ความเห็นแก่ตัว
TB:บทที่ 31 ความเห็นแก่ตัว
เฉินหลงต้องการจะกำจัดคนพวกนี้
เมื่อศัตรูเปิดฉากการต่อสู้ด้วยกำหมัดตรงมาที่ร่างเฉินหลง เฉินหลงกลับไม่หลบ เขาเพียงแต่จับไปที่กำหมัดนั้นโดยตรง จากนั้นก็ใช้มืออีกฝั่งยกขึ้นต่อยคู่ต่อสู้อย่างแรง ส่วนขาก็ไม่ปล่อยให้อยู่เฉยๆ เฉินหลงก็ใช้มันเตะไปที่คู่ต่อสู้อย่างแรง
ครึ่งนาทีต่อมา ก็ปรากฏชายพิการทั้งสี่นอนครวญครางอยู่บนพื้น
เฉินหลงไม่เพียงแต่แข็งแกร่ง แต่เขาก็ไม่กลัวงูดำเลยแม้แต่น้อยแถมยังทำให้เพื่อนของเฉินยี่กลัวไปด้วย ในเวลานี้ เมื่อเฉินหลงได้มาถึง สีหน้าของเฉินยี่ก็แสดงถึงความประหลาดใจ
เมื่อเห็นน้องสาวมองมาที่ตัวเอง เฉินหลงก็ยิ้มให้เพื่อปลอบใจน้อง
"แกเป็นใคร แล้วแกต้องการอะไร? " ในขณะเดียวกัน ได้มีชายสูงราว 180 ซม. และเป็นชายหัวล้านร่างโตมองมาที่เฉินหลง
พูดตามตรงแล้ว การมาอย่างไม่คาดคิดของเฉินหลงทำให้ชายหัวล้านนั้นหวาดกลัว เฉินหลงหักแขนขาของคนอื่นๆด้วยหมัดเดียว ซึ่งมันราวกับทำมากจากท่อนเหล็ก จริงๆเขาไม่ได้ต้องการทำแบบนี้เลยแต่เขาจำเป็นต้องทำ
"เมื่อกี้น้องฉันโทรมา แต่มีบางคนตัดสายโทรศัพท์ของน้องฉัน เพราะฉะนั้นฉันจึงอยากรู้ว่าใครกล้าตัดสายมือถือของน้องสาวฉัน" พูดดังนั้น ความโกรธของเฉินหลงที่อดกลั้นมานาน ก็ระเบิดออกมาทันที ไม่ว่าเรื่องก่อนหน้านั้นหรือตอนนี้ ครอบครัวคือสิ่งที่สำคัญที่สุดของเฉินหลง แม้ว่าอันธพาลพวกนี้จะไร้น้ำยาในการรังแกคนอื่น แต่พวกมันยังกล้ามารังแกคนในครอบครัวของเขาได้และกลับไม่พูดอะไรเลย ยิ่งตอนนี้เฉินหลงแข็งแกร่งขึ้นแล้ว ดังนั้นเขาจึงไม่ปล่อยให้คนในครอบครัวของเขาได้รับบาดเจ็บและความเจ็บปวดใดๆ
ตอนนี้เฉินหลงเป็นดั่งมังกร ครอบครัวของเขาก็เปรียบเหมือนเกล็ดย้อนบนตัวมังกร หากใครแตะต้องมัน มันผู้นั้นจะต้องตาย
เมื่อได้ยินคำพูดของเฉินหลง ขาของงูดำก็อ่อนแรงลงทันทีด้วยความกลัว
งูดำรู้ว่าคนที่เด็กสาวโทรหานั้นคือพี่ชายของเธอและเพิ่งรู้ว่าเขาคนนี้น่ากลัวยิ่ง ความใจกล้า
มหาศาลของเขามันทำให้งูดำไม่กล้าแตะต้องเฉินยี่
"น้องสาวของนาย ใครเป็นน้องสาวของนาย?" น้ำเสียงของชายหัวล้านทื่อ เนื่องจากเฉินหลงดูเป็นคนเหี้ยมโหด เขาจึงไม่กล้าพูดยั่วเฉินหลง ดังนั้นจึงอยากทำให้เฉินหลงสงบลง
"น้อง มานี่ ถ้ามีใครก็ตามที่แตะต้องเธอ พี่จะไม่ปล่อยมันออกไปจากห้องนี้แน่" เฉินหลงมองไปที่ชายหัวล้าน
"พี่ชาย" เฉินยี่เข้าไปอยู่ในอ้อมแขนของเฉินหลงทั้งน้ำตา
ตั้งแต่เล็กจนโต เฉินยี่ไม่เคยพบไม่เคยเจอเหตุการณ์แบบนี้มาก่อน เธอทั้งหวาดกลัวและเศร้าโศกอยู่ในใจ ก่อนหน้านี้ต้องก้มหน้าอดทนกับมัน ตอนนี้เฉินหลงได้มาถึงที่นี่แล้ว เฉินยี่จึงเจอหนทางพึ่งพิงและเธอก็สามารถกลับมาควบคุมสติได้ในทันที
ในเวลานี้ ในหัวของงูดำว่างเปล่า เขารู้ว่าหากเขาไม่ตายวันนี้คงต้องถูกเค้นจนหมดเปลือกเป็นแน่
"เอาละ ไม่ต้องร้องแล้ว พี่อยู่นี่แล้ว คนพวกนี้ที่รังแกเธอ พี่จะไม่ปล่อยใครไปแน่" เฉินหลงตบหลังเฉินยี่อย่างอ่อนโยน หลังจากที่เฉินยี่ได้ปลดปล่อยความรู้สึกออกมาบ้าง เฉินหลงก็ได้พูดกับชายหัวล้านว่า "ใครในพวกแกที่ตัดสายโทรศัพท์น้องสาวฉัน? จะเดินออกมาเองไหม?"
"พี่ชาย อย่าทำเกินไปหน่อยเลย ทุกคนในที่นี่ควรจะไว้หน้าฉันไว้บ้างตอนที่ฉันยังไม่คิดอะไร ลืมเรื่องนี้ไปเถอะนะ" ชายหัวล้านพูด
เมื่อสถานการณ์เคร่งเครียดและเห็นถึงความแข็งแกร่งของเฉินหลง เขาจึงไม่ต้องการที่จะยั่วเฉินหลงจริงๆ แต่เมื่ออยู่ตรงหน้าน้องชายของเขา เขาจึงต้องเป็นคนเริ่มบนสนทนา
"ไว้หน้าเหรอ? จะบอกอะไรให้นะ เกียรตินะไม่ควรถูกรักษาโดยคนอื่น แต่มันควรจะรักษาด้วยตนเอง ถ้าแกมีความสามารถ แกก็คงรักษาหน้าของแกด้วยการมาสู้กับฉัน" เฉินหลงไม่ต้องรักษาหน้าใดๆกับชายหัวล้านคนนี้แล้ว สิ่งที่เขาต้องการตอนนี้ก็คือสั่งสอนบทเรียนดีๆให้กับที่มารังแกน้องสาวของเขา
"ยังไง นั้นก็ไม่ใช่สิ่งที่ดีสักเท่าไหร่นะ" เขามองเฉินหลงอย่างละอาย
คำพูดของเฉินหลงเหมือนกับมือที่ตบไปที่หน้าเขา ซึ่งความแข็งแกร่งของเฉินหลงที่ชายหัวล้านเห็นมันทำให้เขาคิดว่าคงเป็นไปไม่ได้แล้วที่จะรักษาหน้าเอาไว้
"ใช่ ฉันมาที่นี่ไม่ได้มาเพื่อเมตตาสงสารใคร ส่งคนที่รังแกน้องสาวฉันมาแล้วแกก็ไปได้ ไม่อย่างนั้น จะไม่มีใครได้ออกไปจากห้องนี้ได้สักคน" เฉินหลงจ้องตาเขม็ง
หากผู้ใดที่กล้าแตะมังกร คนผู้นั้นจะต้องตาย
เมื่อเฉินหลงมาถึง เขาก็ตัดสินใจแล้วว่า ตราบใดที่คนของชายหัวล้านกล้าทำ เขาก็จะจัดการคนพวกนี้ให้หมด อย่างไรก็ตาม เขาจะรับผิดชอบทั้งหมดเอง อย่างมากเขาก็แค่ต้องเสียเงิน ตอนนี้เขามีเงินมากพอที่จะไม่กลัวชายหัวล้านคนนี้แล้ว
"พี่ใหญ่ ที่นี่มีคนตั้งมาก มันมาแค่คนเดียว เขาคงกลัวสิ่งที่เขาทำ เขาจึงอยากจะสู้กับพี่" เวลานี้ งูดำเริ่มปลุกปั่นคนของชายหัวล้าน เฉินหลงนั้นแข็งแกร่งเกินไป งูดำเขารู้จักพี่ชายของเขาดี หากเขาไม่มีหัวหน้าที่ดี พี่ใหญ่คงจะส่งเขาไปแล้ว ดังนั้น งูดำจึงทำได้เพียงปลุกปั่นทุกคนให้เริ่มก่อน
"ใช่พี่ใหญ่ พวกเรามีกันตั้งมากจะกลัวมันไปทำไม? พวกเราก็ไปจัดการมันด้วยกันเลยสิ"
"ใช่ อย่างที่บอกไป แค่หมัดสองข้างจะไปสู้อีกสี่ของพวกเราได้ยังไง ไปจัดการมันด้วยกันเถอะ มันสู้พวกเราไม่ได้หรอก"
"น้องสามกับต้าเผิงพูดถูก พวกเราจะกลัวมันไปทำไม"
…
งูดำอยู่ในสังคมพวกอันธพาล พวกเขาจึงมีอารมณ์รุนแรง และมีหน้ามีตาในสังคมพวกอันธพาล พวกเขาจึงกลัวว่าคนอื่นจะมาพูดได้ว่าเขาขี้ขลาด ดังนั้นเมื่องูดำกระตุ้น พวกเขาก็เริ่มตะโกนออกไปเพื่อรักษาหน้า
วิธีนี้ดูป่าเถื่อนไปมาก แต่ไม่มีใครเต็มใจที่จะเปิดเป็นฉากคนแรก เหตุการณ์สถานการณ์รุนแรงของชายทั้งสี่นั้นเห็นได้อย่างชัดเจน
"ใครเป็นขโมยโทรศัพท์ของเด็กสาวนั้นมา? ออกมาขอโทษซะ อย่าให้ฉันต้องพูดเป็นครั้งที่
สอง" ชายหัวล้านพิจารณาดูสักพัก จากนั้นเขาก็ทำได้เพียงตอบรับอย่างสุภาพ
ท่าทีของเฉินหลงที่ดูเหี้ยมโหดก่อนหน้านั้น ชายหัวล้านคิดว่าถึงแม้ตอนนี้เขาจะมีลูกน้องรายล้อมตัวอยู่มาก เฉินหลงก็คงจะสามารถจัดการกับคนพวกนี้ทั้งหมดได้ ดังนั้นชายหัวล้านไม่มีทางเลือกจึงคิดส่งคนโชคร้ายผู้นั้นไป อย่างมากหลังจากที่เรื่องจบ เขาคงจะชดใช้ให้กับคนผู้นั้นซึ่งจะเป็นเงินช่วยเหลือของทุกคน ทันทีที่พูดจบ เขาก็มองไปที่น้องชายของเขา งูดำ เมื่อกี้ตอนที่งูดำหยอกล้อหญิงสาวตรงหน้า ทุกคนต่างเห็นทั้งหมด และเมื่อได้ยินคำพูดของชายหัวล้านและมองไปที่ตาของน้องชาย ใบหน้าของงูดำก็ซีดขึ้นมาทันที
"น้องเล็ก ใช่เขาใช่ไหม?" เฉินหลงถามเฉินยี่และชี้ไปที่งูดำ
"ใช่ค่ะ เป็นเขา เขาตบหน้าหนูเมื่อกี้ ขโมยโทรศัพท์หนูไปด้วย พูดจาหยาบคายกับหนู และผู้ชายผมเหลืองนั้นก็ด้วย" ในเวลานี้ เฉินยี่พยายามเรียกความกล้าในตัวเพื่อชี้ไปที่งูดำและชายหัวเหลือง
"ฉัน ฉันผิดไปแล้ว ฉันหมายถึง ฉันขอโทษ ฉันจะถอนคำพูดที่เพิ่งพูดไป ฉันจะถอนคำพูดให้หมดเลย" เมื่อหวงเหมาได้ยินและเห็นเฉินยี่ชี้มาที่ตัวเอง เขากลัวมากจนลนลานและกล่าวขอโทษเฉินยี่
เมื่อเทียบกับความใจเสาะของหวงเหมาแล้ว เขานั้นกลัวแขนขาหักมากกว่าตายเสียอีก
"มาตรงนี้ มาตรงนี้" เฉินหลงไม่พูดอะไรอย่างอื่น เขาเพียงดีดนิ้วเรียกพวกเขาให้มา
"แกสองคนไป" ชายหัวล้านที่เป็นหัวหน้าพูด
"พี่ใหญ่ พวกเราเป็นน้องของพี่ใหญ่นะ ถ้าทำกับพวกเราแบบนี้ พวกเราจะไม่สนใจพี่ใหญ่แล้วนะ" จากนั้นงูดำก็เดินออกไป
ธรรมชาติของมนุษย์นั้นล้วนเห็นแก่ตัว งูดำยังคงจะดึงพวกของตัวเองจมน้ำตามไปด้วย