ที่นี่มันที่ไหนกัน?!
หวังชี่เงยหน้ามองท้องฟ้าสีหน้ามีความสุขของเขาปรากฏออกมาอย่างชัดเจน
“ฮ่าๆๆๆ1ปีเต็ม แม้จะเป็นเพียงแค่1ปี แต่ข้ากลับรู้สึกว่ามันผ่านไปนานแสนนาน”
“หื้ม?! นั้นมันอะไรกัน?!”หวังชี่ที่กำลังมีความสุข ก็สัมผัสได้ถึงพลังบางอย่าง
เขาหันมามองตรงหน้า ก่อนที่จะตกตะลึง ' นั้นมันคืออะไร? '
' เหตุใดมันถึงมีพลังปราณที่แข็งแกร่งกำลังตรงมาทางนี้ล่ะ? ที่นี่ไม่ใช่โลกรึ? '
ความสุขหายไปในทันที และความสงสัยก็ปรากฏขึ้น
โลกในความทรงจำของเขา มันไม่มีพลังปราณ
ถึงแม้มันจะมี แต่มันก็คงเบาบางอย่างมากแน่นอน
เนื่องจากโลกนั้นไม่เคยมีผู้บ่มเพาะ
และความเชื่อในเรื่องของผู้บ่มเพาะก็ไม่มีเช่นกัน มันมีเพียงคำว่าวิทยาศาสตร์เท่านั้นที่ทำให้ทุกคนบนโลกให้การยอมรับ
ถ้ามีคนพูดถึงการบ่มเพาะ คนๆนั้นจะถูกกล่าวหาว่าเป็นคนบ้าอย่างแน่นอน
เจ้าควรเชื่อในวิทยาศาสตร์ ไม่ใช่เรื่องไร้สาระอย่างเรื่องผู้บ่มเพาะ
นี้คือความทรงจำเกี่ยวกับโลกที่หวังชี่มี
แต่ตอนนี้มันกลับไม่ได้เป็นดั่งความทรงจำของเขา
' ข้าไม่ได้มาที่โลกรึ? 'ความคิดนี้ปรากฏขึ้นในหัวของหวังชี่อย่างรวดเร็ว
เขามองไปยังลำแสงอย่างจริงจัง
ลำแสงนี้ในสายตาของหวังชี่นั้นอ่อนแอเป็นอย่างมาก
มันอ่อนแอกว่าลำแสงที่มังกรแห่งเผ่าพันธุ์กฎเกณฑ์ปล่อยออกมาเป็นล้านเท่า
ลำแสงค่อยๆตรงมายังหวังชี่อย่างรวดเร็ว
มู่หว่านที่เห็นก็รีบชี้ไปยังลำแสงพร้อมกับตะโกนบอกหวังชี่อย่างรวดเร็ว “ระวัง!!”
แต่ก่อนที่เสียงของนางจะส่งไปถึง นางก็เห็นหวังชี่โบกสบัดมือ
ด้วยการโบกมืออยางเบาๆของหวังชี่
สายลมก็พัดไปยังลำแสงอย่างรวดเร็ว
เมื่อสายลมตกกระทบกับลำแสง มันก็พัดลำแสงนั้นหายไปพร้อมกับตัวมัน
มู่หว่านตัวแข็งทื่อ ปากของนางเปิดออกเล็กน้อย“กะ..เกิดอะไรขึ้น?”
ความสงสัยเริ่มปรากฏขึ้นในหัวของนาง
นางมองไปยังหวังชี่ด้วยความหวาดกลัว ' เมื่อกี้มันเกิดอะไรขึ้น? เหตุใดลำแสงของเทพวาฬกลืนฟ้าถึงสลายหายไป '
' ชายคนนั้นเป็นทำอย่างงั้นรึ? '
' ในที่นี้มีเพียงแค่เทพอัคคี เทพสายฟ้าและเราเท่านั้น แต่เทพอัคคีและเทพสายฟ้าไม่อาจจะทำให้ลำแสงของเทพวาฬกลืนฟ้าหายไปได้โดยไม่ขยับ และเราก็ยังไม่ได้ลงมือทำอะไรด้วย '
' ส่วนเหตุผลที่เทพวาฬกลืนฟ้าจะยกเลิกลำแสงยิ่งเป็นไปไม่ได้ มันต้องการจะโจมตีข้าอยู่แล้วเหตุใดต้องยกเลิกด้วย '
' เหตุผลเดียวที่ข้าจะสามารถคิดได้ก็คือ ชายหนุ่มที่ปรากฏออกมาอย่างลึกลับคนนี้ที่อยู่ตรงหน้าข้าเท่านั้น '
เมื่อลำแสงหายไป เทพวาฬกลืนฟ้า เทพสายฟ้า เทพอัคคีก็มองเห็นหวังชี่
ชายหนุ่มรูปร่างหน้าตาธรรมดาปรากฏขึ้นในสายตาของเขา
ชายหนุ่มนั้นสวมเสื้อคลุมราชันย์สีขาวบริสุทธิ์ มีกระบี่พิพากษาวิญญาณข้างเอวและแหวนสีเงินอันเป็นเอกลักษณ์ที่แปรสภาพอยู่ตลอดเวลา
พร้อมกับชายเสื้อที่พัดตามสายลม
แม้หน้าตาจะธรรมดา แต่ด้วยการแต่งกายที่เป็นเอกลักษณ์
ทำให้ดวงตาของเทพทั้ง4สั่นสะท้าน
“ที่นี้มันที่ไหนกัน?!”เสียงพึมพำของหวังชี่นั้นเบามาก มันเหมือนกับว่าเขาไม่ได้เปิดปากพูดเลย
แต่แม้เสียงของหวังชี่จะเบา แต่ร่างกายของเทพทั้ง4กลับสั่นเล็กน้อย
ก่อนที่ร่างกายของพวกเขาแข็งทื่ออยู่กับที่
เทพทั้ง4 ตกตะลึง ในห้วงความคิดมีเพียงประโยคคำถามเท่านั้น
' ร่างกายของข้ามันไม่ฟังคำสั่ง เกิดอะไรขึ้น?! '
' ไม่ว่าจะเป็นปากหรือแม้แต่ดวงตา มันก็ไม่สามารถขยับเขยื้อนได้เลย '
' มันเป็นไปได้ยังไง?! '
หวังชี่หันมองเทพทั้ง4 ที่อยู่รอบๆตน ก่อนที่จะดึงมู่หว่านเข้ามาใกล้ๆ
“ที่นี่มันคือที่ไหน ดาวนี้มันไม่ใช่โลกรึ?”หวังชี่กล่าว เสียงของเขานั้นสงบเป็นอย่างมาก
มันไม่ได้มีความตื่นตระหนกอยู่ภายในเสียงแม้แต่น้อย
แต่เมื่อเขาถาม เขากลับไม่ได้คำตอบ
“ทำไมเจ้าถึงไม่พูดกัน เป็นใบ้หรือไง!!?” เสียงของหวังชี่เริ่มแข็งกร้าว
เขามีความโกรธอยู่ภายในจิตใจ
เขานึกว่าจะได้กลับมายังโลก แต่นี้มันคืออะไร?
ไม่ว่าจะมองยังไงที่นี่ก็ไม่ใช่โลก
โลกนั้นมีเพียงวิทยาศาสตร์เท่านั้น ไม่มีทางมีผู้บ่มเพาะได้
“ในเมื่อเจ้าไม่ตอบ ก็ตายไปเสีย!!”
หวังชี่ยกมือขึ้น
ทางด้านมู่หว่านนั้นเริ่มมีสีหน้าซีดเผือด
ไม่ใช่ว่านางเป็นใบ้ แต่นางไม่สามารถพูดได้ต่างหาก
ปากของนางมันไม่ขยับเลยแม้แต่น้อยไม่ว่านางจะพยายามขนาดไหน
นางมองไปยังมือของหวังชี่ที่แพร่พลังอันน่าหวาดกลัวออกมา
ดวงตาทั้ง2ของนางสั่น เหงื่อเริ่มไหล่ท้วมตัวของนาง
ความหวาดกลัวขั้นสุดปรากฏขึ้นในจิตใจของนาง
สัญชาตญาณของนางบอกนางว่าถ้าโดนฝ่ามือนี้ของหวังชี่
นางต้องตายอย่างแน่นอน
เทพอัคคี เทพสายฟ้า และเทพวาฬกลืนฟ้ามองการกระทำของหวังชี่ด้วยความหวาดกลัว
ความคิดหนีปรากฏขึ้นในหัวของพวกเขาอย่างรวดเร็ว
แต่แม้ว่าพวกเขาจะอยากหนีขนาดไหน แต่ร่างกายของพวกเขากลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่น้อย
ฝ่ามือของหวังชี่ค่อยตกลงมาอย่างรวดเร็ว
แต่เมื่อมันมาได้ถึงครึ่งทาง มันก็หยุดลง
เหตุผลที่มันหยุดก็คือ หวังชี่ได้รับเสียงแจ้งเตือนของระบบที่ทำให้เขามีสีหน้าแดงเล็กน้อย
[ ติ้ง!! แจ้งเตือน เนื่องจาก.... ]