092 - ความต้องการ

ผู้นำนิกายหิมะเยือกแข็งเต็มไปด้วยความสนใจ เมื่อนางคิดว่าในเมื่อเกล็ดเยือกแข็งสุดขั้วสูญพันธุ์ไปนับล้านปีก่อน นั่นไม่ได้หมายความว่าศิษย์ของนางเป็นเพียงคนเดียวในทวีปชิงหลงที่จะมีกายาเยือกแข็งสุดขั้วหลังจากได้กินสมุนไพรระดับ 7 เกล็ดเยือกแข็งสุดขั้วงั้นรึ


ไม่เพียงเหล่าผู้นำนิกายคนอื่นที่เหลือเท่านั้น อาจารย์ข่ายอาคมหวู่ ราชาชิงหลง แม้กระทั่งปรมาจารย์หวัง พวกเขาทั้งหมดต่างคิดในสิ่งเดียวกัน ใบหน้าของเหล่าตาเฒ่าทั้งหลายที่มองไปยังหลินหลิงต่างเต็มไปด้วยความอิจฉาริษยาทันที


หลินหลิงกลับกลายเป็นสนใจมากยิ่งขึ้นขณะที่นางได้ยินเกี่ยวกับเกล็ดเยือกแข็งสุดขั้วและกายาเยือกแข็งสุดขั้ว นางไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งนางจะมีโอกาสได้รับกายาศักดิ์สิทธิ์เช่นกายยาเยือกแข็งสุดขั้วที่หายสาบสูญไปจากทวีปชิงหลงเมื่อล้านปีก่อน


“ไม่เพียงเท่านี้ สิ่งที่สำคัญที่สุดคือโอกาสที่ได้รับจากกายาเยือกแข็งสุดขั้ว มีโอกาสมากถึง 9 ใน 10 ส่วน ที่จะก้าวข้ามทุกคนในทวีปชิงหลง และนางจะกลายเป็นตำนานที่เป็นที่รู้จักกันในนาม ‘เซียน’” ปรมาจารย์หวังพูดบางสิ่งขึ้นอีกครั้ง ทำให้หัวใจทุกคนแทบจะหยุดเต้น


เซียน


สิ่งใดคือการมีอยู่ของสิ่งที่เรียกว่าเซียน


“นี่...ปรมาจารย์หวัง ท่านบอกพวกเราได้หรือไม่ว่าเซียนคือสิ่งใด?” คำถามนี้มาจากราชาชิงหลงโดยตรง และหลังจากที่ได้ยินคำถามนี้ ทุกคนที่อยู่ที่นี่ต่างหยักหน้า พวกเขาก็อยากรู้เช่นกันว่าเซียนเป็นอย่างไร


ปรมาจารย์หวังกำลังจะอ้าปากพูดต่อ แต่ก็ต้องขมวดคิ้วและหยุดคำพูดไว้แค่นั้น เขาไม่ตอบคำถามใดๆ เพียงพูดขึ้น “บาทโปรดทรงอภัย แต่ด้วยความแข็งแกร่งของพวกเรา มันจะดีกว่าที่จะไม่รู้เรื่องนี้ มันจะสร้างปัญหาให้แก่พวกเรามากกว่าผลดี”


ราชาชิงหลงขมวดคิ้วจากนั้นจึงละสายตาออกไปคิดคำนึง ผู้ใดก็ตามควรกินเท่าที่ตนเองจะรับได้ บางครั้ง การรู้มากเกินไปย่อมนำภัยมาสู่ตน ดังนั้นเขาจึงสงบใจลงและพยักหน้าให้ปรมาจารย์หวัง


ยอดฝีมือคนอื่นต่างส่ายหน้าด้วยความผิดหวัง


อาณาจักรชิงหลงเป็นเพียงอาณาจักรเล็กๆ ทั้งยังเป็นเพียงอาณาจักรระดับ 3 ยังมีขุมกำลังที่เหนือไปยิ่งกว่าอาณาจักร แม้กระทั่งจักรวรรดิต้าเซี่ย ด้วยกฎเกณฑ์ที่เหนือกว่าอาณาจักรทั้งหลาย มีเพียงคนส่วนน้อย อาจเป็น 1 หรือ 2 คน ที่รู้เรื่องราวของเซียน


ปรมาจารย์หวังพูดขึ้น “ไม่จำเป็นต้องกล่าวสิ่งใดอีก หลินหลิง เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้นจงมาหาข้า ข้าจะให้บางสิ่งแก่เจ้าที่จะช่วยให้เจ้าสามารถควบคุมกายาศักดิ์สิทธิ์ได้อย่างสมบูรณ์ หลังจากที่เจ้าได้ปลุกกายาเยือกแข็งสุดขั้วได้”


หลินหลิงเพียงพยักหน้าของนาง เวลานี้นางรู้สึกยินดีอย่างยิ่ง สำหรับนาง ทั้งหมดนี้เกิดขึ้นราวกับปาฎิหาริย์ นางไม่เคยคิดมาก่อนว่านางจะได้รับโชคหลังจากการเข้าประลอง


เวลานี้ผู้ดูแลได้พูดขึ้นอีกครั้ง “ตอนนี้หลินหลิงที่เป็นลำดับที่ 3 ได้เลือกนิกายที่ต้องการเข้าร่วมแล้ว เช่นนั้นต่อไป ลำดับที่ 2 ซูฉิง ออกมาด้านหน้าและเลือกนิกายที่เจ้าต้องการเข้าร่วม”


ซูฉิงพยักหน้าและเดินไปข้างหน้า 10 ก้าว จากนั้นจึงเงยหน้ามองไปที่หลินฮ่าว หลังจากคิดอยู่ขณะหนึ่ง เขาจึงพูดออกมา “ข้าเลือกนิกายกระบี่สวรรค์”


ทันทีที่เขาเลือกนิกายกระบี่สวรรค์ ผู้นำนิกายกระบี่สวรรค์ปรากฎตัวต่อหน้าเขาและพูดขึ้นทันที “ฮ่าฮ่าฮ่า ซูฉิง ดียิ่งนักที่เจ้าเลือกนิกายของข้า ข้ารับรองว่าเจ้าจะไม่เสียใจที่ตัดสินเช่นนี้ มายืนข้างหลังข้า ข้าจะให้เจ้าเป็นศิษย์สายในของนิกายกระบี่สวรรค์เป็นกรณีพิเศษ หลังจากกลับไปที่นิกาย เจ้าจะได้รับป้ายยืนยันตัวตนเป็นศิษย์สายในทั้งรางวัลอื่นๆ อีกด้วย”


หลังจากกล่าวออกมาเช่นนี้ เขาเดินกลับไปที่ที่เคยยืนอยู่ก่อนหน้า ซูฉิงยังคงติดตามอยู่เบื้องหลัง ท้ายที่สุดก็ยืนด้านหลังอย่างเชื่อฟัง


ผู้เข้าร่วมการประลองส่วนใหญ่ต่างเต็มไปด้วยความอิจฉาที่ฉายชัออกมาจากดวงตา ขณะที่มองไปยังซูฉิง เป็นที่รู้กันโดยทั่วไปว่ามีเพียงผ้ชนะเลิศในการประลองที่จะได้กลายเป็นศิษย์สายในของนิกายที่เลือก แต่ตอนนี้ผู้นำนิกายกระบี่สวรรค์กลับสร้างข้อยกเว้นสำหรับซูฉิงและรับเขาเข้าเป็นศิษย์สายในของนิกาย แสดงให้เห็นว่าเขาได้รับการดูแลเทียบเท่าผู้ชนะเลิศการประลองครั้งนี้


ผู้ดูแลกล่าวขึ้นอีกครั้ง “ตอนนี้ก็ถึงเวลาของผู้ชนะเลิศการประลองครั้งนี้ หลินฮ่าว เพื่อเลือกนิกายที่ต้องการเข้าร่วม หลินฮ่าวออกมาด้านหน้าเลือกนิกายที่เจ้าต้องการ”


หลินฮ่าวที่ยืนอยู่เพียงลำพังเวลานี้ ก้าวไปข้างหน้า 10 ก้าวและพูดออกมาโดยไม่ลังเล “นิกายกระบี่สวรรค์”


เป็นนิกายกระบี่สวรรค์อีกครั้ง


“ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า” ผู้นำนิกายกระบี่สวรรค์เริ่มหัวเราะราวกับคนบ้า เหตุใดเขาจะไม่หัวเราะ ในเมื่อเขาเป็นคนที่ได้ประโยชน์สูงสุดแลเป็นผู้ชนะอย่างแท้จริง ทั้งผู้ชนะเลิศการประลองและรองผู้ชนะเลิศการประลองซูฉิง ทั้งคู่ต่างเลือกเข้าร่วมนิกายกระบี่สวรรค์ของเขา


ผู้นำนิกายคนอื่นต่างมองไปที่เขาและลอบอิจฉาอยู่ข้างใน แต่เมื่ออยู่ต่อหน้า พวกเขากลับยิ้มแย้มและแสดงความยินดีให้แก่กัน


“ขอแสดงความยินดีกับผู้นำนิกายเจียน ดูเหมือนท่านจะได้รับชัยชนะอันยิ่งใหญ่ยิ่งนัก” ผู้นำนิกายนภาลึกล้ำเป็นคนแรกที่แสดงความยินดีกับผู้นำนิกายกระบี่สวรรค์


ผู้นำนิกายคนอื่นที่เหลือต่างร่วมแสดงความยินดีกับผู้นำนิกายกระบี่สวรรค์ตามเขาเช่นกัน


“ยินดีกับผู้นำนิกายเจียน ที่รับอัจฉริยะทั้ง 2 เป็นศิษย์ของนิกาย”


“ยินดีกับผู้นำนิกายเจียน...”


“ยินดีกับผู้นำนิกายเจียน...”


.........


“ฮ่าฮ่าฮ่า ขอบคุณทุกท่าน” ผู้นำนิกายกระบี่สวรรค์ยังคงหัวเราะเช่นเดิมและหยุดลงอย่างยากลำบาก เวลานี้เขามีความสุขอย่างยิ่ง หลังจากที่เขาได้เป็นผู้ชนะเหนือผู้อื่นทั้งหมด


ผู้นำนิกายกระบี่สวรรค์หันมองไปที่หลินฮ่าวและพูดขึ้น “หลินฮ่าว ข้าไม่สามารถมอบสิทธิพิเศษแก่เจ้าได้ เนื่องจากรางวัลของเจ้าสูงยิ่ง ข้าจะรับเจ้าเป็นศิษย์ของข้า แต่เจ้าก็รู้...เส้นทางกระบี่ของข้าต่ำต้อยยิ่ง เมื่อเทียบกับเจ้า แม้ว่าข้าจะฝึกฝนบ่มเพาะมามากกว่าครึ่งศตวรรษ ข้าก็ยังไม่สามารถเข้าสู่ระดับแรกของเส้นทางกระบี่ กรับี่แสง เช่นนั้นข้าจึงไม่สามารถสอนเจ้าได้ แน่นอนว่าหากเจ้ามีสิ่งที่ต้องการจากข้า เจ้าบอกมาได้ ข้าจะทำให้ดีที่สุด เพื่อเติมเต็มคำขอของเจ้า”


หลินฮ่าวคิดอยู่ราว 5 ลมหายใจ จากนั้นจึงพูดขึ้น “ท่านผ้นำนิกาย ข้าต้องการฝึกฝนกระบี่สะบั้นสวรรค์ของนิกายกระบี่สวรรค์”


เฮือกกกก


ผู้นำนิกายกระบี่สวรรค์ถึงกับตกตะลึง เมื่อได้ยินเช่นนี้ มันเป็นกฎของนิกายกระบี่สวรรค์ มีเพียงศิษย์หลักของนิกายที่ได้รับอนุญาตให้ฝึกฝนเคล็ดวิชาระดับปฐพี กฎนี้ถูกตั้งขึ้นตั้งแต่ที่มีนิกาย หากตอนนี้เขาอนุญาตให้หลินฮ่าวได้ฝึกฝน นั่นย่อมต้องเป็นการละเมิดกฎ


เขาคิดอยู่ชั่วครู่ จากนั้นจึงพูดขึ้น “หลินฮ่าว อย่างที่ทุกคนรู้กัน เคล็ดวิชาระดับปฐพีนี้กำหนดไว้ว่าต้องเป็นศิษย์หลักจึงจะสามารถฝึกฝนได้ ตอนนี้เจ้ายังเป็นเพียงศิษย์สายใน มันยากที่จะ เอ่ออ..อ เอาแบบนี้แล้วกัน หากเจ้าสามารถเอาชนะศิษย์หลักของนิกายข้าได้ ไม่เพียงข้าจะอนุญาตให้เจ้าฝึกวิชากระบี่สวรรค์ ข้าจะเลื่อนขั้นเจ้าเป็นศิษย์หลักเช่นกัน”


หลังจากพูดออกไปเช่นนี้ เขามองหลินฮ่าวด้วยสีหน้าจริงจัง ขณะเดียวกัน เขาเองก็ต้องการดูการแสดงออกของหลินฮ่าว


หลินฮ่าวรู้กฎข้อนี้ของนิกายกระบี่สวรรค์และตอนนี้ผู้นำนิกายกระบี่สวรรค์ก็ได้ให้สัญญา เขาพยักหน้าอย่างไรอารมณ์ “เช่นนั้นก็ทำตามที่ท่านผู้นำนิกายกล่าว ข้าจะต้องต่อสู้กับศิษย์หลักเมื่อใด?”


ข้าจะจัดการประลองระหว่างเจ้าและศิษย์หลักหลังจากที่พวกเรากลับไปยังนิกาย เช่นนั้นวันเวลาประลองจะถูกตัดสินให้เป็นวันหลังจากวันพรุ่งนี้ เจ้าสามารถต่อสู้กับศิษย์หลักได้หลังจากวันพรุ่งนี้ หากเจ้าชนะ ข้าจะทำตามที่ข้าได้พูดไว้ก่อนหน้า ไม่เพียงจะได้ฝึกฝนวิชากระบี่สวรรค์ ทั้งยังกลายเป็นศิษย์หลักอีกด้วย” ผู้นำนิกายกระบี่สวรรค์กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง

ตอนก่อน

จบบทที่ 092 - ความต้องการ

ตอนถัดไป