จะต้องมีหนึ่งเดียวที่รอด
ในคุกหัวใจทมิฬ
คุกแห่งนี้ เป็นป้อมปราการขนาดใหญ่ ที่รูปลักษณะภายนอกคล้ายหัวใจสีดำ มันจึงได้ชื่อว่า คุกหัวใจทมิฬ มันเป็นยานอวกาศขนาดใหญ่ ที่เป็นเหมือนป้อมปราการเคลื่อนที่ที่ล่องลอย อยู่ในห้วงจักรวาลอันเวิ้งว้าง
นอกจากประโยชน์ของการเป็นอาหารของเอเลี่ยนแล้วนั้น มนุษย์ที่ถูกจับมานั้น ยังมีประโยชน์อีกอย่างหนึ่ง นั่นก็คือ สัตว์ทดลองในสายตาของเอเลี่ยน
…
หลายปีมาแล้วที่เอเลี่ยน เผ่าพันธุ์ต่างดาว ต้องการที่จะสวมร่างมนุษย์ เพื่อที่แฝงตัวเข้าไปอยู่ในชนชั้นสูงของมนุษย์ จึงไม่หยุดทดลองเรื่องนี้
ในจักรวาลด้านลบแห่งนี้ มีดาวเคราะห์ที่เหมาะสมสำหรับสิ่งมีชีวิตมากมาย มนุษย์ได้เข้าสู่อารยธรรมระดับสาม ที่สามารถเดินทางข้ามจักรวาลได้ด้วยเครื่องยนต์จัมป์ เครื่องยนต์วาร์ป เครื่องยนต์ความเร็วแสง
เมื่อออกสำรวจกันอย่างยาวนานหลายปีแสง ก็ได้พบดาวเคราะห์โลกหลายดวงที่เหมาะสม สำหรับการอยู่อาศัยของมนุษย์ ดังนั้นมนุษย์จึงต้องการครอบครองดาวเหล่านั้นเป็นอาณานิคมของมนุษย์
หากแต่ว่า โลกเหล่านั้น ก็มีเผ่าพันธุ์ต่างดาว ที่เป็นคนท้องถิ่นเดิมอาศัยอยู่ ใครเล่าจะยอมให้เอเลี่ยนต่างดาวยึดครองได้ ถึงแม้ว่าพวกเขาจะเป็นเผ่ามนุษย์ก็ตาม แต่ก็ถือว่าเป็นเอเลี่ยน ของเอเลี่ยนท้องถิ่นที่อยู่บนโลกนั้น
แบรนน็อค เป็นนายทหารยศพันตรีคนหนึ่ง ที่เดินมาใน ยานสำรวจดวงดาว ขนาดใหญ่
บนยานอวกาศนี้ มีอาวุธประจำยานมากมาย ที่สามารถล้างบาปดาวเคราะห์ด้วยเปลวเพลิงได้หลายครั้ง และยังมียานรบ ยานขนส่ง ทหารประจำการ หลายกองพัน มีลูกเรือนับหมื่นคน ผู้อยู่อาศัยหลายล้านคนบนยาน มันจึงเป็นเหมือนเมืองๆหนึ่ง ที่เดินทางระหว่างดวงดาว ใครจะคิดเล่านี่เป็นเพียงส่วนหนึ่งของกองกำลังของตระกูลใหญ่ระดับสาม ตระกูลหนึ่ง ในดาวแม่ของพวกเขาเท่านั้น
พวกเขาไม่ต้องเจรจามากมายกับเผ่าพันธุ์ต่างดาว บนดาวเคราะห์ที่เหมาะสมที่พบเจอ ก็ทำลายอารยธรรมต่างดาวหมดดาวจนหมดสิ้นในช่วงข้ามคืน ด้วยอาวุธทางเทคโนโลยีของพวกเขา
ในฐานะที่เขาเป็นหนึ่งในนายทหาร แบรนน็อค ก็ได้รับการจัดสรรที่ดินบนดาว และได้นำครอบครัวมาอาศัยอยู่ด้วย บนพื้นผิวโลก และตำแหน่งหน้าที่ของเขา ก็คือการควบคุมสัตว์ประหลาดบนดาว รวมทั้งจับเผ่าพันธุ์เอเลี่ยนบนดาวเหล่านั้น เพื่อนำมาให้นักวิทยาศาสตร์ทดลอง ตลอดจนนำมาเป็นอาหาร ของพวกเขา
…
ยี่สิบกว่าปีผ่านไป ใครจะคิดเล่าว่า เหตุการณ์จะกลับกัน โลกที่เขาตั้งหลัก และสร้างครอบครัวนั้น จะกลายเป็นเหมือนอย่างวันแรกที่เขามาถึงดาวนี้ มันกลับถูกเอเลี่ยนอีกกลุ่ม ล้างบาปทั้งดาวเคราะห์ ด้วยเลือดและเหล็ก ของพวกเขาอีกครั้ง
ในยามนั้น รอบข้างเต็มไปด้วยกลิ่นเนื้อไหม้ ควันไฟ เปลวไฟพวยพุ่ง เสียงคำราม ของนักรบ และเสียงดังจากอาวุธของพวกเขาดังไม่ขาดสาย
วันนั้นเขายังจำได้ดี ก่อนที่เขานำทีมอพยบ ออกนอกโลก เพื่อกลับยานแม่ เขารีบนำยานบินกลับไปที่บ้านเพื่อรับภรรยาและลูก แต่กลับได้พบกับซากปรักหักพัง ที่ไม่เหลือสภาพดี คาดว่า ภรรยาและลูกของเขา ตกตายในซากของบ้านที่พังทลายนั้นไปแล้ว โดยแทบไม่เหลือซากศพดีๆ เหมือนพวกเขาสูญสลายกลายเป็นไอไปในอากาศไปแล้ว
และถึงแม้ว่าเขาจะนำทีมยานอพยบออกมานอกโลกนั้นไปได้ หลังจากนั้น ก็ต้องพบกับยานลาดตะเวณของเอเลี่ยน และถูกจับกุมเป็นเชลย แม้แต่ยานแม่ของเขาก็ถูกยึดครอง
…
ตอนนี้เหตุการณ์กลับกัน
ตัวเขาเป็นเชลย ของเอเลี่ยน และเขาก็ถูกจับไปทดลองด้วยของเหลวต่างๆนาๆที่ฉีดเข้าร่าง รวมทั้งทดลองผ่าตัดเปลี่ยนถ่ายอวัยวะหลายครั้ง กระทั่งทดลองแทรกอะไรบางอย่างไว้ในสมอง หลังจากทดลองล้มเหลวหลายครั้ง ก็พบว่าเขาไม่เหมาะสำหรับเป็นร่างโฮสของเอเลี่ยน เขาก็ถูกจับเข้าอีกกรงหนึ่ง
…
หลายเดือนผ่านไป
เสียงเซียร์ดังลั่น สนั่น อยู่ด้านนอก
ภายในคุกใต้ดิน แบรนน็อค ในวัยหกสิบปี ผมของเขาโกนสั้นเพราะเกะกะและเพิ่งงอกใหม่ ใบหน้าและท่าทางของเขา ค่อนข้างอิดโรย เหนื่อยล้า แต่แววตายังเต็มไปด้วยจิตวิญญาณการต่อสู้ ทั่วร่างเปรอะเปื้อนดินและคราบเลือดเกรอะกรัง เสื้อผ้าของเขาเต็มไปด้วยรอยขาดรอยบาด สภาพเหมือนขอทาน เพราะไม่ได้อาบน้ำมานาน จนลืมไปแล้วว่าอาบน้ำครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่ บนร่างของเขาก็เต็มไปด้วยรอยแผลเป็น มีทั้งใหม่และเก่า และบางรอยก็ยังไม่หายสนิทดี พวกมันถูกผ้าพันแผลไว้ลวกๆ ที่ฉีกออกจากเศษผ้าที่เขาสวมใส่ และอีกไม่นานแผลก็จะสมานและหายดี
ปกติแล้ว อายุเฉลี่ยของมนุษย์ในดาวโลกของเขา อยู่ที่สามร้อยปี สำหรับแบรนน็อค ที่อายุหกสิบปีนั้น ยังถือได้ว่าอยู่ในช่วงวัยรุ่น อีกทั้งเขายังเป็นทหาร ได้ทำการปรับแต่งยีนส์ระดับสาม สำหรับทหาร และก่อนหน้านี้ ก็ได้รับการทดลองยายีนส์ระดับสี่ จากพวกเอเลี่ยน และเขาก็รอดมาได้ สำหรับแผลพวกนี้ เป็นเรื่องเล็กน้อย พวกมันจะรักษาตัวเองได้เร็วกว่าคนปกติหลายเท่า อีกทั้ง คนบนดาวแม่ของเขานั้น ได้รับการปรับปรุงพันธุกรรมตั้งแต่เกิด ปกติแล้วรูปร่างและหน้าตาของเขา จะยังอยู่ในช่วงวัยหนุ่ม แต่เมื่อเขาถูกจับตัวมาอยู่ที่คุกหัวใจทมิฬแห่งนี้ ร่างของเขาก็แปรสภาพเป็นแก่ชราขึ้นมากกว่าเดิมเล็กน้อย จนคล้ายอยู่ในช่วงวัยกลางคน ที่เหมือนคนอายุสองร้อยปีบนดาวแม่ของเขา
อย่างไรก็ดีเวลาส่วนใหญ่ที่เสียไป ก็อยู่ระหว่างการเดินทางระหว่างดวงดาว เพราะอาหารและอากาศในคุกไม่ดี พวกเขาได้กินแค่เศษอาหารที่ไม่รู้ว่าทำมาจากอะไร ทำให้ระบบเผาผลาญพลังงานของพวกเขาทำงานผิดพลาด จนพวกเขาต้องหาวิธีเติมพลังให้กับร่าง ด้วยวิธีอื่น ที่เรียกว่าการฝึกตน ดึงพลังจากจักรวาล ดึงพลังวิญญาณ เข้าสู่ตันเถียน แล้วหล่อเลี้ยงร่างกาย ด้วยพลัง สิ่งเหล่านี้พวกเขาได้ฝึกฝนการเอาชีวิตรอด ตั้งแต่เขายังเป็นทหารร่วมรบพิเศษ ดังนั้นจึงไม่มีปัญหาสำหรับเขาที่จะมีชีวิตอยู่ไปอีกหลายร้อยปี
เขานั่งอยู่ในกรงขังแคบๆด้านล่าง ที่เต็มไปด้วยผู้คนนับสิบที่เป็นเพื่อนร่วมกรงขัง ทันใดนั้น เอเลี่ยนกลุ่มหนึ่งก็เดินเข้ามา
ในมือของพวกมันนั้นมีกระบองไฟฟ้า ที่เวลาต่อสู้ก็สามารถยืดออกใช้ทำเป็นทวนหรือไม้เท้าได้ และมีพลังสายฟ้าโจมตีระยะไกลระยะใกล้ได้เหมือนปืนแม่เหล็กไฟฟ้า หากพวกเขามีอุปกรณ์หรือเครื่องมือ ชุดเกราะหน่วยรบ พวกเขาจะไม่กลัวเลย แต่ตอนนี้พวกเขามือเปล่าไม่มีอุปกรณ์ป้องกันจึงต้องยอมพวกมันไปก่อน พวกมันกวาดต้อนมนุษย์ออกจากกรงขังเพื่อไปรวมตัวกัน ตรงลานกว้าง
แบรนน็อคถูกช็อตได้กระบองไฟฟ้า แต่เขาแทบไม่รู้สึกเลย ไม่ใช่ว่าเขาไร้ความรู้สึก แต่เพราะเมื่อเขาได้รับยายีนส์ระดับสี่ ทำให้เขาปลุกพลังธาตุไฟและสายฟ้าได้ แต่เขาปกปิดเอาไว้ไม่ให้ใครรู้
เพื่อนนักโทษบางคน คิดแย่งอาวุธพวกมัน แต่ก็ต้องยอมปล่อยผ่านไปก่อน เพราะด้านบนเพดาน และตามมุมต่างๆมันเต็มไปด้วยอาวุธอัตโนมัติเล็งเตรียมยิงมาที่พวกเขาเอาไว้ตลอดเวลา หากมีใครตุกติก ก็จะถูกยิงเป็นรูพรุน
คนร้อยคน ที่ถูกกวาดต้อนออกมาจากกรงข้างๆ ต่างก็พากันมองหน้ากัน
ใบหน้าหลายคนเหมือนเคยเห็น บางคนคุ้นเคย บางคนก็เหมือนอยู่ภายใต้บังคับบัญชาของเขา และหลายคนก็เป็นคนแปลกหน้า และหลายคนก็สวมใส่เครื่องแบบเดียวกันที่ขาดวิ่น
และหลังจากนี้ จะต้องมีหนึ่งเดียวที่รอด นี่เป็นเกมการละเล่นของเอเลี่ยน พวกมันจะกวาดต้อนมนุษย์ให้ต่อสู้กัน ครั้งละร้อยคน และมีคนเดียวที่รอดคือผู้ชนะ ก็จะได้รับรางวัลโดยการ สามารถมีชีวิตต่อไปได้อีกวัน หรือจนกว่าการต่อสู้ครั้งใหม่จะมาถึง
ส่วนคนที่ตาย ก็ถูกเอเลี่ยน นำไปเป็นอาหาร ให้กับพวกเอเลี่ยน ที่รอกินอยู่
เคยมีครั้งหนึ่ง เขาเคยได้ยิน เพื่อนในห้องขังคนหนึ่งของเขาเคยเดาว่า นี่เป็นวิธีการอย่างหนึ่งที่ทำให้อาหารอร่อยขึ้น ก่อนตาย มนุษย์จะหลั่งสารบางอย่าง ในตอนที่ต่อสู้ดิ้นรน ทั้งความกล้า ความกลัว ความสิ้นหวัง ความเศร้าโศก ก่อนตาย และเมื่อนำไปเป็นอาหาร มันจะมีประโยชน์กับพวกเอเลี่ยนด้วย เรียกได้ว่ากลมกล่อม หลากหลายรสชาติ น่าจะเรียกได้ว่า เลือดและเนื้อของพวกเขาจะอร่อยมากยิ่งขึ้น ได้ยินอย่างนี้ ค่อยรู้สึกดีขึ้นมาหน่อย
และนี่ไม่ใช่ครั้งแรกของแบรนน็อค เขาต่อสู้เสี่ยงตายมาจนนับครั้งไม่ถ้วน และครั้งนี้ ก็คือคนที่รอดหนึ่งเดียวในร้อย เหมือนๆกับตัวเขา เป็นพวกเดนตายเหมือนกัน และนี่คือพวกเดนตาย ที่ผ่านการล้างบาปด้วยเลือดมาแล้วหลายครั้ง และถึงแม้ว่านี่จะเป็นครั้งสุดท้าย วันสุดท้าย ของพวกเขาก็ตาม แต่ก็ไม่มีใครเกรงกลัว หรือหวาดหวั่น กับวาระสุดท้ายของชีวิตของพวกเขา ในแววตาของพวกเขา เต็มไปด้วยจิตวิญญาณการต่อสู้
“เจ้ามนุษย์ อย่าทำให้ข้าผิดหวัง”
เสียงทุ้มลึกของเอเลี่ยนตัวหนึ่งเอ่ยออกมา ทำหน้ายิ้มเยาะเย้ย และเหมือนมันกำลังมองคนที่ตายไปแล้ว เปิดคลังอาวุธ แล้วคนหนึ่งร้อยคน ก็ไปเลือกอาวุธของตัวเองที่ถนัด แต่ล้วนเป็นอาวุธธรรมดาสามัญ อาวุธเย็นธรรมดา เหมือนพวกคนป่าโบราณ จำพวก มีด ดาบหอก กระบองเหล็ก ธนู นอกจากอาวุธนี้แล้ว ยังมี อาวุธพิเศษอีกสามชิ้น อยู่ตรงกลางลานประลอง พวกเขาต้องไปแย่งชิงกันเอาเอง นอกจากนี้ ยังมีเอเลี่ยนอีกสองทีม ที่ปล่อยลงไปพร้อมกันด้วย เอเลี่ยนกลุ่มหนึ่งเป็นเชลยศึก เหมือนกับพวกเขา เป็นเผ่าพันธุ์กิ้งก่า มีศีรษะเหมือนกิ้งก่า มีร่างกายเหมือนมนุษย์ สองขาสองแขน พวกมันเป็นเอเลี่ยนจากต่างดาว ที่ถูกจับเป็นเชลยเหมือนกับเผ่ามนุษย์ของแบรนน็อค
อีกกลุ่มหนึ่ง เป็นนักล่า ของเผ่าพันธุ์นักล่า เป็นนักโทษของเผ่านักล่า พวกมันมีร่างเหมือนมนุษย์ แต่ศีรษะเหมือนจรเข้ และยังมีหางใหญ่มีหนามและแหลมคม
พวกมันเป็นเผ่าเดียวกันกับที่จับมนุษย์มา หากแต่พวกคนเหล่านี้ ถูกลงโทษ ทำผิดวินัย และไม่เชื่อฟัง แต่หากพวกมันเอาชนะการดวลในครั้งนี้ได้ พวกเขาจะได้รับการเลื่อนยศ ถือเป็นการล้างบาปของพวกมันด้วย แน่นอนว่าหากพวกมันรอดการดวลหนึ่งต่อสามร้อยนี้เท่านั้น
แต่ถึงแม้พวกมันจะถูกลงโทษ แต่พวกมันถือว่าต่างชนชั้น และอาวุธของพวกมันนั้นดีกว่า ที่สำคัญพวกมันมีชุดหนังของพวกมันเป็นเกล็ดหนาเหมือนเกราะอีกด้วย ถือว่าโกงกันอย่างเห็นๆ
“เฮ้ เฮ้ เฮ้…”
เสียงคำราม สบถด่าของผู้คนด้านบน ดังกระหึ่ม บนที่นั่งชม เมื่อเหล่านักรบนักโทษ ออกมาจากประตู จากสามมุม ของสนามประลอง คาดว่าพวกมันคงจะสนุกมาก บ้างกำลังกินดื่มกันอย่างสำเริงสำราญ บ้างก็กำลังลงเดิมพันและต่อรองกันอยู่
ในสนามประลองขนาดใหญ่ ที่มีกำแพงสูงหลายสิบเมตร และกว้างหลายร้อยเมตร ดูคับแคบไปถนัดตา เมื่อคนสามร้อยคนเข้าสู่สนามประลอง คาดว่านี่จะเป็นการประลองใหญ่ ที่มีปีละครั้ง
ในตอนนี้ คนที่กลายพันธุ์ระดับสี่ ที่สามารถปลุกพลังวิเศษได้ ก็เริ่มใช้พลังธาตุของตัวเองออกมา บางคนเริ่มเสกดาบเปลวเพลิง บางคนก็เริ่มเสกดาบน้ำแข็ง บางคนก็เสกโล่และดาบไม้ ยังมีบางคนเสกสร้างดาบสายฟ้าของเขาออกมา ไม่ได้กั๊กไว้ตั้งแต่เริ่มต้น พลังวิเศษเหล่านี้ พวกเขามีพลังจำกัด เพราะยังเติมพลังไม่เพียงพอ แต่บางคนก็เลือกที่จะเริ่มต้นด้วยพลังทั้งหมดของตัวเอง
“ดูตรงนั้นสิ มีกล่องอาวุธลอยอยู่ตรงนั้น” ชายคนหนึ่งในหมู่มนุษย์เอ่ยออกมา
“หวังว่ามันจะเป็นอาวุธวิญญาณนะ” ชายคนหนึ่งเอ่ย
เขาเป็นมนุษย์ที่มาจากโลกของผู้ฝึกตนอมตะ แน่นอนว่าหากเป็นอาวุธวิญญาณ เขาที่มีพลังวิญญาณ ย่อมใช้อาวุธนั่นได้ หากแต่คนอื่นที่มาจากโลกอื่น ย่อมใช้ไม่ได้ แต่อาวุธสมัยใหม่บางชนิด คนเหล่านั้นก็ใช้ไม่เป็น แต่คนเหล่านี้ล้วนเคยล้างบาปด้วยเลือดมาแล้วหลายครั้ง ในสนามรบ และในสนามประลอง ย่อมต้องเคยผ่านอาวุธทุกชนิดมาแล้ว และด้วยจิตวิญญาณการต่อสู้ของนักรบ ไม่ว่าอะไรก็สามารถนำมาเป็นอาวุธได้อยู่แล้ว และไม่ละเลยการเรียนรู้การใช้อาวุธใหม่ๆ และแม้แต่แบรนน็อคเอง ก็ยังเรียนรู้ที่จะใช้อาวุธพวกนี้ด้วยเหมือนกัน เพียงแต่พลังวิญญาณของเขายังไม่เพียงพอที่จะใช้ได้เหมือนผู้ฝึกตนเหล่านั้น ได้เต็มประสิทธิภาพและความสามารถของอาวุธ แต่เขาก็หวังที่จะได้อาวุธเหล่านี้มาครอบครอง ด้วยเหมือนกัน
“ให้ตายเถอะ ข้าอยากจะฆ่าพวกมันให้หมดจริงๆ นี่พวกเราจะต้องมาฆ่ากันเองจริงๆอย่างงั้นเหรอ” ชายอีกคนที่เป็นนายทหารเอ่ยออกมา เขายังหลงเหลือร่องรอยความเย่อหยิ่งของนายทหาร ยืนอยู่ข้างแบรนน็อค เขายังเป็นเพื่อนร่วมหน่วยของเขาอีกด้วย
“พี่น้องทุกคน ไม่ว่าใครก็ตามที่เหลือรอดเป็นคนสุดท้าย หวังว่าท่านจะอยู่ให้นานขึ้นอีกวัน เพื่อแก้แค้นให้พวกเรา” ชายคนหนึ่งเอ่ยออกมา ด้วยเจตนาสังหาร และจิตวิญญาณการต่อสู้
“สู้ สู้ สู้!”
“พี่น้องทุกคน หากพวกเราต้องตาย ก็ขอตายเยี่ยงนักรบ”
“สู้ สู้ สู้!”
“อ๊าก”
แบรนน็อค ไม่ได้เอ่ยอะไรเพราะต้องการเก็บแรงไว้ แต่เมื่อถึงคราวสู้ เขาก็ตีอกชกตัว ชูอาวุธ ตะโกนโห่ร้องไปกับพวกเขาด้วย ในตอนนี้ กองกำลังสามฝ่าย กำลังปลุกขวัญและกำลังใจ ก่อนที่จะเข้าประจัญบานกัน