ตอนที่ 36 : ไม่เป็นไรน่า เดี๋ยวพี่ลู่จัดการเอง

ตอนที่ 36 : ไม่เป็นไรน่า เดี๋ยวพี่ลู่จัดการเอง




หวังซ่งและจางเฉิงเฉิงใช้เวลาทั้งช่วงเช้าก่อนที่จะไปถึงตำแหน่งที่จางเย่ถูกฆ่าตาย



ภาพตรงหน้าอธิบายได้ด้วยความว่านองเลือดเท่านั้น เพราะมันมีศพเกลื่อนกลาดไปหมด



พลังทำลายล้างจากผู้ตื่นระดับสองนั้นช่างสุดยอดจริงๆ



เมื่อคืนก่อน จางเย่ได้ต่อสู้ไปอย่างเต็มที่ แม้ว่าเขาจะไม่สามารถฆ่านักล่าได้ แต่เขาก็จัดการซอมบี้ยักษ์ระดับหนึ่งไปมากมาย



อย่างไรก็ตาม มันก็ดูเหมือนว่าจะมีผู้รอดชีวิตไม่มากเท่าไรที่รู้เรื่องของคริสตัลศพและประโยชน์ของมัน ดังนั้นคริสตัลศพจึงกระจัดกระจายอยู่บนพื้นโดยไม่มีใครแตะต้องมันเลย



บางทีมันอาจเป็นเพราะไม่มีผู้รอดชีวิตคนไหนกล้ามาสำรวจสมรภูมิแห่งนี้ก็ได้



หวังซ่งไม่รีบนับผลกำไรของเขา หลังจากยืนเงียบอยู่นาน เขาก็หันไปหาจางเฉิงเฉิงที่อยู่ข้างๆ ซึ่งทำหน้าเศร้าอยู่



“เสียใจด้วยนะ”



จางเฉิงเฉิงหลับตาลง



เพียงแค่ดูที่เกิดเหตุ เธอก็สามารถจินตนาการได้ถึงสิ่งที่จางเย่ต้องพบเจอก่อนตายแล้ว



หลังจากผ่านไปสักพัก เธอก็ลืมตาขึ้นมา และความเศร้าในแววตาของเธอก็หายไปด้วย มันเหลือเพียงแต่ความมุ่งมั่นเท่านั้น



“ถ้าเขาแข็งแกร่งแบบพี่ลู่ พี่ของฉันก็คงจะไม่ต้องตายใช่ไหม?”



หวังซ่งเกาหัวและไม่รู้ว่าจะตอบคำถามนี้ยังไง



จากนั้นเขาก็เห็นจางเฉิงเฉิงยิ้มออกมาและกล่าวว่า “ทำงานกันเถอะ”





คนตายจากไปแล้ว แต่คนเป็นยังต้องเดินหน้าต่อไป



สำหรับคนเป็น มันก็มีงานให้ทำ และพวกเขาก็ต้องทำ



พวกเขาวุ่นอยู่กับงานนี้จนถึงบ่ายสองก่อนที่หวังซ่งและจางเฉิงเฉิงจะรวบรวมคริสตัลศพได้ทั้งหมด 19 อัน



เมื่อรวมกับคริสตัลศพระดับหนึ่งก่อนหน้านี้ หวังซ่งจึงมีคริสตัลศพระดับสอง 1 อัน และคริสตัลศพระดับหนึ่ง 34 อัน



ปริมาณของมันเพียงพอกับทั้งหวังซ่งและจางเฉิงเฉิงแล้ว



อย่างไรก็ตาม การรวบรวมคริสตัลศพก็เป็นหนึ่งในภารกิจของพวกเขาเท่านั้น หวังซ่งและจางเฉิงเฉิงรีบเดินทางไปยังฐานที่มั่นของตระกูลจางก่อนโดยยังไม่ทันได้แจกจ่ายคริสตัลศพกันเลยด้วยซ้ำ



ผลลัพธ์นั้นก็ชัดเจนอยู่แล้ว มันไม่มีผู้รอดชีวิตเหลืออยู่เลย



ในทันทีที่จางเย่หลบหนีออกมาจากฐานที่มั่นพร้อมกับหวังซ่งและจางเฉิงเฉิง ฐานที่มั่นของตระกูลจางก็จบสิ้นลงแล้ว



เนื่องจากมีกำแพง มันจึงมีซอมบี้บางส่วนในฐานที่มั่นที่ยังไม่ไปไหน ซึ่งพวกมันก็อยู่รวมกันเป็นฝูง และหลายคนก็เป็นอดีตผู้รอดชีวิตในฐานที่มั่นแห่งนี้ด้วย



จางเฉิงเฉิงเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยหลายคนเลย



ลุงคนเฝ้าประตูที่แม้จะดูเงอะงะไปบ้าง แต่ก็กล้าหาญและแข็งแรง



คุณป้าที่เสิร์ฟอาหารในโรงอาหารซึ่งมีหน้าตาดุๆ แต่ก็ใจดี และมักจะตักข้าวเพิ่มให้กับจางเฉิงเฉิงอยู่เสมอ



มันมีกระทั่งเด็กหลายคนที่สูงเพียงแค่ราวๆ หนึ่งเมตรซึ่งจางเฉิงเฉิงเคยเล่นด้วย



แต่ในตอนนี้พวกเขาก็ได้กลายเป็นซอมบี้ไปหมดแล้ว และเดินเตร่ไปทั่วบริเวณนี้



“เห้อ”



จางเฉิงเฉิงพ่นลมหายใจออกมา จากนั้นเธอก็ตบไหล่ของหวังซ่งและชี้ไปยังมุมตะวันออกของลานบ้าน



“ห้องใต้ดินอยู่ทางนั้น มันมีอาหารเก็บเอาไว้ที่นั่น”



นั่นคือเป้าหมายของหวังซ่งและจางเฉิงเฉิง



อย่างไรก็ตาม เพื่อไปให้ถึงอาหาร ฝูงซอมบี้ที่ลานบ้านก็เป็นอุปสรรคที่หลีกเลี่ยงไม่ได้



หลังจากคิดอยู่สักพัก หวังซ่งก็กล่าวว่า “บุกเข้าไปตรงๆ เลยเหรอ?”



จางเฉิงเฉิงส่ายหัว “พวกเราคนหนึ่งต้องล่อซอมบี้ออกไปในขณะที่อีกคนขนเสบียง”



“แต่ไม่ว่าจะวิธีการของนายหรือของฉัน มันก็ช้าไปหน่อย ฉันเลยมีอีกไอเดียน่ะ กลับไปกันก่อนเถอะ”





ในเวลาหกโมงเย็น หวังซ่งและจางเฉิงเฉิงก็กลับมายังที่พักพิง



หลังจากกินข้าวเสร็จแล้ว จางเฉิงเฉิงก็แชร์ไอเดียของเธอให้ฟัง



“มาเลื่อนระดับกันก่อนเถอะ หวังซ่งกับฉันจะต้องเลื่อนระดับทั้งคู่ เมื่อพวกเรากลายเป็นผู้ตื่นระดับสองแล้ว มันคงง่ายขึ้นที่พวกเราจะขนเสบียงมาจากฐานที่มั่นตระกูลจาง”



คนอื่นๆ ต่างก็ตั้งตารอฟังไอเดียของจางเฉิงเฉิง



อย่างไรก็ตาม ในทันทีที่จางเฉิงเฉิงพูดสิ่งนี้ออกมา มันก็ทำให้คนอื่นๆ ต้องกลั้นหายใจและทำหน้าแข็งค้างไปโดยไม่รู้ตัว



การล่มสลายของฐานที่มั่นตระกูลจางก็มาจากการเลื่อนระดับของจางเย่



แม้ว่ามันจะไม่ใช่ความผิดพลาดของจางเย่ แต่ทุกคนก็ได้เห็นผลลัพธ์ของมันแล้ว ในตอนนี้ที่จางเฉิงเฉิงบอกว่าจะเลื่อนระดับอีก ทุกคนจึงอดเป็นกังวลและหวาดกลัวไม่ได้



เมื่อเห็นสีหน้าอันลังเลและไม่สบายใจของทุกคน จางเฉิงเฉิงก็รีบคลายความตึงเครียดด้วยประโยคเพียงประโยคเดียว



“ไม่เป็นไรน่า เดี๋ยวพี่ลู่จัดการเอง”



“นี่มันต่างจากครั้งที่ผ่านมา อย่าลืมสิว่าพวกเราอยู่ที่ไหน และอย่าลืมว่ามีใครอยู่ด้วย”



บรรยากาศอันตึงเครียดผ่อนคลายลงทันที



หวังซ่งครุ่นคิดอยู่ชั่วขณะและพยักหน้า “ฉันคิดว่าไอเดียของจางเฉิงเฉิงก็ไม่เลวเลยนะ”



เมิ่งเจียเสริม “ไม่ใช่แค่ไม่เลวนะ แต่พวกเราต้องทำแบบนั้นแหละ”



การหลีกเลี่ยงการเลื่อนระดับเพราะกลัวซอมบี้ มันคือความตายอย่างช้าๆ แบบไม่ต้องสงสัย



ไม่ต้องพูดถึงลู่หมิงเลย แม้ว่าจะไม่มีเขา แต่ผู้ตื่นก็ต้องเลื่อนระดับให้ได้ถ้าพวกเขามีโอกาส



ในโลกใบนี้ การไม่เสี่ยงก็เท่ากับการเลือกความตาย



ทั้งเจ็ดคนเห็นด้วยกับข้อเสนอของจางเฉิงเฉิงอย่างเป็นเอกฉันท์ เมื่อเห็นเช่นนี้แล้ว จางเฉิงเฉิงก็ลุกขึ้นทันทีและกล่าวว่า “ฉันจะไปหารือเรื่องนี้กับพี่ลู่เอง”





ณ เวลา 18:30 น. ลู่หมิงก็กำลังอ่านหนังสือไปพร้อมกับกินมื้อเย็น ทันใดนั้นเอง เขาก็ได้ยินเสียงออดประตูดังขึ้น



เขาเดินลงบันไดและเปิดหน้าจออิเล็กทรอนิกส์ ตามที่คาดไว้ เขาเห็นใบหน้าของจางเฉิงเฉิง



“สวัสดีตอนเย็นค่ะพี่ลู่”



“สวัสดีคุณจาง”



“พี่ลู่ เรียกฉันว่าเฉิงเฉิงก็พอ”



“ก็ได้ จางเฉิงเฉิง”



คำว่า ‘เฉิงเฉิง’ ดูสนิทกันเกินไป และลู่หมิงก็ไม่ชินกับมัน ดังนั้นการเรียกเธอด้วยชื่อเต็มน่าจะดีกว่า



จางเฉิงเฉิงไม่ได้ใส่ใจเรื่องนี้นัก ดังนั้นเธอจึงตรงเข้าประเด็นทันที



“หวังซ่งและฉันได้ออกเดินทางไปยังฐานที่มั่นตระกูลจางมาแล้ว…”



“จากนั้น…”



“สุดท้าย…”



“พวกเราวางแผนว่า…”



จางเฉิงเฉิงอธิบายทุกอย่างในลมหายใจเดียว และลู่หมิงก็ครุ่นคิดกับคำพูดในตอนท้าย



หลังจากผ่านไปสักพัก ลู่หมิงก็พูดขึ้นมาว่า



“งั้นการเลื่อนระดับของผู้ตื่นก็จะเป็นการดึงดูดซอมบี้เข้ามา… และเธอกับหวังซ่งก็วางแผนที่จะเลื่อนระดับในวันนี้ เธอจึงอยากให้ฉันช่วยจัดการกับฝูงซอมบี้ใช่ไหม?”



จางเฉิงเฉิงพยักหน้า “ใช่ค่ะพี่ลู่”



หลังจากคิดอยู่ครู่หนึ่ง ลู่หมิงก็ถามว่า “มันน่าจะมีซอมบี้ถูกดึงดูดเข้ามาประมาณเท่าไร?”



จางเฉิงเฉิงประมาณการณ์ “สักสองสามร้อยตัวค่ะ และน่าจะมีซอมบี้ยักษ์หลายสิบตัว กับทั้งนักล่าอีกสองสามตัวด้วย”



หลังจากครุ่นคิด ลู่หมิงก็ตอบกลับมาว่า “ก็ไม่ได้เยอะเกินไป”



วันก่อนลู่หมิงก็ได้ฆ่าซอมบี้ไปนับร้อยตัวแล้ว ซึ่งก็ช่วยลดความหวาดกลัวของเขาที่มีต่อฝูงซอมบี้ลงไปได้เยอะเลย



ลู่หมิงกระทั่งไม่ค่อยกลัวนักล่าเท่าไรแล้วด้วย



ครั้งล่าสุด แม้ว่าจะไม่มีหนังสติ๊กฮันเตอร์ แต่ลู่หมิงก็ยังสามารถฆ่ามันได้หนึ่งตัว คราวนี้ ด้วยการมีอาวุธที่เหมาะมือ เขาจึงยิ่งกลัวมันน้อยลง



นอกจากนี้ หวังซ่งและจางเฉิงเฉิงยังกลายเป็นผู้ตื่นระดับสองแล้ว ซึ่งทำให้พวกเขากลายเป็นนักสู้ที่น่ากลัวยิ่งขึ้นไปอีก



ใบหน้าของจางเฉิงเฉิงเปล่งประกายขึ้นเมื่อเธอได้ยินเช่นนี้ แต่ลู่หมิงก็พูดต่อว่า “ฉันช่วยได้ แต่ฉันคิดว่าพวกเราก็ควรจะเตรียมตัวให้มากกว่านี้”



“ยกตัวอย่างเช่น การสร้างแนวป้องกันขึ้นรอบๆ บ้านของฉัน”



เป้าหมายหลักคือการปกป้องประตูและหน้าต่าง



เขาไม่อยากให้ซอมบี้ทะลวงประตูหรือหน้าต่างเข้ามาคุกคามความปลอดภัยของเขา



หัวใจของจางเฉิงเฉิงอบอุ่นขึ้นมาเมื่อเธอได้ยินเช่นนี้



ใช่แล้ว



การสร้างแนวป้องกันขึ้นรอบๆ บ้านของพี่ลู่จะทำให้พี่ลู่สามารถปกป้องผู้รอดชีวิตคนอื่นๆ ได้ดียิ่งขึ้น



“เข้าใจแล้วค่ะ”



จางเฉิงเฉิงพยักหน้าอย่างจริงจัง และลู่หมิงที่อยู่อีกฟากของประตูก็ยิ้มอย่างอบอุ่น



ผู้หญิงคนนี้ฉลาดไม่เบาเลย



ตอนก่อน

จบบทที่ ตอนที่ 36 : ไม่เป็นไรน่า เดี๋ยวพี่ลู่จัดการเอง

ตอนถัดไป