104 – ราชินีพฤกษา

เย่เสี่ยวไม่ต้องการเปิดโอกาสให้หัวหน้าฝูงกระทิงคลั่ง เขาจึงโจมตีต่อด้วยเคล็ดวิชาต่อสู้ระดับลึกล้ำขั้นสูง

“ดรรชนีศักดิ์สิทธิ์”

นิ้วมังกรของเย่เสี่ยวทะลวงเข้าที่ด้านล่างท้องและออกมาที่หลังของกระทิงคลั่ง

ตัวของเย่เสี่ยวถึงกับตกตะลึงเมื่อได้เห็นเช่นนี้ เขาไม่คิดว่าเมื่อเขาโจมตีหันหน้าฝูงกระทิงคลั่ง ด้วยกรงเล็บมังกรของเขา มันจะแสดงผลออกมาเช่นนี้

“โฮกกก”

หัวหน้าฝูงกระทิงคลั่งร้องคำรามเสียงดังอย่างเจ็บปวด จากนั้นร่างไร้ชีวิตจึงล้มลงบนพื้น

หลังจากนั้นมือของเย่เสี่ยวจึงเปลี่ยนกลับไปเป็นเช่นเดิม

เขาใช้พลังวิญญาณทั้งหมดอีกครั้ง แต่ก็ต้องแปลกใจที่เห็นว่าตนเองยังคงสามารถต่อสู้ได้

“อ๊ะ ข้าเกือบลืมไปแล้วว่าข้ามีแก่นคู่ ข้ายังไม่ได้ใช้พลังพลังวิญญาณจากแก่นรูปร่างมังกรเลย”

เย่เสี่ยวพึมพำ แต่ถึงแม้เขาจะคิดเช่นนั้น เขาก็ยังรู้สึกอ่อนล้าอยู่ดี ดังนั้นเขาจึงนั่งลงกับพื้น

หลังจากนั่งลงพักสักระยะ เย่เสี่ยวจึงเริ่มเก็บร่างกระทิงคลั่งทั้งหมดไว้ในไข่มุกสวรรค์อีกครั้ง ยกเว้นเพียงร่างของหัวหน้าฝูงกระทิงคลั่ง เขากลัวว่าหากเขาเก็บมันไว้ในไข่มุกสวรรค์ เสี่ยวฮวางจะต้องต่อสู้แย่งชิงกับเขาเพื่อมัน

“ดูดกลืน”

เย่เสี่ยวเริ่มดูดกลืนอีกครั้ง พลังวิญาณขนาดใหญ่กำลังไหลเข้าสู่ร่างกายของเขา เขาไม่จำเป็นต้องปรับแต่งมันเพราะความสามารถในการดูดกลืน

ด้วยความสามารถของมังกรศักดิ์สิทธิ์กลืนสวรรค์ เขาสามารถดูดซับทุกสิ่งทุกอย่างไม่เว้นแม้แต่สวรรค์และปฐพี แต่หากเขาจะทำเช่นนั้น เขาจะต้องแข็งแกร่งมากพอ

ตอนนี้ เขาทำได้เพียงดูดซับพลังวิญญาณจากร่างไร้ชีวิตและบางสิ่งที่ไม่ทรงพลังมากเกินไปนัก

แต่สักวัน เมื่อไรก็ตามที่เขาบ่มเพาะเคล็ดวิชา 9 มังกรจักรวาลโคจรขั้นที่ 1 สำเร็จ ความสามารถในการดูดกลืนของเขาจะได้รับการยกระดับ เขาจะสามารถดูดกลืนสิ่งอื่นนอกเหนือจากพลังวิญญาณได้

เขายังต้องรอจนกว่าจะสามารถสำเร็จเคล็ดวิชา 9 มังกรจักรวาลโคจรขั้นแรก

เย่เสี่ยวดูดกลืนร่างของหัวหน้าฝูงกระทิงคลั่ง การบ่มเพาะของเขาจึงเพิ่มขึ้นอย่างช้าๆ

เมื่อเขาดูดกลืนร่างของหัวหน้าฝูงกระทิงคลั่งเสร็จสิ้น การบ่มเพาะของเขาก็เข้าสู่เขตแดนแก่นแท้ระดับ 2 ขั้นกลางอย่างมั่นคง

เย่เสี่ยวลืมตาและเข้าไปยังภายในไข่มุกสวรรค์ เขาปรากฎตัวขึ้นที่ทุ่งหญ้าอันสวยงาม แต่เมื่อเย่เสี่ยวปรากฎตัวขึ้นที่นี่ เขาไม่มีอารมณ์ชื่นชมความสวยงามของทุ่งหญ้า เขาเพียงต้องการดูดกลืนร่างของกระทิงคลั่งและเพิ่มระดับการบ่มเพาะของเขา

แต่เมื่อเขาปรากฎตัวขึ้นอีกครั้ง เขาพบว่าร่างของฝูงกระทิคลั่งทั้งหมดกลายเป็นซากแห้งๆ

“เสี่ยวฮวางงงง”

เย่เสี่ยวรู้ทันทีว่าใครทำเช่นนี้ เขากัดฟันพูดออกมาเพียง 2 คำ

เจ้าทำเพียงแต่กินและกินและไม่ทำอะไรเลย มันไม่เป็นไรหากเจ้าจะกินกระทิงคลั่งจำนวนมาก แต่...เกิดอะไรขึ้นกับท้องของเจ้า หรือมันจะมีมิติพิเศษในท้องของเจ้ากันนะ?

ไม่เป็นไร หากเจ้าจะกินพวกมันจำนวนมาก แต่เหตุใดเจ้ากลับไม่มีการเปลี่ยนแปลง เหตุใดเจ้ายังไม่มีการยกระดับ?

เย่เสี่ยวรู้สึกสับสนเมื่อเขาเริ่มคิดหลายๆ เรื่อง ที่เกี่ยวกับเสี่ยวฮวาง

“จี้ จี้”

เขายังคงคิดทบทวนเกี่ยวกับเรื่องของเสี่ยวฮวางและลอบตำหนิอยู่ในใจ แต่ทันใดเขาก็ได้ยินเสียงอันคุ้นเคยดังขึ้น

“เสี่ยวฮวาง”

เย่เสี่ยวหันกลับมาและเห็นเสี่ยวฮวางกำลังเดินอย่างสบายใจมาหาเขา

เย่เสี่ยวอยากจะตำหนิมัน แต่ทันใดนั้นตาของเขาก็โตขึ้น เมื่อได้มองเสี่ยวฮวาง

เสี่ยวฮวางตัวสูงขึ้น ก่อนหน้านี้มันมีขนาดเท่ากับฝ่ามือของผู้ใหญ่ แต่ตอนนี้ตัวโตขึ้นจนมีขนาดราวครึ่งเมตร

เมื่อเขาพบกับเสี่ยวฮวางครั้งแรก มันยังเป็นเพียงสิ่งมีชีวิตขี้อายตัวน้อย แต่นับจากที่เขาทำพันธสัญญากับมัน เสี่ยวฮวางก็มีความกล้าหาญมากขึ้น ตอนนี้มันกล้าที่จะกินอาหารทั้งหมดที่มันเห็นในทุ่งหญ้า มันไม่เหลือร่างของกระทิงคลั่งไว้ให้เย่เสี่ยวแม้แต่ร่างเดียว

นอกจากความสูงแล้ว ก็ยังมีส่วนอื่นๆ อีกที่เปลี่ยนแปลง

เกล็ดประหลาดสีทองเริ่มงอกที่ด้านหลังผ่ามือ เอว ต้นขาและหัวไหล่

“เสี่ยวฮวาง ดูเหมือนเจ้าจะยกระดับแล้วสินะ ฮ่าฮ่าฮ่า ท้ายที่สุดหลังจากที่ดูดซับไปจำนวนมาก เจ้าก็ยกระดับได้สักที” เย่เสี่ยวหัวเราะเสียงดังและรีบมาตรงหน้าเสี่ยวฮวาง

“พลังนี้มัน...เจ้ากลายเป็นสัตว์สัตว์อสูรระดับ 1 แล้ว แต่เหตุใดพลังที่ข้าสัมผัสได้ ดูเหมือนเจ้าจะสามารถจัดการสัตว์อสูรระดับ 3 ได้ด้วยตนเอง” เย่เสี่ยวสัมผัสได้ถึงพลังของสัตว์อสูรระดับ 1 แต่เขาสัมผัสได้ว่ามันทรงพลังยิ่งกว่าหัวหน้าฝูงกระทิงคลั่งที่เขาต่อสู้ด้วยก่อนหน้านี้

ทันใดนั้นเขาก็รู้สึกมีเหงื่อไหลเย็นวาบที่ด้านหลัง เขาเห็นสายตาของเสี่ยวฮวางที่มองทาด้วยความร้อนแรง

“เฮ้...นี่ เกิดอะไรขึ้นเสี่ยวฮวาง? เหตุใดเจ้าจึงมองข้าเช่นนี้?” เย่เสี่ยวเงียบลง แต่ท้ายที่สุดเขาก็ถามออกไป

เสี่ยวฮวางไม่แม้แต่จะส่งเสียงออกมา มันเพียงเปลี่ยนมือทั้ง 2 ข้างเป็นเถาวัลย์และพุ่งเข้าหาเย่เสี่ยว

“นี่เจ้า...”

เย่เสี่ยวหลบไปด้านข้าง แต่เถาวัลย์ของเสี่ยวฮวางยังเปลี่ยนทิศทางกลางอากาศและพุ่งเข้าโจมตีมือทั้ง 2 ข้างของเย่เสี่ยวโดยตรง

“เสี่ยวฮวาง ทำอะไรของเจ้า?” เย่เสี่ยวตะโกนด้วยความเจ็บปวด

“เหตุใดเจ้าต้องร้องยังกับเด็กน้อยไปได้? วางใจเถอะ ข้าไม่กินเจ้าแน่นอน” ทันใดนั้น เขาก็ได้ยินเสียงเด็กสาวอายุราย 4-5 ขวบดังขึ้นในใจ

เย่เสี่ยวรู้สึกกตกใจในตอนแรก แต่ทันใดนั้น เขาก็จำได้ว่าเสี่ยวฮวางพยามพูดคุยกับเขาด้วยวิธีนี้มาก่อน แต่เวลานั้น มันพูดอย่างยากลำบากและเสียงที่พูดออกมาก็ไม่ชัดเจน แต่ตอนนี้แตกต่างกับตอนนั้นอย่างสิ้นเชิง ไม่เพียงพูดคุยกับเขาโดยใช้เถาวัลย์แทงที่มือเท่านั้น แต่ยังเยาะเย้ยเขาอีกด้วย

“เจ้าสามารถพูดได้อย่างชัดเจน หลังจากที่ทำเช่นนี้รึ?” เย่เสี่ยวพูดคำเหล่านี้โดยไม่รู้ตัว เขายังคงตกใจอยู่

“แล้วยังไง? เจ้าไม่ร้อยเหมือนเด็กน้อยแล้วงั้นรึ” เสี่ยวฮวางเยาะเย้ยเขาอีกครั้ง

เย่เสี่ยวเพิ่งฟื้นตัวจากอาการตกใจและก็ต้องกัดฟัน

“เสี่ยวฮวาง ดูสิข้า...” เย่เสี่ยวยังคงพูดอยู่ แต่ก็ต้องถูกเสี่ยวฮวางขัดซะก่อน

“อย่างแรก เลิกเรียกข้าว่าเสี่ยวฮวาง ถึงแม้ว่าสีผิวของข้าเป็นสีเหลือง แต่ก็เป็นเฉพาะแค่ตอนนี้เท่านั้น” เสี่ยวฮวางพูดด้วยความโกรธ

“เช่นนั้นเจ้าจะให้ข้าเรียกเจ้าว่าอะไร เสี่ยวฮวางเป็นชื่อที่เหมาะกับเจ้าที่สุดแล้ว” เย่เสี่ยวพูด

“ฮึ่มมม เจ้าจะรู้อะไร? เรียกข้าว่าราชินีเดี๋ยวนี้” เสี่ยวฮวางตะคอกด้วยเสียงแบบเด็กๆ มันดูน่ารักในสายตาของเย่เสี่ยว

“ราชินี?”

เย่เสี่ยวพูดคำนี้ซ้ำพร้อมกับหัวเราะ

“ฮ่าฮ่าฮ่า เช่นนั้นเจ้าเป็นราชินีแบบไหนกัน?” เย่เสี่ยวหัวเราะสักพักและพูดขึ้น

เสี่ยวฮวางมองเขาด้วยความโกรธและพูดออกมา “ข้ายังเยาว์วัยมาก รอให้ข้ายกระดับได้มากกว่านี้ก่อนเถอะ ฮึ่มมม สักวันข้าจะต้องสามารถควบคุมทั้งป่า จงฟังให้ดี ข้าคือราชินีพฤกษาและเป็นสิ่งมีชีวิตประเภทพืช ในโลกของมนุษย์ ข้าถูกเรียกขานในนามของราชินีแห่งป่า”

“ราชินีของเหล่าพฤกษาแลสิ่งมีชีวิตประเภทพืช?” เย่เสี่ยวพึมพำและพูดด้วยความตกใจ

“เจ้าบอกว่าเจ้าจะสามารถควบคุมผืนป่าได้ในสักวันหนึ่ง หากเจ้าได้รับการพัตนามากขึ้นไปอีก?”

เย่เสี่ยวไม่สงสัยคำพูดของเสี่ยวฮวาง วันแรกที่เสี่ยวฮวางมาที่นี่ ในโลกของไข่มุกสวรรค์ มันสามารถเปลี่ยนแปลงธรรมชาติของดอกไม้ที่กำลังบานสะพรั่งในทุ่งหญ้า สิ่งมีชีวิตธรรมดาจะทำเช่นนี้ได้อย่างไร?

ตอนนี้เขาเป็นเจ้าของไข่มุกสวรรค์ แม้ว่าเขาจะยังไม่สามารถควบคุมมันได้ แต่ไข่มุกสวรรค์รวมทั้งทุกสิ่งที่อยู่ภายในก็ยังเป็นของเขา

แต่ถึงกระนั้น หลังจากที่เสี่ยวฮวางเปลี่ยนคุณสมบัติของดอกไม้ มันโจมตีเขาด้วยหนามแหลม นั่นพิสูจน์ว่าสิ่งที่เสี่ยวฮวางพูดเป็นความจริง

“ฮึ่มมม นับประสาอะไรกับป่าแห่งเดียว หากข้ายังคงพัฒนาต่อไปเรื่อยๆ ข้าย่อมสามารถควบคุมพืชทุกชนิดในโลกได้” เสี่ยวฮวางตะโกนอีกครั้งและตอบอย่างภาคภูมิใจ

“ควบคุมพืชทุกชนิดบนโลก?” เย่เสี่ยวตกใจอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ความตกใจของเขาไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นคำพูดได้

ตอนก่อน

จบบทที่ 104 – ราชินีพฤกษา

ตอนถัดไป