เพลงบุกเบิก "สายลมร้าวรานแห่งตะวันออก"

ป้าเล่อเซินเรียนเครื่องดนตรีมาตั้งแต่เด็ก แถมสาขาที่เรียนในมหาวิทยาลัยของเธอก็เกี่ยวข้องกับดนตรีด้วย ปัจจุบันเธอจึงกลายมาเป็นนักวิจารณ์เพลง



เพราะเธอมีความรู้ด้านดนตรีมาก เพราะงั้นหลังจากที่เธอฟังเพลง "สายลมร้าวรานแห่งตะวันออก" ไปสามรอบ เธอก็ต้องตกใจมาก!



เธอไม่รู้ว่าหลัวโม่กำลังคิดอะไร เธอไม่เข้าใจว่าทำไมหลัวโม่ถึงกล้าทำเช่นนี้



อย่างไรก็ตาม ประเภทของเพลง "สายลมร้าวรานแห่งตะวันออก" นั้นมีแนวทางที่ชัดเจน แนวของมันใกล้เคียงกับเพลงโบราณ



ใช่แล้ว แน่นอนว่ามีเพลงโบราณอยู่ในโลกนี้ ท้ายที่สุดแล้ว... ผู้คนก็ฟังเพลงมาตั้งแต่สมัยโบราณ!



อย่างไรก็ตาม เพลงของหลัวโม่นั้นแตกต่างจากเพลงเหล่านี้อย่างเห็นได้ชัด



แม้จะเห็นได้ชัดว่ามันเป็นแนวเพลงเก่าๆ และทำให้ผู้คนมีความรู้สึกถึงเพลงโบราณ แต่เพลงนี้ยังมีท่อนติดหูอยู่มากเช่นกัน



อันที่จริง เหตุผลที่หลัวโม่เลือกเพลงนี้นั้นมีอยู่หลายประการ



ก่อนที่เขาจะเริ่มทำอัลบั้ม เขาคิดถึงความเป็นหนึ่งเดียวของอัลบั้ม



สำหรับเพลงอย่าง "รักของสตรี" เขาเองก็ต้องออกเวอร์ชันอย่างเป็นทางการของตัวเองด้วย ไม่อย่างนั้นลิขสิทธิ์เพลงจะเน่าเสียอยู่ในมือของเขา



เนื่องจากเพลงเหล่านี้กำลังจะมารวมอยู่ในอัลบั้ม หลัวโม่จึงเกิดความคิดหนึ่งขึ้นอย่างรวดเร็ว



สร้างอัลบั้มเพลงใน "สมัยก่อน"



ด้วยความคิดนี้ เพลงแรกของอัลบั้ม "สีแดง" จึงถูกตัดสินออกมาในทันที



นั่นคือเพลงที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้เมื่อพูดถึงสไตล์จีน - "สายลมร้าวรานแห่งตะวันออก"!



สถานะของเพลงนี้จะแบบมาแบบจีนโบราณที่ยอดเยี่ยม แม้เพลงนี้จะไม่ได้ร้อนแรงและเป็นที่นิยมที่สุด แต่มันก็ยังนับเป็นเพลงที่มีระดับสูง แน่นอนว่าดนตรีเป็นสิ่งที่ไม่อาจตัดสินได้ด้วยคนๆ เดียว ทุกคนมีความชอบในการฟังเพลงที่แตกต่างกัน…



สาเหตุที่เพลง "สายลมร้าวรานแห่งตะวันออก" ดูแตกต่างออกไปจากเพลงจีนเก่าๆ ก็เพราะว่ามันผสมเข้ากับสไตล์จีนสมัยใหม่



นับตั้งแต่การปรากฏขึ้นของเพลง "สายลมร้าวรานแห่งตะวันออก" วงการดนตรีของจีนก็มีการเปลี่ยนแปลงไปอย่างมาก



ความคลั่งไคล้ใน "สไตล์จีน" เริ่มเกิดขึ้น แถมยังคงเป็นหนึ่งในสไตล์ที่ได้รับความนิยมมากที่สุด



สำหรับคนจีนแล้วเสน่ห์ของสไตล์จีนนั้นยากจะต้านทาน



เพลงนี้ต่างจากแนวเพลงที่ได้ยินจากต่างประเทศ ของที่ประเทศจีนสืบทอดต่อกันมานั้นมีเสน่ห์ที่ต่างกันออกไป



เนื่องจากการปรากฏตัวของเพลง "สายลมร้าวรานแห่งตะวันออก" ความเป็นสไตล์จีนของ "สามโบราณและสามสมัยใหม่" จึงปรากฏขึ้น



สามโบราณและสามสมัยใหม่หมายถึงบทกวีโบราณ วัฒนธรรมโบราณ ทำนองโบราณ การร้องใหม่ การเรียบเรียงใหม่และแนวคิดใหม่



หากได้ฟังเพลงนั้นในตอนนี้ มันยากที่จะจินตนาการว่าเพลงนี้จะปรากฏขึ้นในปี 2003…



"เย่ฮุยเม่ย" อัลบั้มที่ตั้งชื่อตามแม่ของโจวเจี๋ยหลุนนี้วางจำหน่ายในปี 2003 อาจกล่าวได้ว่ามันเป็นผลงานที่ทำลายพันธนาการแห่งโลกดนตรี



ในปีนั้น เมื่อหลายคนได้ยินเพลง "สายลมร้าวรานแห่งตะวันออก" พวกเขาก็ต้องตกใจเป็นอย่างมาก



"นายกล้าที่จะแต่งเพลงแบบนี้ออกมา!?"



นี่คือความรู้สึกของป้าเล่อเซินในเวลานี้



เพลง "กาแฟ" ของจ้าวเสวี่ยฉินนั้นอาจกล่าวได้ว่าเป็นสุดยอดในรูปแบบดนตรีแนวอาร์แอนด์บี แต่มันก็ยังเป็นเพียงสุดยอดเพลงเท่านั้น



เพลงนี้อาจจะกลายมาเป็นเพลงคลาสสิกในแนวเพลงอาร์แอนด์บีนี้



แต่เพลง "สายลมร้าวรานแห่งตะวันออก" ที่หลัวโม่ร้องสามารถสร้างความตื่นตะลึงให้กับโลกดนตรีและกลายเป็นเพลงฮิตอย่างมากในจีนได้เลย เพลงนี้ถือว่าเป็นเพลงบุกเบิกแนวเพลงใหม่!



"แน่นอน มันจะต้องเป็นอย่างนั้นอย่างแน่นอน!"



"สนามรบนี้จะกลายมาเป็นพื้นที่การสร้างแนวทางใหม่ที่กล้าหาญ นี่ไม่ใช่สิ่งที่เรียกว่าอัลบั้มเปิดตัวแล้ว!" ป้าเล่อเซินรู้สึกว่าเธอกำลังหมกมุ่นอยู่กับผู้ชายคนนี้เพิ่มขึ้นอีก



ศิลปินคนอื่นอาจยังคงต่อสู้อยู่ในทุ่งแห่งเดียวกัน แต่อัลบั้มเปิดตัวของชายหนุ่มคนนี้กลับไม่ได้อยู่ในทุ่งเดียวกับพวกเขาแล้ว



เป็นความจริงที่ว่าจ้าวเสวี่ยฉินเป็นราชาแห่งสวรรค์ เป็นความจริงที่หวงซีชานเป็นปรมาจารย์แห่งการแต่งเพลงและดนตรี



แต่อย่างไรก็ตาม ปรมาจารย์พวกนั้นสามารถให้กำเนิดภูเขาและทุ่งหญ้าแบบนี้ได้ไหม?



ป้าเล่อเซินฟังเพลง "สายลมร้าวรานแห่งตะวันออก" อีกครั้งและอดไม่ได้ที่จะเคาะแป้นพิมพ์ด้วยนิ้วของเธอ เธอเขียนรีวิวเพลงเป็นร้อย ไม่สิ เป็นพันคำสำหรับเพลงนี้



อย่างน้อยเท่าที่เธอคิดก็คือเพลงนี้เพราะดี แถมเธอก็คิดว่าเพลงนี้จะต้องเป็นที่นิยมแน่



ถ้าเพลงแบบนี้ไม่เป็นที่นิยม มันก็คงน่าตลกแล้วแหละ



ในมุมมองของเธอ ขั้นตอนต่อไปคือการดูผลตอบรับที่ได้จากตลาด



ทั้งหมดขึ้นอยู่กับหูคนฟัง!



อย่างไรก็ตาม ไม่ว่าตอนจบจะเป็นอย่างไร เธอรู้สึกว่าหลัวโม่ได้สร้างเหตุการณ์สำคัญที่คนอื่นไม่กล้าทำและไม่อาจจินตนาการได้ขึ้นมากแล้ว



นี่คือสิ่งที่สามารถเปลี่ยนความคิดของโลกดนตรีหรือแม้กระทั่งเปลี่ยนทิศทางของอนาคตได้เลย



บางทีนักร้องและนักแต่งเพลงหลายคนอาจได้รับแรงบันดาลใจจากสิ่งนี้



ศึกนี้จะออกมาแบบไหนกัน มือใหม่สุดแกร่งที่มาสู้กับซุปตาร์ตัวพ่อ



ฝ่ายไหนจะชนะกันแน่!



ตอนนี้มีคำพูดหลายคำผุดออกมาจากใจของป้าเล่อเซิน



คนอย่างหลัวโม่ เรามักจะเรียกพวกเขาว่า—【สัตว์ประหลาดผู้สร้างภูเขา】!



... ...



... ...



ผู้อำนวยการด้านเพลงของซินหยูมีชื่อว่าเฉียนเหว่ย



เขาเป็นผู้อำนวยการด้านเพลงคนที่สามของซินหยู



นับตั้งแต่ที่เขากลายใสเป็นผู้อำนวยการเพลง ซินหยูก็ยังไม่มีการพัฒนาที่ก้าวหน้ามากนักในแวดวงดนตรี



ย้อนกลับไปในตอนนั้น เขายังถามหลัวโม่ว่าทำไมอัลบั้มนี้ถึงถูกเรียกว่า "สีแดง"



เขาคิดว่ามันอาจจะดูบ้าไปหน่อย เพราะยังไงซะ มันก็เป็นอัลบั้มเดบิวต์อยู่ดี



หรือว่าทั้ง "จื้อหลิง" และ "ไล่ตามความฝันด้วยหัวใจที่ไร้เดียงสา" จะรวมอยู่ในอัลบั้มนี้?



หลัวโม่โบกมือและพูดว่า "สีแดงนี้มาจากสีแดงของชาติ"



เฉียนเหว่ยยังคงไม่เข้าใจ อัลบั้มนี้จะเกี่ยวข้องกับสีแดงของชาติได้อย่างไร



จนเมื่อเขาได้ฟัง "สายลมร้าวรานแห่งตะวันออก"



ชั่วขณะนั้น เขาได้คิดว่าหลัวโม่บ้าไปแล้ว!



ทุกเพลงของหลัวโม่นั้นมีสไตล์โบราณแฝงไว้อยู่ แม้ผลตอบรับของตลาดจะดีมาก แต่เราไม่ควรก้าวไปทีละก้าวก็พอหรอ?



นักร้องไม่ได้พัฒนาในด้านใดด้านหนึ่งไปตลอด เมื่อถึงช่วงคอขวด เขาจะประกาศกับโลกภายนอกว่าเขาต้องการเปลี่ยนแนวหรือทำสิ่งใหม่ๆ



แต่หลัวโม่ยังไม่ได้เดบิวต์ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องเล่นใหญ่ขนาดนี้...



ถ้าหลัวโม่เป็นเพียงหน้าใหม่ธรรมดาในบริษัทซินหยู เฉียนเหว่ยจะพยายามอย่างเต็มที่เพื่อโน้มน้าวเขาอย่างแน่นอน แต่กับหลัวโม่แล้ว ผู้อำนวยการด้านเพลงไม่อาจทำอะไรได้



ไม่ใช่ว่าเฉียนเหว่ยไม่มีความสามารถในด้านดนตรี โดยส่วนตัวแล้ว เขาคิดว่าเพลง "สายลมร้าวรานแห่งตะวันออก" มีความสร้างสรรค์และน่าชื่นชอบมาก แต่ตัวเขาเองเป็นคนที่ไม่ชอบทำอะไรที่เสี่ยงจนเกินไป



ตอนนี้หลัวโม่เองก็อยู่ในอันดับต้น ๆ และความนิยมของเขาก็สูงมากแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดที่ก็คือต้องสร้างเสถียรภาพ ไม่ใช่ไป "เปิดพื้นที่รกร้างหรือแนวทางใหม่"



ด้วยเหตุนี้เอง เฉียนเหว่ยจึงไปคุยกับเสิ่นเฉาชิวโดยเฉพาะ



เมื่อชายพิการได้ยินดังนั้นเขาก็ตกตะลึงไป



เหตุผลที่เขาเซ็นสัญญากับหลัวโม่ด้วยสัญญาระดับ S และตกลงให้เขาเปิดสตูดิโอก็เพื่อให้บริษัทบรรลุการพัฒนาที่ก้าวล้ำ อีกทั้งยังเพื่อสำรวจตลาดใหม่ที่ยังไม่เคยได้มีใครพบเจอมาก่อนด้วย



ดังนั้นเมื่อเขาฟังเพลง "สายลมร้าวรานแห่งตะวันออก" จบไปสามรอบ เสิ่นเฉาชิวก็หันมาถามเฉียนเหว่ยอย่างเรียบง่ายมาก: "นายคิดว่า... มันฟังดูดีไหม?"



เฉียนเหว่ยพยักหน้าและพูดตอบ: "มันเพราะมากครับ แต่ประธานเสิ่น..."



ก่อนที่เฉียนเหว่ยจะพูดจบ เขาถูกขัดจังหวะโดยเสิ่นเฉาชิวที่ยกมือขึ้นหยุดไว้



“งั้นก็ปล่อยหลัวโม่ไป” เสิ่นเฉาชิวกล่าว



ถ้าหลัวโม่อยากระเบิดโลกดนตรี งั้นก็ให้เขาระเบิดโลกดนตรีจนหนำใจ!



ความคิดของเสิ่นเฉาชิวนั้นเรียบง่ายมาก เพราะหากหลัวโม่ได้กลายเป็นราชาสวรรค์ในฐานะหน้าใหม่ เรื่องนี้จะทำให้วงการสั่นสะเทือน ผู้คนทั้งประเทศจะหันมาสนใจเขา



ถ้าจะทำทั้งทีก็ต้องทำให้ใหญ่!



……



……



นลานสไตล์จีนแห่งหนึ่ง หวงซีชานและจ้าวเสวี่ยฉินกำลังนั่งดื่มชากันอีกครั้ง



พวกเขาเพิ่งทานอาหารกลางวันเสร็จ ซึ่งเป็นอาหารมังสวิรัติทั้งหมด จากนั้นพวกเขาก็เปิดกล่องชาขาวคุณภาพสูงที่ส่งมาโดยหวางซิซ่ง



ในระหว่างขั้นตอนการชงชา จ้าวเสวี่ยฉินก็กล่าวขึ้นว่า: "อาจารย์ เมื่อประธานหวางส่งมันมา เขาบอกว่ามีไว้ให้เราฉลองล่วงหน้า"



ที่จ้าวเสวี่ยฉินพูดเช่นนี้ไม่ใช่เพราะเขามองข้ามหลัวโม่ เขายังคงกล่าวต่อไป: "เห็นได้ว่าประธานหวางเกลียดหน้าเด็กคนนั้นมากจริงๆ"



หวงซีชานพูดเบาๆ: "ฉันได้ยินมาว่าปัวหลัวจะสูญเสียอย่างน้อย 100 ล้านหยวนในปีนี้เพราะ หลัวโม่ นายเองก็เป็นผู้ถือหุ้นของปัวหลัว นายไม่สนใจเรื่องนี้หรอ?"



จ้าวเสวี่ยฉินพูดด้วยรอยยิ้มบิดเบี้ยวขณะชงชา "ถ้าเป็นเรื่องนี้ ผมเองก็ไม่อาจกล่าวปฏิเสธได้"



ปัวหลัวมีความคาดหวังสูงสำหรับรายการ "การสร้างไอดอล" พวกเขาต้องการพึ่งพากลุ่มบอยกรุ๊ปที่มีสมาชิกเก้าคนในช่วงสามปีต่อไปนี้ในการทำเงิน แต่ใครจะคิดว่าหลัวโม่จะไม่เซ็นสัญญากับวง



ถ้าเขาไม่เข้าร่วมวง มูลค่าการค้าของวงบอยกรุ๊ปนี้ก็จะลดลงครึ่งหนึ่ง



หลังจากนั้นทันที เนื่องจากการแข่งขันในสังเวียนที่สร้างปัญหาอย่างมากมายก่อนหน้านี้ หลังลดลงครึ่งหนึ่งไปแล้ว มันก็ยังลดลงไปครึ่งหนึ่งอีกรอบ



ปัวหลัวนั้นน่าอนาถจริงๆ!



ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงครึ่ง เพราะงั้นตอนนี้เพลงก็อัปโหลดไปครึ่งชั่วโมงแล้ว



แน่นอนว่า ไม่ว่าจะเป็นหวงซีชานหรือจ้าวเสวี่ยฉิน ถ้าพวกเขาอยู่บ้านคนเดียวในตอนนี้ พวกเขาจะต้องเปิดเพลงใหม่ของหลัวโม่ฟังตอนเที่ยงตรงแน่นอน



แต่เนื่องจากพวกเขาทั้งสองมารวมตัวกันอีกครั้งในวันนี้ พวกเขาจึงต้องแสดงความมั่นใจและทำเป็นไม่ได้สนใจเพลงของหลัวโม่มากนัก



ตอนนี้เป็นเวลาเที่ยงครึ่งแล้ว มันได้เวลาดื่มชาสบายๆ และฟังเพลงใหม่ของชายหนุ่มคนนี้ไปพร้อมกันพอดี



จ้าวเสวี่ยฉินเปิดเครื่องเสียงในห้องชงชา จากนั้นก็เปิดแพลตฟอร์มที่ชื่อว่าหลานเซีย



แพลตฟอร์มนี้มีความร่วมมืออย่างใกล้ชิดกับปัวหลัว ดังนั้นสำหรับอัลบั้มใหม่ของจ้าวเสวี่ยฉินจึงไม่ต้องพยายามที่จะโปรโมตใดๆ เลย



ในบรรดาแพลตฟอร์มหลัก แพลตฟอร์มหลานเซียมีการประชาสัมพันธ์มากที่สุด เมื่อ 2-3 วันก่อน อัลบั้มใหม่ของราชาสวรรค์จ้าวได้ขึ้นไปบนแบนเนอร์หน้าแรกแล้ว



จ้าวเสวี่ยฉินมองไปที่ชาร์ตเพลงใหม่ของหลานเซียและเขาก็เห็นเพลง "กาแฟ" ของตัวเองอยู่ในอันดับแรก



สำหรับหลัวโม่ ศิลปินหน้าใหม่ยอดนิยม เขาได้รับความนิยมอย่างมากและเพลงใหม่ของเขาก็ตามมาติดๆ โดยอยู่ที่อันดับที่สอง



ประเด็นนี้ทุกคนคาดการณ์ไว้นานแล้ว ไม่น่าแปลกใจ



“เพลง ‘สายลมร้าวรานแห่งตะวันออก’ ชื่อเพลงค่อนข้างน่าสนใจ มันควรจะเป็นแนวเพลงโบราณที่เขาถนัด" จ้าวเสวี่ยฉินกล่าว



สำหรับพวกเขา เพลงแรกของหลัวโม่ที่จะเปิดตัวคือเพลงโบราณ ซึ่งอยู่ในการคาดการณ์ของพวกเขาเช่นกัน



ชายหนุ่มคนนี้รู้จักเครื่องดนตรีโบราณของจีนอยู่แล้วและฝึกฝนการแสดงงิ้วมาอย่างหนักมาตั้งแต่เด็ก ๆ เขามักจะแสดงวัฒนธรรมดั้งเดิมออกมา



นอกจากนี้ เพลงโบราณหลายเพลงก่อนหน้านี้ของเขาก็ยังเป็นที่นิยมอย่างมาก แฟนๆ ต่างคาดหวังไว้สูงกับเพลงประเภทนี้



ในประเทศจีนหรือทั่วทั้งทวีป ตลาดสำหรับเพลงยุคเก่านั้นค่อนข้างดีอย่างมาก



หลังจากที่หวงซีชานได้ยินชื่อเพลง เขาก็พยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะหยิบถ้วยชาขึ้นมาจิบเบาๆ ราวกับว่าทุกอย่างเป็นไปตามคาด



จ้าวเสวี่ยฉินไม่ได้กดดาวน์โหลดเพลง แต่เขากดเล่นเพลงโดยตรง



ทันทีที่เพลงโหมโรงดังขึ้น หวงซีชานซึ่งรู้วิธีแต่งเพลงก็อดไม่ได้ที่จะขมวดคิ้วเล็กน้อย



ในความเห็นของเขา เพลงของหลัวโม่มักจะฉลาดมากในด้านการถ่ายทอดอารมณ์ แถมแนวของแต่ละเพลงก็ชัดเจนมาก



ยิ่งเมื่อเสียงเพลงร้องดังขึ้น หวงซีชานก็ยิ่งขมวดคิ้วแน่นกว่าเดิม



"[หนึ่งจอกรานรด... ลบลืมทุกข์ตรม เดียวดายอยู่ข้างหน้าต่าง



ข้ายืนอยู่ที่ประตูหลัง.. แสร้งว่านางยังไม่ลาจากไป



สถานที่เก่าๆ ประดุจได้กลับมาเยือนอีกครั้ง.. จันทร์เพ็ญยิ่งเงียบเหงาว้าเหว่



เปลวเทียนที่ลุกโชนขึ้นในยามค่ำคืน.. มิอาจอดกลั้นจะตัดพ้อต่อว่าข้า]"



มีเสียงเครื่องดนตรีโบราณของจีนดังขึ้นอย่างชัดเจน แถมเนื้อเพลงก็ยังดีมาก



ท่อนนี้ทำให้หวงซีชานตื่นตัวทันที



เมื่อจ้าวเสวี่ยฉินได้ฟังเพลงนี้ เขารู้สึกว่ามันมีเสน่ห์และสามารถดึงดูดผู้คนได้ในทันที



เพลงดำเนินต่อไป



"[หนึ่งไหพลัดพรากเร่ร่อนพเนจรไปทั่วหล้า.. สุรายิ่งยากจะล่วงลงคอ



ยามนางจรจาก.. ไออุ่นของสุรายิ่งติดตรึงไปด้วยความคะนึงถึง



กระแสธารรินไหลสู่บูรพาทิศ.. จะเหนี่ยวรั้งกาลเวลาไว้ได้อย่างไร



ดอกไม้ผลิบานแล้วโรยหล่น.. เป็นข้าเองที่พลาดเวลานั้นไป]"



เมื่อท่อนเพลงเหล่านี้ถูกร้องออกมาขึ้น มันยิ่งไปกระตุ้นความอยากอาหารของหวงซีชานให้มากขึ้น



"สุรายิ่งยากจะล่วงลงคอ ไออุ่นของสุรายิ่งติดตรึงไปด้วยความคะนึงถึง" คิ้วของหวงซีชานขมวดแน่น ตอนนี้เขาไม่สามารถดื่มชาลงได้อีก



ตอนนี้ไม่ว่าจะเป็นชาขาวคุณภาพสูงชนิดใดก็ล้วนไร้รสชาติ



ถัดไปจะเป็นท่อนคอรัสของเพลงนี้



หลังจากสองท่อนแรกของเพลงจบลง เขาก็เข้าใจอย่างสมบูรณ์แล้วในเวลานี้



หลัวโม่กล้าที่สร้างแนวทางใหม่บนพื้นฐานของดนตรีโบราณ



ไม่มีเพลงแนวนี้ในตลาดเลย ไม่มี!



หลัโม่เพียงคนเดียวที่กำลังเดินไปบนเส้นทางใหม่ เขากำลังเปิดทางสู่ดินแดนใหม่



หลัวโม่คนนี้นับเป็นศิลปินระดับแนวหน้าอยู่แล้ว เขานั้นได้รับความนิยมตั้งแต่ก่อนเดบิวต์เสียอีก



อัลบั้มที่เขาสร้างให้กับตงชูยังได้วางรากฐานที่ดีให้กับตงชูในหลายๆ ด้าน เพราะงั้นทุกคนเลยคาดหวังว่าหลัวโม่จะทำเพลงสไตล์คล้ายกันนี้ออกมา



แต่แม้จะอยู่ในสถานการณ์เช่นนั้น หลัวโม่กลับเลือกเล่นท่าเสี่ยง ถ้าทุกคนเป็นนักเล่นหมากรุก งั้นหลัวโม่ก็คงต้องเป็นคนบ้าหมากรุกอย่างแน่นอน!



ไม่ว่าจะเป็นการเอาชนะอุปสรรค เปิดทางสายใหม่ไปตลอดกาล เปิดตลาดที่ยังไม่มีใครยอมรับ เขายอมเอาชื่อเสียงมาพนันในการต่อสู้ครั้งแรก



ยิ่งผู้คนอยู่ขึ้นเรื่อย ๆ เขาก็จะได้รับการยกย่องมากขึ้น แต่เมื่อทำผิดพลาด เขาก็จะยิ่งถูกเยาะเย้ยมากขึ้นด้วย



ใบหน้าหวงซีชานแดงขึ้น มีเสียงสองเสียงดังขึ้นในใจของเขา:



"ไอ้หนู แกกล้ามาก!!"



ในขณะนี้ เพลงได้เข้าสู่ท่อนสองแล้ว



เสียงร้องเพลงอันไพเราะกระจายไปทั่วห้องน้ำชา



“[ใครกันกำลังกรีดพิณบรรเลงท่วงทำนองสายลมร้าวรานแห่งตะวันออก]”





ตอนก่อน

จบบทที่ เพลงบุกเบิก "สายลมร้าวรานแห่งตะวันออก"

ตอนถัดไป