110 - การเกิดของสมบัติ

110 - การเกิดของสมบัติ

เมื่อเย่เสี่ยวกินอาหารเสร็จ เขาเห็นคน 2 คนกำลังเดินมาหาเขา คนหนึ่งเป็นพนักงานก่อนหน้า ส่วนอีกคนเป็นชายวัยกลางคน

“ลูกค้าที่รัก ข้าเป็นผู้จัดการของภัตตาคารหงส์เพลิง เจ้าสามารถเรียกข้าว่าผู้จัดการหม่าได้ ข้าได้ยินว่าเจ้าต้องการขึ้นไปชั้นที่ 2 เพื่อเพลิดเพลินกับสุราอาหารชั้นยอด ใช่หรือไม่?” หลังจากมาถึงตรงหน้าเย่เสี่ยว ผู้จัดการหม่าทักทายเขาด้วยรอยยิ้มกว้าง และถามว่าจริงหรือไม่ที่เขาต้องการขึ้นไปชั้นที่ 2 ของภัตตาคารหงส์เพลิง

เย่เสี่ยวมองไปที่เขาและพยักหน้าพร้อบกับพูดตอบ “ใช่ ข้าสนใจเป็นอย่างยิ่ง”

ผู้จัดการหม่ายิ้มและพูดต่อ “ไม่ใช่ว่าว่าเป็นไปไม่ได้ หากเจ้าต้องการไปยังชั้นที่ 2 ของภัตตาคารหงส์เพลิง แต่มันจำเป็นต้องมีค่าผ่านทางพิเศษ ที่เจ้าจำต้องจ่ายก่อน หากเจ้าต้องการขึ้นไป ในเมื่อเจ้าไม่มีความแข็งแกร่งเพียงพอ”

"โอ้ เท่าไรงั้นรึ? เย่เสี่ยวขมวดคิ้ว เขารู้สึกว่ามีบางอย่างไม่ถูกต้อง นี่เป็นครั้งแรกที่เขาเห็นภัตตาคารที่มีกฎเช่นนี้ ชายกลางคนคนนี้เป็นผู้จัดการของภัตตาคารแห่งนี้ แต่กลับมาพบเขาเป็นการส่วนตัว เมื่อได้ยินว่าเขาต้องการขึ้นไปชั้นที่ 2 ของภัตตาคาร

เขามองไปที่พนักงาน จากนั้นจึงหันกลับไปมองผู้จัดการหม่า ทันใดนั้นเขาก็เข้าใจบางสิ่ง เขาพึมพำออกมาเบาๆ “ข้าไม่ควรให้หินวิญญาณระดับต่ำแก่พนักงานจริงๆ”

เย่เสี่ยวกินอาหารไปจำนวนมาก ดังนั้นเขาจึงพูดขึ้นว่า “เช่นนั้นคงต้องเป็นคราวหน้า ข้ากินอาหารจนอิ่มแล้ว นี่เป็นครั้งแรกที่ข้าเข้ามาในเมืองเฉาซื่อหวู่เต๋อ ข้ายังอยู่ที่นี่อีกหลายวัน เมื่อข้ามาที่นี่ครั้งหน้า ข้าย่อมอยากขึ้นไปชั้นที่ 2 ของภัตตาคารอย่างแน่นอน ในคอนที่ข้ากำลังกิน ได้ยินคนคุยกันว่าชั้นที่ 2 แตกต่างจากชั้นที่ 1 อย่างสิ้นเชิง โดยเฉพาะเหล้าของที่นั่น ข้าต้องการเพลิดเพลินกับสิ่งเหล่านี้ในครั้งหน้า”

สิ่งที่เย่เสี่ยวพูดล้วนเป็นความจริง แม้ว่าเขาจะรู้ความคิดของผู้จัดการหม่า เขายังคงต้องการมาที่นี่อีก สิ่งที่เขาไม่ขาดแคลนมากที่สุดคือหินวิญญาณ เช่นนั้นเขาจะใช้หินวิญญาณไปบ้าง ย่อมไม่เสียหาย

เมื่อผู้จัดการหม่าได้ยิน เขาถึงกับนิ่งเงียบไปชั่วขณะ หลังจากนั้นไม่นาน เขาหยิบเหรียญตราออกมาและมอบมันให้กับเย่เสี่ยวพร้อมกับพูดขึ้น “เมื่อเจ้ามาที่นี่ครั้งหน้า จงแสดงเหรียญตรานี้ ทุกคนในที่นี้ย่อมนำทางเจ้าไปยังชั้นที่ 2 ทันที”

เย่เสี่ยวรับเหรียญตราจากผู้จัดการหม่าและลองสังเกต ความจริงแล้วมันเป็นเหรียญตราที่ทำจากไม้ธรรมดาแต่กลับแข็งเป็นอย่างมาก ทั้งเหรียญตราเป็นสีเหลืองอ่อน มีรูปสลักของหงส์เพลิงที่อีกด้านของเหรียญตรา ขณะที่อีกด้านเป็นใบหน้าของผู้ชาย

เย่เสี่ยวเก็บเหรียญตรานี้ไว้ในแหวนมิติ และบอกลาผู้จัดการหม่า หลังจากทำทั้งหมดนี้ เขาจึงออกจากภัตตาคารหลังจากที่จ่ายเงินค่าอาหาร แต่เวลานี้ เขาไม่ได้จ่ายมันด้วยหินวิญญาณแต่เป็นเหรียญทอง

ผู้จัดการหม่ายังคงมองจนกระทั่งเย่เสี่ยวจากไป เมื่อเย่เสี่ยวหายไปจากสายตาของเขาแล้ว เขาหันกลับไปหาพนักงานและพูดออกมา “เมื่อเขามาครั้งหน้า ให้บอกข้าทันที”

“ขอรับผู้จัดการหม่า แต่…” พนักงานคนนั้นลังเลที่จะพูดบางสิ่ง

“ว่ามา” เมื่อเห็นเขาลังเล ผู้จัดการหม่าจึงพูดอย่างเย็นชา พร้อมกับรอยยิ้มก่อนหน้านี้ที่จางหายไป

“ผู้จัดการหม่า ท่านคิดจริงๆ งั้นรึว่าเขาจะมาที่นี่อีก?” พนักงานตัดสินใจถามคำถามที่เขาสงสัยในท้ายที่สุด

“เขาจะมาอย่างแน่นอน” หลังจากพูดเช่นนี้ ผู้จัดการหม่าก็หายไปจากสายตาของพนักงานคนนั้น

ก่อนหน้านี้ เขาได้ลอบสังเกตเย่เสี่ยว เมื่อเขาได้พูดถึงค่าธรรมเนียมพิเศษ เขาเห็นเย่เสี่ยวขมวดคิ้ว เวลานั้นเขาก็มองเย่เสี่ยวได้ทะลุปรุโปร่ง เขารู็ว่าเย่เสี่ยวเข้าใจว่าเขาหมายถึงสิ่งใด แม้ว่าหลังจากนั้นเย่เสี่ยวจะทำใจเย็นและพูดคุยกับเขาและจากไป

ในความคิดของเขา มี 2 เหตุผลเท่านั้น ที่ทำให้เย่เสี่ยวยังใจเย็นอยู่ได้

เหตุผลแรก เย่เสี่ยวมียอดฝีมือคอยคุ้มกันจากเงามืด และเขาจะต้องเป็นสมาชิกของตระกูลใหญ่หรือจะต้องมีเบื้องหลังที่ทรงพลัง

และเหตุผลที่ 2 คือเย่เสี่ยวไม่ได้สนใจอะไรเขามากนักทั้งยังเป็นคนหยิ่งยโส

เขาคิดว่าเย่เสี่ยวย่อมต้องเป็นคน 1 ใน 2 ประเภทนี้อย่างแน่นอน

แน่นอนว่าเขาย่อมไม่อาจสัมผัสได้ถึงสมบัติท้าทายสวรรค์อย่างไข่ทุกสวรรค์ ดังนั้นเขาจึงไม่ได้คิดถึงเหตุผลข้อที่ 3

สิ่งที่เขาคิดสามารถใช้ได้กับเพียงคนธรรมดา เย่เสี่ยวไม่ใช่ 1 ในคนเหล่านั้น เย่เสี่ยวมีทรัพยากรอย่างหินวิญญาณไม่จำกัด และด้วยเหตุนี้ เขาจึงไม่คิดมากพร้อมทั้งบอกว่าครั้งหน้าจะมาอีก เขาจะขึ้นไปชั้นที่ 2 ของภัตตาคารอย่างเแน่นอน

………

เย่เสี่ยวกำลังเดินลนถนนอย่างไรจุดหมาย หลังจากหาข่าวคราวอยู่สักพัก เขาพบว่าตอนนี้ตนอยู่ในอาณาจักรระดับ 2 ที่มีชื่อว่าจินเซียง

เมืองเฉาซื่อหวู่เต๋อเป็น 1 ใน 3 เมืองใหญ่ในอาณาจักรจินเซียง 3 เมืองใหญ่นั้นได้แก่เมืองเฉาซื่อหวู่เต๋อ, เมืองโม่เต้าฉีและเมืองจินเซียงที่เป็นเมืองหลวงของอาณาจักรจินเซียง

ป่าหมอกเมฆาอยู่ห่างจากเมืองเฉาซื่อหวู่เต๋อเพียง 5 ไมล์ นั่นหมายความว่าจุดสิ้นสุดของป่าหมอกเมฆาอยู่ติดกับอาณาจักรระดับ 2 อย่างอาณาจักรจินเซียง เย่เสี่ยวมาที่นี่โดยลอยมาตามน้ำขณะที่เขายังคงหมดสติ

เขาอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมาเล็กน้อย อย่างขมขื่นในใจ เขาไม่รู้ว่าจะต้องใช้เวลานานเท่าไร ในการกลับไปที่อาณาจักรชิงหลง

ในอาณาจักรจินเซียง มี 3 นิกายใหญ่ แต่ผู้นำนิกายของที่นี่ไม่เหมือนกับผู้นำนิกายของอาณาจักรชิงหลง ผู้นำนิกายที่นี่ล้วนอยู่ในเขตแดนจักรพรดิยุทธสูงสุด

นิกายเมฆาอัสนีเป็น 1 ใน 3 นิกายใหญ่ ลู่เสี่ยวหรันที่ช่วยเขาก่อนหน้านี้ ขณะที่เขายังได้รับบาดเจ็บสาหัส และอีก 3 คนที่มาพร้อมกับนาง ล่วนแต่เป็นศิษย์ของนิกายเมฆาอัสนี

เย่เสี่ยวถามไปรอบๆ จนได้รู้ที่ตั้งของนิกายเมฆาอัสนี

นิกายใหญ่ทั้ง 3 ต่างตั้งอยู่ในเมืองใหญ่ทั้ง 3

นิกายเมฆาอัสนีบังเอิญตั้งอยู่ในเมืองเฉาซื่อหวู่เต๋อ เย่เสี่ยวตัดสินใจไปหาลู่เสี่ยวหรันและขอบคุณในความใจดีของนาง

เย่เสี่ยวที่กำลังจะไปที่นิกายเมฆาอัสนี บังเอิญได้ยินผู้คนคุยเรื่องที่น่าสนใจ มันกระตุ้นให้เขาสนใจเป็นอย่างยิ่ง

“เจ้าเคยได้ยินข่าวไหม ว่ากันว่าในป่าหมอกเมฆามีบางสิ่งแปลกๆ เกิดขึ้นในช่วงนี้”

“ใช่ ข้าเองก็ได้ยินว่ามันเป็นการเกิดของสมบัติในป่าหมอกเมฆา แต่สถานที่ของมันถูกเก็บเป็นความลับ โดยตระกูลใหญ่เหล่านั้น”

“ข้าได้ยินมาว่าพวกเขาไม่ต้องการเผยแพร่สถานที่แก่พวกเรา เพราะพวกเขาไม่ต้องการเพิ่มคู่แข่ง”

“แต่พวกเขาทำเช่นนี้ได้อย่างไร? สมบัติชิ้นนี้กำเนิดในป่าหมอกเมฆา ไม่ได้เป็นสมบัติส่วนตัวของใคร มันไม่ใช่ว่าใครพบก่อนจะได้เป็นเจ้าของเสียหน่อย”

“นี่พี่ชาย เจ้าอยู่ในยุคใดกัน มันไม่ได้มีกฎว่าใครเจอสมบัติคนแรก จะต้องเป็นของคนนั้น หากเจ้าถูกจับหลังจากได้รับสมบัติมา ไม่เว้นว่าเจ้าจะต้องยอมรับความพ่ายแพ้และมอบสมบัติชั้นนั้นไป ไม่เช่นนั้นเจ้าอาจถูกฆ่าตาย”

“ยังไงก็ตาม ถึงแม้ตระกูลใหญ่เหล่านั้นจะไม่เปิดเผยสถานที่ให้ใครรู้ แต่ยังคงปล่อยให้ผู้คนทั้งหลายเข้าไปในป่าหมอกเมฆา หากโชคของพวกเราดี บางที่พวกเราอาจหาสถานที่ที่สมบัติเกิดเจอก็ได้”

“………”

“………”

เย่เสี่ยวแปลกใจที่ได้ยินว่าจะมีสมบัติเกิดขึ้นในป่าหมอกเมฆา มันช่างน่าตื่นเต้น แม้ว่าเขาจะมีกระบี่วิญญาณระดับสูง 2 เล่ม แต่หากเขาสามารถได้รับสมบัติอื่น มันย่อมไม่ใช่การสูญเสีย

เย่เสี่ยวที่กำลังจะไปยังนิกายเมฆาอัสนีเพื่อขอบคุณลู่เสี่ยวหรัน ถึงกับลืมทุกสิ่งเมื่อได้ยินเรื่องราวการเกิดของสมบัติ

ในไม่ช้าเขาก็มาถึงประตูเมือง แต่ขณะที่เขากำลังจะออกจากเมือง เขาถูกหยุดโดยผู้คุ้มกันจำนวนหนึ่งที่เคยคุยกับเขาในตอนที่เข้าเมือง

“เจ้าหยุดเดี๋ยวนี้” ผู้คุ้มกันพูดเสียงดัง ถึงแม้เขาจะไม่ได้ตะโกน แต่ความดังของเสียงก็ไม่ต่างกัน เห็นได้ชัดเจนว่าผู้คุ้มกันเหล่านี้กำลังมุ่งเป้ามาที่เย่เสี่ยว

ตอนก่อน

จบบทที่ 110 - การเกิดของสมบัติ

ตอนถัดไป