072 - เพลิงวิญญาณอันแรก เพลิงอสูร
“เย่เสี่ยว เจ้ากำลังจะทำอะไร?” โจวเหยียนตะโกนด้วยความหวาดกลัว
“ไม่มีอะไรมากมาย ข้าเพียงมาเอาชีวิตเจ้า” เย่เสี่ยวหัวเราะเสียงดังและก้าวไปข้างหน้าคว้าคอของโจวเหยียนไว้
“เย่เสี่ยวอย่างให้มากนัก หากเจ้าฆ่าข้า ท่านอาจารย์จะต้องฆ่าเจ้าแน่” โจวเหยียนข่มขู่เขาด้วยเสียงแหบแห้ง
“หึหึ ไม่ต้อองห่วง เร็วๆ นี้ข้าจะส่งอาจารย์ของเจ้าไปเจอเจ้าในนรก” เย่เสี่ยวหัวเราะ ในขณะที่เขากำลังจะหักคอของโจวเหยียน มีเปลวเพลิงลึกไหม้ที่ผ้าของเขา เย่เสี่ยวจึงโยนโจวเหยียนทิ้งไปและฉีกผ้านั้นออก กลายเป็นขี้เถ้าในพริบตา
“เพลิงวิญญาณ? ข้าเกือบจะลืมสิ่งนี้ไปแล้ว” เย่เสี่ยวมองไปที่โจวเหยียนที่กลังวิ่งหนีอย่างบ้าคลั่ง เย่เสี่ยวยังคงตามเขาไปและปรากฎตัวตรงหน้าเขาอีกครั้ง
“หมัดเพลิง”
เมื่อโจวเหยียนเห็นเย่เสี่ยวปรากฎตัวตรงหน้าอีกครั้ง เขาปล่อยหมัดที่ใช้ทักษะหมัดออกไปทันที มันแตกต่างจากหมัดธรรมดาตรงที่ถูกปกคลุมไว้ด้วยเปลวเพลิงสีม่วงที่สัมผัสได้ถึงความร้อน
เย่เสี่ยวยังคงไม่หลบ เขานึกสนุกที่มีนักสู้เขตแดนรวมปราณระดับ 1 พยามต่อสู้กับเขาที่เป็นนักสู้เขตแดนรวมปราณระดับ 7
แต่แม้เขาจะคิดว่ามันน่าสนุก แต่ก็ไม่กล้าที่จะประมาทหมัดของโจวเหยียน ที่ถูกคลุมไว้ด้วยเปลวเพลิงสีม่วงพร้อมกับแผ่กลิ่นอายอสูรออกมา
“เพลิงอสูร”
เย่เสี่ยวรู้ชนิดของเปลวเพลิงที่หมัดโจวเหยียนได้ทันที
“หมัดทลายภูผา”
เย่เสี่ยวปล่อยหมัดออกไปพร้อมกับทักษะการต่อสู้ระดับเหลืองขั้นต่ำหมัดทลายภูผา
เมื่อหมัดทลายภูผาและหมัดเพลิงของโจวเหยียนปะทะกัน ทำให้เกิดการระเบิดขนาดใหญ่ขึ้นมา โจวเหยียนถูกส่งกระเด็นออกไปในขณะที่เย่เสี่ยวยังคงยืนอยู่ที่เดิม เขามองไปยังหมัดที่ถูกเพลิงอสูรไหม้จนเกรียม
อีกด้านหนึ่ง โจวเหยียนกระอักเลือดออกมา มือทั้งข้างของเขาหายไป เป็นที่แน่ชัดว่าเขาเสียทั้งแขนจากการปะทะก่อนหน้านี้
“เป็นไปได้อย่างไร?...ไม่จริง...ใช่ นี่ไม่ใช่เรื่องจริง เป็นไปได้อย่างไรที่เจ้าจะแข็งแกร่งกว่าข้าในระยะเวลาสั้นๆ เพียง 1 เดือนเท่านั้น ก่อนหน้านี้ข้าเป็นคนทำให้เจ้าพิการเมื่อ 1 เดือนก่อน มันเป็นไปไม่ได้” โจวเหยียนตะโกนออกมาด้วยอความที่ไม่อยากจะเชื่อ เขาไม่เคยคิดว่าคนที่เขาทำให้พิการจะทรงพลังมากขนาดนี้ด้วยระยะเวลาเพียงไม่นาน
“เจ้าไม่อยากจะเชื่อสินะ” เมื่อเย่เสี่ยวมองไป เขาจึงหัวเราะขึ้นจากนั้นจึงหยุดและถอนหายใจออกมา “ความจริงแล้ว แม้แต่ตัวข้าเองก็ไม่อยากจะเชื่อเช่นกัน”
“เจ้ารู้อะไรไหม ความจริงแล้วข้าควรต้องขอบคุณเจ้าด้วยซ้ำ หากไม่ใช่เพราะเจ้า ข้าคงไม่ถูกบีบบังคับให้กระโดดลงจากหน้าผา และคงไม่ได้รับสมบัติที่เหนือล้ำยิ่งมาไว้ในมือ เจ้าคงไม่รู้ว่าก่อนเริ่มการแข่งขันประลอง ข้าเพียงต้องการฆ่าเจ้าเท่านั้น แต่ตอนนี้ข้ารู้สาเหตุที่ทำให้อาวุโส 5 เย่ฟานผู้เป็นเสมือนบิดาของข้าตายแล้ว ทั้งสาเหตุที่เจ้าทำให้ข้าต้องพิการรวมทั้งการขับไล่ข้าออกจากนิกาย ข้าจะทรมาณเจ้าจนกว่าจะตาย”
“หมัดทลายภูผา”
“ไม่ ไม่ ช้าก่อน”
“แกร๊ก”
“อ๊ากกก”
หลังจากที่เย่เสี่ยวพูดจบ เขาต่อยไปที่ขาของโจวเหยียนด้วยเคล็ดวิชาหมัดทลายภูผาหักขาของมัน โจวเหยียนร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
“หมัดทลายภูผา”
“แกร๊ก”
“อ๊ากกก”
“หมัดทลาย...”
......
แต่เย่เสี่ยวยังไม่หยุดเพียงแค่นี้ เหมือนที่เขาพูดก่อนหน้านี้ เขาตั้งใจจะทรมาณโจวเหยียนจนตาย เขาเริ่มโจมตีอีกครั้งไปยังแขนขาที่เหลืออยู่ด้วยเคล็ดวิชาหมัดทลายภูผา ตอนนี้โจวเหยียนกลายเป็นคนพิการ แขนขาทั้ง 4 ถูกทำลายจนต้องร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
เย่เสี่ยวที่ได้ยินเสียงร้องของมัน ทำให้เขารู้สึกสบายใจขึ้น
“ผู้อาวุโส 5 ไม่ค้องกังวล อีกไม่นาน ข้าจะส่งพวกมันทุกคนที่เคยทำร้ายท่านไปขอขมาต่อท่าน”
หลังจากผ่านไปราว 1 ก้านธูป โจวเหยียนก็เงียบลง แต่ยังคงได้รับความเจ็บปวดเหนือจินตนาการ ตลอดชั่วชีวิตของเขาไม่เคยได้รับความทุกข์ทรมาณมากท่าวันนี้
เมื่อเห็นว่าโจวเหยียนหยุดร้องแล้ว เย่เสี่ยวจึงเดินมาด้านหน้า
“ได้โปรด ปล่อยข้าไปเถอะ ข้าขอร้อง ข้าสัญญาว่าจะไม่ทำเช่นนี้อีกในอนาคต” โจวเหยียนร้องขอความเมตตา
“แน่นอนว่าเจ้าจะไม่ได้ทำเช่นนี้อีกในอนาคต เพราะตอนนี้เจ้ากำลังจะตาย” เย่เสี่ยวพูดขึ้นและวางมือไว้ที่หน้าอกของโจวเหยียน
“กลืนกิน”
“อ๊ากกกกกกกกก”
เย่เสี่ยวเริ่มกลืนกินโจวเหยียนทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่
โดยปกติแล้วเขาจะกลืนกินเฉพาะสิ่งที่เขาสังหาร แต่ตอนนี้เขาโกรธมาก เมื่อเขาได้ปล่อยหมัดใส่โจวเหยียน นั่นราวกับได้ระบายความโกรธออกมา
โจวเหยียนเริ่มร้องออกมาอีกครั้งด้วยความเจ็บปวด เขารู้สึกราวถูกถลกหนังทั้งเป็น
เจ็บปวดมาก เจ็บปวดเกินที่มุษย์จะรับไหว
ในครั้งนี้ หลังจากที่ได้ยินโจวเหยียนร้องคร่ำครวญออกมา แม้แต่ตัวเย่เสี่ยวเองยังรู้สึกว่าเขาโหดเหี้ยมเกินไป แต่เมื่อเขานึกได้ถึงการตายของอาวุโส 5 เย่ฟาน ความโกรธของเขาปะทุขึ้นอีกครั้งและยังคงกลืนกินต่อไป หลังจากผ่านไปชั่วระยะเวลาหนึ่ง โจวเหยียนตายลงด้วยความเจ็บปวด ในขณะเดียวกัน มีพลังงานความร้อนสายหนึ่งเข้าไปยังร่างกายของเขา
เริ่มแรกเขารู้สึกตกใจแต่หลังจากนั้นก็เปลี่ยนเป็นความยินดี ไม่เพียงเขาได้สังหารโจวเหยียน เขายังสามารถกลืนกินเพลิงอสูรจากร่างของโจวเหยียนได้และตอนนี้เขาสามารถใช้มันได้ตามต้องการ
แต่...เกิดอะไรขึ้น?
“อ๊ากก”
เจ็บ...ความเจ็บปวดขนาดนี้ มันกำลังจะสังหารข้า
เย่เสี่ยวสัมผัสได้ถึงความเจ็บปวดมากมายที่เกิดขึ้นกับร่างกายของเขา มันไม่ใช้ความเจ็บปวดธรรมดา เขารู้สึกราวกับมีใครกำลังเผาร่างของเขาจากภายในร่างกาย
เขานึกขึ้นได้ว่าขั้นตอนการดูดซับเพลิงวิญญาณ สิ่งแรกคือจะต้องทนต่อความเจ็บปวดให้ได้
หากไม่มีความแข็งแกร่งที่มากพอ คนคนนั้นย่อมต้องตายจากความเจ็บปวด มันไม่ใช่เรื่องเล็ก สำหรับการดูดซับและทำให้เพลิงวิญญาณยอมรับ
ด้วยเหตุนี้ เมื่อมีใครก็ตามที่ต้องการดูดซับเพลิงวิญญาณ จำเป็นต้องมีผู้อาวุโสจำนวนมากคอยช่วยสยบเพลิงวิญญาณไว้
ดังเช่นโจวเหยียนที่ประสบความสำเร็จในการดูดซับเพลิงอสูรด้วยความช่วยเหลือจากอาจารย์ ที่เป็นอาวุโสใหญ่ของนิกายจันทราเงิน
เย่เสี่ยวในตอนนี้ได้รับความเจ็บปวดอย่างมาก เขารู้สึกราวกับอวัยวะภายในทั้งหมดถูกเพลิงเผาผลาญ เขากระอักเลือดออกมาหลายครั้ง เขารู้สึกอยากยอมแพ้แทบหมดสติ แต่ความเจ็บปวดยังคงถาโถมเข้ามาเรื่อยๆ ไม่เปิดโอกาสให้เขาได้หมดสติแม้แต่น้อย
ไม่มีใครรู้ว่าเวลาผ่านไปเท่าไร ในที่สุดเขาก็สัมผัสได้ว่าความเจ็บปวดที่ได้รับลดน้อยลง
ตอนนี้เขานอนอยู่บนพื้น แม้แต่ตัวเขาเองยังไม่รู้ว่าตนนอนลงบนพื้นตั้งแต่ตอนไหน เมื่อเขามองไปรอบๆ พบเพียงศพที่แห้งเหี่ยวอยู่ข้างๆ เขามั่นใจว่าต้องเป็นศพของโจวเหยียนอย่างแน่นอน
เขาลุกขึ้นออกจากพื้นที่นั้น นับว่าเขาโชคดีมาก ตลอดระยะเวลาที่เขาสังหารโจวเหยียน จนกระทั่งดูดซับเพลิงอสูรและหลอมรวมมันเข้ากับตนเองแต่กลับไม่มีใครผ่านมาแถวนี้
เมื่อนึกถึงเพลิงอสูร ตาของเย่เสี่ยวเป็นประกาย เขาหยุดลงหาสถานที่ซ่อน จากนั้นจึงยกมือขึ้นตรงหน้า เพลิงสีม่วงเริ่มคลุมไปทั่วทั้งมือ แต่น่าแปลกที่เพลิงเหล่านั้นไม่ส่งผลอะไรเหมือนก่อนหน้านี้ที่โจวเหยียนโจมตี มือของเขาถูกเปลวเพลิงเผาไหม้จนกลายเป็นสีดำ
เย่เสี่ยวจำได้ว่ามือของเขาถูกเผาก่อนหน้านี้ เมื่อดูอีกครั้งกลับไม่บนแม้แต่ร่องรอยของการเผาไหม้ เขาแปลกใจที่บาดแผลฟื้นฟูด้วยตัวมันเอง ไม่รู้ว่าสาเหตุเพราะอะไร แม้จะเป็นเช่นนั้น แต่ก็เป็นเรื่องที่ดีที่ไม่มีผลเสียต่อเขาและยังมีประโยชน์ต่อเขาอีก
เย่เสี่ยวมองไปที่เพลิงสีม่วงบนฝ่ามือ
มันคือเพลิงวิญญาณอันแรกของเขา...เพลิงอสูร...