คนเถื่อน
ณ ใจกลางห้องโถงของสำนักวิสัยปราณี
หญิงสาวปริศนานี้หาใช่ใครอื่นนอกจากฉูเสวี่ยชิง
สาเหตุที่นางมาปรากฏตัวที่แห่งนี้ได้ ไม่ใช่อะไรอื่นนอกจากการทำภารกิจของผู้อาวุโสไฮ่หยวน
ภารกิจของนาง เป็นภารกิจที่ยากพอตัว
และหลังจากหาที่ที่เหมาะสมอยู่นาน นางก็ได้เจอประวัติของสำนักวิสัยปราณีเข้า
ประวัติของสำนักวิสัยปราณีแม้จะไม่ตรงกับที่ฉูเสวี่ยชิงต้องการ แต่มันก็ยังพอรับได้
เมื่อตัดสินใจเสร็จ นางก็รีบมายังสำนักวิสัยปราณีทันที
หลังจากมาถึง ในคราแรกนางต้องการทดสอบบางอย่างกับสำนักวิสัยปราณี
แต่เนื่องจากการพูดคุยของเย่ชิงและเหล่าผู้อาวุโส
ทำให้ฉูเสวี่ยต้องการทดสอบอีกแบบแทน และดูว่าสำนักแห่งนี้เหมาะสมหรือไม่
เย่ชิงจ้องมองไปยังร่างของฉูเสวี่ยชิง รูปลักษณ์ของนางทำให้จิตใจของเย่ชิงสั่นสะท้าน
ความงดงามของนาง มันได้สั่นคลอนไปถึงส่วนลึกของเขาเป็นที่เรียบร้อย
แม้จะเห็นเย่ชิงเป็นถึงเจ้าสำนัก แต่แท้จริงแล้วอายุของเขายังไม่ถึง50ด้วยซ้ำ
ทำให้เสน่ห์ของหญิงงาม เย่ชิงไม่อาจต่อต้านได้เลย
พริบตา เย่ชิงก็กลับมาสงบนิ่งสายตาของเขาจ้องมองไปยังฉูเสวี่ยชิง “เจ้าเป็นใคร?”น้ำเสียงของเขาเรียบเฉย
เนื่องจากเขาอยู่ในสถานะเจ้าสำนัก ทำให้แม้จะมีหญิงงามปรากฏอยู่ตรงหน้า
เขาก็มิอาจทำอะไรเกินเลยได้
ฉูเสวี่ยชิงกล่าว “ข้าเป็นใคร หาได้สำคัญไม่!”
“ที่ข้ามายังสำนักวิสัยปราณีก็เพราะว่าอยากช่วยพวกเจ้าปกป้องต้าชิงก็เท่านั้น”
เย่ชิงขมวดคิ้ว “ช่วย? เจ้าแข็งแกร่งเพียงพอที่จะช่วยให้ข้าสามารถรอดพ้นจากกองกำลังนับสิบล้านได้รึ”
ฉูเสวี่ยชิงกล่าว“ก็คิดว่า”ในคราวนี้น้ำเสียงของนางเต็มไปด้วยความเย่อหยิ่ง
“กองกำลังนับล้านที่เจ้าหวาดกลัว ข้าแค่ดีดนิ้ว พวกมันก็ตกตายได้แล้ว คิดว่าความแข็งแกร่งเช่นนี้เพียงพอรึไม่”แรงกดดันปราณกดทับร่างของผู้คนทั้งหมด
ผู้อาวุโสคนหนึ่งจมลึกลงไป ในสายตาของเขาเห็นเพียงพื้นปฐพีเท่านั้น
ร่างของเย่ชิงล่วงหล่นลงมาจากบัลลังก์ คุกเข่าอยู่ด้านหน้าของฉูเสวี่ยชิง
เขาในตอนนี้ ไม่อาจเงยหน้ามองฉูเสวี่ยชิงได้เลย
ศีรษะของเขาก้มลงจนแทบจะติดกับพื้นด้านล่าง มันห่างเพียงมิลลิเมตรเดียว
ฉูเสวี่ยชิงเดินไปยังบัลลังก์ของเย่ชิง “ข้าแข็งแกร่งเพียงพอรึไม่”
บัลลังก์ของเย่ชิง ในครานี้กลายเป็นของฉูเสวี่ยชิงเรียบร้อยแล้ว
นางก้มลงมองผู้คนทั้งหมด “อ้าวๆ เหตุใดถึงไม่พูดล่ะ ปากนะมีไว้ให้พูดนะ ไม่ได้มีไว้ประดับ”
เย่ชิงสีหน้าซีดเซียว ดวงตาของเขาสั่นสะท้าน
ร่างของเขาในตอนนี้แทบไม่อาจขยับได้เลย แม้แต่ปากของเขาก็ไม่อาจเปิดออกได้
ราวกับมีมือมาปิดปากของเขาอยู่
ความกลัวถึงขีดสุดปรากฏขึ้นในจิตใจของทุกคน
ฉูเสวี่ยชิงปลดแรงกดดันออกและถามขึ้นอีกครา“ความแข็งแกร่งเพียงเท่านี้ พอสำหรับพวกเจ้าหรือไม่?”
เย่ชิงที่ขยับร่างกายได้แล้ว ก็รีบลุกขึ้นมาทันที
เขาจ้องมองไปยังฉูเสวี่ยชิงด้วยความหวาดกลัว
ในตอนนี้เขาไม่ได้มองนางงดงามอีกต่อไป แต่มองว่านางเป็นปีศาจ
ปีศาจเผด็จการ
ไม่ใช่แค่เย่ชิงเท่านั้นที่คิดแบบนี้ แต่ผู้คนทั้งหมดต่างคิดแบบเดียวกัน
นางไม่แม้แต่จะให้คนอื่นกล่าวพูดเลยแม้แต่คำเดียว
ฉูเสวี่ยชิงเข้าใจในสิ่งที่พวกเขาคิด แต่นางก็หาได้สนใจ
ผู้แข็งแกร่งกลืนกินผู้อ่อนแอ มันเป็นเรื่องปกติ
เย่ชิงก้มหน้าลง “ท่านต้องการอะไรจากพวกเรากันแน่”เขาถามออกมาอย่างกล้าๆกลัวๆ
ฉูเสวี่ยชิงกล่าว “ข้าจะช่วยพวกเจ้าจัดการกองกำลังของราชวงศ์หลี่ แต่ก่อนที่ข้าจะลงมือ ข้าจะทดสอบพวกเจ้า”
เย่ชิงกล่าวถาม “ทดสอบ?”
ฉูเสวี่ยชิงพยักหน้า “ใช่! ส่วนการทดสอบเป็นอะไร ข้าไม่บอก”
“และสิ่งที่ข้าต้องการจากพวกเจ้า เมื่อถึงเวลาข้าจะบอกเอง”
เย่ชิงไม่กล้าถามต่อ และหันมองผู้อาวุโสทั้งหมด
แต่เมื่อสายตาของเย่ชิงจับจ้องมา พวกเขาก็รีบหันหน้าหนีทันที
ฉูเสวี่ยชิงไม่ได้สนใจการกระทำของพวกเขา และเริ่มทำตามภารกิจของตน
....
ต้าโจว
ในตอนนี้ทุกพื้นที่ต่างเกิดการต่อสู้ เลือดจำนวนมากอาบไปทั่วพื้นพิภพ
เสียงการต่อสู้และเสียงร้องโหยหวนดังสนั่นไปทั่วสารทิศ
ทางตอนเหนือของต้าโจว เมืองหลายสิบเมืองต่างพังทลาย
ผู้บ่มเพาะของราชวงศ์หลี่จำนวนมาก หลั่งไหลเข้าสู่เมืองใกล้เคียงแทบจะในทันที
เมื่อยึดเมืองหนึ่งได้ ความโลภก็บังเกิดขึ้นและการยึดเมืองข้างเคียงก็ปรากฏในจิตใจแทบจะทันที
สมบัติมากมายตกไปอยู่ในกำมือของราชวงศ์หลี่และผู้บ่มเพาะบางส่วน
เพียงยึดเมืองเดียว พวกเขาก็ร่ำรวยแล้วถ้ายึดเมืองไปเรื่อยๆล่ะ
ความร่ำรวยของพวกเขาจะเพิ่มขึ้นอีก นี้คือความคิดของผู้บ่มเพาะในราชวงศ์หลี่
ไม่นาน ตอนเหนือของต้าโจวก็แตกพ่าย
เมื่อตอนเหนือแตก กองกำลังของราชวงศ์หลี่ก็เริ่มหลั่งไหลไปยังทิศทางอื่น
ด้วยการเสริมกำลังของราชวงศ์หลี่ ทำให้ต้าฮวงเกิดความสูญเสียครั้งใหญ่
ไม่กี่วันต่อมาราชวงศ์หลี่ก็ยึดครึ่งหนึ่งของมณฑลต้าโจวไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ผู้บ่มเพาะของต้าฮวงมองไปยังกองกำลังของราชวงศ์หลี่ด้วยความหวาดกลัว
ในตอนนี้พวกเขาไม่ได้มองราชวงศ์หลี่เป็นมนุษย์อีกต่อไป แต่เป็นคนเถื่อนที่บ้าสงคราม