ยังไม่ได้ตั้งชื่อตอน
ประตูบ้านเปิดออกพร้อมกับวีในชุดสูทที่เดินเข้ามาด้วยท่าทีอิดโรย เขาเดินไปที่ห้องนั่งเล่นก่อนจะทิ้งตัวลงบนโซฟาพร้อมกับร้องครวญครางออกมา
“ร้อนจะตายอยู่แล้ว ~”
ในขณะนั้นเองเบลก็เดินออกมาจากด้านหลังบ้านพร้อมกับพูดขึ้นด้วยสีหน้าประหลาดใจ
“กลับมาแล้วงั้นเหรอ ?”
วีที่กำลังฟุบหน้าอยู่กับโซฟาก็ไม่ตอบอะไร เบลจึงเดินลงมานั่งข้างๆก่อนจะพูดขึ้นว่า
“ทำงานหนักน่าดูเลยนะเจ้าน้องชาย”
ในขณะนั้นเองเบลก็ย่นจมูกพร้อมกับนำมือขึ้นมาปิดจมูกตัวเองและพูดขึ้นว่า
“อี๊ว ~ เหม็นเหงื่อจัง ทำไมไม่รู้จักไปอาบน้ำก่อนรีบลุกขึ้นไปอาบน้ำเดียวนี้เลยนะ เหม็นจะตายอยู่แล้ว !”
วีที่ได้ยินแบบนั้นก็เงยหน้าขึ้นมาก่อนจะหยิบรีโมทแอร์ขึ้นมาเปิดพร้อมกับพูดว่า
“ไม่ต้องห่วงแอร์ที่ผมซื้อมาใหม่ มีเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดที่ทั้งช่วยลดกลิ่นและขจัดฝุ่นควันที่มีขนาดเล็กได้ ฉะนั้นไม่ต้องมาปลุกผมเลยปล่อยผมนอนเถอะน๊า ~”
เบลที่ได้ยินแบบนั้นก็รีบเขย่าตัววีพร้อมกับพูดสโลแกนของเครื่องปรับอากาศยี่ห้อนั้นก่อนจะพูดต่อว่า
“แต่ถึงจะเป็นอย่างงั้นแต่นายก็ต้องไปอาบน้ำเข้าใจไหม ~”
จากนั้นเบลก็ฉุดกระชากวีให้ลุกขึ้นจากโซฟา
“คัต !!”
เสียงตะโกนสั่งคัตของผู้กำกับดังขึ้นเมื่อเบลดึงวีออกไปจากกล้องได้สำเร็จ จากนั้นทีมงานก็รีบเข้ามาดูแลทั้งสองคนก่อนที่ผู้กำกับจะยิ้มก่อนจะปรบมือพร้อมกับพูดขึ้นว่า
“เยี่ยมมาก !!”
จากนั้นเขาก็เดินมาพูดกับวีว่า
“ไม่เลวเลยนี่หว่าน้องชาย แค่สองเทคก็ผ่านแล้วมีพรสวรรค์เหมือนกันนะเนี้ย ไม่บอกไม่รู้เลยว่านี่เป็นครั้งแรกน่ะ”
วีที่กำลังเช็ดหน้าอยู่ก็หัวเราะพร้อมกับกล่าวขอบคุณ
“ขอบคุณที่ชมครับ ว่าแต่ทุกอย่างโอเคใช่ไหมครับ ?”
ผู้กำกับพยักหน้าก่อนจะพูดต่อว่า
“แน่นอน ฉากใหญ่โอเคหมดแล้ว เหลือแค่ถ่ายฉากคอมโพสนิดหน่อยกับฉากเดี่ยวอีกนิดเท่านั้นก็เสร็จแล้ว”
วีที่ได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าก่อนจะถามอีกว่า
“ว่าแต่นานไหมครับกว่าจะเรียบร้อย ผมจะได้โทรบอกที่บ้านถูก”
ผู้กำกับที่ได้ยินแบบนั้นก็คิดเล็กน้อยก่อนจะพยักหน้าเข้าใจเพราะเขารู้ว่าวีนั้นยังอายุน้อย หากกลับบ้านดึกเกินไปทางบ้านอาจจะเกิดปัญหาได้ เขาจึงตอบกลับไปว่า
“ไม่ต้องเป็นห่วงวี ถ้าหากไม่มีปัญหาอะไรเข้ามาแทรกซักทุ่มสองทุ่มก็น่าจะเสร็จ”
“เข้าใจแล้วครับ”
วีพยักหน้าก่อนจะขอตัวไปพักที่เต็นท์ด้านหลังพร้อมกับเบล เมื่อมาถึงเบลก็อดไม่ได้ที่จะชมวี
“แสดงเก่งจนน่าตกใจเลยนะเรา บอกมาตามตรงเถอะว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่เราอยู่หน้ากล้อง”
วีที่ได้ยินแบบนั้นก็สะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับ
“นี่ครั้งแรกครับ แต่เพราะอาจจะทำงานกับพี่ก็เลยไม่ได้รู้สึกกังวล”
เบลที่ได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าก่อนจะจ้องมองวีด้วยสายตาสงสัย วีก็ได้แต่หันหน้าหนีพร้อมกับเช็ดเหงื่อที่แก้มเบาๆ
จากนั้นวีก็หยิบโทรศัพขึ้นมาและโทรหาแม่ของเขา
“แม่ครับ พอดีว่าผมกำลังติดงานอยู่อาจจะกลับช้าหน่อย ช่วยเก็บข้าวเย็นไว้ให้ด้วยนะ”
แม่ของวีที่อยู่ปลายสายได้ยินแบบนั้นก็ตอบกลับ
[ จะกลับมาเมื่อไหร่ลูก แล้วได้เอากุญแจบ้านไปหรือเปล่า ? ]
วีที่ได้ยินแบบนั้นก็ตกใจเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับ
“ไม่ได้เอามานะครับ แต่กว่างานจะเสร็จก็น่าจะประมาณสองทุ่ม เอาเป็นว่าเดียวผมจะเข้าไปเอากุญแจที่ร้านแล้วกัน”
[ โอเคลูก อย่ากลับดึกนักละ ]
“เข้าใจแล้วครับ”
เบลที่ได้ยินวีคุยโทรศัพก็อดไม่ได้ที่จะถาม
“โทรไปบอกที่บ้านงั้นเหรอ ?”
วีพยักหน้า
“อย่างน้อยก็ต้องโทรบอกหน่อย ทางนั้นเขาจะได้ไม่ต้องเป็นห่วง”
วีพูดออกมาพร้อมกับยิ้ม เบลที่เห็นแบบนั้นก็อดไม่ได้ที่จะลูบหัววีพร้อมพูดออกมาอย่างติดตลกว่า
“น้องชายพี่นี่เป็นเด็กดีจริงๆเลยนะ”
วีหัวเราะออกมาก่อนจะพูดว่า
“พอแล้วน่า ~”
หลังจากการหยอกล้อกันเล็กน้อยทีมงานก็มาจัดการแต่งผมแต่งหน้าของทั้งสองคนก่อนจะเปลี่ยนเสื้อผ้าและกลับไปถ่ายเพิ่มเติมในฉากที่ยังไม่ได้ถ่าย
เมื่อท้องฟ้าเริ่มมืดลงในที่สุดงานถ่ายโฆษณาตัวแรกของวีก็จบลง วีกล่าวขอบคุณทีมงานทุกคนก่อนจะขอตัวกลับซึ่งแน่นอนว่าขากลับต้องเป็นเบลและพี่แก้วเลขาที่มาส่ง
ในขณะที่พี่แก้วกำลังขับรถอยู่ก็หันมาพูดกับวีว่า
“ก่อนหน้านี้พี่โอนเงินค่าตัววันนี้เข้าไปในบัญชีเราแล้วนะ ลองเช็คดูซิ ?”
วีพยัหน้าก่อนจะหยิบโทรศัพขึ้นมาพร้อมกับเช็คยอดเงินก่อนจะต้องแปลกใจเล็กน้อยที่ค่าจ้างคราวนี้ค่อนข้างมาก เรียกได้ว่าเทียบกับงานถ่ายแบบสองถึงสามงานรวมกันเลยทีเดียว
ทำเอาวีมองกลับไปที่พี่แก้วด้วยความสงสัย พี่แก้วรู้ว่าวีอยากจะถามอะไรเธอจึงตอบกลับมาว่า
“งานคราวนี้ลูกค้าเป็นบริษัทใหญ่น่ะ เลยได้เงินค่าตัวมามากพอสมควรอันที่จริงวีควรจะได้เยอะกว่านี้นิดหน่อยอะนะแต่เนื่องจากวียังไม่ค่อยมีชื่อเสียงมากเท่าไหร่ค่าตัวจึงได้เท่านี้”
วีที่กำลังมองจำนวนเงินในบัญชีอยู่ก็อดไม่ได้ที่จะพยักหน้าเข้าใจ เพราะตอนนี้เขายังเป็นหน้าใหม่ที่ไม่มีใครรู้จัก ต่อให้เขาจะมีทักษะการแสดงขั้นเทพแค่ไหน แต่เนื่องจากเขาไม่มีอะไรมาการันตีความสำเร็จของเขาได้เลยจึงไม่มีทางที่เขาจะไปเถียงกับใครเรื่องค่าตัวได้
และด้วยการที่เขาไม่ใช่ตัวเลือกแรกของทีมงานก็ยิ่งเข้าไปใหญ่ การที่เขาได้ค่าตัวขนาดนี้ก็ถือว่าเหมาะสมแล้ว
แต่เหนือสิ่งอื่นใดการที่วีได้รู้จักพี่ภาดาราเบอร์ใหญ่ก็มากพอแล้วที่จะชดเชยส่วนต่างของค่าตัวที่หายไปได้ นี่ยังไม่รวมเหล่าผู้กำกับและทีมงานของกองถ่ายโฆษณาอีก
การที่ได้พูดคุยและทำความรู้จักกับพวกเขาเหล่านี้มันมีมูลค่ามากกว่าเงินส่วนต่างตรงนั้นเสียอีก ฉะนั้นต่อให้วีถูกหักค่าตัวออกไปอีกสักหมื่นสองหมื่นเขาก็ไม่บ่นเลยด้วยซ้ำ
“แค่นี้ก็ดีมากพอแล้วครับ”
วีพูดออกมาพร้อมกับรอยยิ้ม