คิดว่าผมขาดเงินหรอ?

ตอนแรกหลินอี้ตั้งใจจะปล่อยให้ออเดอร์นี้ผ่านไป แต่หลังจากได้ยินเสียงแจ้งของโทรศัพท์ เขาก็พบว่าผู้กดออเดอร์มีจุดหมายปลายทางเดียวกันกับเขา

ดังนั้น หลินอี้จึงเปลี่ยนใจและกดรับออเดอร์นี้เอาไว้อย่างไม่ลังเล

ท้ายที่สุดแล้ว ภารกิจของระบบและความสำเร็จทางวิชาชีพก็คิดคำนวณตามออเดอร์ เขาไม่ควรจะขี้เกียจ และอีกฝ่ายก็มีจุดหมายปลายทางเดียวกัน

หลังจากกดรับออเดอร์ หลินอี้ก็มองดูแผนที่ และพบว่าร้านสตาร์บัคส์นั้นอยู่ไม่ไกลจากจงถังไห่ลู่ฮุ่ย ซึ่งห่างออกไปเพียงแค่สองร้อยเมตรจากจุดที่เขาอยู่เท่านั้น

ในเวลานี้ ที่หน้าประตูร้านสตาร์บัคส์ มีหญิงสาวร่างสูงยืนถือแก้วกาแฟอยู่ในมือและกำลังถ่ายเซลฟี่อย่างต่อเนื่อง

"มุมนี้ไม่ดีเลย ถ่ายใหม่ดีกว่า"

"ต้องโชว์ให้เห็นสัญลักษณ์สตาร์บัคส์อย่างชัดเจน"

"นี่แหละ"

หลังจากถ่ายเซลฟี่เสร็จแล้ว ผู้หญิงคนนั้นก็นั่งเลือกและลบรูปภาพ สุดท้ายก็เหลือรูปที่ถูกใจแค่สามรูปและโพสต์ลงในวีแชทโมเมนต์

"หลังจากดื่มกาแฟมาอย่างยาวนาน สิ่งที่ฉันโปรดปรานที่สุดคือรสชาติของร้านสตาร์บัคส์ ส่วนกาแฟอื่นๆ นั้นเทียบไม่ได้เลย รสชาติของพวกมันไม่ต่างอะไรไปจากน้ำล้างเท้า"

หลังจากลงวีแชทโมเมนต์ ไม่นานก็มีคนเข้ามากดไลก์ ซึ่งทำให้ผู้หญิงคนนี้พอใจอย่างมาก

“อะไรวะ ระยะทางห่างกันแค่สองร้อยเมตรแท้ๆ แต่ทำไมถึงยังมาไม่ถึงสักที!”

เมื่อเห็นว่าผ่านไปหลายนาทีแล้วรถที่เรียกยังไม่มา ผู้หญิงคนนั้นก็อดบ่นไม่ได้

ในเวลานี้ คนที่เดินอยู่ข้างถนนต่างส่งเสียงพูดคุยออกมาด้วยความตื่นเต้น

“ดูนั่นสิ มันคือปากานี ซอนดา!”

"รูปลักษณ์ของรถคันนี้เท่โคตรๆ มันสวยงามกว่าลัมบอร์กินีหลายเท่าเลย"

"เมื่อเทียบกับลัมบอร์กินี รถคันนี้ก็เปรียบเสมือนกับเป็นบรรพบุรุษของเขา!"

หลายคนหยิบโทรศัพท์ออกมาถ่ายรูป

รถหรูแบบนี้ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะพบเห็นเลยต้องถ่ายภาพเก็บเอาไว้

ในขณะที่ทุกคนเฝ้าดูปากานีของหลินอี้ รถก็ขับเข้ามาหยุดอยู่ตรงหน้าของผู้หญิงคนนั้น

"คุณคือคุณฉู ออเดอร์หมายเลขลงท้าย 0389 ใช่หรือเปล่า"

เนื่องจากชื่อเต็มของผู้ใช้ไม่ปรากฏในออเดอร์ หลินอี้จึงสามารถเรียกได้แค่นี้เท่านั้น

"ใช่ ฉันเอง."

เมื่อเห็นปากานีหยุดอยู่ตรงหน้าเธอ ฉูหยางก็เต็มไปด้วยความสับสนและไม่รู้ว่าสถานการณ์ตอนนี้คืออะไร

เป็นไปได้ไหมที่มหาเศรษฐีจะเข้ามาจีบเพราะเห็นว่าฉันสวยงาม?

"เชิญขึ้นรถมาได้เลยครับ"

“ขึ้นรถ?”

ฉูหยางประหลาดใจ นี่ฉันเดาถูกจริงๆ หรอ?

พระเจ้าเข้าข้างแล้ว มหาเศรษฐีเข้ามาจีบฉันจริงๆ!

"โอเคค่ะ"

เธอเปิดประตูและเข้าไปในรถของหลินอี้ท่ามกลางความอิจฉาของทุกคน

"สวัสดีค่ะ"

หลังจากเข้ามาในรถของหลินอี้ ฉูหยางก็พยายามควบคุมตัวเองอย่างมาก

เธอมีชีวิตอยู่มานานกว่า 20 ปีแล้ว แต่นี่เป็นครั้งแรกเลยที่ได้นั่งบนสปอร์ตสุดหรู

เธอรู้สึกตื่นเต้นกับทุกอย่างภายในรถ แต่เพื่อรักษาภาพลักษณ์ของตัวเอง เธอจึงไม่ได้หยิบโทรศัพท์ขึ้นมาถ่ายรูปตามความต้องการของหัวใจ

มีหนุ่มหล่อรวยอยู่ข้างๆ เธอจะปล่อยให้โอกาสนี้หลุดมือไปเพราะความสะเพร่าไม่ได้เด็ดขาด!

“สวัสดี” หลินอี้ตอบกลับ

“ฉันชื่อฉูหยาง ยินดีที่ได้รู้จักนะคะ”

“อืม ยินดีที่ได้รู้จักเช่นกัน” หลินอี้ตอบกลับอย่างเรียบง่าย

“ฉันอยากถามว่าทำไมคุณถึงเลือกฉัน แล้วคุณจะพาฉันไปที่ไหนหรอ?”

ฉูหยางพูดอย่างระมัดระวังมาก ท้ายที่สุดแล้ว คนที่อยู่ข้างๆเธอก็คือมหาเศรษฐีผู้มีปากานีอยู่ในครอบครอง

นี่เป็นครั้งแรกที่เธอมีได้มีโอกาสใกล้ชิดกับบุคคลระดับนี้ และเธอจะต้องทำให้เขาพึงพอใจมากที่สุดให้ได้

เพราะบางที เขาอาจจะเป็นคนที่เปลี่ยนแปลงชีวิตของเธอไปตลอดกาล!

“ทำไมผมถึงเลือกคุณ?”

หลินอี้มองไปที่ฉูหยาง "คุณเรียกใช้บริการดีดี้ไม่ใช่หรอครับ ดังนั้นคุณน่าจะเป็นฝ่ายเลือกผมมากกว่านะ"

"นอกจากนี้ คุณได้ระบุจุดหมายปลายทางเอาไว้ไม่ใช่หรือว่าจะไปที่จิ่วโจวพาวิลเลี่ยน แล้วทำไมคุณถึงต้องมาถามผมด้วยว่าจะไปที่ไหน?"

"เดี๋ยวก่อน?"

ฉูหยางสับสนมึนงง "คุณ คุณพูดว่าอะไรนะ นี่คุณเป็นนักขับดีดี้อย่างนั้นหรอ"

“ใช่ ทำไมหรอครับ?”

“ใครที่ไหนจะเอารถสปอร์ตส่วนตัวมาใช้ขับรถรับส่ง” ฉูหยางพูด

"นี้ต้องบริการใหม่แน่นอน"

"บัดซบ!"

ฉูหยางพูดเสียงแข็ง "ตอนแรกฉันมีความสุขมากที่ได้นั่งรถคันนี้กับคุณ แต่พอรู้ว่าคุณเป็นนักขับดีดี้แล้วความรู้สึกเหล่านั้นของฉันก็หายไปหมดเลย"

หลินอี้พูดไม่ออกเมื่อเห็นผู้หญิงคนนี้เปลี่ยนไปจากเดิมอย่างสิ้นเชิง

ขณะเดียวกัน ฉูหยางที่รู้ตัวตนของหลินอี้ก็ไม่เกรงใจอีกต่อไป เธอหยิบโทรศัพท์มือถือออกมาและถ่ายรูปซ้ำไปซ้ำมา

"บริษัทของคุณน่าสนใจมาก ถึงขั้นลงทุนให้บริการลูกค้าด้วยรถสปอร์ต นับว่าใจถึงไม่เลวเลย" ฉูหยางพูดอย่างเคร่งขรึม

“ใครบอกว่ารถคันนี้เป็นของบริษัท” หลินอี้พูด "รถคันนี้เป็นของผมต่างหาก"

“ไม่เอาน่า ฉันรู้ว่าคุณกำลังลนลาน แต่อย่ามาโกหกกันให้เสียเวลาเปล่าเลย”

หลินอี้พูดไม่ออก “คุณคิดว่าผมกำลังพูดโกหกอย่างนั้นหรอ?”

“พี่ชาย คุณเห็นว่าหน้าของฉันมันโง่นักหรือไง” ฉูหยางพูด:

"ฉันเล่นโซเชียลมาหลายปีแล้ว และฉันก็ไม่เคยได้ยินมาก่อนว่ามีมหาเศรษฐีคนไหนมาเป็นนักขับดีดี้ คุณมันก็เป็นแค่พนักงานชั่วคราวที่มีหน้าที่ช่วยโปรโมตหน้าตาให้บริษัทเฉยๆ ไม่มีทางหลอกฉันได้หรอก”

"พนักงานชั่วคราวอะไร" หลินอี้พูด "คุณเองก็เหมือนว่าจะเป็นแค่พนักงานชั่วคราวไม่ใช่หรือไง"

“แม้ว่าฉันจะเป็นพนักงานชั่วคราว แต่อาชีพของฉันนั้นสูงส่งกว่าคุณมาก” ฉูหยางพูดต่อ:

“คุณมาหลอกผิดคนแล้วล่ะ ฉันไม่ใช่ผู้หญิงโง่ๆ ที่ปิดหูปิดตาเชื่อทุกอย่าง และคุณก็ไม่ใช่สเปคของฉันด้วย ดังนั้นอย่าคิดจะจีบฉันให้เสียเวลาเปล่าเลย”

เสียงดังเอี๊ยด——

หลินอี้เหยียบเบรกกะทันหันและหัวของฉูหยางก็เกือบจะกระแทกกับด้านหน้าของรถ!

“นี่บ้าไปแล้วหรือไง ทำไมถึงเหยียบเบรกกะทันหันแบบนี้!” ฉูหยางสาปแช่ง

“ถ้าเธอเจ๋งจริงก็ไปซื้อรถขับเองสิ จะมาเรียกใช้บริการดีดี้ทำไม?” หลินอี้พูด "รู้อะไรมั้ย ใบหน้าจอมปลอมของผู้หญิงอย่างเธอน่ะมันทำให้ฉันรู้สึกคันตัวที่สุด แค่เห็นก็รู้สึกคลื่นไส้จนความรู้สึกอยากอาหารของฉันหายไปหมดแล้ว ลงไปจากรถของฉันซะ"

“ไอ้พนักงานดีดี้เฮงซวย แกกล้าดียังไงมาด่าฉันแบบนี้ แกคิดว่าฉันเป็นใคร ฉันเป็นถึงลูกค้าเชียวนะ และในอาชีพให้บริการ ลูกค้าก็เปรียบเสมือนพระเจ้า คอยดู ฉันจะรีวิวแย่ๆใส่แอ็กเคานต์แก!”

"เชิญตามสบาย"

หลินอี้ไม่พอใจอย่างมาก เขาเห็นว่าปลายทางของอีกฝ่ายคือสถานที่ที่เขากำลังจะไป ดังนั้นเขาก็เลยตัดสินใจกดรับออเดอร์นี้ แต่เขาไม่คิดมาก่อนเลยว่าอีกฝ่ายจะเป็นผู้หญิงชอบเหยียดขั้นวิบัติ

"ฉันเป็นลูกค้า และฉันจะไม่ลงจากรถของแก!" ฉูหยางพูดอย่างเย่อหยิ่ง: "นอกจากนี้ ฉันจะไม่เพียงแค่เขียนรีวิวแย่ๆ ลงบนแอ็กเคานต์ของแกเท่านั้น แต่ฉันจะโทรไปรายงานศูนย์ใหญ่ของบริษัทดีดี้ด้วย!"

“จะเขียนรีวิวจะโทรไปรายงานอะไรก็เชิญเลย แต่ถ้าเธอไม่ยอมลงจากรถของฉันดีๆ ฉันจะเป็นคนเตะเธอออกไปเอง”

เมื่อเห็นใบหน้าเย็นชาของหลินอี้ ฉูหยางก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกหวาดกลัว

หากมีเรื่องเกิดขึ้นและทำให้เสื้อผ้าของเธอสกปรก เธออาจจะไม่สามารถสมัครงานที่จิ่วโจวพาวิลเลียนได้

“ฉันยอมลงก็ได้ แต่ฉันไม่ปล่อยแกไปแน่!”

"ขอบคุณที่บอก"

พอฉูหยางลงจากรถไป หลินอี้ก็รีบเอาน้ำหอมมาฉีดให้ทั่วรถทันที

หลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ได้รับแจ้งเตือนในแอปดีดี้ ซึ่งเป็นรีวิวที่แย่มากๆ

มันถูกเขียนโดยฉูหยางอย่างไม่ต้องสงสัย แต่คนอย่างหลินอี้จำเป็นต้องสนใจเรื่องนี้ด้วยหรือไง?

เมื่อใกล้ถึงจิ่วโจวพาวิลเลียน โทรศัพท์มือถือของหลินก็มีสายที่ไม่คุ้นเคยโทรเข้ามา

“ใช่หลินอี้หรือเปล่า”

เสียงชายวัยกลางคนดังขึ้น

"ใช่ครับ ผมเอง."

“นายเกิดนึกครึ้มอะไรขึ้นมา ทำไมถึงได้ไปด่าผู้โดยสาร มีคนร้องเรียนเรื่องนี้ไปที่สำนักงานใหญ่ และฉันที่เป็นผู้ดูแลก็โดนด่าจนหูเกือบชา ถ้ามีอีกครั้ง ฉันจะหักเงินของนายแน่นอน!"

เมื่อฟังน้ำเสียงของอีกฝ่าย หลินอี้ก็พอจะเดาได้ว่าเขาเป็นใคร

จากรูปการณ์ เจ้าของสายน่าจะเป็นตัวแทนระดับภูมิภาคของบริษัทดีดี้ ไม่อย่างนั้นเขาคงไม่โทรมาบ่นเรื่องนี้

“เชิญหักไปเลยครับ ผมไม่ได้ขัดสนเงินอยู่แล้ว”

“เฮ้ เจ้าหนู พูดจาอะไรก็หัดระวังปากหน่อยนะ นายอาจจะไม่รู้ แต่ฉันสามารถสั่งปลดนายออกจากการเป็นนักขับดีดี้ได้ด้วยคำพูดไม่กี่คำ”

หลินอี้ยิ้ม หากเป็นเมื่อก่อน การคุกคามเช่นนี้คงได้ผลกับเขาเต็มๆ

แต่ตอนนี้เขาเป็นผู้ถือหุ้นรายใหญ่ของดีดี้ มันไม่มีความจำเป็นที่เขาจะต้องกลัวอะไรเลย

"ถ้ากล้าก็ลองดูครับ แต่อย่าลืมคิดถึงผลที่ตามมาก็แล้วกัน" หลินอี้พูดเบา ๆ



ตอนก่อน

จบบทที่ คิดว่าผมขาดเงินหรอ?

ตอนถัดไป