ทำความเข้าใจในขอบเขต
ไม่นาน ต้าซูก็มาถึงที่นัดหมาย
แต่เมื่อนางมองไปด้านหน้า นางกับถึงต้องแปลกใจ
เพราะไม่ใช่แค่ไฮ่หยวนเท่านั้นที่รออยู่ แต่กลับมีคนอื่นอีกด้วย
ฉูเสวี่ยชิงที่เห็นต้าซูก็ยิ้ม ก่อนจะเลิกสนใจ
ลั่วเจิ้งจ้องมองต้าซูโดยไม่ละสายตา “นางคือจักรพรรดินีต้าซูงั้นรึ?”
รูปลักษณ์ของต้าซู ลั่วเจิ้งจำมันได้ดี
ภาพวาดของนางมีมากมาย แพร่กระจายอยู่ทั่วต้าฮวง ทำให้ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่
ต่างก็จดจำรูปลักษณ์ของจักรพรรดินีต้าซูได้ทั้งนั้น
หวังเฟยครุ่นคิด “จักรพรรดินีต้าซู ดูเหมือนจะมีเรื่องน่าสนใจเกิดขึ้นในเร็ววัน”
ต้าซูค่อยๆเดินเข้ามาอย่างช้าๆ คำพูดของลั่วเจิ้งและหวังเฟยนางได้ยินมันทั้งหมด
แต่นางก็ไม่ได้สนใจมากนัก
เนื่องจากคนหนึ่งคือเด็ก คำพูดของเด็กบางทีก็คาดเดาได้ยาก
บางคนไร้เดียงสา บางคนอัจฉริยะ เด็กเหล่านี้ต่างทำตัวตรงกันข้ามกันทั้งนั้น
ส่วนอีกคน ต้าซูไม่อาจตรวจจับการบ่มเพาะของอีกฝ่ายได้เลย
ราวกับหวังเฟยเป็นคนธรรมดา แต่สิ่งที่ทำให้ต้าซูรับรู้ว่าหวังเฟยเป็นผู้บ่มเพาะ
เป็นเพราะออร่าที่หวังเฟยปลดปล่อยออกมา และออร่านี้ยังแข็งแกร่งมากอีกด้วย
และในเวลาเดียวกัน หลิวซีก็เดินออกมาจากห้วงอวกาศด้านข้างต้าซู
ด้วยการปรากฏตัวของนาง ทำให้ฉูเสวี่ย ลั่วเจิ้งและหวังเฟยตกตะลึง
ฉูเสวี่ยชิงกล่าว “เจ้าคือศิษย์น้อง2” นางจับจ้องไปยังหลิวซีโดยไม่ละสายตา
เนื่องจากความงดงามของนาง และออร่าที่นางปลดปล่อยออกมา
ไม่ว่ามันจะเป็นสิ่งไหน มันก็มากกว่าทุกคนในที่นี้เสียอีก
หลิวซียิ้ม “ฮิๆ ข้าหลิวซียินดีที่ได้พบศิษย์พี่ใหญ่”
ฉูเสวี่ยชิงสับสน ศิษย์พี่ใหญ่? นางควรเป็นศิษย์พี่หญิงใหญ่สิ
เหตุใดถึงเป็นศิษย์พี่ใหญ่กัน
แต่เมื่อฉูเสวี่ยชิงกำลังจะกล่าวถาม เสียงของไฮ่หยวนก็ดังขึ้น
“เอาล่ะ ในเมื่อพวกเจ้ามากันครบแล้ว ข้าก็จะบอกเหตุผลที่แท้จริงในการเรียกรวมตัวเช่นนี้”
ฉูเสวี่ยชิง ลั่วเจิ้ง หวังเฟย ต้าซูและหลิวซีเลิกสนใจกันและกัน
ก่อนจะตั้งใจฟังที่ไฮ่หยวนจะกล่าว
“พวกเจ้าบางคนอาจจะรับรู้ถึงภารกิจใหม่แล้วสินะ ”
ฉูเสวี่ยชิงพยักหน้า นางรับรู้และเลือกที่จะทำมันเรียบร้อยแล้ว
ส่วนอีก4คนที่เหลือ ไม่ทราบถึงภารกิจใหม่เลย
“ในฐานะผู้อาวุโสของพวกเจ้า ข้าขอเตือนว่าจนกว่าเจ้าจะกลายเป็นผู้บ่มเพาะระดับมหายาน อย่าได้รับภารกิจนี้เลยจะดีกว่า แต่ถึงพวกเจ้าจะกลายเป็นมหายาน ความอันตรายนี้ก็ไม่ได้ลดน้อยลงเลย”
“เพราะฉะนั้นจงพิจารณาให้ดีว่าตนในตอนนี้มีความสามารถมากพอจะรับมันหรือไม่”สายตาของเขาจับจ้องไปยังฉูเสวี่ยชิง
ก่อนจะยิ้มเล็กน้อย และกล่าวต่อ“และเพื่อที่จะทำให้พวกเจ้าสามารถแข็งแกร่งขึ้นได้ในโดยเร็ว ข้าก็จะมาบอกสิ่งที่ต้องทำเพื่อเตรียมบรรลุนะดับถัดไป”
“ลั่วเจิ้ง ในฐานะที่เจ้าอ่อนแอที่สุด จงตั้งใจฟังไว้ให้ดี”
ลั่วเจิ้งเมื่อถูกเอ่ยถึง ก็พยักหน้าอย่างเขินอาย
ไฮ่หยวนกล่าว “พวกเจ้าน่าจะรู้ถึงระดับขั้นกันอยู่แล้ว ขอบเขตมนุษย์ แบ่งออกเป็น5ขอบเขตได้แก่ รวมปราณ ก่อเกิด ญาณทิพย์ จองจำ มหายาน และขอบเขตที่ถูกลืมเลือน สะพานสวรรค์!! ซึ่งขอบเขตนี้คือขอบเขตที่6”
เมื่อได้ยินถึงขอบเขตใหม่ พวกเขาก็ตกตะลึง
ขอบเขตที่ถูกลืม สิ่งนี้มันเกิดขึ้นได้อย่างไร
ขอบเขตนั้นเรียงตามลำดับ มันไม่อาจถูกลืมเลือนได้
ไฮ่หยวนกล่าวต่อ “ขอบเขตรวมปราณและก่อเกิด เป็นเพียงการเตรียมสู้การบ่มเพาะที่แท้จริงเท่านั้น มันไม่ได้สำคัญอะไร”
“ลั่วเจิ้ง เมื่อเจ้าต้องการจะบรรลุไปยังขอบเขตญาณทิพย์ เจ้าจะต้องหล่อเลี้ยงวิญญาณให้แข็งแกร่งจนมากพอที่กายเนื้อและวิญญาณจะสามารถแยกออกจากกันได้ เมื่อเจ้าสามารถทำได้ การบรรลุระดับญาณทิพย์ก็เป็นเพียงการก้าวเดิน”
“เมื่อเจ้าต้องการบรรลุระดับจองจำ เจ้าต้องควบแน่นปราณจากตันเถียน ก่อรูปเป็นโดมแก้วแห่งการจองจำ และผสานมันเข้ากับตันเถียน เมื่อเจ้าทำได้ เจ้าก็จะกลายเป็นผู้บ่มเพาะระดับจองจำทันที”
“เอาล่ะ มาถึงขอบเขตมหายานกันต่อ ต้าซูเจ้ารู้หรือไม่ว่าคำว่ามหายานแปลวว่าอะไร”
ต้าซูส่ายหัว นางเป็นเพียงตัวตนระดับจองจำ ไหนเลยจะรับรู้ถึงความหมายของคำว่ามหายาน
“หลิวซี แล้วเจ้าล่ะ”
หลิวซีเพียงยิ้ม ไม่ได้ตอบสิ่งใดมา
ไฮ่หยวนหันไปมองฉูเสวี่ยชิง “แล้วเจ้าล่ะ ในฐานะศิษย์พี่หญิงใหญ่ ข้าหวังว่าเจ้าจะรู้นะ”
ฉูเสวี่ยชิงกล่าว “มหายาน เป็นเพียงคำกล่าวที่จะบอกถึงว่าผู้บ่มเพาะระดับนี้สามารถทยานสู่ท้องฟ้า หลุดพ้นจากพันธนาการสวรรค์และปฐพี กลายเป็นตัวตนที่ใกล้คำว่าเซียนมากที่สุด”
“ความหมายที่แท้จริงของมัน ไม่มีสิ่งใดทราบได้จนกว่าจะเข้าใจถึงวัฏจักรทั้งปวง”
ไฮ่หยวนยิ้ม เขาไม่ได้กล่าวว่าสิ่งที่นางพูดมาถูกหรือผิดแต่กลับหันหน้าไปมองหวังเฟย
หวังเฟยรับรู้ได้ในทันที “มหายาน การจะกล่าวถึงความหมายของมัน แม้แต่ข้าก็ไม่สามารถบอกได้ แต่ที่ข้ารู้แน่ๆคือ ไม่ว่าจะเป็นมหายาน จองจำ ญาณทิพย์ ก่อเกิด หรือรวมปราณ สิ่งเหล่านี้เป็นเพียงสิ่งที่เลือนลอย หาใช่สิ่งที่ทำความเข้าใจได้ง่าย.....”
ไฮ่หยวนพยักหน้า “แล้วการจะกลายเป็นผู้บ่มเพาะระดับมหายาน พวกเจ้าคิดว่าต้องทำอย่างไร หวังเฟยในฐานะที่เจ้าเป็นผู้บ่มเพาะระดับมหายาน เจ้าไม่มีสิทธิ์ตอบ”
หวังเฟยปิดปากของตนในทันที
ไฮ่หยวนเมื่อเห็นก็หันมองฉูเสวี่ยชิงเป็นคนแรก
ฉูเสวี่ยชิงกล่าว “มหายาน....”