094 - แปลกใจ
เมื่อเย่เสี่ยวได้ยินปรมาจารย์หวัง เขาเงยหน้าและพูดอย่างมั่นใจ “ไม่ใช่ว่ามีเวลาอีก 4 เดือน ก่อนที่การแข่งขันของ 5 สำนักใหญ่และตระกูลราชวงศ์จะถูกจัดขึ้นงั้นรึ ใครจะรู้ ข้าอาจยกระดับการบ่มเพาะและกลายเป็นกษัตริย์ยุทธในเวลา 4 เดือนก็เป็นได้”
“ฮ่าฮ่าฮ่า เจ้าจะบอกว่าเจ้าสามารถเป็นกษัตริย์ยุทธได้ในเวลา 4 เดือนรึ” ปรมาจารย์หวังหัวเราะ
“แน่นอน ข้าสามารถทำได้ท่านอาจารย์ ข้อเริ่มการบ่มเพาะใหม่ตั้งแต่ศูนย์ จนกลายเป็นเขตแดนรวมปราณระดับ 7 ในเวลาไม่ถึง 2 เดือน เช่นนั้น เหตุใดข้อจะกลายเป็นกษัตริย์ยุทธในเวลา 4 เดือนไม่ได้” เย่เสี่ยวกล่าวอย่างภูมิใจ
“อะไรนะ?”
“เจ้าบอกว่าเจ้าบ่มเพาะจนถึงเขตแดนรวมปราณระดับ 7 ในเวลาไม่ถึง 2 เดือน” ปรมาจารย์หวังตะโกนออกมาด้วยความตกใจ
ใครบ้างที่จะไม่ตกใจเมื่อได้ยินเช่นนี้
“ใช่ มันเป็นความจริง” เย่เสี่ยวตอบกลับด้วยความภูมิใจ
“เป็นไปได้อย่างไร? หากมันเป็นจริง เช่นนั้น 2 เดือนก่อนหน้านี้เกิดอะไรขึ้น? เจ้าทำอะไรในตอนนั้น? นั่นหมายความว่าเจ้าก้าวเข้าสู่เส้นทางการบ่มเพาะเมื่อ 2 เดือนก่อนงั้นรึ ก่อนหน้านั้น 2 เดือนเจ้าไม่เคยบ่มเพาะมาก่อน?” ปรมาจารย์หวังเริ่มถามคำถามมากมายในครั้งเดียว มันแสดงให้เห็นว่าเขาตกใจมากแค่ไหนในตอนนี้
เย่เสี่ยวเพียงยิ้ม จากนั้นจึงตัดสินใจเล่าเรื่องในอดีตให้ปรมาจารย์หวังฟัง “มันไม่ใช่ว่าข้าไม่เคยบ่มเพาะมาก่อนจะกระทั่งเมื่อ 2 เดือน ข้าเริ่มบ่มเพาะตอนที่อายุ 9 ขวบ ในนิกายระดับ 3 ที่เรียกว่านิกายจันทราเงิน ข้าบ่มเพาะราว 7 ปี แต่ก็ไม่ได้สูงมากนัก แต่ทันใดนั้น เมื่อ 2 เดือนก่อน ข้อถูกศิษย์ในนิกายบังคับและทำลายการบ่มเพาะ จากนั้นนิกายก็ขับไล่ข้า”
“หลังจากถูกขับไล่ออกจากนิกาย ข้าเดินอย่างไร้จุดหมายในป่าเมฆาทมิฬ ทันใดนั้นโชคก็เข้าข้าง ข้าได้พบสมบัติ มันสามารถช่วยฟื้นฟูตันเถียน ข้าจึงได้กลับมายังเส่นทางการบ่มเพาะอีกครั้ง แต่ข้าเองก็ไม่เข้าใจเช่นกัน ว่าเหตุใดข้าจึงบ่มเพาะได้อย่างรวดเร็ว และอย่างที่ท่านเห็นข้าเข้าสู้เขตแดนรวมปราณระดับ 7 ทุกสิ่งล้วนเกิดขึ้นในเวลาไม่ถึง 2 เดือน”
เย่เสี่ยวเล่าเรื่องของเขาให้ปรมาจารย์หวังฟัง แน่นอนว่าเขาไม่ได้พูดความจริงทั้งหมด เขาไม่ได้พูดสิ่งใดที่เกี่ยวกับไข่มุกสวรรค์ เขาเพียงบอกว่ามันเป็นสมบัติและสมบัติเป็นสิ่งใดก็ได้ ไม่ว่าจะเป็นสมุนไพรระดับสูงที่ช่วยฟื้นฟูตันเถียนหรืออื่นๆ เป็นไปได้ทุกอย่าง
ตลอดระยะเวลาที่ฟังเย่เสี่ยวเล่าเรื่องของตนให้ฟัง ปรมาจารย์หวังรู้สึกโกรธในครั้งแรกจากนั้นก็รู้สึกเศร้าและจากนั้นก็รู้สึกแปลกใจ เขาไม่เคยคิดว่าเย่เสี่ยวจะได้พบกับประสบการณ์ทั้งหมดนี้ แน่นอนว่าเขาไม่รู้สึกอะไร เมื่อเขาได้ยินเย่เสี่ยวเล่าถึงสมบัติฟื้นฟูตันเถียน ตัวเขาได้เห็นโลกมามาก มากกว่าใครในอาณาจักรชิงหลง ทั้งตัวเขาเองยังเป็นปรมาจารย์นักปรุงยา เขารู้จักสมุนไพรฟื้นฟูตันเถียนมากมาย ทั้งตัวโอสถก็เช่นกัน แน่นอนว่าของเหล่านี้ล้วนเป็นของระดับสูง
ในความคิดของเขา เย่เสี่ยวน่าจะได้เจอกับสมุนไพรระดับ 5 หรือระดับ 6 ที่ช่วยฟื้นฟูจุดตันเถียนได้ ทั้งยังพัฒนาความสามารถของเขาให้อยู่ในระดับน่ากลัว
ปรมาจารย์หวังมองเย่เสี่ยวชั่วขณะหนึ่ง ก่อนจะพูดขึ้น “หากเจ้าสามารถบ่มเพาะเริ่มจากศูนย์จนถึงเขตแดนรวมปราณระดับ 7 ในเวลาไม่ถึง 2 เดือน เช่นนั้นเจ้าย่อมมีโอกาสบ่มเพาะจนถึงเขตแดนแก่นแท้ระดับ 8 ในเวลา 4 เดือน แต่หากต้องการกลายเป็นกษัตริย์ยุทธ ข้อบอกได้เลยว่าแทบจะเป็นไปไม่ได้”
เวลานี้เย่เสี่ยวไม่ได้แสดงความเห็นออกมา เขาไม่ต้องการพูดสิ่งใด เขาเข้าใจดีว่าปรมาจารย์หวังและคนอื่นย่อมคิดเหมือนกัน อย่างไรก็ตาม พวกเขาไม่รู้ว่าเขามีสมบัติท่าทายสวรรค์อย่างไข่มุกสวรรค์ ทั้งในตัวเขายังมีมังกรอย่างมังกรศิกดิ์สิทธิ์กลืนสวรรค์อยู่ภายในทะเลความรู้ ที่คอยมอบความสามารถกลืนกินให้เขาสามารถกลืนกินได้ทุกสิ่ง แต่มีเงื่อนไขว่าเขาจะต้องแข็งแกร่งพอที่กลืนกินมัน
หากเขาเข้าไปในป่าและล่าสัตว์อสูรมากลืนกิน จะเป็นไปได้อย่างไรที่เขาจะไม่สามารถเป็นกษัตริย์ยุทธได้ใน 4 เดือน แม้ว่ามันจะยากเย็นยิ่ง แต่ไม่ใช่ว่าจะเป็นไปไม่ได้
ปรมาจารย์หวังพูดขึ้นอีกครั้ง “เย่เสี่ยววางเรื่องที่จะกลายเป็นจักรพรรดิยุทธไว้ก่อน หากเจ้าสามารถบ่มเพาะจนถึงเขตแดนแก่นแท้ระดับ 9 ใน 4 เดือนนี้ ข้าสัญญา ข้าจะไปคุยกันราชาชิงหลงและผู้นำนิกายใหญ่ทั้ง 5 เพื่อมอบ 1 ใน 15 ที่นั่งให้แก่เจ้า จากนั้นเจ้าจะสามารถไปยังจักรวรรดิต้าเซี่ยพร้อมกับเหล่าศิษย์ทั้ง 14 คน และเข้าสู่แดนลับได้”
“จริงงั้นหรือ?” เย่เสี่ยวรู้สึกแปลกใจ เมื่อได้ยิน แต่เขาก็เข้าใจว่ามันมีโอกาสเป็นไปได้มาก ถึงอย่างไรอาจารย์ของเขาก็เป็นปรมาจารย์นักปรุงยาในทวีปชิงหลง เป็นไปได้อย่างไรที่ราชาชิงหลงและผู้นำนิกายใหญ่ทั้ง 5 จะไม่ไว้หน้าอาจารย์ของเขา
เขามีความสุขขึ้นมาทันที จึงวางแผนเข้าไปยังป่าเมฆาครามวันพรุ่งนี้
“แน่นอน แต่จงจำเงื่อนไขของข้าให้ดี เจ้าจะต้องบ่มเพาะจนถึงเขตแดนแก่นแท้ระดับ 9” ปรมาจารย์หวังยิ้มและพยักหน้า
“ท่านอาจารย์ไม่ต้องกังวล ข้าจะไม่ทำให้ท่านผิดหวัง” เย่เสี่ยวพยักหน้าอย่างมั่นใจ จากนั้นจึงยืนขึ้นกำลังจะก้าวเดินออกไป แต่ทันในนั้นเขานึกบางสิ่งได้ จึงหันกลับไปพูด “อาจารย์ ก่อนที่จะเริ่มการประลองยุทธรอบที่ 2 ข้าลองหลอมโอสถปรับแต่งกายา ท่านต้องการดูหรือไม่?”
“งั้นรึ? ดีมาก เอามาให้ข้าดู” ปรมาจารย์หวังยืนขึ้นอย่างรวดเร็วและยื่นมือไปตรงหน้าเย่เสี่ยว
เย่เสี่ยวโบกมือกลางอากาศ ขวดโอสถปรากฎออกมาอยู่ในมือ จากนั้นเขาจึงวางมันไว้บนมือของปรมาจารย์หวัง
ปรมาจารย์รีบเปิดฝาของขวดโอสถทันที ทันทีที่เปิดฝา กลิ่นหอมของสมุนไพรกระจายทั่วในอากาศ
เขาแปลกใจที่เห็นเช่นนี้ เขานำโอสถออกมาจากขวดเม็ดหนึ่ง หลังจากตรวจสอบอยู่ครู่หนึ่ง เขาพูดขึ้นเสียงดัง “ความบริสุทธิ์ 9 ใน 10 ส่วน มหัศจรรย์ยิ่ง เจ้าหลอมโอสถครั้งแรกแต่มันกลับมีความบริสุทธิ์ถึง 9 ส่วน เป็นไปได้อย่างไร”
เย่เสี่ยวรู้สึกแปลกใจ ก่อนหน้านี้ที่เขาหลอมโอสถปรับแต่งกายา เขาไม่ได้ตรวจสอบความบริสุทธิ์ของมัน ก่อนวันประลองรอบที่ 2 เขารีบหลอมโอสถจำนวน 17 ชุด แต่ละชุด เขาหลอมโอสถได้ 4 เม็ด หลังจากที่หลอมโอสถปรับแต่งกายาทั้ง 17 ชุด เขาได้หลอมโอสถทั้งหมด 68 เม็ด หลังจากนั้น เขารีบไปพักโดยที่ยังไม่ได้ตรวจสอบโอสถเหล่านั้น เขารู้สึกเหนื่อยเป็นอย่างยิ่งหลังจากการหลอมโอสถปรับแต่งกายา
ตอนนี้ปรมาจารย์หวังบอกกับเขาว่าโอสถมีความบริสุทธิ์ 9 ส่วน นั่นทำให้เขาแปลกใจ แปต่ความแปลกใจของเขาและปรมาจารย์หวังแตกต่างกัน ปรมาจารย์หวังไม่เคยเห็นโอสถที่บริสุทธิ์ถึง 9 ส่วน แม้กระทั่งตัวเขาเองก็ยังไม่เคยหลอมได้โอสถที่บริสุทธิ์ 9 ส่วน ไม่เพียง 9 ส่วนเท่านั้น แม้จะเป็น 8 ส่วนเองก็เช่นกัน ในโลกของการปรุงโอสถเขาได้เคยเห็นโอสถธาตุแท้จริงที่มีความบริสุทธิ์ 8 ส่วน ที่หลอมโดยเพื่อนของเขา
แต่ที่เย่เสี่ยวรู้สึกแปลกใจนั้นต่างออกไปจากปรมาจารย์หวัง ด้วยที่ความทรงจำของเทพโอสถบรรพกาลได้หลอมรวมเข้ากับตัวเขา จุดมุ่งหมายจึงสูงยิ่ง เขาร็ว่าเทพโอสถบรรพกาลสามารถหลอมโอสถที่มีความบริสุทธิ์เต็ม 10 ส่วน เขารู้ว่าแท้จริงแล้ว ถึงขั้นตอนการหลอมจะเหมือนกัน แต่การหลอมโอสถของเขากลับได้เพียงความบริสุทธิ์ 9 ส่วน
เขารู้สึกว่าความสามารถในการหลอมโอสถของเขาช่างตกต่ำยิ่ง
ตั้งแต่ที่เขาเกิดมา จนกระทั่งได้พบกับไข่มุกสวรรค์ เขาไม่เคยได้เห็นโอสถหรือแม้แต่จะรู้จักมันมาก่อน ตอนนี้เข้าได้หลอมรวมเข้ากับความทรงจำของเทพโอสถบรรพกาล เขาคิดว่าการหลอมโอสถจะง่ายดายสำหรับเขา แต่ตอนนี้เขากลับคิดว่าความสามารถของเขาในด้านการปรุงยาช่างอ่อนด้อย
ข้าจะพยามยกระดับตัวเองจนกว่าจะได้อยู่ในระดับเดียวกับเทพโอสถบรรพกาล