ความมุ่งมั่นอันแรงกล้า

ตอนที่ 156 ความมุ่งมั่นอันแรงกล้า



“สหาย เจ้าต้องการอะไร ลองมาดูที่แผงของข้าได้?”



“ข้ามีทรัพยากรบ่มเพาะสำหรับการฝึกฝนตั้งแต่ครึ่งเทพไปจนถึงเทพสวรรค์ รวมถึงวัตถุวิญญาณ และแร่คุณภาพดีทุกชนิด และราคาก็สมเหตุสมผล”



ขณะที่ซูหยางค่อยๆ ปรับตัว เขาก็ได้ยินเสียงตะโกนจากด้านข้าง



เมื่อหันกลับมา เขาก็ได้เห็นคนที่มีรูปร่างประหลาดมีจุดสีแดงบนตัว เขาไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมาจากเผ่าใด



มีเผ่าพันธุ์ต่างๆ มากมายในจักรวาล และซูหยางก็ไม่ได้สนใจจะจำ เขาจะเรียกอีกฝ่ายว่าเผ่าอมนุษย์ทั้งหมด



แต่ดูเหมือนอีกฝ่ายจะกระตือรือร้นมาก เผ่ามนุษย์ไม่ได้เป็นที่นิยมหรอกเหรอ ทำไมถึงเป็นเช่นนี้?



เมื่อเห็นสิ่งนี้ ซูหยางก็รู้สึกดีขึ้นเล็กน้อย และก้าวไปข้างหน้าเพื่อตรวจสอบสิ่งต่างๆ บนแผงลอยของอีกฝ่าย



"หินทองม่วง ( ระดับเทพยุทธ์ ) ราคา 100 ต้นกำเนิดโลก"



"ดาบทลายดาว อาวุธจิตวิญญาณระดับเทพยุทธ์ขั้นสูง ราคา 10 ต้นกำเนิดกาแล็กซี่"



"หยดวิญญาณระดับต่ำ ความบริสุทธิ์ 5 ( ความบริสุทธิ์ 1 ถึง 10 คือหยดวิญญาณระดับต่ำซึ่งมีผลเร่งความเร็วการฝึกฝนของผู้ฝึกฝนจนถึงเทพสวรรค์ขั้นต้น ) ราคา 100 ต้นกำเนิดโลก"



มีหลายสิ่งหลายอย่างบนแผงลอย รวมถึงวัสดุ อาวุธจิตวิญญาณ และทรัพยากรบ่มเพาะ



หากเป็นเช่นนี้ ผู้ฝึกฝนเผ่ามนุษย์ควรสามารถซื้อทรัพยากรบ่มเพาะได้อย่างครบครัน



สิ่งที่เรียกว่าการปิดกั้นทรัพยากรที่เพิ่มราคาที่ขายให้กับผู้ฝึกฝนเผ่ามนุษย์นั้นจะไม่ใช่เรื่องตลกหรอกเหรอ?



ไม่น่าจะเป็นเช่นนั้น



ซูหยางตระหนักดีถึงปัญหานี้



เขาจึงถามอย่างลังเลว่า "ข้าต้องจ่ายต้นกำเนิดโลกมากเท่าไหร่เพื่อซื้อหยดวิญญาณหนึ่งหยด"



เมื่อได้ยิน เจ้าของแผงลอยจึงพูดด้วยรอยยิ้ม "นี่คือราคาปกติของที่นี่"



แต่ก่อนที่ซูหยางจะถามว่านั้นหมายความว่าอย่างไร



เขาก็ได้เห็นอีกฝ่ายหยิบป้ายอันหนึ่งออกมา



[ สำหรับผู้ฝึกฝนเผ่ามนุษย์ต้องจ่ายเป็นสิบเท่าของราคาปกติเพื่อซื้อสินค้า และจะไม่เกินสิบเท่าอย่างแน่นอน ร้านของข้ายินดีต้อนรับผู้ฝึกฝนเผ่ามนุษย์ทุกคนที่เข้ามาจับจ่ายซื้อขาย ]



ใบหน้าของซูหยางมืดลงในทันที "ดังนั้น หากข้าต้องการซื้อหยดวิญญาณระดับต่ำหนึ่งหยด ข้าจำเป็นต้องจ่าย 1 ต้นกำเนิดกาแล็กซี่?"



เจ้าของแผงลอยยิ้มแล้วพูดว่า "ใช่ ของๆ ข้าจะขายให้กับผู้ฝึกฝนเผ่ามนุษย์ในราคาสิบเท่าจากเดิมเท่านั้น จะไม่มีการบวกเพิ่มอีก สหาย เจ้าไม่ต้องกังวล ว่าไง เจ้าต้องการมันไหม?"



ถามมาได้ นี่ไม่ต่างจาการปล้นตอนกลางวันแสกๆ เลย?



ไม่น่าแปลกใจเลยที่เจ้าของแผงลอยพวกนี้ยินดีต้อนรับเขามากขนาดนี้



สินค้าอย่างเดียวกันนี้สามารถขายให้กับเผ่าอื่นได้ในราคาปกติ



แต่ถ้าขายให้ผู้ฝึกฝนเผ่ามนุษย์จะแพงขึ้นเป็นสิบเท่า เหมือนเชือดแกะตัวอ้วนๆ ใครจะไม่ยินดี



และเมื่อตัดสินจากคำพูดของอีกฝ่าย สิบเท่ายังคงเป็นราคาที่สมเหตุสมผล?



ซูหยางระงับความไม่พอใจ บางทีในสายตาของอีกฝ่าย นี่อาจเป็นราคาปกติจริงๆ



“ถ้าเพิ่มขึ้นถึงสิบเท่า จะมีคนมาซื้องั้นรึ?”



เมื่อซูหยางถาม อีกฝ่ายดูเหมือนจะคิดอะไรบางอย่างได้



อย่างไรก็ตาม เจ้าของแผงลอยไม่มีความคิดอื่นใด และอธิบายโดยตรง "มี"



“สหาย ดูเหมือนว่าเจ้าจะไม่ค่อยเข้าใจสถานการณ์ของเผ่าตัวเองมากเท่าไรนัก”



เพราะในเมืองหมื่นดาราแห่งนี้ ทุกคนเป็นเพียงร่างอวตาร และไม่มีใครสามารถมองเห็นฐานการบ่มเพาะของคนอื่นได้



จึงไม่สามารถบอกจุดยืน และความแข็งแกร่งของใครๆ ได้ตั้งแต่แรก



พวกเขาจะเรียนรู้ได้เพิ่มผ่านการมอง และการสนทนาเท่านั้น



“เอาเป็นว่า ในตอนนี้ เผ่ามนุษย์ของเจ้าควบคุมแหล่งทรัพยากรได้น้อยมาก ซึ่งโดยพื้นฐานแล้วไม่เพียงพอสำหรับทุกคนที่จะได้รับทรัพยากรมากพอ”



“ตัวอย่างเช่น สำหรับเมืองขนาดเล็กของเผ่าข้าสามารถควบคุมแหล่งทรัพยากรได้ประมาณสิบแห่ง แหล่งทรัพยากรเหล่านี้หมายถึงทรัพยากรสำคัญที่ผู้ฝีกฝนระดับเทพยุทธ์หรือสูงกว่านั้นต้องใช้ในการฝึกฝน”



"หยดวิญญาณที่เจ้าเห็นก็มาจากแหล่งทรัพยากรเหล่านั้นเช่นเดียวกัน"



“แต่เมืองมนุษย์ขนาดเล็กอาจไม่สามารถควบคุมแหล่งทรัพยากรได้แม้แต่แห่งเดียว”



“เมืองมนุษย์ขนาดกลางอาจสามารถควบคุมแหล่งทรัพยากรได้ประมาณสิบแหล่ง”



“แต่กลับกันสำหรับเมืองขนาดกลางของเผ่าข้า เราสามารถควบคุมแหล่งทรัพยากรได้ประมาณร้อยแห่ง นี่คือช่องว่าง”



“สำหรับเหตุผล ข้าคิดว่าเจ้าควรรู้ดี ดังนั้นข้าจะไม่อะไรไปพูดมากกว่านี้”



“ดังนั้น เมื่อผู้ฝึกฝนเผ่ามนุษย์มีทรัพยากรไม่เพียงพอ พวกเขาก็ต้องหาซื้อทรัพยากรบ่มเพาะจากภายนอก”



“สิ่งต่างๆ อย่างต้นกำเนิดกาแล็กซี่นั้นเป็นสกุลเงินที่สำคัญ มันง่ายสำหรับเผ่ามนุษย์ที่จะได้มา และทุกคนก็สามารถใช้มันได้”



“แม้บางเผ่าจะมุ่งเป้าไปที่เผ่ามนุษย์ของเจ้า แต่พวกเขาก็ไม่สามารถป้องกันเจ้าจากการได้รับต้นกำเนิดกาแล็กซีได้”



“ไม่เช่นนั้นผู้ฝึกฝนเผ่ามนุษย์จะไม่สามารถชื้อขายอะไรได้เลย”



“แม้ว่าข้าจะเห็นอกเห็นใจกับชะตากรรมของเผ่ามนุษย์ แต่ข้าก็ช่วยเจ้าไม่ได้เพราะข้อตกลงพันธมิตร”



เจ้าของแผงลอยคนนี้เห็นได้ชัดว่ามาจากเผ่าพันธุ์ที่ไม่มีความเกลียดชังต่อเผ่ามนุษย์มากนัก



แม้ว่าซูหยางจะไม่เห็นความเห็นอกเห็นใจใดๆ จากใบหน้าของชายคนนี้ แต่เขาก็รู้ด้วยว่าอีกฝ่ายไม่ได้มุ่งเป้ามาที่เผ่ามนุษย์



เนื่องจากสนธิสัญญาพันธมิตร เผ่าต่างๆ จึงต้องทำตาม



แค่ไม่เพิ่มราคามากกว่านี้ นั่นก็ถือว่าดีแล้ว



ยิ่งไปกว่านั้น เขายังได้รู้เหตุผลที่ทำให้เกิดสถานการณ์เช่นนี้ขึ้นโดยละเอียดแล้ว



เนื่องจากสงครามจักรวาล บางเผ่าจึงมุ่งเป้าไปที่เผ่ามนุษย์



แหล่งทรัพยากรเดิมที่ถูกควบคุมโดยเผ่ามนุษย์ถูกปิดล้อม และปล้นชิงไป เผ่ามนุษย์ต้องใช้กำลังคน และความแข็งแกร่งมากกว่าปกติในการปกป้องพวกมัน



เผ่าอื่นสามารถปกป้องแหล่งทรัพยากรได้ด้วยความพยายามของตนเอง



แต่เผ่ามนุษย์ต้องใช้ความแข็งแกร่งมากกว่าเดิมสิบหรือร้อยเท่า เพราะศัตรูสามารถผนึกกำลังกันได้



หลังจากเข้าใจเหตุผลแล้ว



มันยิ่งทำให้ซูหยางต้องการเปลี่ยนสถานการณ์ของเผ่ามนุษย์มากยิ่งขึ้น



หากยังเป็นแบบนี้ต่อไป



เผ่ามนุษย์จะอ่อนแอลงทีละนิดจนถูกทำลายล้างไปในที่สุด



เหตุใดจึงต้องเปลี่ยนสถานการณ์ของเผ่ามนุษย์?



เขาเป็นมนุษย์!



นั้นเพียงพอแล้ว



“ขอบคุณสหายที่ช่วยไขข้อสงสัยของข้า” ซูหยางขอบคุณ จากนั้นเลือกซื้อหยดวิญญาณระดับต่ำหนึ่งหยด



ของชิ้นนี้ไม่ได่มีค่าอะไร เขาซื้อแทนคำขอบคุณสำหรับคำอธิบายของอีกฝ่าย



“ขอบคุณมาก คราวหน้า ถ้าเจ้าต้องการอะไรอย่าลืมกลับมาหาข้า” เจ้าของแผงลอยพูดด้วยรอยยิ้ม



เขาสามารถทำกำไรได้ถึงสิบเท่าในคราวเดียว เขาจะไม่ยินดีต้อนรับอีกฝ่ายได้อย่างไร?



ซูหยางยังคงเดินต่อไปสักพักในเมือง



เขาพบว่ามีหลายแผงลอยตั้งอยู่ แต่ไม่มีคนคอยเฝ้า



เจ้าของแผงอาจจะยุ่งอยู่ข้างนอก แต่ของก็วางขายอยู่ที่นี่ต่อไปได้ หากจำเป็น สามารถติดต่อกับอีกฝ่ายได้โดยตรง



เมื่อนั้น อีกฝ่ายจะเข้าสู่เมืองหมื่นดาราโดยเร็วที่สุด



สะดวกมากจริงๆ



แต่ไม่มีข้อยกเว้น สินค้าใดๆ ที่ขายให้กับเผ่ามนุษย์จะถูกเรียกเก็บเป็นสิบเท่าของราคาเดิม



บางแผงเกินกว่าสิบเท่าด้วยซ้ำ



ยิ่งเขามองดูมากเท่าไร ซูหยางก็ยิ่งไม่มีความสุขมากขึ้นเท่านั้น



การปิดกั้นทรัพยากร?



เขาไม่เพียงต้องการทำลายการปิดกั้นนี้ แต่เขายังต้องการปฏิบัติต่อคนเหล่านี้ในแบบที่พวกเขาเคยทำอีกด้วย!



ซูหยางเดินบนถนน ไม่มีความปรารถนาที่จะซื้อสิ่งใด



เขาไม่ต้องการสิ่งเหล่านี้



แต่ผู้ฝึกฝนเผ่ามนุษย์คนอื่นๆ ยังต้องการมัน



หลังจากมองดูเมืองหมื่นดาราจนทั่วแล้ว ซูหยางก็รู้สึกหนักใจมากยิ่งขึ้น



ขณะที่เขากำลังจะจากไป



ผู้ฝึกฝนเผ่ามนุษย์คนหนึ่งปรากฏที่แผงลอยด้านหน้า



อีกฝ่ายซื้อทรัพยากรพิเศษ 1 ชิ้นที่ขายในสูงกว่าราคาปกติถึง 13 เท่า



เมื่อมาถึงจุดนี้ ความสนใจของซูหยางก็ลดลง



แค่พูดเปลื่ยนแปลงอะไรไม่ได้ เขาจะแสดงให้เห็นด้วยการลงมือทำ



มาลองดูกัน



มาดูกันว่าเขาจะสามารถเปลี่ยนสถานการณ์ของเผ่ามนุษย์ได้หรือไม่



จากนั้น ซูหยางก็ถอนตัวออกจากเมืองหมื่นดาราด้วยความคิด



เขาหวนกลับสู่ถ้ำสถิตมารอีกครั้งแล้วใส่ตราเมืองหมื่นดาราลงในแหวนมิติ



หากเขาจำเป็นต้องเข้าไป เขาก็สามารถเข้าไปได้ตลอดเวลา



โดยพื้นฐาน เขาไม่มีอะไรต้องทำในถ้ำสถิตมารแห่งนี้แล้ว



เวิ้งต้นกำเนิดนี้ถูกปกคลุมไปด้วยปราณขุ่น ต่อจากนี้ วิญญาณมารตนใหม่อาจเกิดขึ้นในซักวันหนึ่ง เขายังไม่สามารถขจัดที่ต้นตอของปัญหาได้ในตอนนี้



และแม้ว่านี่จะเป็นเวิ้งต้นกำเนิดปกติ ซูหยางก็ไม่มีทางจัดการกับมันได้ในขณะนี้



หากเขาต้องการครอบครองเวิ้งต้นกำเนิดเพื่อรับต้นกำเนิดกาแล็กซี่อย่างมั่นคง



จำเป็นต้องทำสองสิ่งก่อน



สิ่งแรกคือ มีเวิ้งต้นกำเนิดอยู่ในมือ



สองคือ ต้องมีสถานที่ๆ ปลอดภัย ซึ่งเป็นสถานที่ๆ เขาสามารถจัดเก็บทรัพยากรได้อย่างสบายใจ



ทางเลือกที่ดีที่สุดคือ การสร้างเมืองในแดนหงซิง





ตอนก่อน

จบบทที่ ความมุ่งมั่นอันแรงกล้า

ตอนถัดไป