สังเวยโลหิต

ในเวลานี้หวังจื่อเหวินก็แสดงความกล้าหาญออกมาเช่นกัน เขาตะโกนใส่เพื่อนว่า


“ขอใครก็ได้ตามฉันมาเฉพาะผู้ชายเท่านั้นผู้หญิงไม่ต้อง”


เขารู้ดีว่าผู้หญิงนั้นไม่เจอตาลายแบบนี้จับมือไม้อ่อนไม่สามารถต่อสู้ได้อย่างเต็มที่ดังนั้นเขาจึงไม่คิดจะนำพาภาระไปกับตัวเอง


“พวกแกตาย”


เมื่อผังป๋อรักแผ่นป้ายทองแดงมันออกมาก่อนจะออกไปข้างหน้าอย่างรุนแรงนี่คือคลื่นพายุที่เกิดขึ้นจากรัศมีกายภาพและจระเข้ที่อยู่ในรัศมี 10 เมตรก็ถูกทุบตีชนแหลกละเอียดทันที


เสียงร้องของความตายและการดิ้นรนของพวกมันทำให้แก้วหูของทุกคนเจ็บปวดแต่ในขณะเดียวกันร่างกายของพวกกันก็ไม่เป็นสีดำพร้อมกับระเหยกลายเป็นฝุ่นละออง


นี่เป็นการโจมตีครั้งใหญ่ ไม่เหมือนการโจมตีจระเข้ตัวเดียวนั้น พอมีจระเข้มากมาย ต่อให้บางส่วนหลบหนีออกไปได้แต่ก็ต้องมีตัวที่ถูกสังหารไปบ้างอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้


“แคร้ง……”


เสียงระฆังอันไพเราะดังนั้นจะทำให้จิตใจของทุกคนสงบลง ระฆังทองแดงในมือหวังจื่อเหวินเต็มไปด้วยแสงสีทองและหล่อๆคืนที่มองเห็นได้ก็สะเทือนเป็นคลื่นที่งดงาม


“บูมบูม”


เสียงระเบิดดังขึ้นอย่างต่อเนื่องและในช่วงปิดตาจระเข้ทั้งหลาย 10 ตัวก็ถูกตัดขาดและเลือดก็ไหลลงสู่พื้น กลายเป็นฉากที่กระตุ้นความกล้าหาญของทุกคนขึ้น


อย่างไรก็ตามจระเข้จำนวนนับไม่ถ้วนและไม่กลัวความตายตอนนี้ จระเข้ตัวเล็กเกือบพันยังคงโจมตีพวกเขายังอัดแน่นไม่เว้นระยะห่างให้พวกเขาได้หายใจ


“บูม”


“ไม่นะ”


“ช่วยด้วย”


ในเวลานี้จู่ๆก็มีเสียงกรีดร้อง 2 ครั้งมาจากด้านหลังเพื่อนร่วมชั้น 2 ถูกจระเข้มากมายจู่โจมจนร่างกายแหลกเป็นชิ้นๆกลายเป็นภาพที่น่าสยดสยอง


ทุกคนที่ยังมีชีวิตรอดต่างก็ค่ำครวญด้วยความเศร้าโศกแต่พวกเขาก็กลับมามีสมาธิในการเอาตัวรอดอีกครั้ง


แม้แต่ความเป็นความตายของตัวเองยังเป็นปัญหา พวกเขายังไม่มีเวลากังวลกับคนอื่น


เพื่อนนักเรียนชาย 2 คนแบ่งปันของวิเศษของพวกเขาให้กับคนอื่นด้วยแต่จะเข้หลายๆตัวก็ลุงจู่โจมพวกเขาอย่างรุนแรงทำให้คนทั้งกลุ่มเสียชีวิตได้ทันที


“ถึงตายก็ไม่อาจถึงเพื่อนๆได้”


ในตอนนี้ทุกคนต่างเห็นแล้วว่าการแบ่งปันของวิเศษให้กับคนอื่นนั้นไม่เพียงพอที่จะปกป้องทุกคนได้ ดังนั้นจึงมีใครบางคนคิดที่จะใช้ของวิเศษปกป้องแค่ตัวเองเท่านั้น


“ช่วยด้วย”


“อ๊ากกกกกก”


เสียงกรีดร้องที่น่าสยดสยองดังขึ้นไม่หยุดในเวลานี้เพื่อนอีก 2 คนก็ตายไปเช่นกัน


บุคคลที่อยู่ด้านหลังต่างไม่ได้ยินเสียงเตือนของหลินเจี๋ย พวกเขาไม่รู้ว่าตัวเองจะตายหรือไม่ต่อให้ใช้ของพิเศษเพียงคนเดียวดังนั้นพวกเขาจึงมีความละอายใจที่จะทำเช่นนั้น


ในเวลานี้ทุกคนรวมตัวกันเข้าเพื่อให้มันแสนวิเศษซ้อนทับกันหลายชั้นทำให้สถานการณ์ที่เลวร้ายเมื่อครู่ก็ผ่อนคลายลงเล็กน้อย


“ฆ่า”


ใบหน้าของหลิวหยุ่นจื่อซีดเซียว บุคลิกของเขาดูมืดมนเขาไม่เคยเป็นคนกล้าหาญแต่วันนี้เขาบ้าคลั่งไปแล้วดังนั้นเขาจึงใช้ไม้เท้าวัชระของตัวเองปรับแกว่งโดยตั้งเป้าจะแลกชีวิตกับปีศาจพวกนี้ให้ถึงที่สุด


ตามตำราของพุทธศาสนา ไม้เท้าวัชระนั้นถือเป็นอาวุธที่ทรงพลังที่สุดดังนั้นเมื่อมันถูกเกินออกไปก็สามารถบดขยี้จะเข้ได้หลายพันตัว


ณเวลานี้เด็กชาวต่างชาติก็วิ่งเข้ามาแล้วตะโกนคำว่าพระเจ้าทรงเมตตา กระทบไม้ตีบักฮื้อออกไปข้างหน้า


“พระเจ้าทรงเมตตา”


แมวเขาตะโกนอย่างนี้แต่ก็ลงมายังหัวเทียนไม้ตีบักฮื้อห้องเขาไม่ได้แสดงถึงความเอาใจอ่อนเลยแม้แต่น้อย


ในเวลานี้มีภาพทำของพระพุทธรูปปรากฏขึ้น 3 องค์เลยกว่าจะออกไปด้านนอกจระเข้พวกนั้นอย่างต่อเนื่องหลายพันตัว


“ข้าคือทูตจากสวรรค์ที่จะส่งเจ้าพวกปีศาจลงนรก!” เขาเป็นชาวต่างชาติแต่ในหัวเลี้ยวหัวต่อแบบนี้เขากลับสามารถพูดภาษาจีนได้อย่างคล่องแคล่ว


“ ฮ่าๆๆ ปีศาจผมเหลือง นายถือของที่เป็นของพุทธศาสนาอยู่อย่างแน่ชัด นายพูดเรื่องไร้สาระอะไรกัน….” ในช่วงเวลาแห่ง


ชีวิตและความตายนี้ผังป๋อยังอดไม่ได้ที่จะหัวเราะไปกับคำพูดของเดค


“พระเจ้าตรัสว่า สิ่งมีชีวิตทั้งหมดเท่าเทียมกันพระเจ้าของฉันมีเมตตาเช่นเดียวกับพระโพธิสัตว์ของพวกคุณ….”


“ให้ตายเถอะรายนี้มันไร้สาระจริงๆ…”


บทสนทนาระหว่าง คนทั้งสอนแม้ว่าจะเต็มไปด้วยความขบขันแต่ละสถานการณ์แห่งความเป็นความตายในแท่นบูชายังคงไม่ลดลง


ถ้าทันใดนั้นเลือกที่อาบท่วมแท่นบูชาก็เลยขึ้นสู่ท้องฟ้าทะลุม่านแสงบรรจบกับแผนภาพไท่จี๋ทำให้มันมีความเสถียรมากขึ้น


ประตูบนท้องฟ้าที่เต็มไปด้วยดวงดาวปรากฏขึ้นอีกครั้งพร้อมกับส่องแสงลงมาที่แท่นบูชา


แน่นอนทุกคนค้นพ[สถานการณ์นี้ และทันใดนั้นพวกเขาก็แสดงความตื่นเต้นออกมา


“ยิ่งฆ่าเยอะยิ่งดีแต่ละเคสพวกนี้เป็นทายาทของศูนย์เลือดของพวกมันสามารถใช้เป็นพลังงานศักสิทธิ์ให้กับแท่นบูชานี้ได้”


“ใช่ท่านบูชาหินสีนี้เป็นแท่นบูชาชื่อของมันก็บอกอยู่แล้วว่าเราต้องบูชาสักอย่างเพื่อเปิดใช้งานมัน”


แผนภาพไท่จี๋บนท้องฟ้าเริ่มชัดเจนขึ้นเรื่อยๆจากตอนแรกที่ดูเหมือนกับภาพโฮโลแกรมในตอนนี้ทุกสิ่งทุกอย่างเริ่มชัดเจนมากขึ้นจนสามารถจับต้องได้


บูม


แต่ในเวลานี้เองที่วิหารตาเลยหินก็เกิดลมหายใจอันน่าสยดสยองแผ่นดินก็แตกสลายจนหมดและยักษ์ตนเองก็เพิ่งขึ้นไปบนท้องฟ้า


การเคลื่อนไหวของมันสร้างความสะเทือนไปทั่วทั้งดาวอังคาร


เกือบจะไม่ทันทีทุกคนรู้สึกว่าวิญญาณกำลังจะออกจากร่างและพวกเขาก็ใช้ความพยายามอย่างเต็มที่ในการปกป้องตัวเองไม่ให้ล้มลงกับพื้น


ดวงตาสีเลือดเหมือนโคมไฟขนาดใหญ่ทั้ง 2 ดวงเคลื่อนจากที่ไกลๆฝากความมืดหาพวกเขาอย่างรวดเร็ว


“ดูเหมือนว่า มันจะทำลายแผนกออกมาแล้วมันคือบรรพบุรุษจระเข้ในตำนานหรือเปล่า”


ในเวลานี้พวกเขาเต็มไปด้วยความสิ้นหวัง ในขณะเดียวกันก็เร่งมืออย่างเต็มที่เพื่อที่จะสั่งหานะส่วนตัวเล็กๆพวกนี้ให้เพียงพอกับการเติมเต็มพลังงานให้กับท่านบูชา


ตอนก่อน

จบบทที่ สังเวยโลหิต

ตอนถัดไป