058 - ยึดร่าง
เย่เสี่ยวและชายหน้าแผล ทั้งคู่ต่างโจมตีกันด้วยกระบี่
กระบี่ของพวกเขาประทะกัน ประกายไฟออกมาจากกระบี่ทั้ง 2 พวกเขาทั้งคู่ต่างฟันกระบี่ของตนไปข้างหน้า แต่พวกเขาไม่สามารถทำอะไรอีกฝ่ายได้
จากนั้นพวกเขาทั้ง 2 จึงถอยออกจากกัน และมองหน้ากันพยามหาจุดอ่อนของอีกฝ่าย
เย่เสี่ยวคิดแผนได้อย่างหนึ่งทันที
หากข้าส่งพลังวิญญาณไปยังกระบี่จะเกิดอะไรขึ้น?
เย่เสี่ยวเร่มส่งพลังวิญญาณไปยังกระบี่และพยามหาทางรวบรวมพลังวิญญาณไว้ที่กระบี่
มีแสงส่องประกายราวแม่น้ำที่สะท้อนเงาจันทร์ทันที บรรยากาศรอบๆ กลายเป็นร้อน ขึ้นอย่างรวดเร็ว แรงกดดันที่น่ากลัวปรากฎขึ้นต่อหน้าผู้คนที่อยู่ที่นี่
“บ้าเอ๊ย! ไอเด็กบ้านี่มีทักษะเช่นนี้ด้วย” ชายหน้าแผลเปลี่ยนเป็นเคร่งขรึม เขายกกระบี่ขึ้นราวกับจะผ่าท้องนภา กระบี่ฟันไปยังเย่เสี่ยวรวดเร็วราวสายฟ้า
เขารู้ว่าหากเขาไม่ทำอะไรตอนนี้ มันจะสายเกินไปที่จะทำสิ่งอื่นหลังจากนี้
เย่เสี่ยวชะงักไปชั่วขณะ ขณะที่แรงกดดันอันน่ากลัวกดดันไปยังทุกคน เย่เสี่ยวสัมผัสได้ว่าแรงกดดันนี้ถูกปลดปล่อยออกมาจากกระบี่ของเขา
เย่เสี่ยวสัมผัสได้ว่ามีบางสิ่งกำลังบุกรุกเข้าไปยังทะเลความรู้ของเขา เขาไม่รู้ว่ามันเป็นไปได้อย่างไร แต่เขายกกระบี่ขึ้นและต้านรับกระบี่ของชายหน้าแผล หลังจากป้องกันการโจมตีที่เข้ามา สติของเขาดับวูบลง ตัวเขาปรากฎอยู่ในทะเลความรู้ของเขา
ภายในทะเลความรู้ของเขา เพียงเย่เสี่ยวปรากฎตัวออกมา เขาเห็นบางสิ่งก่อร่างขึ้นกลายเป็นชายกลางคนอายุราว 40 ปี
“ฮ่าฮ่าฮ่า หลังจากที่รอคอยมาหมื่นปี ในที่สุดข้าก็ได้กลับมา” ชายกลางคนหัวเราะเสียงดังราวกับคนบ้า เมื่อเขาสัมผัสได้ถึงบางสิ่ง เขาหันกลับไปมองเย่เสี่ยวและพูดขึ้น “เด็กน้อย นั่นเจ้าใช่ไหม บอกความปราร๔นาสุดท้ายของเจ้ามา หลังจากที่ข้ายึดร่างเจ้าได้ ข้าจะเติมเต็มความต้องการสุดท้ายของเจ้า”
“เจ้าหมายความว่ายังไง เจ้าจะยึดร่างข้างั้นรึ?” เย่เสี่ยวถึงกับตกตะลึง เมื่อเขาได้ยินว่าชายกลางคนด้านหน้าต้องการยึดร่างของเขา เขารู้สึกกลัวเล็กน้อย
ตั้งแต่ที่ข่มุกสวรรค์เข้าไปยังหัวใจของเขาจนถึงตอนนี้ นี่เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกกลัว แต่เขารีบตั้งสติอย่างรวดเร็ว
“ยึดร่างของเจ้าก็คือการทำให้ร่างของเจ้าเป็นของข้ายังไงล่ะ” ชายกลางคนหัวเราะอีกครั้งและพูดต่อ “ให้ข้าแนะนำตัวเอง ข้าคือมู่เฉิน”
“มู่เฉิน?” เย่เสี่ยวขมวดคิ้ว เขารู้สึกเหมือนเคยได้ยินชื่อนี้จากที่ไหนมาก่อน เขาพยามนึก จากนั้นก็นึกออก เขาพูดออกมาเบาๆ “มู่เฉิน นักสู้ที่บ่มเพาะจนเข้าสู่เขตแดนจักรพรรดิยุทธในอาณาจักรชิงหลง”
“ฮ่าฮ่าฮ่า ถูกแล้วเด็กน้อย ข้าคือมู่เฉิน ผู้บ่มเพาะคนแรกที่เป็นจักรพรรดิยุทธในอาณาจักรชิงหลง” ชายกลางคนกัวเราะและตอบกลับมา
“เจ้าคือตัวจริงงั้นรึ แต่เป็นไปได้เยี่ยงไร ไม่ใช่ว่าเจ้าตายไปแล้วงั้นรึ?” เย่เสี่ยวถามขึ้นอีกครั้งด้วยความแปลกใจ
“ใช่ ข้าตายไปแล้วครั้งหนึ่ง แต่นั้นไม่ใช่การตายลงอย่างสมบูรณ์ ตอนที่ข้ากำลังจะตาย แม้ว่าตอนนั้นข้าจะเป็นเพียงคนพิการ แต่ด้วยความช่วยเหลือของสหาย ข้าได้ผนึกส่วนหนึ่งของจิตวิญญาณไว้ในกระบี่วิญญาณที่เจ้าใช้ก่อนหน้านี้ เฝ้ารอคนที่จะถ่ายพลังวิญญาณไปยังกระบี่เพื่อทำลายผนึก ข้าก็จะสามารถยึดร่างของคนคนนั้นได้ เด็กน้อยเจ้าช่างโชคร้ายที่ได้กระบี่เล่มนี้ไป” จิตวิญญาณของมู่เฉินหัวเราะและตอบข้อสงสัยแก่เย่เสี่ยว คิดว่าตนจะได้ปรากฎตัวต่อโลกภายนอกอีกครั้ง
“โอ้ เจ้าผนึกจิตวิญญาณของตนเองเอาไว้ในกระบี่เพื่อให้ตนเองสามารถกลับมามีชีวิตได้อีกครั้งหลังจากที่ยึดร่างของใครสักคนงั้นรึ?” เย่เสี่ยวถามขึ้นอีกครั้ง
“ใช่ เจ้าคิดถูกแล้ว ในเวลานั้นข้าเป็นเพียงคนพิการดังนั้นตัวเลือกที่ดีที่สุดคือการยึดร่างใครสักคน แต่ข้าจะบอกอีกครั้ง ข้าที่พิการแล้วนั้น เป็นไปได้อย่างไรที่จะออกจากร่างและไปหาร่างอื่นดังนั้นเพื่อนของข้าจึงช่วยผนึกจิตวิญญาณของข้าไว้ในกระบี่”
“ข้าจะไม่ยอมให้เจ้ายึดร่างข้าเด็ดขาด” เย่เสี่ยวยิ้มออกมาบนใบหน้าและมองไปยังมู่เฉิน
“เจ้าจะไม่ให้ข้ายึดร่างของเจ้างั้นรึ? เด็กน้อยอย่าลืมว่าแม้ข้าจะพิการแต่ยังไงก็ตามข้าที่เป็นยอดฝีมือระดับจักรพรรดิยุทธขั้นสูง เด็กน้อยเช่นเจ้าที่เป็นเพียงผู้บ่มเพาะเขตแดนรวมปราณระดับ 3 จะต้านทานข้าได้อย่างไร?” จิตวิญญาณของมู่เฉินกล่าวเยาะเย้ยและหัวเราะเย่เสี่ยว
“โอ้ เช่นนั้นรึ? ทำไมเจ้าไม่ลองหันหลังไป เจ้าจะได้พบบางสิ่งที่น่าอัศจรรย์” เย่เสี่ยวยิ้มให้เขา
มู่เฉินมองไปยังรอยยิ้มของเย่เสี่ยวและสัมผัสได้ถึงสิ่งที่ไม่ชอบมาพากล เขาจึงหันหลังกลับและเงยหน้าขึ้นมอง
“อ....อะไรกัน? ม......มังกร? เป็นไปได้อย่างไรที่จะมีมังกรอยู่ในทะเลความรู้ของคนได้” มู่เฉินถึงกับตัวสั่นเมื่อเห็นมังกรที่นี่
“ทุกสิ่งเป็นไปได้ ตอนนี้ข้าจะส่งเจ้าไปตามทางที่ควร” เย่เสี่ยวยิ้มให้เขาอีกครั้ง แต่เวลานี้จิตวิญญาณของมู่เฉินมองเห็นราวกับปีศาจกำลังยิ้มให้กับเขา