050 - เฉินเซียง
เย่เสี่ยวมองไปยังร่างไร้ชีวิตของหมาป่าด้วยความแปลกใจ แม้แต่ตัวเขาเองยังตกตะลึงกับพลังของวิชาดัชนีศักดิ์สิทธิ์ มันทรงพลังกว่าที่เขาคิดเอาไว้
“ดูเหมือนว่านี่จะเป็นพลังของวิชาต่อสู้ระดับลึกซึ้งขั้นสูง ถึงแม้ว่าข้าจะไม่สามารถปลดปล่อยพลังที่แท้จริงของวิชาดัชนีศักดิ์สิทธิ์เพราะความแข็งแกร่งของข้ายังไม่มากพอ แต่มันยังคงแข็งแกร่งมาก” ช่วยไม่ได้ที่เย่เสี่ยวจะแปลกใจเมื่อเห็นพลังของวิชาดัชนีศักดิ์สิทธิ์ เขารู้ว่านั่นยังไม่ใช่พลังที่แท้จริงที่วิชาระดับลึกซึ้งขั้นสูงควรจะมี
หากเขาต้องการปลดปล่อยพลังที่แท้จริง เขาจะต้องเพิ่มความแข็งแกร่งให้มากกว่านี้ อย่างน้อยเขาจะต้องอยู่ในเขตแดนกำเนิดแก่นแท้ระดับแรก
ตอนนี้หมาป่าเขี้ยวเงินได้ตายลงแล้ว เย่เสี่ยวเริ่มทำการค้นหาแก่นอสูรจากศพหมาป่า สัตว์อสูรแต่ละชนิดล้วนมีแก่นอยู่ในร่างกายต่างที่กัน หลังจากค้นหาไปสักพัก ท้ายที่สุดเขาเจอแก่นอสูรอยู่ภายในหัวของมัน
เย่เสี่ยวนำมันออกมาจากร่างของหมาป่าเขี้ยวเงินและเก็บมันเอาไว้ในกระเป๋ามิติที่ได้รับมาจาก 5 นิกายใหญ่และตระกูลราชวงศ์
“เดี๋ยว”
ขณะที่เย่เสี่ยวกำลังเดินจากไปจากที่นั่น มีเสียงหนึ่งดังขึ้น
เย่เสี่ยวหยุดและมองไปยังคนที่เป็นเจ้าของเสียง
นั่นคือชายหนุ่มร่างอ้วน ดูจากชุดที่ใส่ดูเหมือนจะเป็นชายหนุ่มที่ร่ำรวยอย่างมาก
“เจ้าต้องการอะไร?” เย่เสี่ยวมองไปยังชายคนนั้นด้วยความสับสน เขาไม่แม้แต่จะรู้จักชายหนุ่มคนนี้ด้วยซ้ำ เหตุใดจึงมาหยุดเขากัน?
สวัสดี ข้าชื่อเฉินเซียง การบ่มเพาะของข้าอยู่ที่เขตแดนรวมปราณระดับ 6 ข้าคิดว่าเจ้าน่าจะอยู่ตัวคนเดียว ทำไมพวกเราไม่มาร่วมมือกันล่าสัตว์อสูรด้วยกัน วิธีนี้พวกเราจะสามารถหาแก่นอสูรระดับ 2 ได้มากขึ้นเพียงออกแรงเล็กน้อย” เฉินเซียงยิ้มให้กับเย่เสี่ยวและพูดออกมาด้วยน้ำเสียงที่ราวกับว่าตัวเองเหนือกว่า
เย่เสี่ยวแปลกใจที่ได้ยินเขากล่าวเช่นนั้น จึงจ้องมองไปยังใบหน้ายิ้มแย้มนั้นพร้อมกับขมวดคิ้ว เขาสัมผัสได้ถึงบางสิ่งที่เฉินเซียงปกปิดไว้
“ข้าต้องขออภัยด้วย ข้าชอบอยู่คนเดียวมากกว่า ข้าจึงไม่สามารถร่วมมือกับเจ้าได้ ข้าจะไปล่าเพียงลำพัง” เย่เสี่ยวปฏิเสธอย่างสุภาพ
“อะไรนะ?” เฉินเซียงแปลกใจ เขาไม่คิดว่าเย่เสี่ยวจะปฏิเสธที่จะร่วมมือกับเขา
“ข้าบอกว่า ข้าจะไปล่าตามลำพัง เจ้าไปคนอื่นเถอะ” เย่เสี่ยวพูดอีกครั้งและเดินจากไป
เห็นว่าเย่เสี่ยวกำลังหายไป เฉินเซียงจึงตะโกนด้วยความโกรธ “เจ้า...เจ้ากล้าปฏิเสธข้า เจ้ารู้รึไม่ว่าข้าเป็นใคร?”
“ข้ารู้ เจ้าก็คือเฉินเซียง” เย่เสี่ยวไม่แม้แต่จะหันกลับมา เขาเพียงโบกมือเล็กน้อยก่อนจะหายไปจากสายตาของเฉินเซียง
ได้ยินที่เย่เสี่ยวตอบกลับมา เฉินเซียงทำได้เพียงอ้าปากพะงาบๆ แต่ไม่มีเสียงใดดังออกมาจากปากเขา ประการแรกเขารู้สึกสับสนและเมื่อได้คิดไตร่ตรอง เขารู้สึกโกรธมาก มากยิ่งขึ้นจนหายใจเสียงดังและเร็วขึ้น ไม่มีใครเคยทำกับเขาเช่นนี้มาก่อนเขาจึงโกรธแค้นเป็นอย่างมาก
เขาเข้าร่วมการประลองครั้งนี้ และเลือกที่จะล่าด้วยตัวคนเดียว เขาคิดว่ามีเพียงอัจฉริยะที่แข็งแกร่งกว่าเขาจึงจะเหมาะสมที่จะร่วมมือกับเขา แต่คนเหล่านั้นกลับเลือกที่จะไปล่าเพียงคนเดียว
เขาบังเอิญผ่านมาได้ยินเสียงการต่อสู้ที่นี่ เขาจึงมุ่งหน้าไปยังทิศทางที่มาของเสียงและเห็นว่าเย่เสี่ยวกำลังปล่อยการโจมตีครั้งสุดท้ายไปยังหมาป่าเขี้ยวเงิน เขาแปลกใจกับพลังโจมตีของเย่เสี่ยว เขาไม่เคยคิดว่านักสู้ระดับ 3 เขตแดนรวมปราณกลับสามารถปลดปล่อยความแข็งแกร่งได้มากถึงเพียงนี้
ในตอนนั้น เฉินเซียงคิดบางสิ่งและตัดสินใจสร้างกลุ่มกับเขาเพื่อล่าแก่นอสูรดีๆ ระดับ 2 และก่อนที่จะกลับไปรายงาน เขาจะฆ่าเย่เสี่ยวทิ้งและนำส่วนแบ่งแก่นอสูรไป แต่เข้าไม่คิดว่าเย่เสี่ยวจะปฏิเสธเขาเช่นนี้
เขา เฉินเซียง เกิดในตระกูลขนนาง ตั้งแต่เกิดจนถึงตอนนี้ เขาได้ในสิ่งที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นทรัพย์สมบัติ หรือหญิงงาม แต่ตอนนี้กลับมีคนที่เขาเพิ่งจะเคยเจอในป่าปฏิเสธเขาอย่างตรงไปตรงมา ปฏิเสธเขานั่นหมายถึงทำให้เขาอับอาย เป็นไปได้อย่างไรที่เขาจะไม่แก้แค้นสำหรับเรื่องราวครั้งนี้
“ข้าจะทำให้เจ้าต้องชดใช้ เจ้าไม่ควรปฏิเสธข้า เมื่อไรที่เจ้าอยู่ในกำมือข้า ข้าจะทำให้เจ้าเข้าใจว่าการไม่ไว้หน้าข้าจะต้องเจอกับอะไร” เฉินเซียงกัดฟันด้วยความโกรธ
เขาหันกลับไปมองยังศพของหมาป่าเขี้ยวเงิน เขามองดูมันชั่วขณะหนึ่ง จากนั้นจึงโบกมือ ปรากฎเปลวเพลิงออกมาจากมือของเขา เขาส่งเปลวเพลิงไปยังศพของหมาป่าแล้วจึงเดินไปอย่างไม่ใส่ใจ