"จื้อหลิง" คืออะไร

"จื้อหลิง" เพลงที่มีศูนย์กลางอยู่ที่ "เจียวเอ๋อร์"*(1)




หากหลัวโม่ต้องการร้องเพลงที่มีเต็มไปด้วยองค์ประกอบของงิ้วบนเวทีนี้ มันคงไม่มีเพลงอื่นใดที่เหมาะสมไปกว่านี้อีกแล้ว




บนโลกนี้ เพลงโบราณหลายเพลงได้รับการเผยแพร่ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา และความนิยมของเพลงดังกล่าวก็สูงกว่าปีก่อนๆ มาก




แม้ว่าคุณภาพของเพลงหลายเพลงจะออกมาไม่ดีและบางส่วนก็เต็มไปด้วยความไร้สาระ แต่ก็ยังมีผลงานที่ยอดเยี่ยมออกมามากมาย




การวัดว่าคุณภาพของเพลง "จื้อหลิง" ว่าจะสูงหรือเปล่านั้นไม่ใช่เรื่องที่ต้องพูดถึงในตอนนี้




แต่ในโลกเก่าเพลงนี้นั้นฮอตมาก




แตกต่างจากเพลง "ปลาใหญ่" ที่มี "ปลาใหญ่" เวอร์ชันคัฟเวอร์ไม่กี่เวอร์ชันที่ได้รับความนิยม




เพลง "จื้อหลิง" นั้นแตกต่างออกไป หลายๆ เวอร์ชันคัฟเวอร์มีความคิดเห็นบนเน็ตอีสคลาวด์นับหมื่นความคิดเห็น




สำหรับหนังตะลุงที่เล่นบนจอใหญ่นั้น มันเป็นเรื่องราวเบื้องหลังของเพลง "จื้อหลิง" ในเวอร์ชันที่เรียบง่าย




เพลงโบราณหลายเพลงมีการปูเรื่องราวที่เป็นพื้นฐานในการสร้างสรรค์ เช่นในกรณีของ "จื้อหลิง"




หลังจากการตรวจสอบของแฟนๆ หลายคน เรื่องราวเกี่ยวกับนักแสดงชื่อดัง [เป่ยเอี้ยนจือ] ที่อยู่เบื้องหลังเพลง "จื้อหลิง" นั้นมีโอกาสมากที่จะเป็นเรื่องสมมติ




แต่จากมุมมองของเนื้อหาในเรื่องแล้ว เรื่องราวในเพลงนั้นเป็นเรื่องราวที่ดี




ในมุมมองของหลัวโม่ หากมีการเพิ่มองค์ประกอบของเรื่องราวนี้เข้าไปในเวทีการแสดงเพลง "จื้อหลิง" ด้วย มันจะช่วยมอบประสบการณ์ภาพและเสียงที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้นให้กับผู้ชมอย่างแน่นอน!




ในเวลาเดียวกัน ผู้ชมก็สามารถเข้าใจสิ่งที่เนื้อเพลงอยากจะบ่งบอกได้




ในขณะนั้นเองเพลงท่อนแรกก็ถูกร้อง




"【เมื่อเริ่มบรรเลงสะบัดแขนเสื้อขึ้นลงร่ายรำ




ขับร้องบทเพลงความทุกข์สุขและการจากลาหวนกลับ ซึ่งบทเพลงนั้นมิเกี่ยวข้องกับตัวข้า




สายลมพัดผ่านกระทบฆ้องและเสียงกลองก็เงียบลง




นักแสดงมิอาจคาดเรื่องราวได้ ผู้ที่รู้ดีมากที่สุดคือคนกำกับ】”




การแสดงของหุ่นเงาบนหน้าจอก็ยังเล่นไปอย่างต่อเนื่อง




ขณะนี้หุ่นเงาที่เป็นนักแสดงได้ขึ้นเวทีและเริ่มร้องเพลงแล้ว




คนๆ นั้นร้องเพลงเสียงดังอยู่บนเวที ส่วนคนที่นั่งอยู่ด้านล่างคือผู้บุกรุกและโจรเหล่านั้น




ผู้ชมในห้องโถงทั้งหมดรู้สึกถึงความอ้างว้างที่ผุดขึ้นมาจากใจ และยิ่งกว่านั้นคือความโกรธที่ไม่รู้จบ!




งิ้วได้ชื่อว่าเป็นแก่นสารของประเทศชาติ ดังนั้นฉากที่อยู่ตรงหน้าจึงเป็นเหมือนการถูกเหยียบย่ำศักดิ์ศรีของชาติ!




เสียงสาปแช่งดังขึ้นในใจของทุกคน ผู้ที่ไม่สามารถซ่อนอารมณ์ของพวกเขาได้เริ่มสาปแช่งเบาๆ ออกมาโดยตรง




เบื้องหลังเวที ผู้กำกับหนิงตันและทีมงานของรายการกำลังคาดเดาถึงการโจมตีที่ไม่รู้จะบ้าคลั่งถึงขนาดไหนหลังจากเทปนี้ออกอากาศ!




ถ้าไม่มีอะไรอื่น นอกจากคำสาปแช่งของทั้งชาติแล้ว อาจมีคำหยาบปรากฏขึ้นมาตอนรายการฉายอีกนับไม่ถ้วน




——จะต้องมีคำพูดที่โดนแบนมากมายอย่างแน่นอน!




ประวัติศาสตร์บางอย่างนั้นตราตรึงในจิตวิญญาณของคนทั้งชาติ




อันที่จริง เบื้องหลังของเพลงนี้ ผู้รุกรานคือกองทัพญี่ปุ่น




ตอนนั้นที่มีการแข่งขันกีฬาโอลิมปิกที่ญี่ปุ่นครั้งหนึ่ง หลังจากที่ชาวจีนได้ดูการกระทำที่ไม่ยุติธรรมของผู้ตัดสิน หลายคนก็พูดต่อสาธารณชนว่า: "ฉันไม่ได้รู้สึกถึงจิตวิญญาณของการแข่งขันโอลิมปิกเลย แต่จิตวิญญาณในการต่อต้านญี่ปุ่นของฉันมันพลุ่งพล่าน!"




เมื่อหนังตะลุงดำเนินมาถึงขั้นตอนนี้ ตงชูก็เริ่มก้าวไปข้างหน้าและถึงตาของเขาที่จะต้องร้องเพลง




สำหรับตำแหน่งเซ็นเตอร์ หลัวโม่นั้นยังคงยืนอยู่หลังม่าน




ผู้ชมสามารถมองเห็นร่างที่คลุมเครือร่างหนึ่งอยู่หลังม่านได้ แต่พวกเขาไม่รู้ว่าร่างนี้มีรูปร่างหน้าตาแบบไหนและเมื่อไหร่เขาจะปรากฏตัว




เสียงร้องเพลงยังคงดังก้องกังวาน




"【เคยมีความสุขและความเศร้าโศก ทุกอย่างล้วนอยู่ในน้ำหมึก




ขับร้องเรื่องราวต่างๆ ผ่านคำในบทกวีเก่าๆ




ท้ายที่สุดก็เหลือเพียงเถ้ากระดูกหวนคืนกลับลงสู่ธรณี 】”




จนถึงตอนนี้ ดูเหมือนว่าทุกอย่างจะไม่ได้ตรงตามข้อกำหนดของซูฉู่จิง




[ความชอบธรรม] ในเพลงยังไม่ปรากฎ




อย่างไรก็ตาม เมื่อเพลงท่อนถัดไปดังขึ้น เนื้อเพลงก็เปลี่ยนไปทันที




เวทีทั้งหมดระเบิดอารมณ์ออกมาอย่างแท้จริง!




เสียงร้องเริ่มดังขึ้นอีกระดับหนึ่ง




"【ถึงคราวอยู่ในยุคทุกข์ยากต้องฝืนมอง




ภูเขาแม่น้ำลำธารลุกโชนไปด้วยเปลวไฟสงคราม




อึดอัดกายมิฝืนใจลืมเลือนประเทศบ้านเกิด




ถึงแม้ไม่มีใครจดจำข้าก็ตาม! 】”




ทันทีที่ประโยคนี้ถูกร้องออกมา น้ำเสียงของเพลงทั้งหมดก็ถูกเปลี่ยน




ผู้ชมหลายคนเข้าใจแล้วว่าทำไมเพลงนี้ถึงชื่อว่า "จื้อหลิง"!(นักแสดงผู้ภักดี)




"อึดอัดกายมิฝืนใจลืมเลือนประเทศบ้านเกิด!! ช่างเป็นประโยคที่ดี อึดอัดกายมิฝืนใจลืมเลือนประเทศบ้านเกิด!" เหว่ยหรานปรบมือ




เพียงประโยคนี้เท่านั้นก็ทำให้อารมณ์ของทุกคนระเบิดออกมาอย่างสมบูรณ์




และประโยคที่ว่า [ถึงแม้ไม่มีใครจดจำข้าก็ตาม] ก็แสดงออกถึงความคิดของนักแสดงได้อย่างชัดเจน




เสียงร้องเพลงหยุดลงไปชั่วครู่




แต่หนังตะลุงบนหน้าจอก็คงเคลื่อนไหวอยู่




ในขณะเดียวกันก็เกิดการเปลี่ยนแปลงที่น่าตกใจบนเวที




ผู้ชมนับไม่ถ้วนอุทานออกมาพร้อมกัน ทุกคนเต็มไปด้วยความตกใจ




เหว่ยหรานและหลี่เกอยืนขึ้นอย่างช่วยไม่ได้ ยิ่งหลี่เกอที่มีนิสัยก้าวร้าวกว่านั้นได้ยกมือขึ้นสูงและวางฝ่ามือไว้บนศีรษะของเขาพร้อมกับร้องว้าวไม่หยุด ท่าทางการแสดงออกของเขาเหมือนกับว่าตอนนี้เขาได้เห็นเวทมนตร์อยู่




เวทมนตร์? บนเวทีนี้มีเวทมนตร์งั้นหรอ?




ม่านด้านหน้าของหลัวโม่ซึ่งได้รับการจัดเตรียมมาเป็นพิเศษจากกลุ่มอุปกรณ์ประกอบฉากลุกเป็นไฟในทันที




มันเป็นของแบบเดียวกับที่ใช้ในมายากลคลาสสิกมากมาย ไฟจะลุกลามผ้าไปในเวลาเพียงเสี้ยววิและในเสี้ยววินาทีนั้นผ้าคลุมทั้งหมดก็ถูกเผาผลาญไปจนหายไป




ในการแสดงมายากล ถ้าไฟถูกจุดและหายไป มันก็อาจจะมีดอกกุหลาบปรากฏขึ้นมาในมือของนักมายากล




แต่สิ่งที่ปรากฏบนเวทีก็คือหลัวโม่ที่ถูกย้อมไปด้วยสีแดง




เขาสวมชุดสีแดงสดราวกับเลือด




ในมือขวาของเขาถือหน้ากากสีเงิน




ตอนนั้นเองที่หลัวโม่ยกหน้ากากขึ้นมาเพื่อปิดใบหน้าของเขา




ในการออกแบบเนื้อเรื่องของเขา ตัวละครนี้จะต้องไม่มีใบหน้า




เพราะตัวละครนี้อาจจะเป็นคนเพียงคนเดียวหรืออาจกลายเป็นคนนับพันคนก็ได้




เป็นคนที่ต่ำต้อยแต่ก็มีความชอบธรรมของครอบครัวและประเทศอยู่ในใจ




ตอนนั้นเองที่เอฟเฟกต์พิเศษบนเวทีได้แสดงออกมาต่อหน้าผู้ชม สิ่งที่เอฟเฟกต์พิเศษสร้างขึ้นก็คือไฟที่ปกคลุมไปทั้งเวที!




ไฟ! ไฟไหม้!




การเล่นหนังตะลุงบนหน้าจอยังคงดำเนินต่อไปและไฟก็เริ่มลุกลามไปยังผู้บุกรุก




นี่ไม่ใช่การแสดง แต่เป็นการฟาดฟัน




นักแสดงผู้ต่ำต้อยต่อสู้กับผู้บุกรุกที่ถือปืน




ตอนนี้ประเทศพังทลายและเมืองก็ถูกยึด นักแสดงจะยอมจำนนต่อโจรที่เยาะเย้ยพวกเขาได้อย่างไร?




ไฟบนเวทียังคงลุกไหม้ แสงไฟโดยรอบเริ่มดับลง ยกเว้นแสงไฟที่ฉายไปยังหลัวโม่ที่สวมชุดสีแดงอยู่




เขาเหมือนกับได้กลายเป็นตัวละครจากบทเพลงและเริ่มเต้นไปบนเวที




ทันทีที่หลัวโม่แสดง ผู้ชมหลายคนในห้องโถงก็ขนลุกขึ้นมาในทันที!




มันเหมือนกับที่เจียงหนิงซีคิดไว้ในใจก่อนหน้านี้ การขับร้องงิ้วในตอนท้ายของเพลง "ปลาใหญ่" ไม่ใช่การแสดงครั้งใหญ่ของหลัวโม่ แต่มันเป็นเพียงการทักทายทุกคน




เมื่อรวมกับบรรยากาศที่สร้างขึ้นมาก่อนหน้าแล้ว หลายคนมีความรู้สึกที่ยากจะพรรณนาพุ่งตรงเข้าไปในหัวใจของพวกเขา ซึ่งมันทำให้หนังศีรษะของทุกคนรู้สึกเสียวซ่า




ไฟและการแสดงอารมณ์เช่นนี้ทำให้ผู้ชมเข้าใจในทันทีว่าอะไรคือเพลง [จื้อหลิง]!




หลัวโม่เริ่มร้อง:




"【ผู้คนเดินทางผ่านไปมา มิมีใครแลการแสดงชุดเก่าๆ นี้เลย




นักแสดงบนเวทีทำได้เพียงขับร้องบทเพลงแห่งการพรากจากกันอย่างปวดใจ




ความรักแตกสลายยากที่จะกลับคืน นางขับร้องบทเพลงจนแทบกระอักเลือด




แขกรับเชิญคือผู้ใด เมื่อม่านได้ปิดลง? 】”




ในตอนนี้ไม่ต้องพูดถึงผู้ชม แม้แต่ทีมงานหลังเวทีก็อดไม่ได้ที่จะเอื้อมมือไปสัมผัสขนแขนที่ลุกชันของตัวเอง




ดวงตาของผู้กำกับหนิงตันเป็นประกาย เธอจ้องมองไปยังหลัวโม่ในชุดสีแดงบนหน้าจอ มือทั้งสองของเธอที่วางอยู่ที่ขาสั่นเบาๆ ด้วยความตื่นเต้น




เธอสามารถคาดเดาได้เลยว่าเพลงนี้จะทำให้เกิดผลกระทบอะไรบ้างหลังจากออกอากาศ




เบื้องหลังเวทีบวกกับเสียงร้องและบทละคร การผสมผสานของทั้งสามสิ่งนี้ยิ่งเพิ่มความร้ายกาจให้ทวีคูณขึ้นหลายเท่า!




เพลงเริ่มเข้าสู่บทที่สอง




อารมณ์ของผู้ฟังกลายเป็นโล่งใจเพียงชั่วครู่




ในที่สุดพวกเขาก็สามารถผ่อนความรู้สึกตึงเครียดลงได้ชั่วขณะหนึ่ง




แต่ไม่ว่ายังไง เปลวไฟในหนังตะลุงบนหน้าจอขนาดใหญ่ก็ยังคงลุกโชนไม่หยุด




แถมเปลวไฟบนเวทีก็เริ่มสว่างขึ้นเรื่อย ๆ !




เมื่อเล่นเพลงบทที่สองจบ ภาพบนหน้าจอใหญ่ก็เต็มไปด้วยเปลวไฟ




มีเพียงหุ่นเงานักแสดงที่ยืนอยู่ตรงกลางเท่านั้น!




สำหรับเวทีในตอนนี้ หลัวโม่ที่ร่ายรำไปมาพร้อมกับเสื้อผ้าสีแดงที่พลิ้วไหวเริ่มค่อยๆ หงายหลังไปเรื่อยๆ เอวของเขาค่อยๆ งอและร่างกายของเขาก็เริ่มมีแนวโน้มที่จะล้มลง




แต่ใบหน้าที่ปกคลุมไว้ด้วยหน้ากากสีเงินยังคงมองขึ้นไปบนท้องฟ้า




ละครดำเนินต่อไปและมาถึงย่อหน้าสุดท้ายของเพลง




"【ท่านขับร้องบทเพลงจนจบ ข้านั้นจะขึ้นแสดง




อย่าหัวเราะกับการแสดงของสายลมและจันทรา เป็นที่น่าขบขันและอับอาย




เหตุใดเสียงดนตรีที่เมื่อก่อนเสียงดังก้อง แต่ยามนี้จึงไร้เสียงเงียบลง




หากเรามีความคิดอันไร้ความปราณี มันก็มิเคยมีความเมตตา 】”




การร้องเพลงหยุดลง และบนหน้าจอนั้นไฟก็ลุกท่วมตัวหุ่นเชิดไปทั้งตัว




หลัวโม่ในชุดสีแดงบนเวทีนิ่งไปราวกับถูกแช่แข็งไว้




ลำแสงที่กระทบเขาค่อยๆ หรี่ลง




บ้านเมืองที่สงบสุขทำให้ข้าที่เป็นนักแสดงผู้ต่ำต้อยเป็นที่รักและมีชื่อเสียง




ตอนนี้ภูเขาและแม่น้ำถูกย้อมไปด้วยเลือด.....




อึดอัดกายมิฝืนใจลืมเลือนประเทศบ้านเกิด ผู้ที่ไม่อาจทิ้งชื่อไว้ในประวัติศาสตร์...ได้ตอบแทนบุญคุณชาติแล้ว!




ทั่วทั้งเวทีถูกปิดไฟทั้งหมดและบริเวณรอบๆ ก็มืดสนิท




ไม่มีใครมองเห็นชุดสีแดงที่อยู่กลางเวทีได้อีกต่อไป




มีเพียงแค่หน้าจอขนาดใหญ่เท่านั้นที่เปลวไฟค่อยๆ ไหลออกมารวมกันเป็นอักษรสีแดงเลือดที่ลุกไหม้สองตัว




—— "จื้อหลิง".




การแสดงรอบที่สองของทีมนิรนาม...จบแล้ว!




...









⁠⁠⁠⁠⁠⁠⁠

*(1) – เจียวเอ๋อร์ เป็นชื่อที่แสดงความเคารพต่อนักแสดงที่มีทักษะเฉพาะในการร้อง ท่องและแสดงงิ้ว




ตอนก่อน

จบบทที่ "จื้อหลิง" คืออะไร

ตอนถัดไป