ลำบาก
นอกหอพักของหลัวโม่ ไอดอลหญิงยอดนิยมสองคนกำลังกอดอกมองหน้ากัน
พวกเธอมีความคิดเหมือนกันอยู่ในใจ: "ทำไมเธอถึงมาที่ห้องหลัวโม่?"
เด็กสาวทั้งสองรู้สึกถึงบางอย่างที่ผิดปกติ
สำหรับเซินหมิงหลิวและจีคังดงที่เดินตามหลัวโม่มา พวกเขามองหน้ากันและเห็นความตกใจกับความสับสนในดวงตาของกันและกัน
ทำไมเมนเทอร์สอนเต้นทั้งสองคนถึงได้มาที่ห้องของหลัวโม่?
พวกเธอทั้งสองมาพร้อมกับผู้ช่วยของตัวเอง เป็นไปได้หรือเปล่าว่าจะมีเรื่องบางอย่างที่สำคัญ?
ในความเป็นจริง เจียงหนิงซีและเสิ่นอี้นั่วนำผู้ช่วยหญิงมาด้วยก็เพื่อหลีกเลี่ยงความสงสัย
ผู้ชายและผู้หญิงนั้นต่างกัน โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ในวงการบันเทิงที่ควรใส่ใจกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ
สมาชิกทุกคนของออโรร่าเกิร์ลมีผู้ช่วยส่วนตัวที่บริษัทจัดหาให้
เนื่องจากบริษัทนี้มีชื่อเสียงในด้านการสร้างวงบอยแบนด์ แต่เจ้าของบริษัทก็ยังทุ่มเทให้กับการสร้างวงเกิร์ลกรุ๊ปเช่นกัน
เจ้าของบริษัทรู้วิธีหลีกเลี่ยงปัญหาที่ไม่จำเป็น
แน่นอนว่าเหตุผลส่วนใหญ่ก็เขาต้องการดูแลลูกสาวของเขา!
วงการบันเทิงนั้นวุ่นวายได้ แต่เขาไม่อาจให้ลูกสาวของตัวเองมีเรื่องแบบนั้นเกิดขึ้น!
เมื่อมองไปที่ไอดอลหญิงสองคนที่ยืนขวางประตูอยู่ หลัวโม่รู้สึกราวกับว่าเขาได้ทำอะไรผิดไปอย่างอธิบายไม่ได้ ฉากนี้ดูเหมือนกับแฟนสาวสองคนที่พร้อมจะฆ่าเขา
ประเด็นสำคัญก็คือแฟนสาวทั้งสองคนนี้ยังเป็นเพื่อนสนิทกันอีก
เขาเดินไปที่ประตูและถามขึ้น "เมนเทอร์ทั้งสองคนมาที่นี่เพื่อเยี่ยมชมห้องพักของคลาส A ใช่ไหม?"
ก่อนที่พวกเธอจะทันได้ตอบ หลัวโม่ก็ใช้กุญแจที่อยู่ในมือเปิดประตูพร้อมกับพูดว่า "เข้ามานั่งก่อนสิครับ"
เซินหมิงหลิวและจีคังดงซึ่งจงใจเดินอย่างช้าๆ หยิบกุญแจออกมาและทำเป็นเปิดประตูไม่ได้อยู่นาน พวกเขายืดคอและตั้งใจฟัง
"ปัง—" หลัวโม่ปิดประตูทันทีหลังจากที่ทุกคนเข้ามาในห้อง
“เยี่ยมชมห้องก็เยี่ยมชมห้องสิ ทำไมต้องปิดประตูด้วย!” เซินหมิงหลิวและจีคังดงตกตะลึงอีกครั้ง
"แล้วไม่ทำถึงไม่มาเยี่ยมชมห้องของเรา!"
ในมุมมองของหลัวโม่ การที่ผู้ชายหนึ่งคนและผู้หญิงสี่คนอยู่ในห้องเดียวกันนั้นค่อนข้างปลอดภัย
เมื่อมองดูกล้ามเนื้อตรงแขนของผู้ช่วยหญิงสองคนนี้ หลัวโม่อยากจะถามออกไปนักว่า – แน่ใจนะว่าพวกคุณเป็นผู้ช่วย ไม่ใช่บอดี้การ์ดหญิง?
หลัวโม่อยู่ในวงการนีี้มาหลายปีแล้ว เขารู้ดีว่าในวงการบันเทิง ผู้ชายกับผู้หญิงไม่ควรอยู่ด้วยกันสองต่อสอง มิฉะนั้นมันจะนำไปสู่สถานการณ์ที่เลวร้ายได้อย่างง่ายดาย
ที่เขาคิดเช่นนี้ก็เพราะในหอพักของเด็กฝึกมีกล้องติดตั้งไว้และจะถ่ายชีวิตประจำวันของเด็กฝึก
ดังนั้นการถ่ายรายการวาไรตี้จึงค่อนข้างน่าอึดอัด
หลังจากที่เมนเทอร์สอนเต้นสองคนเข้ามาในห้อง พวกเธอก็มองไปรอบๆ อย่างสบายๆ แล้วพูดว่า "ห้องนี้ดูดีนะ"
หอพักของเด็กฝึกคลาส A เป็นเหมือนกับห้องชุดในโรงแรม มันทั้งกว้างขวางและมีพื้นที่ต้อนรับพิเศษที่มาพร้อมกับโซฟาและโต๊ะกาแฟ
หลัวโม่เงยหน้าขึ้นและมองไปยังตำแหน่งกล้องรอบตัวเขาก่อนจะพบว่ากล้องเหล่านี้ยังไม่ได้เปิดใช้งาน พวกมันถูกปิดอยู่
"อาจเป็นพวกเธอไปบอกทางทีมงานให้ปิดกล้อง" หลัวโม่คิดกับตัวเอง
หลัวโม่สามารถเดาได้ในทันทีเลยว่าทำไมเจียงหนิงซีถึงมาที่นี่
แต่เสิ่นอี้นั่วละมาที่นี่เพื่ออะไร?
ในเวลาเดียวกันเขาก็ไม่รู้ว่าจะพูดกับอะไรกับเจียงหนิงซีดี
เขาควรจปฏิบัติกับเธอในฐานะแฟนเก่างั้นหรอ... เอ่อ ไม่สิ เขาควรปฏิบัติกับเธอเหมือนเป็นเพื่อนร่วมโต๊ะเก่าหรือคนแปลกหน้า
เกี่ยวกับความสัมพันธ์สมัยเด็กในโรงเรียนมัธยมของพวกเขา เจียงหนิงซีนั้นต้องการหลีกเลี่ยงมันอย่างแน่นอน ในทางกลับกันหลัวโม่เองก็มีความสุขและสบายใจกับการปล่อยให้มันเป็นแบบนั้นเช่นกัน เขาคิดว่ามันน่าจะทำให้มีปัญหาน้อยลง
“หลัวโม่ ไม่เจอกันนานเลย” เจียงหนิงซีพูดเป็นคนแรก
สิ่งนี้ทำให้หลัวโม่สามารถรับรู้ความหมายของคำพูดนี้ได้ เขาเปลี่ยนโหมดไปเป็นเพื่อนที่ไม่ได้เจอกันนาน
"หลายปีแล้วจริงๆ" หลัวโม่พูดอย่างสบายๆ
การสนทนาระหว่างทั้งสองทำให้เสิ่นอี้นั่วสับสนอย่างสมบูรณ์
“ทั้งสองรู้จักกันหรอ?!” เธอชี้ไปที่ทั้งสองคน
เจียงหนิงซีพยักหน้าและพูดตอบ "เราเป็นเพื่อนร่วมชั้นในโรงเรียนมัธยมต้น แถมนั่งอยู่โต๊ะเดียวกันมาเป็นปี "
เธอไม่ได้พูดอะไรเพิ่มอีก ท้ายที่สุดแล้วเจียงหนิงซีรู้สึกว่าเธอและหลัวโม่เข้าใจกันและกันจากเพลง "ความอ่อนโยน" แล้วโดยปริยาย
เพียงแค่ฝังเรื่องรัก ๆ ใคร่ ๆ ไว้ในใจ ไม่จำเป็นต้องปิดบังความสัมพันธ์ระหว่างเพื่อนร่วมโต๊ะจากเสี่ยวเสิ่น
"อา? ถ้าอย่างนั้นทำไมเธอถึงไม่บอกฉันมาก่อนหน้านี้!" เสิ่นอี้นั่วตบต้นขาของเจียงหนิงซีอย่างแรง
เมื่อมองไปที่ต้นขาที่ยืดหยุ่นนี้ หลัวโม่ก็ถอนหายใจด้วยอารมณ์อีกครั้ง
ตอนที่เธออยู่มัธยมต้นเธอผอมเหมือนกับเสาไม้ไผ่ แต่ทำไมตอนนี้เธอถึงมีขาที่ดูดีเช่นนี้ได้ มันเป็นต้นขาที่กลมและอวบ แถมยังมีน่องที่เรียวและได้สัดส่วน?
เจียงหนิงซีที่รู้สึกเจ็บเล็กน้อยก็หันไปมองที่เสิ่นอี้นั่วด้วยดวงตาที่สวยงามของเธอ เธอเตือนเสิ่นอี้นั่วด้วยสายตาว่าตอนนี้ไม่ได้อยู่ในโรงแรม ดังนั้นใส่ใจกับการกระทำด้วย
เสิ่นอี้นั่วแลบลิ้นและพูดเสียงเบาๆ ว่า "ตีเบาๆ เอง" ก่อนจะถอนมือออกมา
เสิ่นอี้นั่วมองไปที่เจียงหนิงซีและพูดต่อ "เจียงเจียง เธอมาที่นี่เพื่อคุยกับหลัวโม่หรอ?"
ตามกฏระเบียบของรายการ เด็กฝึกทุกคนจะต้องพักอยู่ที่นี่ระหว่างการถ่ายรายการ แถมยังมีการห้ามใช้โทรศัพท์มือถืออีกด้วย
ดังนั้นหากเจียงหนิงซีไม่มาหาหลัวโม่ พวกเขาทั้งสองก็ไม่อาจติดต่อกันทางโทรศัพท์ได้
เจียงหนิงซีพยักหน้า "ใช่ แต่สิ่งที่ฉันไม่เข้าใจก็คือเธอจะมาหาเขาทำไม?"
เสิ่นอี้นั่วโบกมือไปมาทันที "โอ้ ฉันมีเรื่องจะคุยกับเขาตามลำพัง ดังนั้นเรามาคุยกันถึงเรื่องราวในอดีตกันก่อนเถอะ หลัวโม่บอกฉันทีว่าเจียงเจียงเป็นคนแบบไหนตอนเรียนอยู่มัธยมต้น ฉันอยากรู้สุดๆ เลย!"
เสิ่นอี้นั่วเริ่มเปลี่ยนเรื่อง ความคิดของเธอนั้นง่ายมาก เจียงหนิงซีและหลัวโม่เป็นเพื่อนร่วมชั้นเก่ากัน
เพราะฉะนั้นเจียงหนิงซีจะต้องประหลาดใจมากยิ่งขึ้นหากพบว่าเพื่อนร่วมชั้นเก่าของเธอนั้นเซ็นสัญญาในบริษัทเดียวกัน!
เธอจะต้องตกใจจนอ้าปากค้าง!
โดยไม่คาดคิด เจียงหนิงซีไม่ได้คล้อยตามเสิ่นอี้นั่ว สีหน้าของเธอยังคงเย็นชาและน้ำเสียงของเธอก็ยังเย็นยะเยือกไม่เปลี่ยน: "ทำไมเธอถึงต้องมาฟังเราคุยกันเกี่ยวกับวันเก่าๆ ด้วย"
ทั้งคู่ต้องการขับไล่กันและกันออกไป
ทั้งสองเริ่มจ้องมองกันและกันด้วยความโกรธอีกครั้ง ราวกับว่าพวกเธอต้องการพูดผ่านสายตาว่า: "ฉันจะอยู่ที่นี่ เพียงเท่านี้เธอก็ไม่สามารถพูดอะไรต่อหน้าฉันได้!"
หลัวโม่มองไปยังสมาชิกวงเกิร์ลกรุ๊ปทั้งสองคนที่มีสไตล์และอารมณ์ที่แตกต่างกันเป็นอย่างมากและรู้สึกเสียเวลาอยู่ในใจ
หากเป็นไปได้ เขาอยากจะขอตัวไปอาบน้ำก่อน
………
………
ในท้ายที่สุด เจียงหนิงซีก็มองไปที่หลัวโม่อย่างลึกซึ้งแล้วจากไปพร้อมกับผู้ช่วยหญิงของเธอ
เธอรู้สึกว่าเพียงแค่มอง เธอกับหลัวโม่ก็เข้าใจกันได้โดยปริยายราวกับพวกเธอได้บรรลุความเป็นใจหนึ่งเดียวกันบนเวทีก่อนหน้านี้แล้ว การพบเจอกันในปัจจุบันเป็นเพียงการแสดงทัศนคติของตัวเอง
"ครั้งหน้าฉันจะมาหานาย" เจียงหนิงซีพูดกับหลัวโม่
"หือ? ครั้งหน้า?" หลัวโม่คิด
เมื่อเจียงหนิงซีจากไป เสิ่นอี้นั่วก็แสดงรอยยิ้มแห่งชัยชนะออกมาบนใบหน้า จากนั้นเธอยืดเอวและอกขึ้น
แม้รูปร่างหน้าตาของเธอจะอ่อนหวาน แต่เธอก็ยังดูเด็กไปหน่อย ดังนั้นหากมองโดยรวมแล้วเธอจึงเหมือนกับเด็กสาวบริสุทธิ์ – หากไม่มีหน้าอกที่ใหญ่สะดุดตาเช่นนั้น
ผู้ชายนั้นอาจจะเวียนหัวหากมองภาพ 3D แต่พวกเขาจะไม่มีวันเวียนหัวหากมองหน้าอก 36D
เสิ่นอี้นั่วมองไปที่หลัวโม่อีกครั้งจากบนลงล่าง จากนั้นเธอก็พยักหน้าด้วยความพึงพอใจ
"นายกับเจียงเจียงเป็นเพื่อนร่วมชั้นกัน ดังนั้นฉันจะไม่พูดเรื่องไร้สาระและเข้าเรื่องเลยก็แล้วกัน" เสิ่นอี้นั่วกล่าวต่อ "ฉันอ่านข้อมูลของนายมาแล้ว นายยังไม่มีบริษัทใช่ไหม?"
หลัวโม่พยักหน้า นี่เป็นข้อมูลที่เปิดเผยต่อสาธารณะ ทุกคนรู้อยู่แล้วว่าเขาไม่มีบริษัทหรือภูมิหลังใดๆ
"ฉันต้องการยืนยันอีกครั้ง นายยังไม่ได้เซ็นสัญญากับคนอื่นนอกจากสัญญากับทางรายการใช่ไหม?" เสิ่นอี้นั่วถามอีกครั้ง
หลัวโม่พยักหน้าอีกครั้งแล้วพูดเสียงเบา "เธอต้องการเซ็นสัญญากับฉัน?"
เสิ่นอี้นั่วซึ่งถูกอ่านความคิดได้ก็เปิดริมฝีปากสีแดงด้วยความประหลาดใจและถามกลับ "มันชัดเจนขนาดนั้นเลยหรอ?"
หลัวโม่ยื่นมือขวาออกมาและใช้นิ้วชี้กับนิ้วโป้งถูกันเบาๆ สองสามครั้งก่อนจะพูดว่า "อืม เรื่องนี้จัดการได้ง่ายๆ เลย"
เสิ่นอี้นั่วมองไปที่การเคลื่อนไหวและท่าทางสบายๆ ของหลัวโม่ก่อนจะตระหนักได้ว่า: "คนๆ นี้ดูเหมือนจะรับมือยากซะแล้ว!"
...