ฉันอยากซื้อเพลงของคุณ

บทที่ 20 ฉันอยากซื้อเพลงของคุณ



ครึ่งชั่วโมงต่อมา ภายในโรงแรมห้าดาวแห่งหนึ่ง



“ในที่สุดฉันก็เอาชนะซูชิงเหม่ยได้ครั้งหนึ่งแล้ว!”



แก้มของเซิ่นเหยาแดงก่ำ ใบหน้าของเธอเต็มไปด้วยความตื่นเต้น “พี่เฉิน พี่เห็นสีหน้าซูชิงเหม่ยเมื่อกี้นี้ไหม? เมื่อก่อนเธอไม่แม้แต่จะมองหน้าฉันด้วยซ้ำ ในที่สุดเธอก็ได้รู้สักทีว่าฉันเป็นใคร!”



เนื่องจากตื่นเต้นมากเกินไป บนหน้าผากของเซิ่นเหยาถึงกับมีเส้นเลือดเขียวปูดขึ้นมา และใบหน้าอันงดงามของเธอในเวลานี้ดูน่ากลัวขึ้นเล็กน้อย



เมื่อครู่ที่ผ่านมา ในตอนท้ายของการบันทึกรายการ "I am a Singer" เทปแรก ผู้กำกับจางเหล่ยได้ประกาศอันดับนักร้องทั้ง 7 คน



เซิ่นเหยาอยู่ในอันดับที่สี่ ในขณะที่ซูชิงเหม่ยอยู่ในอันดับที่เจ็ด



การจัดอันดับของนักร้องคนอื่น ๆ นั้นโดยพื้นฐานแล้วสอดคล้องกับความสามารถของพวกเขา แต่ก็น่าแปลกใจที่เทพธิดาเพลงป๊อปอย่างซูชิงเหม่ยกลับตกไปอยู่ในอันดับท้ายสุด



เซิ่นเหยาซึ่งได้รับความนิยมน้อยที่สุดกลับอยู่ในอันดับที่ 4 โดยพื้นฐานแล้วเธอรอดพ้นอันตรายจากการถูกคัดออกในเทปถัดไปซึ่งก็น่าประหลาดใจไม่แพ้กัน



สำหรับเซิ่นเหยา การเข้าร่วมรายการ "I Am a Singer" ไม่ใช่แค่ต้องการใช้ประโยชน์จากความนิยมของรายการชั้นนำเพื่อเพิ่มชื่อเสียงของเธอเท่านั้น แต่ที่สำคัญกว่านั้น เธอยังต้องการพิสูจน์ว่าตัวเธอเองก็ไม่ได้ด้อยไปกว่าซูชิงเหม่ย



ทั้งคู่เดบิวต์ในเวลาไล่เลี่ยกันภายใต้สังกัดเทียนหยุน เอนเตอร์เทนเมนท์ แต่ความนิยมและสถานะของพวกเธอนั้นกลับห่างกันถึง 2 ระดับ อาจกล่าวได้ว่าโดยปกติแล้ว เซิ่นเหยาไม่มีคุณสมบัติที่จะเปรียบเทียบกับซูชิงเหม่ยเลยด้วยซ้ำ



และวันนี้ ในที่สุด เซิ่นเหยาก็สามารถเอาชนะซูชิงเหม่ยได้!



เมื่อจางเหล่ยประกาศว่าซูชิงเหม่ยอยู่ในอันดับที่ 7 ทุกคนก็ประหลาดใจและตกตะลึง เซิ่นเหยาผู้ซึ่งภายในใจรู้สึกตื่นเต้นอย่างมาก แต่ก็ยังแสดงอาการประหลาดใจออกมาเช่นกัน



เมื่อจางเหล่ยประกาศว่าเธอคว้าอันดับที่สี่ เซิ่นเหยาก็ลุกยืนขึ้นด้วยท่าทางภาคภูมิใจท่ามกลางเสียงปรบมือ พร้อมกล่าวว่า: "ขอบคุณนะคะ รายการนี้ตัดสินอย่างยุติธรรมเสมอ ไม่ว่าคุณจะมีชื่อเสียงมากแค่ไหน มีเพียงผู้มีความสามารถเท่านั้นที่จะได้รับการยอมรับ"



ประโยคแรกฟังดูค่อนข้างเป็นแรงบันดาลใจ แต่ประโยคหลังกลับแฝงไว้ด้วยนัยยะชี้นำไว้อย่างชัดเจน: "จากวันนี้เป็นต้นไป ฉันจะไม่อยู่ภายใต้เงาของใครอีก"



เมื่อประโยคนี้หลุดออกมา บรรยากาศภายในห้องของนักร้องก็พลันเงียบลงทันที



ทุกคนที่อยู่ที่นี่ล้วนเป็นคนในวงการบันเทิง พวกเขาต่างรู้ดีว่าเซิ่นเหยา และซูชิงเหม่ย ต่างก็อยู่ภายใต้สังกัดของเทียนหยุน เอนเตอร์เทนเมนท์เหมือนกัน เซิ่นเหยาซึ่งเป็นศิลปินระดับ 2 ย่อมไม่อาจเทียบกับซูชิงเหม่ยได้โดยธรรมชาติ ทรัพยากรที่เธอได้รับนั้นด้อยกว่ามาก



แน่นอนว่า “เงา” ในคำพูดของเซิ่นเหยานั้น ย่อมหมายถึงซูชิงเหม่ย



คำพูดของเธอสามารถทำให้คนฟังเข้าใจว่าซูชิงเหม่ยคอยกดขี่เธอมาโดยตลอด และตอนนี้ในที่สุดเธอก็เอาชนะซูชิงเหม่ยได้โดยใช้ความสามารถของตัวเธอเองได้แล้ว



แต่ในความเป็นจริงแล้ว ซูชิงเหม่ยและเซิ่นเหยาแทบจะไม่ได้เกี่ยวข้องกันเลย เพียงแต่ว่าเซิ่นเหยาไม่พอใจที่ตัวเองต้องอยู่ภายใต้ร่มเงาของซูชิงเหม่ย ไม่พอใจที่ซูชิงเหม่ยมักจะทำตัวสูงส่ง ไม่เคยมองหน้าเธอด้วยซ้ำ



วันนี้ ในที่สุดเซิ่นเหยาก็ได้ระบายความอันนั้นในใจออกมา เธอทั้งรู้สึกภาคภูมิใจและตื่นเต้นเกินคำบรรยาย



เมื่อนึกถึงบรรยากาศขณะที่ประกาศผลการจัดอันดับ เฉินจื่อก็ยิ้มอย่างภาคภูมิใจเช่นกัน แต่เธอก็ยังคงกล่าวเตือนสติเซิ่นเหยา: "นี่เป็นเพียงเทปแรกเท่านั้น พวกเราต้องเตรียมตัวให้ดี รักษาอันดับนี้ไว้ให้ถึงเทปที่สอง รอจนกว่าซูชิงเหม่ยตกรอบ ถึงตอนนั้นก็จะไม่มีนักร้องแนวเดียวกับเธอแล้ว เผลอๆ เธออาจจะไปได้ไกลกว่านี้ก็ได้นะ”



ความคิดก่อนหน้านี้ของเฉินจื่อก็คือทำให้ดีที่สุด แต่ไหนๆ ก็เอาชนะซูชิงเหม่ยได้แล้ว ลองตั้งเป้าหมายให้สูงขึ้นกว่านี้ก็คงไม่มีอะไรเสียหาย



เซิ่นเหยารู้สึกตื่นเต้นอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะค่อยๆ สงบสติอารมณ์ลง และนึกถึงเรื่องหนึ่งขึ้นมาขมวดคิ้วแล้วถามว่า:



“แล้วเรื่องหลินโจวจะทำยังไงดี?”



ตอนนี้อาชีพของเธอกำลังไปได้สวย ถ้าหลินโจวกระโดดออกมาขอความวุ่นวายในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อนี้ล่ะก็ ภาพลักษณ์ใสซื่อไร้เดียงสาของเธอคงจะพังไม่เป็นท่า ผลกระทบมันจะน่ากลัวอย่างมาก



เฉินจื่อกล่าวว่า: "ดูเหมือนว่าหลินโจวไม่ได้บอกใครเกี่ยวกับความสัมพันธ์ระหว่างเขากับเธอ แสดงว่าเขายังคงฝันเฟื่องอยู่ หากครั้งหน้าเขายังมาที่สตาร์ซิตี้อีก เราค่อยนัดเขาออกมาคุย ต้องทำให้เขาตื่นจากฝันได้แล้ว"



เซิ่นเหยาพยักหน้า รู้สึกเสียใจอยู่เล็กน้อย: "ตอนนั้นฉันยังเด็กเกินไป ไม่คิดว่าหลินโจวจะเป็นคนงี่เง่าขนาดนี้"

เวลาประมาณ 22:00 น. โรงแรมฮิลตัน



ในห้องของซูชิงเหม่ย



เช่นเดียวกับเมื่อวาน เธอเดินออกมาจากห้องน้ำโดยสวมชุดมิดชิด ก่อนจะหันไปพูดกับหลินโจวว่า: "ฉันจะพักผ่อนแล้ว"



จากนั้นเธอก็เดินไปที่เตียง ดึงม่านลงมา แล้วทิ้งตัวลงนอน



“ได้ครับ” หลินโจวยังคงนอนบนโซฟาเหมือนกับเมื่อคืน



แม้ว่าเมื่อเช้าซูชิงเหม่ยจะบอกโจวหยุนและจางหงอย่างหนักแน่นว่าคืนนี้เธอจะไม่นอนห้องเดียวกับหลินโจวอีก แต่พอกลับมาถึงโรงแรมเมื่อตอนเย็น หลังจากเห็นหลินโจวหอบหมอนผ้าห่มมาเคาะประตูห้องเธออีกครั้ง เธอกลับไม่ได้พูดปฏิเสธ



เมื่อจางหงและโจวหยุนเห็นดังนั้น ทั้งสองก็ปล่อยไปตามน้ำ หลังจากบอกให้ซูชิงเหม่ยรีบพักผ่อนแล้วพวกเธอก็ออกจากห้องไป



ภัยคุกคามจากแฟนคลับสุดโต่งยังไม่คลี่คลาย การปล่อยให้หลินโจวอยู่ใกล้ๆเพื่อปกป้องซูชิงเหม่ยทำให้ทั้งสองรู้สึกสบายใจขึ้นบ้าง



ยิ่งไปกว่านั้น จากการสังเกตพฤติกรรมของหลินโจวในช่วงสองวันที่ผ่านมา ก็พอจะบอกได้ว่าเขาไม่ใช่ผู้ชายประเภทหื่นกาม คงไม่ทำอะไรไม่เหมาะสมกับซูชิงเหม่ย



“พี่หง พี่คิดว่าทำไมจู่ๆ พี่ชิงเหม่ยถึงยอมให้พี่หลินอยู่กับเธออีกล่ะ”



หลังจากออกจากห้องของซูชิงเหม่ยแล้ว โจวหยุนก็ยังสงสัยอยู่



จางหงเองก็ไม่รู้เหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น แต่อย่างน้อยตอนนี้มีหลินโจวอยู่ด้วย เธอก็ไม่จำเป็นต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยของซูชิงเหม่ยอีก สามารถทำงานอย่างอื่นได้อย่างสบายใจ



ตอนนี้ ซูชิงเหม่ยจำเป็นต้องพักฟื้นร่างกาย รีบฟื้นฟูเสียงร้องและทักษะการร้องเพลงกลับมาโดยเร็วที่สุด ส่วนเธอเองก็มีหน้าที่ต้องหาผลงานเพลงดีๆ ที่เหมาะสมเพื่อใช้ร้องในรายการ "I am a Singer" เทปถัดไป



เพราะตั้งแต่รอบที่ 2 เป็นต้นไป นักร้องแต่ละคนจะไม่สามารถร้องเพลงของตัวเองได้อีกต่อไป



นี่เป็นการทดสอบความสามารถของนักร้องด้วยเช่นกัน



เดิมที ซูชิงเหม่ยก็เลือกเพลงไว้แล้วหลายเพลง แต่หลังจากความล้มเหลวในวันนี้ เธอก็เปลี่ยนใจ



หากต้องการพลิกสถานการณ์ในรอบที่สอง เธอก็จำเป็นต้องหาเพลงที่เหมาะกับเธอและต้องเป็นเพลงที่มีคุณภาพดีเยี่ยมกว่านี้



อย่างไรก็ตาม ด้วยเวลาที่จำกัดแบบนี้มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลย



จู่ๆ จางหงก็นึกถึงสิ่งที่ซูชิงเหม่ยพูดก่อนที่เธอจะเดินออกจากห้อง: "พี่หงคะ เรื่องเพลง ฉันจะจัดการเองค่ะ"



เดิมทีเธอต้องการถามซูชิงเหม่ย แต่เมื่อมองดูใบหน้าที่ซีดเซียวนั่นแล้ว เธอก็ไม่อยากพูดอะไรอีกหยุดพูดอีก ปล่อยให้เธอพักผ่อนไปก่อน



‘บางทีชิงเหม่ยอาจ0tแค่อยากปลอบฉัน เธอคงไม่อยากให้ฉันกังวลมากเกินไป’



ห้องของซูชิงเหม่ยยังคงเงียบสงบเหมือนเมื่อคืน ในความมืดมิด มีเพียงเสียงรถราที่ด้านล่างแล่นผ่านไปมาเป็นครั้งคราว



หลินโจวใช้โทรศัพท์มือถือเข้าดู เอสสเตชั่นตามปกติ พบว่าตอนนี้ยอดวิวของเพลง "เสียดายที่ไม่ใช่เธอ" ได้ทะลุ 500,000 ครั้งแล้ว จำนวนผู้ติดตามของเสวี่ยโจวก็เพิ่มขึ้นเป็น 80,000 คน



ในช่องแสดงความคิดเห็น ยังมีบางคนที่ตามกระแสของ "ราชาคีย์บอร์ด" ตั้งข้อสงสัยว่าเพลงของเขาเป็นการลอกเลียนแบบ แม้เขาจะโพสต์ว่ากำลังจะปล่อยเพลงใหม่ คนเหล่านี้ก็ยังไม่ยอมเชื่อ คิดว่านี่เป็นเพียงการยื้อเวลาของหลินโจวเท่านั้น

เงือกสาวนักร้องยังคงหัวร้อน ทะเลาะกับคนที่ตั้งข้อสงสัยหลินโจวอยู่ตลอดเวลา กลับกลายเป็นว่ามันทำให้เพลงนี้ยิ่งมียอดวิวสูงขึ้นเรื่อยๆ ในทางกลับกันมันยิ่งเป็นประเด็นถกเถียงกันมากขึ้นไปอีก



ในหมวดดนตรีของเอสสเตชั่น มีคนจำนวนมากที่ติดตามเรื่องนี้ ต่างรอคอยวันที่ 1 เดือนหน้า เพื่อดูว่าเพลงต้นฉบับที่เสวี่ยโจวจะปล่อยออกมาครั้งนี้เป็นอย่างไร



หลินโจวกลับรู้สึกเฉยๆ เขาไม่อยากเสียเวลาไปกับพวกนักเลงคีย์บอร์ดในแพลตฟอร์มเหล่านี้



ทันใดนั้น เขาก็ได้รับข้อความส่วนตัวจากสาวปลอมกู่เหม่ยอีกครั้ง:



"อยู่หรือเปล่า? ฉันมีเรื่องจะคุยกับคุณ"



หลินโจวตอบว่า “มีอะไรเหรอ?”



กู่เหม่ยตอบกลับอย่างรวดเร็ว ซึ่งข้อความนี้ทำให้หลินโจวต้องประหลาดใจ:



“ฉันอยากจะขอซื้อลิขสิทธิ์เพลง “เสียดายที่ไม่ใช่เธอ” ราคาเท่าไหร่?”



หลินโจวตกตะลึงอยู่ครู่หนึ่ง และอดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา



สาวจอมปลอมคนนี้ก็ออกจะน่ารักหน่อยๆ ขอซื้อลิขสิทธิ์เพลงเหมือนกับซื้อผักผลไม้ในตลาด นี่เธอเล่นถามราคากันตรง ๆ แบบนี้เลยจริงๆ เหรอ?



เหมือนกับเธอถามว่า แตงโมลูกละเท่าไหร่? มันหวานแน่ใช่ไหม?



หลินโจวถามว่า: "เธอจะซื้อลิขสิทธิ์เพลงของฉันไปทำอะไร?"

อีกฝ่ายก็ตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว “ฉันอยากจะใช้เพลงนี้ร้องบนเวที”

⁠⁠⁠⁠⁠⁠⁠ตอนต่อไปเปิดฟรีวันละตอน

ตอนก่อน

จบบทที่ ฉันอยากซื้อเพลงของคุณ

ตอนถัดไป