ประเดิมศพแรก

-ต้องการจะฝึกสัตว์อสูรตัวนี้หรือไม่-




ระบบนักฝึกอสูรได้ถามขึ้นอีกครั้ง




มู่เหลียงรู้ว่ากิ้งก่าสามสีตัวนี้พิเศษกว่าปกติ




ยิ่งไปกว่านั้น แต้มฝึกฝนของเขาก็ฟื้นกลับมาแล้ว พอที่จะใช้สำหรับฝึกสัตว์อสูรเพิ่มได้




ทุกๆ เที่ยงคืนของทุกวันแต้มฝึกฝนจะถูกคืนค่า 10 แต้มทุกวัน




มู่เหลียงจึงตอบกลับไป




“ฝึกสัตว์อสูรตัวนี้”




-ติ๊ง!! ตรวจพบสิ่งมีชีวิตระดับ 0 กิ้งก่า….เริ่มทำการฝึก-




-ใช้แต้มฝึกฝน 10 แต้มในการฝึกเลี้ยงสัตว์อสูร……ฝึกฝนสำเร็จ-




แล้วตัวของกิ้งก่าก็เปล่งรัศมีสีขาวออกมา ก่อนที่มันจะสั่นเทาไปทั้งตัว ราวกับว่ามันกำลังสบายอย่างบอกไม่ถูก




ก่อนที่สามวินาทีต่อมา กิ้งก่าก็ขยายตัวเท่ากับฝ่ามือของมู่เหลียง สีบนผิวหนังของมันก็ดูชัดเจนขึ้น




-ติ๊ง! เจ้านายต้องการสืบทอดพลังมาจากกิ้งก่าสามสี และรับทักษะ กลมกลืนหรือไม่-




“สืบทอด”




มู่เหลียงคิดในใจและพยักหน้าเบาๆ




-ติ๊ง! ทักษะกลมกลืนกำลังถ่ายโอนข้อมูล….ปรับแต่ง…..การสืบทอดพลังเสร็จสิ้น-




มู่เหลียงรู้สึกเหมือนมีไอลมเย็นๆ ไหลผ่านตามผิวหนังของเขา ก่อนที่จะรู้สึกราวกับได้แช่น้ำอุ่น




“ระบบเปิดค่าสถานะของฉันที”




มู่เหลียงรู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย เขาจึงอยากจะรู้ว่ามีการเปลี่ยนแปลงขึ้นจริงหรือไม่




ผู้ฝึก : มู่เหลียง

ถึกทน 6.2

ว่องไว 4.5

กำลัง 5.1

ปราณ 9

อายุไข 24 / 110 ปี

แต้มฝึกฝน 0 (คืนค่าทุกวัน และสะสมได้)

แต้มวิวัฒนาการ 0

ความสามารถ หนามหินระดับ 1 กลมกลืนระดับ 1 กายมนุษย์ระดับ 1

…..

สิ่งที่ฝึกฝน เต่าหิน(ระดับ 1) ทักษะ หนามหินระดับ 1
กิ้งก่าสามสี(ระดับ 1) ทักษะ กลมกลืนระดับ 1

…..




“ค่าสถานะเพิ่มขึ้นมาเล็กน้อย แต่กิ้งก่าสามสีก็มีทักษะติดตัวอยู่”




มู่เหลียงลองเปิดใช้งานความสามารถกลมกลืน ทำให้ผิวหนังของเขารู้สึกเย็นขึ้นมา ก่อนที่ผิวหนังของเขาจะเปลี่ยนไป




ทุกอย่างเกิดขึ้นในเวลา 1 วินาที




มู่เหลียงลองสำรวจร่างกายดูและเห็นว่าทั้งเสื้อผ้า และผิวหนังของเขากลายเป็นสีเดียวกับกำแพงหินที่อยู่ตรงหน้า




10 วิ 1 นาที 10 นาที ผ่านไป




มู่เหลียงยืนนิ่งๆ อยู่ยังงั้นเพื่อจะทดสอบว่าความสามารถนี้จะมีข้อจำกัดเรื่องเวลาหรือไม่




ผ่านไปครึ่งชั่วโมง




“ดูเหมือนว่าความสามารถนี้จะไม่มีข้อจำกัดเรื่องระยะเวลาสินะ”




มู่เหลียงลองขยับมือขยับเท้า และพบว่าผลของกลมกลืนนั้นจะหายไปตามส่วนของร่างกายที่เคลื่อนไหว




“ดูเหมือนว่าความสามารถนี้จะปรับเปลี่ยนการหักเหของแสงที่ตกกระทบบนร่าง หากว่าเคลื่อนไหวผลของความสามารถจะยกเลิกไปสินะ”




มู่เหลียงเริ่มเข้าใจข้อดีและข้อเสียของความสามารถกลมกลืน




เขาอดไม่ได้ที่จะแสยะยิ้มออกมา และถอนหายใจอย่างช่วยไม่ได้




“ความสามารถนี้มันเหมาะอย่างมากกับงานลอบสังหาร”




“ไป! แอบติดตามฉันอย่าได้ห่างละ”




มู่เหลียงวางกิ้งก่าสามสีลงบนพื้น




กิ้งก่าสามสีระดับ 1 แม้จะดูอ่อนแอ เขาจึงต้องเลี้ยงมันเอาไว้ไม่ให้ไกลตัว เหมือนกับสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่ง




กิ้งก่าสามสีเงยหน้ามองมู่เหลียง และรีบปีนขึ้นไปบนกำแพงหินไม่ไกลจากตัวมู่เหลียง




เมื่อไหร่ที่มันหยุดนิ่งตัวของมันจะกลมกลืนไปกับพื้นผิวของสิ่งนั้น และยากที่จะสังเกตเห็น




“ถ้าแกเติบโตไปมากกว่านี้ หวังว่าจะมีความสามารถในการโจมตีดีๆ นะ ฉันจะฝึกแกให้เก่งกาจเหมือนกับลัทธินักฆ่า(Assassin Creed)ที่มีชื่อเสียงเลย และแกจะได้ชื่อว่านักฆ่ากิ้งก่า ทำให้ชื่อของแกเป็นฝันร้ายของทุกคน”




มู่เหลียงพูดขึ้นอย่างติดตลก และหัวเราะออกมาอย่างชั่วร้าย




เขาดึงมือออกจากแผ่นหิน และนำกิ้งก่าที่ตายใส่ถุง และล่าเหยื่อตัวต่อไป




ใช้เวลาในการล่าถึง 2 ชั่วโมง สิ่งที่เขาได้ก็มีแต่กิ้งก่าตัวเล็กเท่านั้น




บางครั้งก็พบแมลงมีพิษอย่างแมงป่อง หรือแมลงขนาดเล็กๆ




มู่เหลียงรู้ว่าสิ่งนี้กินได้ แต่เขาก็ไม่อยากจะกินมันเป็นอาหารเท่าไร




“นี่มันโพรงหนู!”




มู่เหลียงพบว่ามีโพรงรูหลายโพรง และมีรอยเท้าเล็กๆ อยู่ที่ปากหลุม




เขาจึงวางแผนที่จะใช้กิ้งก่าสามสีเข้าไปไล่ต้อนพวกหนูออกมาจากรู




ตึกๆ




มู่เหลียงได้ยินเสียงของฝีเท้าดังขึ้นไม่ใกล้และไกลจากตัวของเขา และเขารู้ได้เลยว่าทิศทางนั้นมาจากทางไหน




เขาถูกฝึกฝนในหน่วยรบพิเศษมาหลายปี




มู่เหลียงรับรู้ได้ทันทีจากสิ่งที่เรียนมา เขาเอนตัวพิงกำแพงหินอย่างรวดเร็ว และเปิดใช้งานกลมกลืนเพื่อซ่อนตัว




ในเวลานั้นไม่ถึงนาที ร่างที่คุ้นเคยแต่มีรูปร่างที่แตกต่างไปจากเดิมปรากฏขึ้นต่อสายตาของเขา




สิ่งที่พูดถึงอยู่นั้นคือมินโฮ




แต่ที่มู่เหลียงไม่คุ้นตาเลยคือ หูกระต่ายสีฟ้ายาวคู่หนึ่งบนหัวของมินโฮ




“ตามไปเร็ว! อย่าให้มันหนีไปได้”




“แกหาเรื่องตายแล้วที่มาแย่งอาหารของพวกเรา!”




“อย่าให้พวกเราจับแกได้นะ ถ้าจับแกได้เมื่อไรแกตายแน่!”




…..




มีคนสี่คนตะโกนตามหลังมินโฮมา พร้อมกับตะโกนด่าทอไม่หยุด ในมือนั้นถือมีดที่ทำมาจากกระดูก หอกไม้แหลม และอื่นๆ ที่ดูเหมือนอาวุธ




เด็กสาวกลับวิ่งเร็วขึ้นพร้อมกับตะโกนด่าสาปแช่งกลับไปเช่นเดียวกัน เห็นได้ชัดเลยว่ามินโฮนั้นสามารถหลบหนีได้อย่างสบาย




มู่เหลียงดักรอให้เด็กสาววิ่งผ่านเขาไปก่อน จนกระทั้งหนึ่งในสี่ที่ตามินโฮผ่านตัวเขาไปแต่เขายังไม่หยุดคนคนนั้น




และคนที่สองก็ผ่านไป คนที่สาม จนถึงคนที่สี่




มู่เหลียงคว้าคอของคนที่สี่เอาไว้ และใช้ประโยชน์จากแรงเฉื่อยที่เกิดขึ้นเหวี่ยงร่างนั้นลงกับพื้นและใช้แรงนั้นกดลงไปที่หัว




กร๊อบ!!




เสียงของกระดูกคอที่หักจากการถูกเหวี่ยงและกระแทกอย่างแรง คนคนนี้ตายโดยที่ไม่ทันได้ร้องออกมาสักคำ




มู่เหลียงนั้นใช้เวลาไม่ถึงสองวิในการฆ่าคนคนนี้ ก่อนที่เขาจะตามทั้งกลุ่มไป




และใช้เทคนิคเดียวกันในการจัดการกับคนที่อยู่หลังสุด




โดยที่ทั้งสองคนที่นำหน้าไปนั้นไม่รู้เลยว่าเกิดอะไรขึ้น




จนกระทั้งพวกเขารู้สึกผิดสังเกตที่ไม่ได้ยินเสียงหอบหรือหายใจของเพื่อนที่วิ่งตามมาด้วยกัน จนพวกเขาหยุดและหันกลับไปมอง




“แกเป็นใคร?”




“แล้วแกทำอะไรกับพวกของเราอีกสองคน!!”




ทั้งสองจับอาวุธแน่นทั้งหอกไม้ และมีดกระดูก ก่อนที่จะตะโกนถามอย่างหวาดกลัว




มู่เหลียงนั้นยืนอยู่ห่างจากทั้งสองคนเป็นระยะทางสี่เมตร




แล้วตอนนั้นเองที่มินโฮได้ยินเสียงตะโกนที่ผิดปกติจึงหันกลับมามองด้วยความสงสัย




“เอ๋?”




เด็กสาวอ้าปากค้างด้วยความตกใจ ไม่คิดว่ามู่เหลียงจะมาโผล่ด้านหลังของเธอ




เด็กสาวมั่นใจว่าพาทั้งสี่คนวิ่งออกไปจากเส้นทางที่มู่เหลียงไปแล้ว แต่ไหนเขากลับมาอยู่ที่นี่ได้




มินโฮตะโกนอย่างสุดเสียง




“มู่เหลียง!! หนีไป!!!”




“ยังงี้นี้เอง….เป็นพวกเดียวกันกับไอเด็กหูกระต่ายนั้นสินะ”




เมื่อทั้งสองเห็นว่าชายที่ยืนอยู่ตรงนี้เป็นพวกเดียวกับเด็กที่พวกเขาไล่ตามก็ลดความกลัวลง




ตอนแรกพวกเขากลัวว่าจะเจอกับพวกนักล่ามืออาชีพ




“จัดการมันก่อน!”




คนที่ถือหอกไม้แทงหอกออกไปสุดแรง เล็งไปยังกลางอกของมู่เหลียง




“....”




มู่เหลียงยังนิ่งอยู่ และเบี่ยงตัวหลบจากวิถีหอกเล็กน้อย และใช้แรงเฉื่อยที่เกิดขึ้น กระแทกศอกใส่อกของคนคนนี้อย่างจัง




แอ๊ก!!




ราวกับได้ยินเสียงของบางสิ่งแตกหัก คนถือหอกไม้นอนคว่ำลงกับพื้น ก่อนที่จะอ้วกออกมาเป็นเลือด




เดิมที่พละกำลังของมู่เหลียงก็มากกว่าคนปกติอยู่แล้วเพราะเป็นทหารหน่วยรบพิเศษเก่า แต่มันถูกเสริมด้วยพลังที่ได้รับมาจากสัตว์อสูรที่ฝึกเลี้ยงอีก




ทำให้กำลังของเขามากขึ้นเป็นสามเท่า




เพียงมู่เหลียงออกแรงนิดหน่อยก็พอแล้วที่จะกำราบคนธรรมดาได้




“แกเพิ่มพลังกายงั้นหรอ?!”




ชายที่ถือมีดกระดูกผงะถอยหลังไปครึ่งก้าว พร้อมกับถือมีดกระดูกอย่างสั่นเทา และมองมู่เหลียงที่อยู่ต่อหน้า




อยู่ๆ ขาของเขาก็แข็งจนก้าวไม่ออกอีกต่อไป




“มู่เหลียง หนีไป!!”




มินโฮนั้นตะโกนอย่างร้อนรน




ในช่วงเวลานั้นเด็กสาวจึงตัดสินใจวิ่งกลับเข้ามาหามู่เหลียง และกระโดดถีบชายคนนี้จากด้านหลังจนมีดกระดูกในมือของเขานั้นกระเด็นหลุดมือไป




ชายที่ถือมีดกระดูกล้มลงกับพื้น และเมื่อเขาสังเกตเห็นว่าเพื่อนของเขานั้นกำลังอ้วกออกมาเป็นเลือด ยิ่งรู้สึกหวาดกลัวมากขึ้น




“ไม่!! แกฆ่าฉันไม่ได้นะ ฉะ–ฉะฉันเป็นคนของหัวหน้ากลุ่มเคราโลหิตเลยนะ!”




ชายคนสุดท้ายรีบตะโกนบอกภูมิหลังของตัวเองทันที หวังว่าจะหยุดทั้งสองคนนี้ได้







ตอนก่อน

จบบทที่ ประเดิมศพแรก

ตอนถัดไป