รถของผมเป็นแบบ 2 ที่นั่ง

“ยังไงก็ตาม พ่อได้นัดเพื่อนร่วมงานเอาไว้แล้ว ลูกต้องไปกับพ่อ ผู้ชายคนนั้นไม่ได้แย่เลย เขาทำงานในสถาบันของรัฐ การงานของเขามั่นคง และก็ไม่มีประวัติเสียหายอะไร ลูกกับเขาจะต้องเหมาะสมกันแน่นอน” เซี่ยหงหยวนพูด

“หนูมีแฟนแล้ว ไม่ต้องเสียเวลาพาไปแนะนำตัวหรอก” เซี่ยซินหยูตอบกลับ

"มีแฟนงั้นหรอ?" เซี่ยหงหยวนพูดด้วยน้ำเสียงไม่อยากจะเชื่อ:

“ลูกพูดจริงหรือเปล่า”

“แน่นอน โกหกไปแล้วหนูจะได้อะไรล่ะ” เซี่ยซินหยูพูด

เมื่อรู้ว่าลูกสาวของเขามีแฟนแล้ว คู่รักวัยชราก็พากันตื่นเต้นทันที

“ถ้าอย่างนั้นลูกจะรออะไร รีบแนะนำเขาให้พ่อแม่รู้จักสิ พวกเราจะได้ช่วยกันตรวจสอบว่าเขาเหมาะสมกับลูกหรือเปล่า”

“หืม แนะนำหรอคะ?”

เซี่ยซินหยูทำอะไรไม่ถูก เธอแค่พูดโกหกออกมาเพื่อเอาตัวรอด แต่พ่อแม่ของเธอกับเอาจริงเอาจังจนน่ากลัว

“ใช่ ในเมื่อลูกมีแฟนแล้ว พ่อกับแม่ก็ต้องตรวจสอบแฟนของลูกเป็นเรื่องธรรมดา”

“ลืมมันไปเถอะ แฟนหนูงานยุ่งมาก ถ้าวันไหนเขาว่างเมื่อไหร่เดี๋ยวหนูจะพามาแนะนำให้รู้จักเอง”

เซี่ยซินหยูลุกขึ้นและพูดต่อ "ตอนนี้หนูมีเรื่องบางอย่างต้องไปจัดการ ดังนั้นขอตัวก่อนนะคะ"

"เดี๋ยวก่อน!"

เซี่ยหงหยวนพูด: "พ่อรู้นะว่าลูกกำลังหลอกพวกเราอยู่"

“ไม่ใช่อย่างนั้นสักหน่อย หนูมีแฟนแล้วจริงๆ ทำไมพ่อไม่เชื่อที่หนูพูดเลย”

“พ่อเลี้ยงลูกมากว่า 20 ปีแล้ว คิดหรือว่าพ่อจะดูลูกไม่ออกน่ะ” เซี่ยหงหยวนพูด:

“ถ้าลูกมีแฟนจริงๆ ลูกก็พาเขามาร่วมงานปาร์ตี้ของพ่อในวันนี้สิ ว่าไง ทำได้หรือเปล่า”

“เดี๋ยวหนูโทรถามเขาก่อนนะ”

พูดจบ เซี่ยซินหยูก็เดินกลับเข้าไปในห้องและยืนพิงประตูด้วยท่าทางลำบากใจ

หลายปีมานี้ เธอแทบไม่มีเพื่อนต่างเพศเลย จะหาใครที่ไหนมาช่วยแกล้งเป็นแฟนดี!

จริงสิ

ในช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวาน ดวงตาของเซี่ยซินหยูก็สว่างขึ้นและบ่นพึมพำออกมาคนเดียว: "ให้พนักงานส่งของมาช่วยแกล้งเป็นแฟนไง?"

แต่ในไม่ช้า เซี่ยซินหยูก็ปฏิเสธความคิดนี้ของเธอ

พนักงานส่งของคงไม่ไหว ถ้าเป็นคนที่มีฐานะการเงินไม่ดี พ่อแม่ของเธอไม่มีทางยอมรับแน่นอน

"คนขับรถรับส่งน่าจะพอได้" เซี่ยซินหยูคิด

อย่างน้อยเขาก็มีรถ สภาพการเงินถือว่าไม่น่าเกลียดเกินไป

ที่เหลือก็แค่หาคนขับดีดี้ที่อายุใกล้ๆกับเธอ!

เท่านี้ก็สมบูรณ์แบบ!

เนื่องจากเธอนั่งรถรับส่งบ่อย เซี่ยซินหยูจึงมีแอปเรียกรถรับส่งในโทรศัพท์มือถือถึงสองแอป

อันหนึ่งคือแอปดีดี้ ส่วนอีกอันคือแอปคูอ้ายถี

ช่วงเวลาไหนที่แอปทั้งสองนี้มีส่วนลดมากกว่า เธอก็จะเลือกใช้แอปนั้นในการเรียกรถรับส่ง

แต่ครั้งนี้สถานการณ์แตกต่างออกไป เธอไม่จำเป็นต้องสนใจเรื่องของส่วนลด ดังนั้นเธอจึงใช้แอปดีดี้ที่มีความแพร่หลายและบริษัทใหญ่โตมากกว่า

เธอเข้าแอป เลือกสถานที่ปลายทาง และกดออเดอร์

จากนั้นประมาณห้าวินาที ออเดอร์ของเธอก็ได้รับการยืนยัน และเธอก็โทรไปหาผู้รับออเดอร์ในทันที

……

กริ๊ง กริ๊ง กริ๊ง——

หลังจากกดรับออเดอร์ ก่อนที่หลินอี้จะขับรถออกไป โทรศัพท์ของเขาก็ดังขึ้นมา

“สวัสดี คุณเป็นคนขับรถดีดี้ใช่หรือเปล่าคะ”

เมื่อได้ยินเสียงของปลายสาย หลินอี้ก็รู้ได้ทันทีว่าเธอคือผู้โดยสารที่เขากดรับออเดอร์เมื่อกี้

"ใช่ ผมเป็นคนขับรถดีดี้ มีอะไรอย่างนั้นหรือครับ" หลินอี้ตอบ

“ฉันอยากถามว่าคุณอายุเท่าไหร่”

ฮะ?

สถานการณ์ตอนนี้คืออะไร?

ทำไมอีกฝ่ายถึงต้องอยากรู้อายุของเขาด้วย?

แม้ว่าเขาจะไม่รู้ว่าจุดประสงค์ของอีกฝ่ายคืออะไร แต่หลินอี้ก็ยังคงบอกอายุให้อีกฝ่ายรู้ตามความเป็นจริง

"ผมอายุ 24 ปี"

“เยี่ยม!”

เซี่ยซินหยูรู้สึกตื่นเต้นเล็กน้อย เธอไม่คิดว่าจะได้พบกับคนที่อายุไล่เลี่ยกับเธอเร็วขนาดนี้!

ในไม่ช้า เซี่ยซินหยูก็สงบสติอารมณ์ลงและถามด้วยเสียงต่ำอีกครั้ง:

“ฉันขออะไรคุณหน่อยจะได้หรือเปล่าคะ”

"ไม่ครับ ผมเป็นคนขับรถดีดี้ จะไม่มีการให้บริการอะไรเพิ่มเติมทั้งนั้น"

หลินอี้เคยอ่านข่าวทำนองนี้มามากมาย

มีลูกค้านิสัยเสียหลายคนชอบทำให้คนขับดีดี้ลำบากใจ

ทั้งฝากให้ซื้ออาหารข้างทาง บุหรี่ หรือแม้แต่กระทั่งฝากทิ้งขยะ

หลินอี้ไม่สนใจที่จะให้ความช่วยเหลือที่อยู่นอกเหนือจากงาน

"เดี๋ยวก่อน อย่าเพิ่งเข้าใจผิด ฉันชื่อเซี่ยซินหยู อยากให้คุณช่วยมาแกล้งเป็นแฟนของฉันให้หน่อย ถ้าคุณตกลง ฉันจะให้คะแนนชื่นชมคุณห้าดาว คุณคิดว่าไง"

"อืม..."

หลินอี้หยุดคิดชั่วคราวและคิดว่าคำขอนี้ไม่น่าจะยุ่งยากเกินไป

"ตกลงครับ "

“ขอบคุณมาก คุณชื่อว่าอะไรหรอ?”

“ผมชื่อหลินอี้”

"โอเค บ้านของฉันอยู่ที่เทียนอี้โฮม อาคารหมายเลข 4 ห้อง 1302 คุณสามารถมาที่นี่ได้เลย"

"เข้าใจแล้วครับ"

เนื่องจากเทียนอี้โฮมอยู่ไม่ไกล หลินอี้จึงมาถึงหน้าประตูห้องของเซี่ยซินหยูในสิบนาทีต่อมา

ก๊อก ก๊อก ก๊อก——

เมื่อได้ยินเสียงเคาะประตู เซี่ยซินหยูก็เดินออกไปต้อนรับพร้อมกับอธิษฐานในใจ

โดยหวังว่าคนขับดีดี้คนนี้จะมีใบหน้าที่พอใช้ได้ไม่น่าเกลียด มิฉะนั้น มันอาจจะกระตุ้นความสงสัยในตัวพ่อแม่ของเธอ

กึก!

เมื่อเปิดออกประตูออกไปและเห็นร่างของหลินอี้ เซี่ยซินหยูก็ตกตะลึงทันที

นี่มันเทพบุตรชัดๆ คนอะไรจะหล่อเหลาได้ขนาดนี้?

ชาติที่แล้วเขาช่วยโลกไว้หรือไงถึงได้เกิดมาเป็นลูกรักของพระเจ้า?

“เสี่ยวหยู ชายคนนี้คือแฟนของลูกใช่หรือเปล่า

แม่ของเซี่ยซินหยูเห็นหลินอี้ที่หน้าประตูและพูดด้วยรอยยิ้ม

หนุ่มคนนี้หน้าตาดีจริงๆ เขาเหมาะสมกับลูกสาวของเราอย่างมาก

ก่อนที่เซี่ยซินหยูจะทันได้พูด หลินอี้ก็ถูกแม่ของเธอดึงเข้ามาข้างในห้องแล้ว

"ชื่อหลินอี้ใช่ไหม คุณอยู่กับเสี่ยวหยูของเรามานานแค่ไหนแล้วหรอ" เซี่ยมู่ถาม

“เอ่อ เราอยู่ด้วยกันมากว่าครึ่งปีแล้ว” เซี่ยซินหยูเอ่ยปากตอบแทน

“แม่ไม่ได้ถามลูกสักหน่อยนะ อยู่เงียบๆไปเลย” หลังจากตำหนิเซี่ยซินหยูแล้ว เซี่ยมู่ก็ถามหลินอี้อีกครั้ง:

“ตอนนี้คุณทำงานอะไรอยู่หรอ”

“คนขับครับ” หลินอี้ตอบ

"คนขับงั้นหรอ?"

สีหน้าของคู่สามีภรรยาวัยชราเปลี่ยนไปทันที พวกเขาไม่คิดว่ามันเป็นงานที่ดีเลย

"คุณขับเครื่องบินใช่หรือเปล่า?"

หลินอี้แทบอยากจะหัวเราะออกมา จินตนาการของสามีภรรยาคู่นี้ช่างเหนือล้ำจริงๆ

"ผมไม่ได้ขับเครื่องบินครับ และทั้งชีวิตนี้ผมก็ยังไม่เคยขึ้นเครื่องบินเลยด้วย"

เมื่อได้ยินคำตอบนี้ สีหน้าของคู่รักวัยชราก็มืดหม่นลงกว่าเดิม

"ถ้าอย่างนั้นคุณขับรถให้ผู้มีอำนาจใช่หรือเปล่า?"

ถึงจะเป็นคนขับรถให้กับผู้มีอำนาจที่ยิ่งใหญ่มากแค่ไหน แต่ทั้งสองก็ไม่อยากจะยอมรับอยู่ดี ท้ายที่สุดแล้ว ชื่อเสียงของหน้าที่การงานก็เป็นสิ่งสำคัญ

“พวกคุณเข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้วครับ ผมเป็นคนขับดีดี้”

“คนขับดีดี้งั้นหรอ?”

ใบหน้าของเซี่ยหงหยวนเปลี่ยนเป็นน่าเกลียดเล็กน้อย

ในหนึ่งเดือนสามารถทำเงินจากดีดี้ได้เท่าไหร่? ถ้าอยู่ด้วยกันในอนาคตเขาจะเลี้ยงลูกสาวของเราได้ยังไง?

คงไม่พ้นหามื้อกินมื้อหรอกใช่ไหม?

"ใช่ครับ ผมเป็นคนขับรถรับส่งของดีดี้"

“พ่อ แม่ ความจริงแล้ว การเป็นคนขับดี้ดี้ตอนนี้ทำเงินได้มากมาย มันไม่เหมือนกับเมื่อก่อน เครื่องสำอางและเครื่องประดับทั้งหมดของหนูก็เป็นหลินอี้ที่ซื้อให้ทั้งนั้น” เซี่ยซินหยูช่วยเสริม

“นอกจากนี้เขายังมีเงินเก็บอยู่เยอะเลย และเราก็วางแผนที่จะเริ่มต้นธุรกิจกันในอนาคต”

เมื่อได้ยินเช่นนี้ สีหน้าของทั้งสองคนก็ผ่อนคลายลง แต่พวกเขาก็ยังคงไม่ไว้วางใจอยู่ดี

"เราจะพูดถึงเรื่องนี้กันใหม่ในภายหลัง" เนื่องจากหลินอี้อยู่ที่นี่ด้วย เซี่ยหงหยวนจึงไม่สะดวกที่จะพูด

“พ่อกับแม่จะไม่ไปร่วมงานปาร์ตี้แล้วหรือไง ตอนนี้จวนจะได้เวลาแล้วนะคะ”

เมื่อมองดูเวลา เซี่ยหงหยวนก็พูดขึ้นมาว่า “เอาล่ะ เรานั่งรถของแฟนลูกไปที่งานกันเลยเถอะ”

เกี่ยวกับหลินอี้ ทั้งสองคนยังไม่รู้ว่าจะตัดสินใจอย่างไร

ถึงงานจะไม่มั่นคง แต่หน้าตาของเขาถือว่าหล่อเหลาจริงๆ

“ผมเกรงว่าเราคงจะไปด้วยกันทั้งหมดไม่ได้หรอกครับ” หลินอี้พูด

“หือ? ทำไมไม่ได้ล่ะ?”

"พอดีรถของผมเป็นแบบ 2 ที่นั่งน่ะครับ"



ตอนก่อน

จบบทที่ รถของผมเป็นแบบ 2 ที่นั่ง

ตอนถัดไป