โอกาสที่จะได้ไปโลกวิญญาณ

ระหว่างทาง เขาก็พบว่าตัวเองมีข้อความมากมายในโทรศัพท์ที่ยังไม่ได้เปิดอ่าน



“เฉินโม่ นั่นนายจริงๆเหรอ? (วิดีโอ)”



"พี่โม่ จิ้งจอกเพลิงของคุณสุดยอดเกินไปแล้ว!"



"พี่โม่ นายทําสัญญากับจิ้งจอกเพลิงจากที่ไหน?"



ส่วนใหญ่เป็นเพื่อนร่วมชั้นมัธยมปลายของเขา คงมีใครบางคนอัดวิดีโอการต่อสู้ของจิ้งจอกเพลิงเอาไว้และเผยแพร่มันลงไปในกลุ่มชั้นเรียน จากนั้นมันก็เลยกระจายไปทั่ว และเกือบทุกคนในโรงเรียนก็คงจะรู้เรื่องนี้แล้ว



เฉินโม่ยังไม่พร้อมที่จะตอบกลับในตอนนี้



เดิมทีเขาเป็นคนชายขอบในชั้นเรียน เพราะเขามันจะยุ่งอยู่กับการทํางาน part-time และฝึกสมาธิ จึงแทบไม่ได้มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนร่วมชั้นคนอื่นๆ เลย



แม้ว่าการปฏิเสธการสร้างปฏิสัมพันธ์ในสังคมนั้นจะเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง



แต่ด้วยโรคย้ำคิดย้ำทำที่เขาเป็น ทำให้เขาเลือกที่จะทำให้จุดสีแดงบนแจ้งเตือนต่างๆหายไปทีละจุดๆ



ในระหว่างที่ค่อยๆไล่ลบแจ้งเตือนทิ้งนั้น เฉินโม่ก็เห็นข้อความที่ถูกส่งจากครูที่ปรึกษา——



“เฉินโม่ ถ้าเธอเปิดหยูหลิงและทําสัญญากับสัตว์วิญญาณได้แล้ว อย่าลืมไปกรอกแบบฟอร์มเพื่อเข้าร่วมคลาสที่ 1 ล่วงหน้าด้วยล่ะ ในคลาสจะมีงานฝึกอบรมของโลกวิญญาณในต้นภาคเรียนหน้าอยู่” ทั้งนี้ทั้งนั้นคุณครูยังได้แนบแบบฟอร์มเพื่อสมัครเข้าชั้นเรียนทดลองมาให้เขาอย่างรอบคอบ



ในปัจจุบัน นักเรียนมัธยมปลายทุกคนจะต้องเผชิญกับปัญหาการแยกแผนกในปีที่สองของชั้นมัธยมปลาย ไม่ว่าจะย้ายไปที่แผนกวัฒนธรรมหรือแผนกหยูหลิงก็ตาม



นักเรียนที่ไม่มีความตั้งใจหรือไม่มีความหวังที่จะเดินไปในเส้นทางของปรมาจารย์วิญญาณแล้ว ก็จะเลือกไปแผนกวัฒนธรรม ซึ่งแผนกนี้จะไม่ค่อยใช้ความรู้ที่เกี่ยวข้องกับสัตว์วิญญาณสักเท่าไหร่ ซึ่งเรียกได้ว่าตัดเส้นทางของปรมาจารย์วิญญาณออกไปเลยก็ไม่ผิด



ส่วนแผนกหยูหลิง ก็เป็นเช่นเดียวกับโรงเรียนมัธยมอื่น ๆ ส่วนใหญ่ในเมืองเฉิงไห่ ที่จะแบ่งออกเป็นสามคลาสตามผลงานของนักเรียน โดยจะแบ่งออกเป็น 3 คลาสดังนี้



คลาสที่ 1 นักเรียนในคลาสนี้นอกเหนือจากจะต้องผ่านคะแนนวิชาการในทุกรายวิชาแล้ว ระดับการเติบโตของสัตว์วิญญาณจะต้องสูงกว่าระดับปลุกพลังขั้นที่ 4 ขึ้นไป



คลาสที่ 2 จะเหมาะสําหรับนักเรียนที่เพิ่งเปิดหยูหลิงได้และเพิ่งเริ่มทําสัญญากับสัตว์วิญญาณได้ไม่นาน



คลาสที่ 3 สําหรับนักเรียนที่ยังไม่สามารถเปิดหยูหลิงได้ แต่มุ่งมั่นที่จะเดินไปบนเส้นทางของปรมาจารย์วิญญาณหรืออาชีพที่เกี่ยวข้องในอนาคต



เฉินโม่เองก็เคยเป็นนักเรียนในคลาสที่ 3 มาก่อน



“ขอบคุณครับคุณครู ผมจะเข้าไปกรอกข้อมูลให้เร็วที่สุดครับ” เฉินโม่ส่งข้อความตอบกลับไป



โดยธรรมชาติแล้วเขาย่อมไม่ปฏิเสธที่จะเข้าคลาสที่ 1 อย่างแน่นอน



ไม่เพียงแต่มันเป็นโอกาสที่ดีที่จะได้ไปสัมผัสโลกวิญญาณเท่านั้น แต่ว่ากันว่าค่าเล่าเรียนหลังจากเข้าร่วมคลาสได้จะฟรีทั้งหมด แถมโรงเรียนจะยังให้เงินอุดหนุนทรัพยากรเพิ่มเติมอีกด้วย



เรื่องอะไรที่เขาจะต้องปฏิเสธของฟรีกันล่ะ?



ในช่วงบ่าย รอบ 16 คนสุดท้าย เฉินโม่โชคดีที่ได้เจอคู่ต่อสู้ที่เป็นหนูอสนีระดับปลุกพลังขั้น 9



สัตว์วิญญาณชนิดนี้จะระเบิดพลังออกมาเมื่อโกรธ แต่เฉินโม่เคยสู้กับพวกมันมาแล้วหลายครั้งตอนอยู่ที่ยิมอสนีบาต พลังต่อสู้ของมันไม่ใช่สิ่งที่เขากังวลมากนัก



ยิ่งเฉพาะกับเสี่ยวจูที่ติดตั้งเอฟเฟกต์ [ราชาแห่งสายฟ้า] เข้าไปแล้วด้วย สิ่งที่เขากลัวน้อยที่สุดย่อมเป็นสัตว์วิญญาณธาตุสายฟ้าเนี่ยแหละ



ในสนามแข่ง แม้ว่าหนูอสนีจะปล่อยการโจมตีที่รุนแรงที่สุดของมันออกมาแล้ว แต่มันก็เหมือนกับแค่การเอาขนนกไปแหย่ให้เจ้าจิ้งจอกเพลิงจั๊กจี้เท่านั้นเอง มันไม่ได้แสดงท่าทีใดๆออกมาให้เห็นว่ามันเป็นฝ่ายที่ได้เปรียบเลย จนในที่สุดมันก็ต้องยอมแพ้ด้วยความสิ้นหวัง



ดังนั้น เฉินโม่จึงได้เข้าสู่รอบ 8 คนสุดท้ายเป็นคนแรก โดยการแข่งขันจะมีขึ้นในวันพรุ่งนี้



ซ้ำเขายังเป็นผู้เข้าแข่งขันเพียงคนเดียวในบรรดา 8 คนสุดท้ายของ Young Eagle Cup ที่มีสัตว์วิญญาณที่อยู่ในระดับปลุกพลัง



มันยังเช้าอยู่หลังจากเสร็จสิ้นการแข่งขันในตอนบ่าย เฉินโม่จึงได้เดินทางกลับไปที่ยิมอสนีบาตเพื่อฝึกซ้อมอีกสักพัก



เขาบังเอิญพบกับฉีพินที่หน้าประตู



“น้องเฉิน ทำไมนายกลับมาเร็วจัง ผลการแข่งขันเป็นยังไงบ้าง?” ฉีพินถาม



“ผมเพิ่งผ่านรอบ 16 คนสุดท้ายมาวันนี้ครับ ส่วนรอบ 8 คนสุดท้ายก็จะเริ่มแข่งในวันพรุ่งนี้ครับ”



“ไม่เป็นไร คนหนุ่มสาวควรสั่งสมประสบการณ์เอาไว้มากๆ เดี๋ยวนะ!!! นายบอกว่านายผ่านเข้ารอบ 8 คนสุดท้ายหรอ?” เดิมทีฉีพินต้องการจะให้กำลังใจเพราะคิดว่าเฉินโม่ของจะตกรอบ แต่เมื่อได้ยินว่าเขาเข้าสู่รอบ 8 คนสุดท้าย เขาก็ชะงักไป



"เสี่ยวจูของนายเพิ่งจะอยู่ระดับปลุกพลังขั้นที่ 7 ไม่ใช่หรอ? Young Eagle Cup ปีนี้ไม่มีผู้เข้าแข่งขันเจ๋งๆเลยหรอไง?!?"



Young Eagle Cup จะจัดขึ้นในทุกๆปี ตอนที่เขาเข้าร่วมเมื่อปีที่แล้ว หลังจากที่พยายามอย่างหนัก เขายังได้แค่อันดับสองมาครอบครองเท่านั้น ทั้งๆที่ในตอนนั้น เต่าหลินอสนีของเขาได้มาถึงระดับพิเศษขั้น 4 แล้ว



โดยส่วนมาก คนที่ผ่านเข้าไปถึงรอบ 8 คนสุดท้ายได้ มักจะเป็นทายาทของยิมสักแห่งหรือเชื้อพระวงศ์



"บางที... เสี่ยวจูอาจจะมีพรสวรรค์ในการต่อสู้รึเปล่านะ" เฉินโม่เริ่มไม่แน่ใจ



"รอฉันแปป"



ฉีพินที่ดูไม่ค่อยมีเรี่ยวแรง จู่ๆก็ก้มหน้าก้มตาทำอะไรสักอย่างกับโทรศัพท์ สักพักเขาก็ส่งไฟล์ชุดหนึ่งมาให้เฉินโม่



“อ่ะ นี่เป็นข้อมูลของผู้เข้าแข่งขัน 8 คนสุดท้าย ฉันให้รุ่นพี่ใช้เส้นสายของเขารวบรวมมาให้นาย พยายามเข้าล่ะ!”



เฉินโม่เปิดไฟล์ออกมาก็พบว่าในนั้นมีข้อมูลโดยละเอียดของผู้เข้าแข่งขันอีก 7 คน รวมถึงสัตว์วิญญาณที่พวกเขาในการแข่งขันครั้งนี้



เฉินโม่รู้สึกปลื้มใจ



พี่ชายตรงหน้า ปฏิบัติเหมือนเขาเป็นน้องชายคนเล็กของตัวเองจริงๆ



"ขอบคุณนะครับพี่ชาย!"



“ขอบคุณได้ แต่ไม่ต้องกดดันตัวเองนะรู้ไหม แค่คิดซะว่ามันเป็นการสะสมประสบการณ์ก็พอ”



หลังจากพูดจบ ฉีพินก็ตบไหล่เฉินโม่พลางยืดเส้นยืดสายและเดินออกไป





วันรุ่งขึ้น เฉินโม่ซื้อซาลาเปาและนมถั่วเหลือง จากนั้นก็มุ่งหน้ามาที่สนามแข่ง



ทันทีที่เขามาถึงสถานแข่ง เขาก็พบว่าวันนี้ ดูเหมือนจะมีผู้ชมเพิ่มขึ้นเป็นจํานวนมาก!



ซ้ำในนั้นยังมีใบหน้าที่เขาคุ้นหน้าคุ้นตาอีกหลายคน ส่วนใหญ่จะเป็นเพื่อนร่วมชั้นมัธยมปลายของเขา



แต่สิ่งที่เฉินโม่ไม่รู้ก็คือ เนื่องจากผลงานที่โดดเด่นของเขาในการแข่งขันก่อนหน้านี้ ทำให้ตอนนี้เขากลายเป็นหนึ่งในเมล็ดพันธุ์ชั้นเลิศของการแข่งขัน นอกจากนี้ สัตว์วิญญาณของเขายังถูกสงสัยว่าเป็นสัตว์วิญญาณกลายพันธุ์อีกต่างหาก จึงทำให้เข้ากลายเป็นจุดศูนย์กลางของความสนใจของสื่อมวลชนทั้งหลายโดยธรรมชาติ




ตอนก่อน

จบบทที่ โอกาสที่จะได้ไปโลกวิญญาณ

ตอนถัดไป