ยังไม่ได้ตั้งชื่อตอน
วีนั่งลงก่อนจะถามออกมาด้วยความสงสัย
“แล้วบทล่ะ ? พอดีว่าอยากเห็นน่ะ”
น้อยหน่ายิ้มพร้อมกับพูดว่า
“ครูณีกำลังเอาไปแก้ไขอยู่นิดหน่อย คาดว่าคงจะเสร็จพรุ่งนี้มะรืนนี้แหละ”
วีที่ได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าเล็กน้อยก่อนจะรู้สึกเซ็งนิดหน่อยภายในใจ เพราะถ้าหากไม่มีอะไรให้ทำช่วงเวลาในคาบสาขานี้ก็แทบจะกลายเป็นชั่วโมงว่างไปเลยทีเดียว
ในขณะนั้นเองสายตาของวีก็มองไปเห็นตู้หนังสือที่อยู่ด้านหลัง ก่อนจะสังเกตุเห็นว่าทุกชั้นของตู้หนังสือนั้นต่างเต็มไปด้วยหนังสือนิยายมากมาย
เพื่อไม่ให้เบื่อตายวีเลยเดินไปเลือกหนังสือสักเล่มจากบนชั้นมาอ่าน ในตอนแรกวีคิดว่าหนังสือบนชั้นจะมีแต่พวกนิยายแฟนตาซีหรือนิยายรักโรแมนติก ที่เหมาะกับการแปลงมาเป็นบทละคร
แต่กลับต้องผิดคาดเมื่อบนชั้นนั้นมีนิยายหลายหมวดหมู่เลยทีเดียว ไม่ว่าจะเป็นสยองขวัญ โรแมนติก ดราม่า ไซไฟ หรือแม้แต่แนวอีโรติกก็ยังมี
“อืม… ช่างน่าสนใจ”
วีพึมพำออกมาเพราะเห็นหนังสือจำนวนมากบนชั้น แต่หากมองให้ดีแล้วตู้ข้างๆนั้นยังมีแผ่นซีดีและดีวีดีอีกเป็นจำนวนมากอีกด้วย
ในขณะที่วีกำลังยืนเลือกหนังสือมาอ่านเล่นอยู่นั้นคนในห้องก็ได้ร้องออกมา
“โอ๊ะ ! นั่นวีนี่ !”
วีที่ยินแบบนั้นก็หันกลับไปมองก่อนจะพบว่าในทีวีกำลังฉายโฆษณาที่เขาเล่นอยู่ หลังจากโฆษณานั้นฉายจบทุกคนในห้องก็ต่างหันมามองวีเป็นตาเดียวกัน
วีเห็นแบบนั้นก็หันหน้าหนีทันทีและทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เลือกหนังสือต่อ บาสเดินมาด้านหลังพร้อมกับกอดคอวี
“เฮ้ ~ พวกได้ไปเล่นโฆษณาทั้งทีทำไมไม่เห็นบอกอะไรพวกเราเลยล่ะ ? แถมได้เล่นคู่กับคนดังอย่างพี่เบลอีกแหนะ”
วีเกาแก้มเบาๆก่อนจะตอบกลับว่า
“ก็มันเป็นแค่งานน่ะ อีกอย่างมันก็แค่โฆษณาแอร์เฉยๆจะเอาไปโม้ใครได้ที่ไหนล่ะ”
บาสที่ได้ยินแบบนั้นก็ถึงกับตบหน้าผากตัวเองก่อนจะพูดด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดเล็กน้อย
“จะบ้าหรอ ! นั่นมันโฆษณาเลยนะ โฆษณาทางทีวีอีกด้วยคนเห็นกันเกือบจะทั้งประเทศ ถ้านี่เอาไปโม้ไม่ได้แล้วอันไหนถึงจะเอาไปโม้ได้เล่า !?”
วีที่ได้ยินแบบนั้นก็หัวเราะอยู่ในใจ แม้โฆษณาพวกนี้จะถูกฉายทางทีวีจริงแต่นี่มันยุคสมัยไหนกันแล้ว นี่มันยุคสมัยแห่งสังคมก้มหน้า
ที่ทุกคนต่างตั้งหน้าตาตั้งตาเล่นโทรศัพ เพราะไม่ว่าคุณอยากจะดูอะไรคุณก็สามารถหามันได้ในเน็ต เพียงแค่คุณจิ้มหน้าจอไม่กี่ทีก็เจอแล้ว
แล้วแบบนี้ใครมันจะมาดูทีวีกันเล่า ถ้าจะมีก็คงเป็นคนที่มีอายุหน่อยนั่นแหละที่สนใจก็เพียงแต่รายการที่อยากจะดูเท่านั้นจะมาสนใจนักแสดงโฆษณาได้ยังไง
เมื่อรู้แบบนั้นวีจึงพูดกับบาสว่า
“คนเดี๋ยวนี้เขาไม่ค่อยจะสนใจทีวีกันแล้ว เพราะมีสมาร์ทโฟนไงล่ะ”
บาสที่ได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าเห็นด้วยหงึกๆทันที
“นั่นก็จริงของนายนะ”
“แต่ถึงอย่างงั้นมันก็เจ๋งอยู่ดีนั่นแหละ นั่นเป็นก้าวแรกของการเป็นดาราใหญ่เลยนะเฟ้ย ~”
จากนั้นบาสก็เดินมาชนไหล่วีพร้อมกับพูดออดอ้อนว่า
“แล้วนี่นายมีผู้จัดการอ่ะยัง สนใจจ้างฉันเป็นผู้จัดการไหมเพื่อน ~”
วีผลักบาสออกไปก่อนจะตอบกลับไปว่า
“ฉันมีแล้วล่ะ”
บาสที่ได้ยินแบบนั้นก็ถอนหายใจออกมาทันทีก่อนจะพูดขึ้นด้วยความเซ็ง
“ว้า ~ น่าเสียดายอดตามไปดูสาวๆในกองถ่ายกับนายเลย”
วีที่ได้ยินแบบนั้นก็มองไปยังบาสที่กำลังเดินกลับไปที่นั่งของตัวเองพร้อมกับส่ายหัว จากนั้นน้อยหน่าก็พูดขึ้นมาว่า
“ไม่คิดเลยนะเนี้ยว่าวีจะเป็นดารา”
วีส่ายหน้าเล็กน้อยก่อนจะตอบกลับน้อยหน่าไปว่า
“มีแค่โฆษณาตัวเดียวจะไปเรียกตัวเองว่าดาราได้ยังไงกัน ผมไม่กล้าหาญขนาดนั้นหรอก”
น้อยหน้าพยักหน้าเห็นด้วยกับคำพูดของวีก่อนจะพูดขึ้นมาว่า
“นั่นก็จริงนะ การจะเป็นดาราหรือมีชื่อเสียงในวงการบันเทิงได้ แค่โฆษณาตัวเดียวคงไม่พอ อย่างน้อยก็น่าจะต้องเล่นหนังหรือละครสักเรื่อง”
วียิ้มก่อนจะเลือกหนังสือจากในชั้นมาเล่มนึงและมานั่งอ่านอย่างสบายใจ จากนั้นไนท์ก็พูดเสริมขึ้นมาว่า
“แต่ถึงยังไงนี่ก็ถือเป็นก้าวแรกสำหรับการเป็นดาราของวีไม่ใช่หรอ ? แม้จะมีเห็นคนโฆษณาน้อยแต่ถึงอย่างน้อยพวกทีมงานหรือชาวเน็ตก็น่าจะเอาเรื่องนี้ไปพูดกันบ้างแหละ”
“นั่นสินะ”
น้อยหน่าเห็นด้วยกับไนท์ จากนั้นบาสที่กำลังยุ่งวุ่นวายอยู่กับมือถือมาพักนึงแล้วก็ได้พูดขึ้นมาว่า
“ดูเหมือนนายจะมีชื่อเสียงไม่น้อยในเน็ตเลยนะวี ดูซิ เรื่องเกี่ยวกับโฆษณาของนายถูกพูดถึงกันใน Facebook แล้ว”
บาสยื่นมือถือมาให้วีดู วีเงยหน้าขึ้นมาอ่านเล็กน้อยก่อนจะพบว่าเป็นเพจซุบซิบดาราทั่วไป ซึ่งพาดหัวข่าวก็ชวนจะเข้าใจผิดแบบสุดๆ
[ ดาราหนุ่มหน้าใหม่ปริศนาออกโฆษณาร่วมกับดาราสาวสุดฮ๊อตอย่าง เบล พิมลดา ]
เนื้อข่าวก็ราวๆอยากจะบอกว่าเบลนั้นเลี้ยงต้อยวีโดยการพาวีเข้าวงการบันเทิง แม้เนื้อหาในข่าวจะไม่ได้บอกแบบนั้นแต่ใครที่พอจะมี IQ ปกติทั่วไปอยู่บ้างก็พอจะรู้ได้ว่าคนเขียนข่าวนั้นพยายามจะสื่ออะไร
และยังมีการขุดประวัติวีมาเขียนอีกด้วย แต่เนื้อหาก็มีเพียงแค่วีเป็นนักร้องกลางคืนประจำร้านอาหารร้านหนึ่งเท่านั้น และก็ประวัติเกี่ยวกับการถ่ายแบบของเขาอีกเล็กน้อย
โดยรวมแล้วก็เนื้อหาในข่าวก็ไม่มีอะไรน่าสนใจ สรุปแล้วมันก็แค่ข่าวคลิกเบตทั่วไปโดยเอาชื่อดาราดังมาล่อเท่านั้น
สำหรับวีแล้วไม่มีอะไรควรค่าแก่การสนใจ แต่สำหรับเบลนี่สิอาจจะถือว่าเป็นเรื่องไม่ค่อยดีนัก เนื่องจากเนื้อหาในข่าวส่วนใหญ่ชี้ช่องให้คนอื่นเข้าใจไปในทางที่เบลที่พยายามเลี้ยงต้อยวีโดยการฝากวีเข้ามาในวงการบันเทิง
สำหรับวีแล้วเขาคงพูดอะไรไม่ได้สนใจมันมากนัก เนื่องจากเขาเป็นเหมือนเพียงคนที่พยายามถูกโยงเข้ามาเท่านั้น ดูท่าแล้วทางเพจนั่นพยายามจะเอาชื่อของเบลมาเรียกคะแนนความสนใจของผู้อ่าน
‘อืม… ทางนั้นจะจัดการยังไงนะ ?’
วีคิดกับตัวเอง
‘เนื้อหาค่อนข้างชี้ช่องเลยทีเดียว ดูท่าแล้วถ้าเบลอยากจะฟ้องก็น่าจะฟ้องได้’
‘เอาเป็นว่าลองส่งข่าวนี้ไปให้พี่เบลดูก่อนก็แล้วกัน’
เมื่อตัดสินใจได้แล้ววีก็หยิบมือถือของตัวเองขึ้นมาและทำเข้าการเข้าไปในเพจนั้นและก๊อปหน้าเว็บข่าวนั้นส่งไปให้เบลทางไลน์
เบลอ่านมันอย่างรวดเร็วก่อนจะพิมพ์ตอบกลับมาเพียงสั้นๆว่า
[ เดี๋ยวพี่จัดการเอง ]
-เปลี่ยนจากที่วีเรียน 5/3 เป็น 5/2 นะจะได้ไม่ซ้ำกับตัวบาส