การพัฒนาของเซี่ยอวี้
ด้วยคำกล่าวของหวังชี่ ทำให้เทพทั้งหมดที่ตกอยู่ในภวังค์ตื่นขึ้น
สีหน้าของเทพแต่ละตนที่ตกอยู่ในภวังค์อันโหดร้ายนั้นซีดเซียว
หวังชี่ หยิบเข็มกัดรูปร่างดาวขึ้นมา “นี้คือสัญลักษณ์ของผู้แดแลดวงดาว สิ่งนี้จะช่วยให้พวกเจ้ารับรู้ถึงผู้ดูแลได้ง่าย”กล่าวจบเขาก็โยนไปให้มู่หว่าน
และเขาก็หายไปทันที ก่อนที่หวังชี่จะหายไป
เขาได้กล่าวเสริมนิดหน่อยให้กับเทพทั้ง66ตน
ด้วยการจากไปของหวังชี่ ทำให้เทพทั้ง66ตนนั้นทำอะไรไม่ถูก
และค่อยๆเดินเข้าไปในอาคารด้วยความสับสน
ด้านหวังชี่ เขากลับมายังโลกอีกครั้ง
เขายังมีภารกิจของระบบที่ต้องทำให้สำเร็จ และยังมีการปลดผนึกงูขาวยักษ์อีกด้วย
แต่เบาะแสของผนึกนั้นเขายังไม่รู้ ทำให้เขาไม่มีทางเลือกนอกจากทำภารกิจ
แต่การทำภารกิจนั้นก็ยากไม่ต่างกัน
ภารกิจแรกนั้นคือสร้างเทพ10ตน ซึ่งมันเป็นไปได้ยาก
เนื่องจากทรัพยากรของเขายังไม่เพียงพอ
สมบัติทุกอย่างนั้นเขามีอยู่แล้ว ขาดแค่ดวงวิญญาณ หยดน้ำแห่งชีวิต และร่างกายเท่านั้น
ซึ่งร่างกายนั้นหาไม่ยาก แต่อย่างอื่นนั้นเขาแทบไม่รู้เลย
ดวงวิญญาณต้องเป็นดวงวิญญาณที่พิเศษ ดวงวิญญาณของมนุษย์ สัตว์อสูร หรือแม้แต่เซียนก็ไม่สามารถใช้ได้
เทพ ต้องมีวิญญาณของเทพเท่านั้น
แต่แม้จะมีวิญญาณของเทพ แต่ก็ต้องเป็นเทพที่พิเศษ
เนื่องจากเทพทั้ง10นั้นต้องมีระดับสูงถึงระดับเทพเจ้าชั้นสูง
การที่จะเอาวิญญาณเทพที่ไม่เหมาะสมนั้นไม่อาจเป็นไปได้เลย
และยิ่งเขายังอยู่ในดาวโลกแล้วมันยิ่งเป็นไปไม่ได้
ดาวโลกมีเทพเผ่าศรัทธา ซึ่งไม่ดรอปวิญญาณ
และการจะสร้างเทพเผ่าศรัทธานั้นเขาได้ตัดมันทิ้งทันที
สังหารเทพเผ่าศรัทธา100ตน ถึงจะได้รับสิทธิ์ในการสร้างเทพเผ่าศรัทธา
มันเป็นอะไรที่ไม่คุ้ม
ส่วนภารกิจที่สองก็ยากพอๆกัน ครอบครองดาวโลก
และต้องมีเทพเจ้าชั้นสูงคอยดูแล
ความยากนี้เทียบเท่ากับการหาผนึกของงูขาวยักษ์เลย
หวังชี่เงยหน้ามองฟ้า ดวงตาแดงฉาน
นี้คือการเปิดใช้เนตรของร่างเทพสงครามวิญญาณ เขาต้องการสอดส่องทางช้างเผือก
เนื่องจากดาวโลกมิอาจหาดวงวิญญาณได้ เขาก็ต้องหาจากที่อื่น
ถึงเขาจะเป็นเพียงกึ่งเทพ แต่ด้วยเนตรวิญญาณ
ทำให้เขาสามารถสอดส่องทางช้างเผือกได้อย่างง่ายดาย
สายตาของมองลงมายังดาวทุกดวง ไม่เว้นแม้แต่ดวงจันทร์ที่มีอยู่มากมาย
แต่แม้เขาจะสอดส่องอย่างละเอียดแล้ว เขาก็ยังไม่พบสิ่งใดเลย
หวังชี่ถอนหายใจเฮือกใหญ่ แม้เขาจะสามารถสอดส่องทางช้างเผือกได้
แต่พลังวิญญาณที่ใช้ไปก็เกือบจะถึงครึ่ง
และเวลาที่เขาสอดส่องนั่นก็เป็นเวลาแค่1วินาที
1 วินาที เพื่อใช้สอดส่องทางช้างเผือก
มันเป็นอะไรที่บ้ามาก ถ้ามีเทพมาได้เห็นสิ่งที่หวังชี่ทำ
พวกเขาคงกระอักเลือดตาย ทางช้างเผือกไม่ใช่สิ่งที่เทพสามารถสอดส่องได้
แม้แต่ดาวทั้งดวง เทพก็ยังมิอาจสอดส่องได้
แต่หวังชี่กลับสามารถทำได้ มันไร้เหตุผลมาก
สายตาของหวังชี่กลับมาเป็นเหมือนเดิม เขานั่งลงและมองไปยังตงไห่ด้านหน้า
เนื่องจากความสูงของพื้นที่ ทำให้เขาสามารถมองเห็นตงไห่ได้เกือบทั้งหมด
“ภารกิจก็มิอาจทำได้ ผนึกก็หาไม่พบ เห้อ~”หวังชี่หมดหนทาง
เขานั่งมองตงไห่อยู่สักพัก ก่อนนึกถึงบางสิ่ง “อีกแค่1เดือน ดาวเมฆาก็ยกระดับแล้วสินะ!”
หวังชี่เปิดบันทึกแห่งโชคชะตา ในตอนนี้เขาไม่ได้จะมาดูความคืบหน้าของ หม่าหงเซีย
แต่กลับเป็นของลูกศิษย์ของเขา เซี่ยอวี้
หวังชี่ไม่รอช้า และกดอัปเดตทันที
[ ติ่ง!! เริ่มต้นการอัปเดต 1% 3% 18% 52% 86% 99% ]
[ การอัปเดตเสร็จสมบูรณ์
เริ่มต้นแสดงการพัฒนาของบุตรแห่งโชคชะตา ]
[หลังจากมาถึงมิติว่างเปล่า เซี่ยอวี้ก็ปราถนาความแข็งแกร่ง และตั้งตารอคอยการฝึกสอนจากหวังชี่ แต่แล้ววันต่อมานางก็ต้องผิดหวัง เนื่องจากหวังชี่ให้นางเรียนรู้ด้วยตนเอง แถมยังไม่ออกมาสอนนางเลยแม้แต่น้อย]
[แต่ด้วยหอเคล็ดวิชา ทำให้นางเรียนรู้เคล็ดวิชาระดับเหลืองได้มากมาย ด้วยวิชาระดับเหลืองทำให้ความเร็วในการบ่มเพาะของนางพุ่งทะยาน]
[ครึ่งเดือนต่อมา ระหว่างที่เซี่ยอวี้กำลังฝึกฝน นางก็ได้พบกับจาง ชูลี่ ด้วยการที่เป็นคนแปลกหน้า ทำให้นางโจมตีจาง ชูลี่โดยไม่ลังเล]
หวังชี่ที่อ่านมาถึงตรงหน้าเอามือกุมขมับเลย “นางกล้าโจมตีจาง ชูลี่? แม้แต้ข้าก็ยังไม่กล้าเลย”
เขาถอนหายใจ และอ่านบันทึงแห่งโชคชะตาต่อ
[1เดือนต่อมา ด้วยการที่โฮสต์ปรากฏตัวขึ้นทำให้เซี้ยอวี้ไม่ถูกกลั่นแกล้งจากจาง ชูลี่ นางดีใจเป็นอย่างมาก....]
ตรงนี้หวังชี่อ่านแบบข้ามๆ เนื่องจากเขาอยู่ในเหตุการณ์ ทำให้เขารับรู้
[1เดือนครึ่งต่อมา เซี่ยอวี้บรรลุระดับหลอมแก่นทองคำได้ในที่สุด นางดีใจเป็นอย่างมาก และเริ่มหมกตัวอยู่แต่ในหอเคล็ดวิชา เคล็ดวิชาระดับเหลืองมากมายถูกนางเรียนรู้เกือบทั้งหมด แต่ทั้งหมดนั้นอยู่ในระดับพื้นฐานเพียงเท่านั้น]
[3เดือนต่อมา นางไม่สามารถทะลวงระดับต่อไปได้ แม่นางจะมีเคล็ดวิชามากมาย แต่นางก็อยู่แค่ในระดับพื้นฐาน ทำให้นางเริ่มเรียนรู้เคล็ดวิชาหลักๆที่ตนสนใจ]
[3เดือนครึ่งต่อมา เคล็ดวิชาหลักๆของนางบรรลุถึงระดับเชี่ยวชาญ แต่ไม่ว่านางจะทำอย่างไร นางก็มิอาจทะลวงระดับได้เลย นางจับจุดผิดพลาดของตนอย่างช้าๆ แม้นางจะเคยเป็นเซียน แต่เหตุการณ์นี้ก็มิเคยเกิดขึ้น นางสับสนเล็กน้อย]
[3เดือน29วันต่อมา ด้วยการแนะนำของจาง ชูลี่ทำให้นางรับรู้เหตุผลที่มิอาจทะลวงระดับได้ นั้นก็คือนางขาดประสบการณ์ในการต่อสู้ นางไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร เนื่องจากนางไม่อาจออกไปจากมิติว่างเปล่าได้ ทำให้นางได้แต่รอโฮสต์กลับมา...]
[ สิ้นสุดการพัฒนาของบุตรแห่งโชคชะตา ]