ยังไม่ได้ตั้งชื่อตอน
การเรียนของวันนี้จบลงอย่างรวดเร็วพร้อมกับความเบื่อหน่ายที่ในตัววีที่เพิ่มสูงขึ้น เนื่องจากวิชาที่เรียนเหล่านี้เขาเคยผ่านมาหมดแล้ว แถมวิชาพวกนี้ก็ไม่ได้น่าสนใจพอที่จะให้วีอยากจะเรียนมันอย่างจริงจัง
จะมีก็เพียงวิชาวิทยาศาสตร์เท่านั้นที่พอจะเรียกร้องความสนใจจากเขาได้ เนื่องจากได้ทำการทดลอง ไม่ว่าจะผ่านไปนานแค่ไหนการได้ทดลองทำอะไรเล็กๆน้อยๆก็มักจะเรียกความสนใจกลับมาได้อยู่เสมอ
ในขณะที่วีกำลังเก็บกระเป๋าเพื่อที่จะเตรียมไปเรียนวิชาสาขาซึ่งเป็นวิชาสุดท้ายอยู่นั้นก็ได้มีนักเรีนหญิงคนหนึ่งเดินเข้ามาที่โต๊ะของวีพร้อมกับเรียกเขา
“เอ่อ… วี”
วีเงยหน้าเล็กน้อยก่อนจะต้องประหลาดใจเพราะนักเรียนหญิงคนนั้นเป็นคนสวยไม่น้อยเลยทีเดียว เรียกได้ว่าเทียบเคียงกับเหล่ารุ่นพี่ที่สาขาการแสดงได้เลย
แต่ถึงแม้วีจะบอกว่าเธอสวยมากก็ตาม แต่เขาก็ยังจำไม่ได้อยู่ดีว่าผู้หญิงคนนี้เป็นใคร เพื่อนร่วมชั้นงั้นเหรอ ? หลังจากคิดอยู่สักพักวีก็นึกออก เด็กนักเรียนหญิงตรงหน้านั้นชื่อมิ้นและเธอก็เป็นถึงหัวหน้าห้องด้วย น่าแปลกที่วีนั้นจำหน้าเธอไม่ได้
แต่ก็พอจะเข้าใจอยู่เนื่องจากวีนั้นแทบจะไม่ได้คุยกับใครเลยแม้แต่คนเดียวการที่จะจำใครไม่ได้นั้นก็คงไม่แปลกเท่าไหร่
เธอจ้องมองวีด้วยท่าทีเขินๆอยู่พักหนึ่งก่อนจะยื่นกระดาษแผ่นหนึ่งมาให้เขา วีรับมาพร้อมกับมองดู
“เอ่อ… คือว่าพอดีห้องเราได้รับเลือกให้จัดบูธในงานเทศกาลโรงเรียนน่ะ ก่อนหน้านี้พวกเราได้ประชุมกันไปบ้างแล้วเรื่องบูธที่จะทำแต่ว่าความเห็นมันมีมากเกินไป พวกเราจึงคิดว่าจะโหวตลงคะแนนกัน เธอช่วยลงคะแนนเลือกบูธที่คิดว่าเข้าท่าหน่อยจะได้ไหม ?”
ที่ได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าพร้อมกับพูดว่า
“ได้สิ เรื่องแค่นี้เอง ไม่ต้องคิดมากเวลาพูดหรอก”
วีมองดูรายชื่อในกระดาษก็เห็นว่ามีหลายอย่างเลยทีเดียวตั้งแต่ ขายอาหาร ขายน้ำ ขายน้ำแข็งใส เกมส์ปาเป้า โยนห่วง และอื่นๆอีกมากมายเลยทีเดียว มียันกระทั้งของใหญ่อย่างบ้านผีสิง
มันทำเอาวีอดทึ่งและอดสงสัยไม่ได้ว่าเมื่อก่อนตอนเขาเรียนมันมีอะไรแบบนี้ด้วยหรอ ? หรือว่ามันมีแต่ฉันไม่ได้สนใจกันหว่า ?
วีเริ่มสงสัยในอดีตของตัวเอง แต่ถึงจะมีตัวเลือกมากมายแต่เขาก็ตั้งใจเลือกอยู่ไม่น้อยจนสุดท้ายเขาก็ติ๊กเลือกที่บูธขายน้ำเพราะว่ามันไม่ต้องเตรียมการอะไรเยอะให้ยุ่งยาก และง่ายในการจัดการอีกด้วย
เมื่อวีเลือกเสร็จเขาก็ยื่นกระดาษกลับคืนให้กับนักเรียนหญิงคนนั้นพร้อมกับยิ้มและพูดต่อว่า
“เรียบร้อย ถ้าหากว่ามีอะไรอยากให้ช่วยก็บอกได้นะ”
มิ้นหัวหน้าห้องที่ได้เห็นวียิ้มก็ทำหน้าเขินทันทีก่อนจะรีบหันหลังเดินกลับไปที่โต๊ะของเธอ
ทางวีเองก็ได้แต่เกาหัวเล็กน้อยในขณะนั้นเองก็ได้มีเสียงเรียกวีดังขึ้นมาจากด้านนอกห้อง
“วี ~ เสร็จยังกลับบ้านกันเถอะ !”
วีที่กำลังเก็บกระเป๋าก็มองออกไปนอกห้องทันทีก่อนจะเห็นเด็กผู้ชายร่างอวบคนหนึ่งยืนยิ้มอยู่หน้าห้อง วีที่เห็นแบบนั้นก็พยักหน้าก่อนจะรีบเก็บของและเดินไปหาเด็กชายคนนั้น
“นายเนี้ยเปลี่ยนไปเยอะเลยนะวี แค่สามเดือนเองไม่คิดว่าจะเปลี่ยนไปได้ขนาดนี้”
เด็กผู้ชายร่างอวบกล่าวชมวี วีหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะพูดกับเขาว่า
“นายก็น่าจะเปลี่ยนตัวเองหน่อยนะบอส ไม่งั้นเดี๋ยวหาสาวไม่ได้นะเว้ย”
บอสที่ได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับหันขวับก่อนจะตอบกลับวีไปว่า
“อย่าพูดอย่างงั้นสิ ถ้าจะมีหญิงมาชอบก็ควรจะชอบที่ฉันน่ารักนุ่มนิ่มแบบนี้สิฟร๊ะ !”
วีที่ได้ยินก็หัวเราะออกมา บอสนั้นคือหนึ่งในบรรดาเพื่อนอันน้อยนิดของวีที่รู้จักกันมาตั้งแต่สมัยประถมและเหตุผลที่พวกเขาทั้งคู่รู้จักกันนั้นก็มีเหตุผลมาจากที่ทั้งสองคนบังเอิญเล่นเกมเดียวกัน
และหลังจากนั้นทั้งคู่ก็กลายมาเป็นเพื่อนสนิทกันเรียกได้ว่าไปไหนไปกันเลยทีเดียว
“จริงสิว่าแต่นายไม่ไปเรียนวิชาสาขาหรือไง ถึงได้มาชวนกลับบ้าน ?”
บอสที่ได้ยินคำถามก็ของวีก็อดไม่ได้ที่จะถอนหายใจออกมาพร้อมกับพูดว่า
“สาขาฉันช่วงนี้หยุดพักน่ะสิ”
“หยุดพัก ?”
วีถึงกับงงเล็กน้อย บอสพยักหน้า
“พอดีว่าประธานแกป่วยน่ะก็เลยหยุดกิจกรรมของสาขาเอาไว้ก่อน”
“งี้นี่เอง”
ในขณะนั้นเองข้อความไลน์ของวีก็เด้งขึ้นมาเป็นแพรเด็กจากสาขาแฟชั่นนั่นเอง ข้อความก็สั้นๆเพียงบอกว่าให้วีมาลองชุดตัวต้นแบบที่พึ่งตัดเสร็จ
วีจึงหันมาบอกกับบอสว่า
“กลับไปก่อนเลยนะ พอดีว่าต้องไปจัดการธุระนิดหน่อยน่ะ”
บอสที่ได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าเล็กน้อยก่อนที่ทั้งคู่จะลากัน จากนั้นวีก็เดินไปที่ห้องสาขาแฟชั่น เมื่อมาถึงวีก็ได้ยินเจี๊ยวจ๊าวของสาวๆอีกเหมือนเคย
‘แหม ~ สาวๆสาขาแฟชั่นนี่คึกคักดีจังเลยนะ’
วีเคาะประตูเล็กน้อยก่อนจะเปิดเข้าไปก็พบกับสาวๆสาขาแฟชั่นที่กำลังพูดคุยกันอย่างสนุกสนาน ทันทีที่สาวๆเห็นวีก็รีบเดินตรงเข้ามาหาเขาทันที
“ว่าไงจ๊ะน้องวี”
“ดีจ๊ะวี”
เสียงเจี๊ยวจ๊าวของสาวๆที่รุมล้อมทำเอาวีสับสนเล็กน้อยก่อนจะถามออกไปด้วยความสับสน
“เอ่อ… แพรอยู่ไหนงั้นเหรอครับ ?”
จากนั้นรุ่นพี่ในสาขาแฟชั่นคนหนึ่งก็พูดออกมาว่า
“แพรอยู่ด้านหลังทางนั้นจ๊ะ เข้าไปหาได้เลย”
“ขอบคุณครับ”
วีกล่าวขอบคุณก่อนจะแหวกตัวเองออกมาวงล้อม เมื่อเข้ามาที่ห้องด้านหลังวีก็เห็นแพรกำลังก้มหน้าก้มตาอยู่กับชุด
“ว่าไงแพรเรียบร้อยดีไหม ?”
แพรเงยหน้าขึ้นมา เมื่อวีเห็นใบหน้าของแพรก็ต้องตกใจเนื่องจากใต้ตาของแพรนั้นคล้ำเป็นอย่างมาก ดูท่าแล้วเธอคงทุ่มเทให้กับงานครั้งนี้ไม่น้อยเลย
วีจึงถามออกไปด้วยความเป็นห่วง
“ได้นอนบ้างหรือเปล่าเนี้ยน้องแพร ?”
แพรโบกมือหยอยๆพร้อมกับพูดขึ้นว่า
“ก็ได้นอนมาบ้างค่ะ แต่ว่าเพราะตื่นเต้นเกินไปหน่อยเลยนั่งทำชุดทั้งคืนเลย พี่วีลองสวมดูนะ”
แพรยื่นเสื้อผ้าที่พึ่งตัดเสร็จหมาดๆมาให้วี เขารับมาอย่างงงๆก่อนจะตอบกลับ
“โอเค”
“ห้องเปลี่ยนเสื้ออยู่ทางด้านหลังนะคะ”
วีพยักหน้าพร้อมกับเดินเข้าไปที่ห้องเปลี่ยนเสื้อด้านหลัง เมื่อเข้ามาในห้องเปลี่ยนเสื้อวีก็หยิบเสื้อผ้าที่แพรตัดให้ขึ้นมาดู มันเป็นเสื้อคลุมยาว สีฟ้าครามพร้อมกับลวดลายดอกไม้หลากสีสัน กางเกงเป็นขายาวสีฟ้าครามเช่นเดียวกันแต่ดูเหมือนว่าจะต้องมีการแก้ไขอีกนิดหน่อยเพราะดูเหมือนว่าตามตะเข็บนั้นยังมีรอยเย็บอยู่
วีลองสวมเสื้อคลุมและกางเกง ก่อนจะมองดูตัวเองในกระจกเล็กน้อย
‘รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นแจกันดอกไม้เลยแหะ ?’
วีเกาแก้มตัวเองเล็กน้อย ก่อนจะเดินออกมาจากห้องเปลี่ยนเสื้อ เมื่อออกมาวีก็ต้องตกใจเพราะด้านนอกห้องมีเหล่านักเรียนหญิงจากสาขาแฟชั่นมายืนออกันเต็มไปหมดพร้อมกับถือโทรศัพรุมถ่ายรูปรัวๆ
วีสับสนกับสถานะการณ์ตรงหน้าอย่างมากจนถึงขั้นร้องออกมา
“อะไรกันเนี้ย ~”