054 - หลี่หยุน
เย่เสี่ยวเห็นสัตว์อสูรระดับ 1 จำนวนหนึ่งอยู่บนเส้นทางที่เขาเดินมาสักพัก เย่เสี่ยวเห็นสัตว์อสูรที่แข็งแกร่งที่สุดในกลุ่มนี้เป็นสัตว์อสูรระดับ 2 ตัวหนึ่งที่กำลังบาดเจ็บ
มันคืออินทรีย์เพลิง
อย่างไรก็ตาม เย่เสี่ยวสัมผัสดึ้งความไม่มีโชค เขาไม่สามารถล่าสัตว์อสูรที่บินได้ได้ มันไม่ใช่ว่าเขาบินไม่ได้ เขามีปีกของมังกรศักดิ์สิทธิ์จึงบินได้ แต่เขาไม่ต้องการเป็นที่สนใจของผู้คน หากเขาใช้ปีกมังกรศักดิ์สิทธ์ เขาสามารถติดตามและฆ่าอินทรีย์เพลิงได้อย่างง่ายดาย
แต่เขาไม่ต้องการ
หากเขาใช้ปีกมังกรศักดิ์สิทธิ์เพื่อตามล่าอินทรีย์เพลิง มันจะดึงดูดให้อัจฉริยะรุ่นเยาว์หันมาสนใจและระวังตัวมากขึ้น ทำให้การประลองยุทธในรอบที่ 2 เป็นไปอย่างยากลำบาก
เขาจำเป็นต้องเก็บไพ่ลับไว้สำหรับการประลองรอบถัดไป เขาจึงไม่ไล่ตามมันไป
หลังจากเดินไปสักระยะ เย่เสี่ยวหยุดเดินกะทันหันและมองไปยังทางหนึ่ง
มีการต่อสู้ที่นั่น
เย่เสี่ยวมุ่งหน้าตามเสียงไปอย่างเงียบๆ เขาแหวกกิ่งไม้ใหญ่น้อยไปด้านข้าง เย่เสี่ยวเจอสถานที่ที่เป็นสนามต่อสู้ระหว่างมนุษย์และสัตว์อสูร
เขาเว้นระยะห่างกับที่นั่นและกระโดดขึ้นไปยังต้นไม่ใหญ่เพื่อการต่อสู้จากด้านบน
ในป่ามีทุ่งหญ้าแห่งหนึ่ง แต่ที่ทุ่งหญ้านั้นเต็มไปด้วยต้นไม้ที่โค่นล้มและกิ่งก้านมากมาย ราวกับที่นี่เกิดการทำลายล้างขึ้น
ในทุ่งหญ้าที่เต็มไปด้วยกลิ่นอายแห่งการต่อสู้ มีรุ่นเยาว์ 5 คนกำลังถืออาวุธอยู่ในมือถูกล้อมด้วยสัตว์อสูรตัวใหญ่ 2 ตัว ร่างของสัตว์อสูรยาวราว 3 เมตร รูปร่างคล้ายลิงมีขนสีเหลืองผสมน้ำตาล
สัตว์อสูรคล้ายลิงทั้ง 2 ตัวนี้ทั่วทั้งร่างเต็มไปด้วยเลือด รุ่นเยาว์ทั้ง 5 ดูเหมือนจะอาการไม่ดีนัก พวกเขาได้รับบาดเจ็บอย่างหนักแต่ยังฝืนตั้งรับไว้ ดูเหมือนพวกเขาจะเห็นว่าอสูรลิงทั้งคู่ต่างพยามถึงที่สุดที่จะยืนหัวเราเป็นคนสุดท้าย
อสูรลิงทั้งคู่ต่างเป็นสัตว์อสูรระดับ 2 และจากที่สังเกตพวกเขาดูเหมือนจะมีคนหนึ่งเป็นผู้ชาย ส่วนคนที่เหลือล้วนเป็นผู้หญิง
พวกมันเป็นสัตว์อสูรระดับ 2 ลิงยักษ์ทองคำ
เมื่อมันโตเต็มที่ มันสามารถยกระดับเป็นสัตว์อสูรระดับ 3 ได้
แม้ว่าสัตว์อสูรลิงยักษ์ทองคำจะเป็นสัตว์อสูรระดับ 2 แต่ความสามารถในการต่อสู้เทียบเท่านักสู้ระดับสูงเขตแดนรวมปราณ รุ่นเยาว์ที่ทำการล่าพวกมันต่างอยู่ในระดับที่ 5 และระดับ 6 เท่านั้น มันเป็นโชคดีของเขาที่รวมกลุ่มกัน 5-6 คน ไม่งั้นพวกเขาคงตายไปนานแล้ว หากแม้ใครสักคนที่ไม่ได้อยู่ที่นี่ ทำให้ลิงยักษ์ทองคำรู้สึกจนตรอก หากพวกเขาสามารถออกมาได้แบบมีชีวิตหลังจากยั่วยุลิงยักษ์ทองคำสามารถบอกได้ว่าพวกเขาโชคดียิ่ง
เย่เสี่ยวจำได้ว่ากลุ่มรุ่นเยาว์แต่งกายด้วยชุดที่บ่งบอกถึงขุมพลังหนึ่ง และทุกคนต่างมีสัญลักษณ์ดาบสีดำอยู่ที่แขนเสื้อ
เย่เสี่ยวระบุตัวตนของพวกเขาได้ทันทีว่าเป็นศิษย์ของนิกายระดับ 3 ที่รู้จักกันในชื่อนิกายดาบทมิฬ
นิกายดาบทมิฬคล้ายกับนิกายจันทราเงินที่เขาเคยเป็นศิษย์ ทั้งสองนิกายต่างเป็นนิกายระดับต่ำ
หลี่หยุนศิษย์นิกายดาบทมิฬเป็นนักสู้ระดับ 6 เขตแดนรวมปราณ เขาเป็นอัจฉริยะที่รู้กันว่าจะปรากฎออกมาในรอบร้อยปี
นิกายดาบทมิฬตั้งความหวังทั้งหมดไว้ที่หลี่หยุนในการประลองครั้งนี้ และหวังว่าหลี่หยุนจะได้รับเลือกเป็นศิษย์ 1 ใน 5 นิกายใหญ่ เพื่อที่จะได้ยกระดับนิกายเป็นนิกายระดับ 2 จากความช่วยเหลือของเขา
หลี่หยุนเป็นเด็กกำพร้า เขาเป็นลูกบุญธรรมของผู้นำนิกายดาบทมิฬ และได้รับการดูแลอย่างดี เพราะเหตุนี้หลี่หยุนจึงตอบแทนด้วยการทำงานอย่างหนัก ผลที่รับคือความแข็งแกร่งในตอนนี้ของเขาเหนือกว่าเด็กรุ่นราวคราวเดียวกัน
เขาเข้าร่วมการแข่งขันประลองพร้อมกับสมาชิกทั้ง 4 คนที่แข็งแกร่งที่สุดที่อายุไม่ถึง 20 ปี
ตลอดรอบแรกของการประลอง กลุ่มของเขาเข้าป่าหมอกเมฆาพร้อมกันและล่าด้วยกันเมื่อถูกโจมตีด้วยสัตว์อสูรลิงยักษ์ทองคำ เขาคิดว่าด้วยความแข็งแกร่งของกลุ่มของเขา เขาสามารถสัตว์อสูรทั้งคู่ได้ในคราวเดียว ด้วยวิธีนี้จะช่วยประหยัดเวลาและล่าได้มากขึ้น ดังนั้นพวกเขาจึงถูกโจมตีและล้อมรอบด้วยสัตว์อสูรลิงยักษ์ทองคำ
หลังจากต่อสู้กับอสูรลิงทั้ง 2 เขาถึงได้เข้าใจว่าตนประเมินความแข็งแกร่งของอสูรลิงยักษ์ทองคำต่ำเกินไป และประเมินความแข็งแกร่งของกลุ่มสูงเกินไป
จากท่าทางภายนอกที่เห็น คู่สัตว์อสูรลิงยักษ์ทองคำกำลังจะโจมตีครั้งสุดท้าย แต่ในความเป็นจริงกลับเป็นกลุ่มของเขาที่เสียหายหนัก หากสัตว์อสูรลิงยักษ์ทองคำเคลื่อนไหวในเวลานี้ นั่นจะทำให้กลุ่มของเขาพ่ายแพ้อย่างแน่นอน
ตอนนี้เขายังคงคิดหาทางหนีไปพร้อมกับกลุ่มของเขา เมื่อเขาเห็นเงาหนึ่งกำลังขึ้นไปบนต้นไม้ใหญ่ที่ห่างออกไปจากทุ่งหญ้าที่กลุ่มของเขากำลังต่อสู้กับคู่สัตว์อสูรลิงยักษ์ทองคำ
เขาเข้าใจได้ทันทีว่ามีคนมาที่นี่หลังจากที่ได้ยินเสียงต่อสู้...