102 – สังหารกลุ่มกระทิงคลั่ง
เย่เสี่ยวสังหารกระทิงคลั่งและกลืนกินมัน แม้ว่าจะไม่สามารถช่วยให้การบ่มเพาะพิ่มขึ้นมากนัก แต่ก็ทำให้เขาไปถึงขั้นกลางระดับแรกของเขตแดนแก่นแท้จากขึ้นต้น
เมื่อกระทิงคลั่งตัวที่เหลือที่ยังคงใช้เท้าถูกับพื้นและพ่นควันออกจมูกเห็นว่าเย่เสี่ยวได้สังหาร 1 ในพรรคพวกของมัน พวกมันทั้งหลายต่างวิ่งเข้าใส่เย่เสี่ยวอย่างรวดเร็ว
“โฮกกก”
“โฮกกก โฮกกก”
กระทิงคลั่งทั้งหมดคำรามออกมาอย่างโกรธเกรี้ยวและพุ่งเข้าใส่เย่เสี่ยว เขาหัวเราะเสียงดังเมื่อพบว่าพวกมันกำลังมุ่งเข้ามา ไม่มีร่องรอยแห่งความกลัวปรากฎขึ้นในแววตาของเย่เสี่ยวแม้แต่น้อย เมื่อเขาเห็นกลุ่มกระทิงคลั่งนับ 10 ตัวพุ่งเข้ามาหา
เขารู้สึกตื่นเต้นเป็นอย่างมาก ในที่สุดเขาก็ได้ต่อสู้ตามที่ใจหวัง หลังจากที่ได้ฆ่ากระทิงคลั่งเหล่านี้ทั้งหมด เขาย่อมสามารถทะลวงระดับไปยังเขตแดนแก่แท้ขั้นที่ 2 หรือขั้น 3 ได้อย่างง่ายดาย
เย่เสี่ยวมุ่งหน้าเข้าหากระทิงคลั่งที่กำลังใกล้เข้ามา เมื่ออยู่ห่างกันราว 1 เมตร เขากระโดดขึ้นและใช้กระบี่วิญญาณฟันคอกระทิงคลั่งตัวนั้นทันที
ผลลัพธ์เป็นเช่นเดียวกับก่อนหน้านี้ หัวของกระทิงคลั่งลอยอยู่กลางอากาศหลังถูกแยกจากตัวและตกลงบนพื้น
เย่เสี่ยวไม่ได้หยุดอยู่ตรงนี้ ยังคงมีกระทิงคลั่งอีกจำนวนมากที่กำลังพุ่งมาจู่โจมเขา กระบี่วิญญาณยังคงฟาดฟันไปยังตัวที่ 2 จากนั้นก็เป็นตัวที่ 3
เขายังคงตัดหัวกระทิงคลั่งอย่างต่อเนื่องทุกครั้งที่ใช้กระบี่ฟันออกไป
“โฮกกก”
ทันใดนั้นก็มีเสียงคำรามของสัตว์อสูรดังขึ้น หลังจากนั้นเหล่ากระทิงคลั่งที่เหลือก็หยุดลงแทนที่จะถอยออกจากเย่เสี่ยว
เมื่อฝูงกระทิงคลั่งพุ่งเข้าจู่โจมเย่เสี่ยวอย่างจริงจังเพื่อหวังสังหาร แต่ตอนนี้กลับเหลือกระทิงคลั่งเพียง 5 ตัว ตัวอื่นๆ ล้วนถูกเย่เสี่ยวตัดหัว
เย่เสี่ยวแปลกใจเมื่อได้เห็นกระทิงคลั่งทั้ง 5 กำลังถอย เขามองไปยังด้านหลังของกระทิงคลั่งเหล่านั้น เขาเห็นกระทิงคลั่งตัวหนึ่งยืนอยู่ด้านหลังกระทิงคลั่งทั้ง 5 มันตัวใหญ่กว่า สูงกว่า ทั้งยังอ้วนกว่ากระทิงคลั่งตัวอื่นๆ
“โอ้ ดูเหมือนหัวหน้ากลุ่มจะมาแล้ว แสดงให้ข้าดู ว่าเจ้ามีความสามารถอะไรบ้าง” เย่เสี่ยวหัวเราะเสียงดัง เมื่อเห็นหัวหน้ากลุ่มกระทิงคลั่ง เขาจึงเลือกที่จะไม่โจมตีกระทิงคลั่งต่อและปล่อยให้มันถอยกลับไปได้
เมื่อกระทิงคลั่งทั้ง 5 ถอยออกไป หัวหน้ากลุ่มจึงเดินเข้ามาหาเย่เสี่ยวอย่างช้าๆ
เย่เสี่ยวยกกระบี่ขึ้นใช้นิ้วชี้และนิ้วโป้งลูบบนกระบี่
เมื่อผู้นำกลุ่มที่อยู่ห่างจากเย่เสี่ยวราว 6 เมตร ทันใดนั้นมันก็เร่งความเร็วพุ่งเข้าโจมตีอย่างไม่มีการเตือน
“บัดซบ”
เย่เสี่ยวแปลกใจที่เห็นสัตว์อสูรระดับ 3 กระทำการอย่างน่าอับอาย
“ปีกมังกรศักดิ์สิทธิ์”
ทันใดนั้นปีกคู่อันสวยงามงอกออกมาจากหลังของเย่เสี่ยว เขาบินขึ้นฟ้าทันที กระทิงคลั่งพลาดจากเป้าหมายและทำร้ายเย่เสี่ยวไม่สำเร็จ
“เจ้าจะไร้ยางอายให้มันน้อยกว่านี้หน่อยได้ไหม” เย่เสี่ยวตะโกนใส่หัวหน้ากลุ่มกระทิงคลั่ง เขายังคงทึ่งที่มันถึงกับมีสติปัญญาอยู่บ้าง
“โฮกกก”
“มอออ”
เมื่อเห็นเย่เสี่ยวบินอยู่กลางอากาศ ผู้นำกลุ่มกระทิงคลั่งคำรามใส่เขาด้วยความโกรธแค้น แต่ทันใดนั้นก็สัมผัสได้ถึงความรู้สึกกดดันจากสัตว์อสูรอันทรงพลังจากปีกของเย่เสี่ยวมันจึงส่งเสียงอย่างหวาดกลัวและคุกเข่าลงด้วยขาทั้ง 4 ข้างพร้อมกับสั่นกลัว
“เกิดอะไรขึ้น?” เย่เสี่ยวตกตะลึงหลังจากได้เห็นเช่นนี้ เต่เมื่อได้เห็นหัวหน้ากลุ่มกระทิงคลั่งหวาดกลัวและเหลือบไปมองยังปีกด้านหลังของเขา เย่เสี่ยวเข้าใจได้ทันที หัวหน้ากลุ่มกระทิงคลั่งไม่ได้กลัวเขา แต่มันกลัวปีกของเขา เนื่องจากสัมผัสได้ถึงกลิ่นอายมังกรที่มาจากปีกมังกรศักดิ์สิทธิ์
เย่เสี่ยวบินไปทิศทางที่พวกมันอยู่และลงพื้นอย่างระวังพร้อมกับจ้องมองไปยังหัวหน้ากลุ่มกระทิงคลั่ง มันเริ่มตัวสั่นอย่างไม่อาจหยุดได้
“เหตุใดพวกมันจึงหวาดกลัวปีกมังกร? ในตอนที่ข้าต่อสู้กับกลุ่มสัตว์อสูรระดับ 2 วานรหลังเหล็ก ข้าได้ใช้ปีกมังกรเช่นกัน แต่พวกมันกลับไม่ได้แสดงความหวาดกลัวออกมา เช่นนั้นเหตุใดกระทิงคลั่งจึงหวาดกลัวเช่นนี้”
เย่เสี่ยวรู้สึกงงงวยกับคำถามที่เกิดขึ้นในใจ
หรือว่าจะเป็นเพราะพวกมันเกิดมีสติปัญญาขึ้นมา?
เย่เสี่ยวคิดหาคำตอบของคำถามทันที เขาคิดว่ามันน่าจะเป็นไปได้ เขาสัมผัสได้ว่ากระทิงคลั่งหวาดกลัวต่อปีกมังกร เพราะพวกมันได้ปลุกสติปัญญาขึ้นและสัมผัสได้ถึงพลังมังกรที่ออกมาจากปีก
“ฉัวะ”
เย่เสี่ยวไม่เสียเวลาอีกต่อไป หลังจากที่ได้คำตอบจากคำถามายในใจ เขาฟันไปที่คอของหัวหน้ากลุ่มกระทิงคลั่ง มันหวาดกลัวเป็นอย่างมากและกำลังตัวสั่นด้วยความกลัว มันไม่แม้แต่จะขัดขืน เมื่อเย่เสี่ยวได้ฟันไปที่หัวของมันจนแยกออกจากร่างกาย
“โฮกกก โฮกกก”
เมื่อเห็นว่าหัวหน้าของพวกมันถูกฆ่า กระทิงคลั่งทั้ง 5 กลับกลายเป็นเคียดแค้นทันที พวกมันคำรามและพุ่งเข้าใส่เย่เสี่ยว พวกมันทั้ง 5 เป็นเพียงกระทิงคลั่งธรรมดาที่ยังไม่มีสติปัญญา ด้วยเหตุนี้ เมื่อพวกมันเห็นว่าผู้นำกลุ่มถูกสังหารกับตา พวกมันจึงยังพุ่งเข้าหาเย่เสี่ยวอย่างโกรธแค้นเพื่อฆ่าเขาแก้แค้นให้กับผู้นำกลุ่ม
“ฉัวะ”
“ฉัวะ ฉัวะ”
เย่เสี่ยวไม่ปล่อยให่มันรอดและฟันไปยังคอของกระทิงคลั่งทั้ง 5 แยกหัวและตัวของพวกมันออกจากกัน
“กลืนกืน”
หลังจากที่เขาฆ่าหัวหน้าและกลุ่มของกระทิงคลั่ง เขาใช้ความสามารถกลืนกินพวกมันทันที จุดประสงค์ที่เขามาที่นี่เพื่อกลืนกินและยกระดับการบ่มเพาะให้ได้มากที่สุดในเวลา 4 เดือน
เย่เสี่ยวเริ่มจากการกลืนกินหัวหน้ากลุ่มกระทิงคลั่ง การบ่มเพาะของเขาเพิ่มขึ้นจนถึงจุดสูงสุดของระดับแรกเขตแดนแก่นแท้ อีกเพียงครึ่งก้าว เขาจะเข้าสู่ระดับถัดไป
“โฮกกก”
“โฮกกก”
“โฮกกก”
ขณะที่เขากำลังกลืนกินร่างกระทิงคลั่งตัวอื่น เขาได้ยินเสียงคำรามของกระทิงคลั่งกลุ่มหนึ่ง สัมผัสได้ว่ามันกำลังมุ่งหน้ามาทางนี้ เขาไม่ต้องการปะทะกับกระทิงคลั่งกลุ่มอื่นในตอนนี้ จึงเก็บร่างของพวกมันไว้ในไข่มุกสวรรค์แลทั่งร่างแห้งเหี่ยวของผู้นำกลุ่มกระทิงคลั่งไว้
เขาหายไปจากจุดที่เคยอยู่และเข้าสุ่โลกของไข่มุกสวรรค์
เขาปรากฎตัวออกมาที่ทุ่งหญ้าอันสวยงาม เขาเห็นร่างของกระทิงคลั่งจำนวนมาก
“จี้ จี้”
ขณะที่เขากำลังจะเริ่มกลืนกิน 1 ในร่างของกระทิงคลั่งพวกนั้นมีเสียงที่เขาคุ้นเคยดังขึ้นจากทิศทางที่เป็นป่า
เขาเงยหน้าขึ้นมอง เห็นเพียงประกายแสงสีเหลืองห่างออกไป จากนั้นร่างเล็กๆ ก็ปรากฎต่อหน้าเขา
“เสี่ยวฮวาง” เย่เสี่ยวแปลกใจที่เห็นมันที่นี่ เสี่ยวฮวางมองเขาด้วยท่าทางไม่พอใจ
เย่เสี่ยวรู้ว่าเจ้าตัวน้อยยังคงไม่พอใจกับชื่อที่เขาได้มอบให้ มันไม่ชอบให้เขาเรียกว่าเสี่ยวฮวาง
เสี่ยวฮวางเมินเขาและหันหน้าเล็กน้อยจ้องไปยังร่างของกระทิงคลั่งจำนวนมาก
“เจ้าตะกละตัวน้อย” เย่เสี่ยวส่ายหน้าและยิ้มออกมาเล็กน้อย
ก่อนหน้านี้ เมื่อไรก็ตามที่เขาเข้ามา เสี่ยวฮวางไม่เคยมาหาเขา แต่ทันทีที่เขาเก็บร่างกระทิงคลั่งไว้ มันกลับรีบมาทันที เย่เสี่ยวรู้สึกว่าในสายตาของเสี่ยวฮวาง เขาไม่มีค่าใดๆ
ใครจะรู้ว่าเย่เสี่ยวเก็บอาหารไว้มากแค่ไหนไว้ที่นี่ ขณะที่เย่เสี่ยวมองว่าร่างกระทิงคลั่งเป็นทรัพยากรบ่มเพาะ แต่ในสายตาของเสี่ยวฮวางกลับมองพวกมันเป็นอาหาร
“เสี่ยวฮวาง เจ้าต้องการกินมันงั้นรึ?” เย่เสี่ยวถามด้วยรอยยิ้มที่ไม่ใช่รอยยิ้ม
“จี้ จี้”
ตาของเสี่ยวฮวางเป็นประกายหลังจากได้ยินสิ่งที่เย่เสี่ยวพูด มันมองไปที่เย่เสี่ยวและทำเสียงน่ารักออกมา
“ฮึ่มมม ความไม่พอใจของเจ้าไปไหนแล้วล่ะ เจ้าตะกละน้อย” เย่เสี่ยวประชดแต่ยังคงโยนร่างของกระทิงคลั่งตัวหนึ่งไปให้มัน เมื่อตอนที่เขาต้องการผูกมิตรกับมัน เขาสัญญาเอาไว้ว่าจะให้มันกินเท่าที่เสี่ยวฮวางต้องการ
แน่นอนว่าเขาไม่สามารถกลับคำพูดได้