้ เธอจะสามารถเปลี่ยนผู้เช่าที่ฐานะดีกว่านี้ได้ และจะได้ไม่ต้องมาคอยทวงค่าเช่าที่ค้างเป็นประจำ
“ใช่ครับ ผมกำลังจะเก็บของและย้ายออกภายในวันนี้”
“ไม่ทราบว่าพวกคุณสะดวกมาช่วยผมสักหน่อยหรือเปล่า แน่นอนไม่ได้ให้ช่วยฟรี ผมจะจ่ายค่าช่วยเหลือให้เป็นเงินจำนวน 1,000 หยวน”
หลินอี้ยื่นมือออกไปพร้อมกับเงิน เขาใจกว้างมาก แต่หวู่จินหลานก็มีมารยาทเช่นกัน
เธอลังเลและไม่ได้รับเงินมาในทันที
“รับไปเถอะครับ ที่ผ่านมาผมค้างค่าเช่าคุณตลอด ถือซะว่าเงินนี้เป็นคำขอบคุณสำหรับผม”
"จิงจิง อย่าเกียจคร้าน เราไปช่วยหลินอี้เก็บของกันเถอะ"
แม้ว่าเธอจะไม่ชอบหลินอี้ แต่หวู่จินหลานก็ยังมีมุมมองที่ดีเกี่ยวกับเขาอยู่บ้าง
“โอเค หนูขอไปเปลี่ยนชุดก่อน”
หลินอี้ไม่มีอะไรต้องเก็บเยอะ สิ่งที่มีค่าที่สุดคือผ้าห่มซึ่งนำติดตัวมาตั้งแต่สถานเลี้ยงเด็กกำพร้า
แม้ว่ามันจะไม่ใช่ของมีค่า แต่สำหรับเขามันเป็นสิ่งที่มีความหมายพิเศษมาก
สิ่งอื่นสามารถซื้อใหม่ได้ แต่ผ้าห่มผืนนี้จะต้องถูกนำกลับไป
หลินอี้ถือผ้าห่ม ส่วนหวู่จินหลานกับจางจิงจิงถือของเล็ก ๆ น้อย ๆ อื่น ๆ และกำลังเตรียมที่จะช่วยขนของลงไปชั้นล่าง
แม้ในเรื่องการทำธุรกิจหวู่จินหลานจะไม่มีความเมตตากรุณาและไม่คำนึงถึงเรื่องอื่นนอกจากเงินของตัวเอง แต่เธอก็ยังคงมีมนุษยธรรมอยู่เล็กน้อย
“หลินอี้ นายถูกบริษัทไล่ออกแบบนี้แล้วจะทำยังไง วางแผนจะทำอะไรต่อในอนาคตอย่างนั้นหรอ” หวู่จินหลานถามขณะเดินลงมาที่ชั้นล่าง
"เป็นนักขับรถรับส่งดีดี้ อย่างน้อยผมก็คงไม่ตายเพราะความอดอยาก"
แม่และลูกสาวของหวู่จินหลานชำเลืองมองหน้ากันและเข้าใจทุกอย่างทุกสิ่งอย่างชัดเจน
สิ่งที่แม่พูดถูกต้องจริงๆ
การตกหลุมรักไม่ควรเกิดขึ้นกับใครก็ได้ อีกฝ่ายจะต้องเป็นคนที่มีรายได้และหน้าี่การงานมั่นคง ไม่อย่างนั้นอนาคตของเธอจะดำรงอยู่ได้อย่างไร?
“แม่คะ ดูสิ มีรถซูเปอร์คาร์จอดอยู่ข้างล่างบ้านเราด้วย!”
เมื่อเห็นรถสปอร์ตสีเงินจอดอยู่ชั้นล่าง จางจิงจิงก็ตะโกนออกมาด้วยความตื่นเต้น
เธอเป็นคนไร้ความรู้เรื่องรถ นอกจากเมอร์เซเดส-เบนซ์, บีเอ็ม, อาวดี้ ที่เหลือเธอแทบจะไม่รู้จักเลย
แต่ดูจากรูปลักษณ์ของรถสปอร์ตตรงหน้าแล้ว เธอก็พอจะรู้ได้ว่ามันไม่ใช่รถถูกๆแน่นอน
"แปลกจัง ใครกันนะที่ขับรถสปอร์ตในชุมชนเก่าที่ชำรุดทรุดโทรมแบบนี้" หวู่จินหลานพึมพำ
เห็นได้อย่างชัดเจนว่าเธอก็พอจะตระหนักได้ว่ารถคันนี้มีมูลค่าไม่ธรรมดา
“หลินอี้ รถของนายอยู่ที่ไหน ทำไมฉันไม่เห็นเลย”
หวู่จินหลานมองหาเป็นเวลานาน แต่เธอไม่เห็นแม้แต่เงารถคันเก่าของหลินอี้เลย
"อ๋อ ผมเปลี่ยนรถใหม่แล้วน่ะครับ"
หลินอี้กดกุญแจรถ จากนั้นประตูปีกนางนวลของปากานีก็เปิดออก และฉากนี้ก็ทำให้หวู่จินหลานกับจางจิงจิงผงะไปตามๆกัน
“นี่คือรถของพี่จริงๆหรอ” จางจิงจิงถามอย่างตกตะลึง
“ใช่สิ ฉันเพิ่งจะเปลี่ยนวันนี้เอง” หลินอี้พูด
"รถคันนี้ไม่ถูกใช่มั้ย"
"ถ้าจำไม่ผิด ราคาของมันเหมือนจะอยู่ที่ราวๆ 20 กว่าล้านหยวน"
ขณะพูด หลินอี้ก็นำของทุกอย่างเข้าไปวางไว้ตรงเบาะนั่งข้างคนขับด้วยท่าทางสบายๆ
"หลินอี้ นายรวยขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่? นายเป็นแค่พนักงานเงินเดือนไม่ใช่หรอ"
"ผมแค่อยากออกมาทำงานหาประสบการณ์ชีวิต" หลินอี้พูดติดตลก: "ไม่มีความจำเป็นต้องปิดบังอีกต่อไป จริงๆแล้วผมเป็นลูกในครอบครัวมหาเศรษฐี"
สิ้นสุดเสียง หลินอี้ก็เข้าไปนั่งด้านในและขับออกไปทันที
หลังจากนั้นไม่นาน จางจิงจิงก็หันกลับมาถามด้วยสีหน้าซีดขาว
“แม่ หลินอี้เป็นเด็กกำพร้าไม่ใช่หรอ เขาเคยบอกว่าพ่อแม่ของเขาเสียชีวิตไปนานแล้วไม่ใช่หรือไง แล้วทำไมเขาถึงเป็นลูกในครอบครัวมหาเศรษฐีได้ล่ะ”
“บางทีนั่นอาจจะเป็นเรื่องที่เขาแต่งขึ้นมาก็ได้”
"แม่พูดก่อนหน้านี้ใช่มั้ยว่าห้ามหนูรู้สึกอะไรกับคนไม่มีอนาคต แต่ตอนนี้พี่หลินอี้รวยแล้ว หนูขอ..."
"อย่าเสียเวลาเลย" หวู่จินหลานพูด: “เขาเคยไม่คู่ควรกับลูก แต่ตอนนี้ ลูกไม่ใช่คนที่จะคู่ควรกับเขาแล้ว พยายามไปก็ไร้ประโยชน์เปล่าๆ”
……
ผ่านไป 30 นาที หลินอี้ขับรถมาถึงที่โรงแรมเพนนินซูลาและพบหวังเทียนหลงในห้องล็อบบี้
"คุณหลิน ห้องสำหรับประธานาธิบดีถูกจัดเตรียมไว้เรียบร้อยแล้ว"
ระหว่างทางกลับ หลินอี้ได้บอกหวังเทียนหลงเกี่ยวกับเรื่องนี้แล้ว
เขาจะอาศัยอยู่ในโรงแรมสองสามหรือจนกว่าจะหาซื้อบ้านใหม่ได้
หลินอี้พยักหน้า "ช่วยผมขนของในรถและนำอาหารมาเสิร์ฟที่ห้องให้หน่อย หลังจากยุ่งมาทั้งวัน ผมเหนื่อยและหิวจะตายแล้ว"
"รับทราบครับ ผมจะรีบจัดการให้เดี๋ยวนี้"
ประสิทธิภาพการทำงานของหวังเทียนหลงนั้นรวดเร็วมาก ภายในเวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมง ทุกอย่างก็ถูกจัดวางอย่างเหมาะสม
หลังจากรับประทานอาหารแล้ว หลินอี้ก็อาบน้ำและกำลังเพลิดเพลินกับความสุขของการเป็นเศรษฐี
กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง——
ในขณะนั้นเอง เสียงโทรศัพท์มือถือที่วางอยู่ข้างๆก็ดังขึ้น โดยมันเป็นสายจากเพื่อนร่วมงานของเขา หวางหยิง
หวางหยิงอายุมากกว่าหลินอี้สี่ปี และเป็นหญิงสาวที่สวยงามไม่เหมือนใคร
ในที่ทำงาน เธอมักจะคอยดูแลหลินอี้เป็นอย่างดี แต่ไม่มีใครรู้เลยว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงในการทำเช่นนั้นของเธอคืออะไร
"ฮัลโหลครับพี่ โทรมาหาผมมีอะไรอย่างนั้นหรอครับ" หลินอี้พูดอย่างสุภาพ
"เสี่ยวอี้ เพื่อนร่วมงานในบริษัททุกคนต่างเสียใจกับการถูกไล่ออกของนาย ดังนั้นพวกเขาจึงอยากจะกินเลี้ยงส่งนายเป็นครั้งสุดท้ายน่ะ"
"อย่างนี้นี่เอง งั้นพี่จองสถานที่ได้เลย เดี๋ยวผมเป็นคนออกเงินเอง" หลินอี้พูดอย่างไม่เห็นแก่ตัว
"พวกเราเป็นฝ่ายอยากเลี้ยงส่งนาย แล้วเราจะยอมให้นายออกเงินได้ยังไง" หวางหยิงพูด: "ตอนห้าโมงครึ่ง เจอกันที่ร้านเดิมนะ"
ร้านเดิมที่หมายถึงคือร้านอาหารที่มีชื่อว่าอี๋ปินจู
เป็นร้านอาหารที่พนักงานในแผนกชอบมารับประทานกันตอนเย็นเป็นประจำ
“โอเค เข้าใจแล้ว ไว้เจอกันนะครับ”
“โอเค ไว้เจอกันนะ”
หลังจากวางสาย หลินอี้ก็มองนาฬิกา และพบว่ายังเหลือเวลาอีกกว่าสองชั่วโมง
ทันใดนั้น ข้อความวีแชทก็ปรากฏขึ้นบนโทรศัพท์มือถือของหลินอี้ ซึ่งคนที่ส่งมาก็คือจีฉิงหยาน
“ตอนนี้ฉันใกล้จะเสร็จธุระแล้ว คุณมารับฉันที่สำนักงานเคหะชนบทหน่อยได้หรือเปล่า”
"ได้ครับ" หลินอี้ตอบกลับ: "ผมจะไปถึงในสามสิบนาที"
รางวัลของระบบจะมอบให้โดยการดำเนินตามออเดอร์ ตอนนี้มีงานเข้ามาแล้ว เขาก็ต้องรับโดยธรรมชาติ
เริ่มทำงานได้!