บอกฉันหน่อยสิว่านายจะชดใช้ยังไง
หลินอี้เกือบจะหัวเราะออกมา แต่เขาสามารถกลั้นขำเอาไว้ได้และพูดตอบกลับด้วยรอยยิ้ม “นอกเหนือจากนี้มีข้อกำหนดอื่นอีกหรือเปล่าครับ?”
“อย่าเพิ่งรีบร้อนสิ เราค่อยๆพูดกันก่อนก็ได้” หยินจวนพูด:“เห็นแก่ความธรรมดาของคุณ ฉันจะไม่ทำให้เรื่องนี้ลำบากมากเกินไป นอกจากเรื่องบ้านแล้ว คุณจะต้องจ่ายค่าสินสอดให้กับเราอีก 888,800 หยวน”
“นี่มันไม่มากเกินไปหน่อยหรือครับ” หลินอี้พูด
“มากเกินไปงั้นหรอ” หยินจวนพูดด้วยความตกใจ: "เพื่อนร่วมงานของหยุนฮุยเพิ่งแต่งงานกับแฟนเมื่อไม่กี่วันก่อนโดยได้รับค่าสินสอดจำนวน 1.66 ล้านหยวน ส่วนเราต้องการแค่ 888,800 หยวนเท่านั้น มันไม่ได้มากเกินไปเลย"
“ไม่ ผมไม่ได้หมายความแบบนั้น ที่ผมหมายถึงคือตามธรรมเนียมของจงไห่ อีกฝ่ายจะต้องตอบแทนคืนให้เท่ากับจำนวนค่าสินสอดที่ได้รับ ผมกลัวว่าคุณจะลำบาก
"หือ? นี่มันธรรมเนียมอะไรกัน?" หยินจวนพูด "ตระกูลเราไม่มีธรรมเนียมแบบนี้ เงินค่าสินสอดทั้งหมดจะตกเป็นของตระกูลเราและจะไม่มีการตอบแทนอะไรทั้งนั้น"
“เงินทั้งหมดตกเป็นของตระกูลคุณและจะไม่มีการตอบแทน?” หลินอี้ตกตะลึง นี่มันเห็นแก่ตัวเกินไปไหม?
“ใช่ ฉันเลี้ยงดูหยุนฉุยมากว่า 20 ปี ฉันก็ควรจะต้องได้รับเงินตอบแทนหน่อยสิ”
“คุณกำลังพูดถึงอะไร แบบนี้มันก็เหมือนกับคุณขายลูกสาวของตัวเองเลยไม่ใช่หรอ” หลินอี้พูดด้วยรอยยิ้ม: “ถ้าเป็นตามนี้ ผมก็ไม่จำเป็นต้องสนใจรื่องความรู้สึกของลูกคุณ และใช้เธอเป็นแค่เครื่องช่วยการสืบพันธุ์ก็ได้สินะครับ”
"นี่จะดูถูกกันเกินไปหน่อยหรือเปล่า!" หยินจวนตบโต๊ะ
“ผมเข้าใจผิดไปเองสินะ งั้นช่างเถอะ คุณมีอะไรที่ต้องการอีกหรือเปล่าล่ะ” หลินอี้พูด
“ที่ฉันต้องการอย่าสุดท้ายก็คือรถ แต่เกี่ยวกับเรื่องนี้ฉันไม่ได้สนใจมากเท่าไหร่” หยินจวนพูดต่อ:"จะบีเอ็มดับเบิลยู ซีรีส์ 5, เมอร์เซเดส-เบนซ์ อี-คลาส หรืออาวดี้ a6 ตราบใดที่มีเงินมากกว่า 500,000 หยวน คุณจะตัดสินใจซื้อแบรนด์ไหนก็ได้"
"เดี๋ยวก่อน ฉันขอเน้นย้ำเรื่องนี้สักหน่อย" ซงเหวินหวู่พูด: "ในบรรดารถทั้งสามคัน คุณจะต้องซื้อรถแบบนำเข้าทั้งหมด เพราะรถที่ประกอบในประเทศของเรามัน่หวยเกินไป"
หลินอี้มองไปที่ซงเหวินหวู่ด้วยรอยยิ้มและพยักหน้าขึ้นลง
"คุณหมายความว่ายังไง?"
"ในแง่ของข้อกำหนดดังกล่าวไม่ได้สูงอะไรเลย" ซงเหวินหวู่พูด: “ฉันมีเพื่อนร่วมงานที่เพิ่งเรียนจบมหาวิทยาลัย ตอนนี้เขาอาศัยอยู่ในวิลล่าและขับรถราคามากกว่า 1 ล้านหยวน อายุของคุณเยอะกว่าเขา ดังนั้นเงื่อนไขเหล่านี้ไม่น่าจะสูงเกินไป”
“ใช่ เสี่ยวฮุยของเราพูดถูก เงื่อนไขนี้ไม่ได้สูงเกินไปเลย” ป้าของซงเหวินฮุ่ยพูดเสริม
“ฉันมีข้อกำหนดอีกอย่าง เกี่ยวกับงานแต่งงาน เพื่อหน้าตาของพวกเรา สถานที่จัดควรจะเป็นโรงแรมห้าดาวเท่านั้น” ป้าคนที่สองของซงเหวินฮุยพูด
“ใช่ ใช่ เรื่องนี้สำคัญมาก เมื่อกี้ฉันลืมพูดไป”
"ตามความต้องการของคุณ ทั้งหมดจะต้องใช้เงินอย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 10 ล้านหยวน ทุกคนรู้สถานการณ์ของผมดี แล้วพวกคุณคิดว่าผมจะเอาเงินจำนวนนี้มาได้ยังไง นี่คิดว่าผมเป็นคนพิมพ์เงินในจงไห่อย่างนั้นหรอครับ"
หลินอี้เคาะโต๊ะด้วยมือของเขาและพูดอย่างใจเย็น:"พวกคุณต้องการยานอวกาศด้วยหรือเปล่า ผมจะได้เตรียมหามาให้"
"คุณกำลังพูดถึงอะไร?" หยินจวนพูดต่อ:“ฉันรู้ว่าคุณเพิ่งเรียนจบได้ไม่นาน และคุณอาจจะมีเงินเก็บไม่มาก แต่คุณสามารถขอให้ครอบครัวช่วยจ่ายได้ คนหนุ่มสาวสมัยนี้เขาพึ่งครอบครัวให้ช่วยตอนแต่งงานกันทั้งนั้น”
"พ่อแม่ของผมตายไปแล้วทั้งคู่ แล้วผมจะขอความช่วยเหลือจากครอบครัวได้ยังไง คุณจะให้ผมไปพูดกับหลุมศพในสุสานอย่างนั้นหรือครับ"
“ฉันไม่ได้พูดถึงพ่อแม่ผู้ให้กำเนิดของคุณ แต่พูดถึงสถานเลี้ยงเด็กกำพร้า ฉันได้ยินว่าตอนนี้มันกำลังถูกเสนอขายด้วยเงินจำนวนมหาศาล” หยินจวนพูดด้วยรอยยิ้ม
การแสดงออกของหลินอี้กลายเป็นน่าเกลียดทันที ตอนแรกเขาสงสัยอยู่นานว่าทำไมอีกฝ่ายถึงตกลงมานัดบอด แต่ตอนนี้เขารู้แล้วว่าตกลงมานัดบอดทำไม
จุดประสงค์ที่แท้จริงของคนพวกนี้ก็คือผลประโยชน์จากสถานเลี้ยงเด็กกำพร้าตั้งแต่แรก
"หลินอี้ ฉันมีข้อกำหนดอีกหนึ่งอย่าง" ซงเหวินหวู่พูด
"ข้อกำหนดที่ว่าคืออะไร" หลินอี้เลิกคิ้ว
"หลังจากที่คุณกับพี่สาวมีลูกด้วยกัน เด็กจะต้องใช้แซ่ของทางฝั่งเรา"
"มันจะมากเกินไปแล้วนะ"
“โอ้ ใจเย็นๆ ก่อนสิ พวกเราไม่ได้มีเจตนาไม่ดี ยังไงคุณก็เป็นแค่เด็กกำพร้าไร้ซึ่งชาติตระกูล ให้ลูกที่เกิดมาใช้นามสกุลของทางฝั่งเราน่าจะเป็นการดีมากกว่า ที่สำคัญคือถ้าเขาเป็นผู้ชายจะได้มาสืบทอดตระกูลของทางฝั่งนี้ด้วย”
“ไร้สาระ ลูกชายของคุณก็มีไม่ใช่หรือไง หรือว่าเขาเป็นสาวประเภทสองเลยไม่สามารถสืบทอดตระกูลได้?”
"พูดบ้าอะไรของแกวะ! ใครเป็นสาวประเภท..."
หลินอี้หยิบถ้วยชาบนโต๊ะขึ้นมาและสาดใส่ใบหน้าของซงเหวินหวู่!
“ที่บ้านของนายไม่เคยสอนเรื่องมารยาทหรือไง?”
อ๊าก--
ความร้อนของชาทำให้ซงเหวินหวู่กรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บแสบ
ขณะเดียวกัน หลินอี้ก็ลุกขึ้นมาอย่างช้าๆ
“ถึงแม่หวางจะเป็นคนบังคับให้มานัดบอดก็ตาม แต่ผมก็มาด้วยความจริงใจ และลึกๆ ก็หวังว่ามันจะเป็นการนัดบอดที่ดี แต่มันไม่ใช่เลย พวกคุณเห็นแก่ตัวเกินกันไปมาก”
"ทั้งให้ซื้อบ้านบ้างล่ะ ซื้อรถบ้างล่ะ ลูกต้องมาใช้แซ่ของตระกูลพวกคุณบ้างล่ะ เป็นคำขอที่ไร้ยางอายสุดๆ"
"ลาก่อน และหวังว่าเราจะไม่ได้เจอกันอีก"
หลังจากที่หลินอี้พูดจบ เขาก็หันหลังและเดินจากไป
มันไม่คุ้มที่จะเสียเวลากับกลุ่มคนปัญญาอ่อน
ในเวลานี้ ตระกูลซงไม่ได้สนใจหลินอี้อีกต่อไป สายตาของพวกเขาจดจ้องไปที่ซงเหวินหวู่ด้วยความเป็นห่วง
“ลูกไม่เป็นอะไรใช่ไหม แม่จะพาลูกไปโรงพยาบาลเดี๋ยวนี้”
“ไม่ต้อง มันก็แค่ชาร้อนๆ!”
ซงเหวินหวู่พูดอย่างชั่วร้าย: "ไอ้เวร กล้ามากที่มาสาดชาใส่กันแบบนี้ ฉันไม่ปล่อยแกไปแน่!"
“ไอ้ผู้ชายเฮงซวยนั่นมันเดินไปแล้ว ลูกไล่ตามมันไม่ทันหรอก”
ซงเหวินหวู่เดินไปที่ขอบหน้าต่างและก้มลงมองทางเข้าหน้าประตู
"ยังมีโอกาสอยู่"
ซงเหวินหวู่ยกกระถางดอกไม้ขึ้นมา "ทันทีที่มันเดินออกมาจากประตู ฉันจะโยนกระถางดอกไม้ลงไป!"
ในขณะนี้ หลินอี้หยิบกุญแจรถและเดินออกมาจากร้าน ซึ่งซงเหวินหวู่ที่เห็นก็โยนกระถางดอกไม้ไปใส่หลินอี้ตามที่ตั้งใจเอาไว้ทันที
แต่เขาจงใจโยนให้พลาดจุดตาย
แน่นอน เขาไม่กลัวที่จะทำให้หลินอี้เจ็บตัว แต่ถ้าอีกฝ่ายเกิดเสียชีวิต เขาก็จะมีประวัติเสียติดตัว
ขณะเดียวกัน หลังจากเดินออกมาได้ไม่กี่ก้าวจากร้าน หลินอี้ก็เห็นกระถางดอกไม้ตกลงมาจากท้องฟ้า
เพ๊ง!
กระถางดอกไม้แตกออกเป็นชิ้นๆ โชคดีที่หลินอี้ตอบสนองอย่างรวดเร็วและถอยหลังกลับไปได้ทัน ไม่อย่างนั้นเขาคงได้รับบาดเจ็บจนถึงขั้นหมดสติแน่นอน
"นี่มันบ้าอะไร"
หลินอี้ขมวดคิ้ว แม้ว่ากระถางดอกไม้จะไม่โดนเขา แต่เศษกระถางที่แตกนั้นกระเด็นไปโดนปากานี ซอนดาเข้าเต็มๆ
ก่อนที่หลินอี้จะเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น เขาก็ได้ยินซงเหวินหวู่สาปแช่งบนชั้นสาม:
“คราวนี้แกโชคดีไป แต่ในอนาคตแกไม่มีทางโชคดีแบบนี้อีกแน่นอน!”
หลินอี้ยิ้มและพูดแผ่วเบา: "นี่นายรู้ไหมว่าการกระทำในครั้งนี้ของตัวเองจะส่งผลร้ายแรงมากแค่ไหน"
“ร้ายแรงอะไร แกไม่ได้รับบาดเจ็บสักหน่อย!” ซงเหวินหวู่ตอบกลับ
หลินอี้ไม่พูดอะไรและกดกุญแจรถในกระเป๋าของเขา
ทันใดนั้น ประตูปีกนกนางนวลของปากานีก็เปิดออกราวกับปีกของนกอินทรีที่กำลังสยายปีกบินอยู่ภายใต้ท้องนภา
"กระถางดอกไม้ไม่โดนฉัน แต่เศษกระถางที่แตกกระเด็นมาโดนรถของฉัน บอกฉันหน่อยสิว่านายจะชดใช้ยังไง"