ตอนที่ 12 การใส่ร้ายของหยานอัน
ตอนที่ 12 การใส่ร้ายของหยานอัน
"เก่งจริงๆ ทั้งเพลงแร็พ เพลงฟังสบาย กับเพลงรัก! เขาร้องได้โคตรดีเลย! มีเพลงแนวไหนบ้างนะที่เขาร้องไม่ได้น่ะ?"
"น่ารักกมากเลย! ผู้ชายคนนี้ทั้งเก่งทั้งหล่อจริงๆ!"
"ลู่ชานมาจากมหาวิทยาลัยเซี่ยงไฮ้สินะ? ฉันเองก็เรียนอยู่ที่นั่นเหมือนกัน ถ้าได้เจอเค้าอีกฉันจะเดินเข้าไปสารภาพรักกับเขาตรงๆ เลย!"
"ฉันเองก็ด้วย!..."
"..."
ลู่ชานไม่คิดเลยว่าเพลงสามเพลงที่เขาร้องโดยไม่ได้ตั้งใจนั้นจะทําให้เกิดความแตกตื่นครั้งใหญ่ขนาดนี้
ระหว่างทางเดินไปห้องเรียน ลู่ชานรู้สึกและสังเกตเห็นสายตาแปลกๆ ที่มองมาที่เขาจากข้างๆ เขาได้ตลอดทาง
ลู่ชานจึงขมวดคิ้วเล็กน้อยเพราะเขาก็ยังไม่ชินกับความรู้สึกแบบนี้
เมื่อก่อน ลู่ชานเป็นเหมือนกับคนที่ไร้ตัวตนในสายตาคนอื่นเพราะเขาดูเป็นธรรมดาและชอบอยู่เฉยๆ ไม่วุ่นวายกับใคร
และไม่มีผู้หญิงเลยสักคนที่จะมองเขา
แน่นอนว่านี่เป็นทั้งจุดอ่อนและเป็นข้อได้เปรียบของเขา
ด้วยความได้เปรียบนี้ ลู่ชานจึงได้พบกับหยานอันซึ่งเธอเป็นแฟนสาวที่สวยมาก
ด้วยเหตุนี้ ลู่ชานจึงเริ่มเป็นที่พูดถึงในชั้นเรียนขึ้นมาบ้าง
"นี่ระบบ ฉันน่ะไม่ได้อยากเป็นซุปเปอร์สตาร์จริงๆ หรอกนะ แกช่วยออกไปจากร่างของฉันได้มั้ย?"
เสียงของระบบตอบกลับอย่างเย็นชา
"ฮ่ะๆๆ ถ้าหากนี่เลือกได้ก็ไม่ได้อยากอยู่ในร่างของโฮสต์หรอกนะ"
"ไอ้ระบบนี่!..." ลู่ชานพูดกับระบบในใจด้วยความหงุดหงิดเมื่อได้ยินแบบนี้
ลู่ชานสงสัยจึงถามอีกว่า "ไม่มีทางอื่นเหรอเลยจริงๆ เหรอ?"
"ก็มีทางอยู่นะ แค่กลัวว่าโฮสต์อาจจะไม่เห็นด้วยก็เท่านั้น" ระบบพูดอย่างลังเล
ดวงตาของลู่ชานเบิกกว้างขึ้นขณะที่เขาพูดอย่างตื่นเต้นว่า "บอกมาเถอะ ถ้าฉันทำได้ฉันจะทำแน่ๆ"
"ถ้าอย่างนั้น โฮสต์เห็นทะเลสาบด้านหน้ามั้ย? โฮสต์ก็แค่กระโดดลงไปและไปอยู่ใต้น้ำสักสิบนาที แค่นี้ระบบก็จะออกจากร่างของโฮสต์แล้ว"
ลู่ชาน"..."
ใบหน้าของลู่ชานมืดมนลง
ถ้าการได้เป็นคนดังแล้วมันทำให้เขาต้องมาคอยระแวงแบบนี้ตลอดเวลา ลู่ชานเลือกที่จะกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมยังจะดีซะกว่า
แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ไม่อยากตาย…
เมื่อคิดได้แบบนั้น เขาจึงเดินเข้าไปในห้องเรียน ซึ่งลู่ชานก็สังเกตเห็นว่าทุกคนกำลังจ้องมองมาที่เขา
ความไม่สบายใจปรากฏขึ้นบนใบหน้าของลู่ชาน ขณะที่เขากําลังจะเดินไปหาที่นั่ง เขาก็ได้ยินเสียงผู้หญิงคนหนึ่งพูดขึ้น
"ลู่ชาน นายทำแบบนี้มันไม่เกินไปหน่อยเหรอ?!"
คนที่กำลังพูดอยู่คือหญิงสาวที่มีหน้าตาทั่วไปและเป็นสิวประปรายอยู่ทั่วใบหน้า เธอชื่อว่าตู่ฟางและเธอก็เป็นเพื่อนสนิทของ หยานอันด้วย
น่าแปลกที่ลู่ชานนั้นไม่เคยรู้มาก่อนว่าหยานอันและตู่ฟางจะเป็นเพื่อนสนิทกันแบบนี้
ตู่ฟางนั้นมีชื่อเสียงในมหาลัยด้านการพูดจาแซะคนอื่นด้วยเสียงดังๆ ของเธอ ซึ่งนั่นทำให้เธอได้ฉายาว่า "ยัยผัดเผ็ดโทรโข่ง" ซึ่งทำให้ไม่ค่อยมีใครชอบเธอนัก และมีเพียงหยานอันเท่านั้นที่เต็มใจเป็นเพื่อนกับเธอ
ตอนนี้ลู่ชานเองก็คิดได้แล้วเช่นกันว่าทำไมพวกเธอถึงได้เป็นเพื่อนสนิทกันได้
นั่งเป็นเพราะพวกเธอทั้งคู่มีนิสัยและเป็นคนแบบเดียวกัน ทำให้พวกเธอสนิทกันอย่างมาก
ลู่ชานขมวดคิ้ว "ตู่ฟาง พูดอะไรระวังปากหน่อยนะ!"
"เฮอะๆๆ" ตู่ฟางหัวเราะเยาะและพูดทันทีว่า "ฉันได้ยินจากหยานอันว่านายเลิกกับเธอแล้ว เธอบอกว่าพอนายเริ่มดังนายก็เลิกกับเธอทันทีเลย ทำไมนายถึงได้ทำตัวแบบนี้ล่ะ?"
"ทําไมนายไม่มองดูรอบๆ บ้างว่าใครจะชอบคนที่ดังแล้วลืมตัวจนทิ้งแฟนสาวของตัวเองได้ลงน่ะ?!"
เมื่อได้ยินคําพูดของตู่ฟาง ความรู้สึกของลู่ชานที่มีต่อหยานอันก็ยิ่งแย่ลงไปอีก
ผู้หญิงคนนั้นโกหกหน้าด้านๆ ถึงสาเหตุที่พวกเขาสองคนเลิกกัน
ลู่ชานนั้นไม่ต้องการอธิบายอะไรอีก เพราะเขาเองก็ไม่ได้สนใจว่าคนอื่นจะคิดกับเขายังไงเหมือนกัน
เมื่อเห็นว่าลู่ชานไม่สนใจเธอ ตู่ฟางจึงคิดว่าสิ่งที่เธอพูดนั้นถูกต้อง เธอจึงยืนเท้าสะเอวและตะโกนเสียงดังทันที
"ลู่ชาน ไปขอโทษหยานอันซะ ถ้านายไม่ยอมไปขอโทษเธอล่ะก็นายเจอดีแน่!"
ป้าบบ!
ซู่หยวนซึ่งนั่งอยู่บนเก้าอี้ทุบโต๊ะทันทีและตะโกนด้วยความโกรธว่า "เฮ้ย เมื่อไหร่จะหุบปากวะ รำคาญ!"
ตู่ฟางเท้าสะเอวของเธอและหันหน้าไปพูดด้วยเสียงดังๆ ว่า "ไอ้อ้วนซู่ ยุ่งอะไรด้วยวะ?!"
ซู่หยวนโต้กลับทันที "แล้วมึงมายุ่งอะไรกับเรื่องของเพื่อนกูวะ?!”
"แล้วทำไมล่ะ ถ้าแกอยากปกป้องเพื่อนแก ฉันก็จะปกป้องเพื่อนฉันเหมือนกันแหละ!"
"พอได้แล้ว! เลิกพูดได้แล้วล่ะ"
หยานอันที่เงียบมาโดยตลอดรีบพูดขึ้นทันที
หยานอันแสดงสีหน้าที่น่าสงสารราวกับว่าเธอเป็นผู้ถูกกระทำ
"ฟางฟาง ฉันรู้ว่าที่เธอทำแบบนี้ก็เพื่อฉัน แต่เธอไปบังคับอะไรเขาไม่ได้หรอกนะ"
“ในเมื่อลู่ชานไม่รักฉันอีกต่อไปแล้ว ทำไมฉันจะต้องสนใจด้วย? ชั่งมันเถอะนะ"
ขณะที่เธอพูดแบบนั้น หยานอันมองไปที่ลู่ชานด้วยสีหน้าอ่อนโยนและพูดว่า "ลู่ชาน ฉันไม่โทษนายหรอกนะ ทั้งหมดมันเป็นความผิดของฉันเอง ที่ฉันยังเป็นแฟนที่ดีไม่พอสำหรับนาย"
แต่ลู่ชานกลับตอบกลับเธอด้วยใบหน้าที่สงบนิ่ง
"น่าสมเพชชะมัด"