บรรลุมหายาน
ในทะเลไร้ขอบเขตมีพิภพมากมายก่อตัวขึ้นมาเรื่อยๆจนนานนับยุคสมัยไม่ได้
กาลเวลาแต่ละยุคสมัย มักจะมีพิภพที่แตกต่างกันเกิดขึ้น และพิภพเหล่านั้นก็จะกลายเป็นที่ต้องตาในที่สุด
ด้วยการเป็นพิภพใหม่ ทำให้ทรัพยากรที่ปรากฏออกมามักจะล้ำค่าและน่าดึงดูด
ทรัพยากรแต่ละพิภพนั้นจะแตกต่างกันอย่างมาก และการปกครองพิภพใหม่ก็เหมือนเป็นการผูกขาดแต่เพียงผู้เดียว
ไม่ใช่แค่ทรัพยากรที่ปรากฏ แต่จะมีดินแดนลึกลับปรากฏขึ้นมาเช่นกัน
ดินแดนลึกลับ เป็นสิ่งที่ก่อตัวขึ้นจากพลังของพิภพ
สิ่งที่อยู่ในดินแดนลึกลับ เพียงพอสร้างตัวตนที่แข็งแกร่งที่สุดในประวัติศาสตร์ได้
และยิ่งเป็นดินแดนลึกลับแห่งใหม่ ยิ่งไม่ต้องกล่าวถึง มันเพียงพอในการสร้างเซียนขึ้นมาเลย
เซียน คำนี้เป็นเพียงคำกล่าวเอ่ยถึงตัวตนเหนือชั้น
ในทะเลไร้ขอบเขต การปรากฏตัวของเซียนแทบจะนับจำนวนได้
หนึ่งในนั้นคือเซียนดาบ ที่บังเอิญไปพบกับดินแดนลึกลับแห่งดาบซึ่งไม่เคยปรากฏออกมาสู่ภายนอก
ด้วยมรดกในดินแดนลึกลับ ทำให้ภายในแสนปีเขาสามารถกลายเป็นเซียนและโบยบินอยู่เหนือฟากฟ้าได้อย่างอิสระ
นี้ทำให้ พิภพใหม่เป็นที่ต้องตาของผู้คนจากทุกพิภพ
และเพียงไม่นาน ทะเลไร้ขอบเขตก็เต็มไปด้วยเรือวิญญาณ
เรือวิญญาณเหล่านี้ต่างมุ่งหน้าไปยังพิภพใหม่ทั้งนั้น
....
ภายในห้องปิดตาย หลี่จ้านดวงตาเบิกกว้าง“พลังเหล่านี้!!”
ด้วยการกลายเป็นพิภพ ทำให้เส้นทางสู่มหายานเปิดออก
เส้นทางแห่งมหายาน เป็นเส้นทางที่หลี่จ้านตามหามานานนับหมื่นปี
เพียงเขาหาและเดินตามเส้นทางมหายาน การกลายเป็นมหายานก็ไม่ไช่เรื่องที่เป็นไปไม่ได้
ไม่นาน หลี่จ้านก็จมลึกไปยังเส้นทางมหายานและเริ่มสร้างแผ่นดินอย่างช้าๆ
จากโดมแก้วแห่งการจองจำแปลเปลี่ยนแผ่นดินด้วยความรวดเร็ว
ด้วยรากฐานนับหมื่นปีที่หลี่จ้านก่อไว้ ทำให้เขากลายเป็นมหายานได้ไม่อยาก
ไม่นาน เสียงแห่งการบรรลุก็ดังกึกก้องจากภายในร่างของเขา
พลังปราณจำนวนมากกวาดไปทั่วห้อง และทำลายสิ่งต่างไปอย่างรวดเร็ว
ออร่าที่แตกต่างจากเดิมถูกปลดปล่อยออกมาจากร่างของหลี่จ้าน
เสียงหัวเราะของเขาดังกึกก้อง “ข้ากลายเป็นมหายานแล้ว!!”สีหน้าเต็มไปด้วยความดีใจ
นับตั้งแต่บ่มเพาะ หลี่จ้านทุ่มเทมานานหลายหมื่นปีเพื่อมาถึงระดับจองจำขั้นสมบูรณ์
และเสียเวลานับหมื่นปีในการหาหนทางไปเป็นมหายาน
และในตอนนี้ เขาก็กลายเป็นมหายานสำเร็จแล้ว
ร่างที่แก่ชราค่อยๆกลายเป็นชายวัยกลางคนอีกครั้ง
ด้วยการที่หลี่จ้านกลายเป็นมหายาน ทำให้เขามีอายุยืนยาวนับล้านปี
ซึ่งแตกต่างจากจองจำที่มีอายุได้เพียงแสนปีเท่านั้น
ล้านปีกับแสนปี
เพียงแค่นี้ก็บ่งบอกถึงความแตกต่างของมหายานกับจองจำได้แล้ว
หลี่จ้านกำหมัดแน่น และยืนขึ้น “ฮ่าๆๆ ต้าฮวง ข้ากำลั...”ก่อนที่เขาจะกล่าวจบ ก็มีบางอย่างดึงเข้าไป
พริบตา รอบๆตัวของหลี่จ้านก็กลายเป็นท้องฟ้า
ร่างของหลี่จ้านตัดผ่านท้องฟ้าอย่างรวดเร็ว
“เกิดอะไรขึ้นกันนนนนนน!!!”
ไม่นาน ร่างของหลี่จ้านก็หยุดลง
ด้วยความตื่นตระหนก ทำให้หลี่จ้านหันมองรอบๆและเห็นเข้ากับฉูเสวี่ยชิง
“เจ้าเป็นใครกัน?!”
แรงกดดันของมหายานปะทุขึ้นมาทันที
ด้วยการกลายเป็นตัวตนเช่นมหายาน ทำให้หลี่จ้านไม่หวาดกลัวสิ่งใดอีกต่อไป
ฉูเสวี่ยชิงกล่าวด้วยน้ำเสียงเฉยชา “ข้าเป็นใครไม่สำคัญ”และปลดปล่อยแรงกดดันของนางออกมา
พริบตา แรงกดดันของหลี่จ้านก็แตกสลาย
ด้วยการที่หลี่จ้านพึ่งบรรลุ และยังไม่ได้ทำความคุ้นชิน ทำให้แรงกดดันของเขาไม่อาจสู้แรงกดดันของนางได้และแตกสลายไป
และแม้จะคุ้นชิน มันก็ไม่อาจเอามาเทียบกับนางได้เลย
ฉูเสวี่ยชิงที่เป็นกึ่งฟีนิกซ์หลากสีซึ่งเป็นตระกูลราชวงศ์ของเหล่าฟีนิกซ์
มนุษย์ธรรมดาเช่นหลี่จ้านจะเทียบได้อย่างไร
สีหน้าของหลี่จ้านซีดเซียว “เจ้าก็เป็นมหายาน!!”
เขาไม่อยากเชื่อว่าเพียงบรรลุไม่นานก็ได้พบกับมหายานคนอื่นแล้ว
นี้มันเร็วเกินไป
สายตาของหลี่จ้านกวาดมองไปรอบๆ และเห็นหลิวซีกับหวังเฟย
แรงกดดันของทั้ง2ทำให้หลี่จ้านแทบไม่กล้าขยับ
มันน่ากลัวเกินไป
แค่กลิ่นอายก็เพียงพอบดขยี้เขาได้แล้ว
หลิวซีที่เห็นก็ไม่ได้สนใจ และกล่าวขึ้น“ศิษย์พี่ ดูเหมือนคนเหล่านั้นจะสังเกตเห็นแล้ว ถ้าไม่รีบทำภารกิจที่2 ข้าว่ามันต้องวุ่นวายมากขึ้นแน่”
ฉูเสวี่ยชิงพยักหน้า “รอเพียงต้าซูกลับมา ภารกิจที่2ก็จะเริ่มขึ้น”
หวังเฟยกล่าว “เมื่อภารกิจสำเร็จ ข้าจะได้กลับไปที่สำนักเสียที”และบิดขี้เกียจ
ไม่นานร่างของต้าซูก็ปรากฏ
กลิ่นอายของนางไม่ได้เปลี่ยนแปลง ยังคงเป็นจองจำขั้นสมบูรณ์
แต่ที่แปลกคือมี2คนตามมากลับนางด้วย นั้นก็คือจ้าวคง และถังหยู๋
หวังเฟยจับจ้องไปยังจ้าวคงและถังหยู๋ ก่อนจะละสายตา
ต้าซูกล่าวขึ้น “ปล่อยให้เหล่าศิษย์พี่รอเสียนาน”และตรงมาทางหลิวซี
ด้วยการปรากฏของต้าซู ทำให้ในตอนนี้ศิษย์ของสำนักเหนือฟ้าก็อยู่กันเกือบครบแล้ว ยกเว้นเพียงลั่วเจิ้ง
เนื่องจากฐานการบ่มเพาะที่ต่ำของเขา ทำให้เขาไปอยู่กับผู้คนของสำนักวิสัยปราณีแทน และรอคำสั่งจากฉูเสวี่ยชิง
หลิวซีหันมองต้าซู และถามขึ้น“พวกเขาเป็นใครกัน?”
ต้าซูตอบกลับ “พวกเขาเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาของข้าและยังเป็นผู้ที่จะมาเป็นส่วนหนึ่งของภารกิจ”
หลิวซีมองทั้ง2สักพัก ก่อนจะละสายตา
ฉูเสวี่ยชิงไม่ได้สนใจสิ่งที่พวกนางคุยกัน และเริ่มภารกิจที่2ทันที