ตอนที่ 25
วีเดินมาที่ด้านหลังโรงยิมก็พบกับบ้านไม้หลังหนึ่งด้านหน้ามีป้ายขนาดใหญ่แขวนเอาไว้ว่า ‘สาขาการแสดง’ วีเคาะประตูเล็กน้อยก่อนที่จะมีเสียงดังขึ้น
“เข้ามาสิ”
วีเปิดประตูเข้าไปด้านในก็พบกับนักเรียนสามสี่คนกำลังนั่งอ่านหนังสืออะไรบางอย่างอยู่ มองคร่าวๆแล้ววีคิดว่าคงจะเป็นนิยายหรือการ์ตูนอะไรสักอย่าง
พวกเขามองวีเล็กน้อยก่อนที่จะมีหนึ่งในนั้นถามเขา ซึ่งเป็นนักเรียนหญิงที่ใส่แว่น
“เธอมีธุระอะไรกับที่นี้งั้นเหรอ ?”
วีที่ได้ยินคำถามก็ตอบกลับทันที
“พอดีว่าผมจะมาเป็นสมาชิกใหม่ของสาขาการแสดงน่ะ ครูณีเลยอยากมาให้แนะนำตัวกับทุกคนก่อน”
ทันทีที่วีพูดจบทุกคนก็หันมามองวีเป็นตาเดียวกัน ทำเอาวีรู้สึกสับสนเล็กน้อยก่อนจะนึกอะไรขึ้นมาได้ลางๆ ดูเหมือนว่าในชีวิตก่อนสาขาการแสดงนั้นจะไม่เด่นดังมากนักเนื่องจากพวกเขานั้นไม่ค่อยจะมีงานแสดงสักเท่าไหร่
การจะแสดงแต่ละครั้งก็ต้องรอจนมีการเทศกาลหรือโอกาสเหมาะๆ พวกเขาถึงจะมีงานหากจะพูดว่าสาขาการแสดงนั้นเป็นสาขาที่ว่างงานที่สุดในโรงเรียนแห่งนี้ก็คงไม่ผิดนัก
แม้ภายในสาขาแห่งนี้จะมีคนเก่งๆอยู่หลายคนก็ตามแต่พวกเขาก็ไม่ค่อยมีโอกาสจะได้แสดงฝีมือเลยเนื่องจากงานแสดงของพวกเขานั้นน้อยเกินไป
แต่ถึงอย่างงั้นก็ใช่ว่าจะแย่เสมอไป เนื่องด้วยครูณีนั้นเป็นคนที่ค่อนข้างจะมีคนรู้จักในวงการพอสมควรทำให้นักเรียนที่อยู่ในสาขานี้บางคนมีโอกาสได้เข้าวงการบันเทิง แต่จะไปรอดหรือเปล่านั้นก็ต้องคอยดูในทีหลัง
พวกเขามองวีเล็กน้อยก่อนจะยิ้มออกมาและรีบวางหนังสือในมือลงก่อนจะมาล้อมวงที่เขา
“โอ้ว ~ เด็กใหม่งั้นเหรอว่าไงละอยู่ชั้นเรา”
นักเรียนชายหน้าตาดีคนหนึ่งเดินเข้ามาตบไหล่เขาปุๆ วีจึงตอบกลับไปแบบยิ้มๆ
“ม.5 น่ะ”
“โอ้ !! ชั้นเดียวกันเลยหวังว่าจะเราสองคนจะเป็นซี้กันได้นะพวก ~”
เขาพูดพร้อมกับจับมือวีเขย่าไปมา จากนั้นนักเรียนหญิงใส่แว่นก่อนหน้านี้ก็เข้ามาแนะนำตัวเองและแนะนำทุกคนภายในสาขาการแสดงแห่งนี้ให้วีได้รู้จัก
โดยเริ่มจากพวกผู้ชายก่อน เด็กผู้ชายร่าเริงที่เข้ามาทำความรู้จักกับวีก่อนหน้านี้ชื่อบาสอยู่ ม.5/3 และก็มีผู้ชายใส่แว่นอีกคนหนึ่งชื่อไนท์อยู่ ม.5/5
เมื่อเธอแนะนำพวกผู้ชายหมดแล้วเธอก็หันมาแนะนำพวกผู้หญิงบ้าง ในห้องนี้มีผู้หญิงอยู่สามคน คนแรกชื่อนิดอยู่ ม.4/4 นิดเป็นเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักแต่ดูเหมือนจะขี้อายหน่อยๆเพราะตอนที่แนะนำตัวเธอเอาแต่ก้มหน้าและยืนแอบอยู่ด้านหลังรุ่นพี่หญิงคนหนึ่ง
รุ่นพี่หญิงคนนั้นชื่อน้อยหน่า อยู่ม.6/2 น้อยหน่านั้นเป็นรองประธานของสาขาการแสดง เป็นคนที่สวยไม่น้อยเลยหากเทียบกับพวกนักเรียนในวัยเดียวกันเรียกว่าเธอสามารถกลายเป็นดาวโรงเรียนได้เลยด้วยซ้ำ
ส่วนคนสุดท้ายก็คือเด็กสาวสวมแว่นตาเธอชื่อนิดา เธอเป็นรุ่นพี่ชั้น ม.6 เช่นเดียวกันกับน้อยหน่าแต่เธอนั้นอยู่ห้องหนึ่ง แม้ภายนอกนิดาจะดูเป็นเพียงเด็กนักเรียนหญิงชั้นม.6 ทั่วไปแต่หากมองดูดีๆแล้วนิดาถือว่าเป็นเด็กที่สวยมากคนนึงเลยทีเดียว
แต่ด้วยการสไตล์การแต่งตัวและทรงผมของเธอที่ดูค่อนข้างจะปกปิดใบหน้าบวกกับการที่เธอสวมแว่นด้วยแล้วทำให้หากไม่สังเกตุดีๆก็จะมองว่านิดานั้นเป็นเด็กผู้หญิงเนิร์ดๆที่รักการเรียนคนนึงเท่านั้น และอีกอย่างเลยก็คือเธอเป็นประธานของสาขาการแสดงแห่งนี้เสียด้วย
หลังจากที่แนะนำตัวกันเสร็จนิดาก็พูดต่อว่า
“อันที่จริงสมาชิกในชมรมจะมีเยอะกว่านี้ แต่เนื่องจากมันพึ่งเป็นวันเปิดเรียนคงไม่ค่อยมีคนมาเท่าไหร่นัก”
วีที่ได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าก่อนจะถามว่า
“ว่าแล้วพวกคุณอ่านอะไรกันงั้นเหรอ ?”
นิดาที่ได้ยินแบบนั้นก็ยิ้มออกมาก่อนจะตอบกลับ
“พอดีว่างานเทศกาลโรงเรียนใกล้จะถึงแล้ว พวกเราเลยมารวมตัวกันเลือกหาบทละครเรื่องที่เราอยากจะแสดงกันในวันงานเทศกาลน่ะ”
“งี้นี่เอง”
วีพยักหน้าเข้าใจก่อนจะเข้าไปร่วมวงด้วยพร้อมกับถาม
“แล้วพวกคุณเจอเรื่องที่ถูกใจหรือยัง ?”
เมื่อได้ยินคำถามนี้ทุกคนก็ได้แต่ส่ายหัวพร้อมกับถอนหายใจ วีที่ได้เห็นแบบนั้นก็หัวเราะแห้งๆออกมาก่อนที่เสียงแจ้งเตือนไลน์ของเขาจะเด้งขึ้นมา ปรากฏว่าเป็นเบลที่ทักมาเตือน
วีที่ได้เห็นแบบนั้นก็ลุกขึ้นก่อนจะพูดขึ้นว่า
“พอดีว่าผมติดงาน ถ้างั้นขอตัวก่อนนะครับ”
นิดาพยักหน้าพร้อมกับพูดว่า
“ไปเถอะ ช่วงนี้ไม่ค่อยมีงานอะไรมากอ้อก่อนไปทิ้งไอดีไลน์เอาไว้ด้วยล่ะจะได้เอาไว้ติดต่อกับคนอื่นๆในชมรม”
วีพยักหน้าก่อนจะทิ้งไอดีไลน์ไว้ให้กับนิดา จากนั้นเขาก็ไปหยิบกระเป๋าที่ห้องเรียนโดยที่ไม่สนใจสายตาเพื่อนๆในห้องเลยแม้แต่น้อย
จากนั้นวีก็ออกมาหน้าโรงเรียนและเรียกแท๊กซี่เพื่อไปยังสถานที่ที่เบลให้มาก่อนหน้านี้ เขาใช้เวลานั่งรถนานเล็กน้อยเนื่องจากสถาที่ค่อนข้างจะไกลจากตัวเมืองนิดหน่อย
เมื่อมาถึงวีก็ต้องแปลกใจเนื่องจากสถานที่ตรงหน้านั้นไม่ใช่สตูฯถ่ายภาพแต่อย่างใด กลับกันมันเป็นพื้นที่ของใครก็ไม่รู้ วีที่เห็นแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะหันไปถามกับคนขับแท๊กซี่
“พี่มาถูกใช่ไหมครับ ?”
พี่คนขับพยักหน้า
“ใช่แล้วนี่แหละ หมู่บ้านธารา ซ.2 ตามในแผนที่เป๊ะๆ”
วีที่ได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าเพราะ GPS ในโทรศัพก็บอกอย่างเดียวกัน จากนั้นวีก็จ่ายค่ารถพร้อมกับเดินเข้าไปด้านในเมื่อเข้ามาวีก็เห็นรถจำนวนมากจอดอยู่ที่ลานบ้านไกลๆ พร้อมกับคนจำนวนมากกำลังวิ่งวุ่นไปมา
‘แค่ถ่ายแบบทำไมต้องใช้คนเยอะขนาดนี้กันหว่า ?’
วีสงสัย เพราะปกติแล้วทีมงานถ่ายแบบมักมีไม่ถึงสิบคนด้วยซ้ำ แต่นี่เพียงมองผ่านๆวีก็สามารถนับได้มากกว่ายี่สิบคนแล้ว ทันใดนั้นเขาก็สัมผัสได้ถึงบางอย่างที่ไม่ปกติ
ในขณะเดียวกันก็ได้มีทีมงานจำนวนหนึ่งกำลังเดินแบกกล้องขนาดใหญ่เดินผ่านหน้าวีไป วีที่เห็นแบบนั้นก็แสดงสีหน้าตกใจออกมาทันทีเพราะนั่นไม่ใช่กล้องที่ใช้ถ่ายภาพนิ่ง แต่มันคือกล้องที่เอาไว้ใช้ถ่ายหนังหรือภาพยนตร์
‘นี่มันไม่ใช่กองถ่ายแบบแล้ว ทำไมมันกลายเป็นกองถ่ายหนังไปได้ละเนี้ย !!’
‘พี่เบลเล่นอะไรอีกแล้ว !!’