สุสานของหลิงซู

ไม่กี่วันต่อมา ในด่านที่สองของดินแดนลับหลิงซู หลัวหลิวหยานและซูอี้หลิงยืนอยู่บนแท่นหิน แท่นหินนี้มีขนาดเล็กเพียงแค่สิบตารางเมตร มันมีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมจัตุรัส รอบๆแท่นหินนี้เป็นเหวลึกไม่เห็นก้น


เมื่อมองลงไปแวบแรก มันก็ทำให้คนรู้สึกวิงเวียนราวกับว่ากำลังจะหกล้ม แท่นหินประเภทนี้มีอยู่ทั่วทุกที่ แท่นหินมีเยอะอย่างไม่มีที่สิ้นสุด ในแต่ละแท่นจะมีผู้ฝึกตนจำนวนต่างกันไป มีตั้งแต่สองถึงสิบคน


“ที่นี้มันแปลกมาก ข้าบินไม่ได้! “


“บัดซบ ข้ารู้สึกถึงอันตรายในเหวนี้ ถ้าข้าตกลงไป ข้าต้องตายอย่างไม่ต้องสงสัย!”


“ข้าจะผ่านด่านนี้ได้อย่างไร?” เสียงประณามดังขึ้นจากทุกที่


หลัวหลิวหยานและซูอี้หลิงยืนนิ่งพลางขมวดคิ้วอย่างครุ่นคิด


ตอนนั้นเอง


“ชู่…”


วิญญาณคู่หนึ่งค่อยๆควบแน่นเหนือศีรษะของทุกคน มันมองลงมาที่ผู้ฝึกตนทุกคนด้วยดวงตาที่ว่างเปล่า ราวกับว่ามันมองผ่านไปยังจิตวิญญาณของทุกคนได้


“ในด่านที่สองจะทำการทดสอบจิตใจของพวกเจ้า ตอนนี้เป็นเวลาที่จะได้เห็นความจริงของมิตรภาพของพวกเจ้า!”


“ในแต่ละแท่น จะมีพวกเจ้าเพียงครึ่งเดียวเท่านั้นที่จะรอดชีวิต และอีกครึ่งหนึ่งจะต้องกระโดดลงไปในขุมนรก มิฉะนั้น คนบนแท่นทั้งหมดจะตาย!”


“หลังจากผ่านไปหนึ่งชั่วโมง ถ้ามีคนเหลือมากกว่าครึ่งบนแท่น ทุกคนจะต้องตาย!”


“เอาล่ะ การนับถอยหลังเริ่มแล้ว!” เสียงวิญญาณดังขึ้นอย่างไร้อารมณ์


ทุกคนยืนนิ่ง ไม่มีใครเชื่อว่านี่เป็นเรื่องจริงไปชั่วขณะหนึ่ง


บนแท่น ผู้ฝึกตนครึ่งหนึ่งต้องกระโดดลงเหว เพื่อให้คนอื่นๆสามารถอยู่รอดได้


การทดสอบแบบนี้ไร้ความปราณี อย่างไรก็ตามสำหรับผู้ฝึกตน มันไม่ใช่เรื่องโหดร้ายอะไรเลย มันเป็นกฎของผู้ฝึกตนที่จะต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอด!


ผู้บ่มเพาะทุกคนเข้าใจ


“ปัง …” เสียงการต่อสู้เกิดขึ้นในทุกๆที่ ในแต่ละแท่นหินเริ่มมีการต่อสู้อย่างต่อเนื่อง ยากที่จะบอกได้ว่าใครจะเป็นผู้ชนะ


บนแท่นหินแห่งหนึ่ง ชายคนหนึ่งชี้ไปที่กลุ่มคนในแท่นของเขา “พวกเจ้า! กระโดดลงไปซะ!”


คนเหล่านี้เต็มไปด้วความสับสน ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความกลัว


จากนั้นพวกเขาก็ชี้ดาบไปที่ชายคนนั้น “ขอให้พวกเราไปตายหรือ? ไม่มีทาง เลิกคิดไปได้เลย เจ้านั่นแหละที่จะต้องตาย!”


“เอาเขาลงไปก่อน แล้วเราค่อยสู้กัน!”


“มีเหตุผล!”


“เจ้า … เจ้าทำเช่นนี้ไม่ได้ … ไม่ อ๊าาา …”


เสียงกรีดร้องดังจากแท่นหินลงไปถึงก้นเหว จากนั้นเสียงก็ค่อยๆเงียบหายไป ต่อไป คนที่เหลือบนแท่นหินนี้ก็เริ่มต่อสู้กันอีกครั้ง ฉากแบบนี้เกิดขึ้นในทุกๆแท่นหิน


หลัวหลิวหยานและซูอี้หลิงจ้องมองรอบๆอย่างว่างเปล่า การแสดงออกของพวกนางเต็มไปด้วยความผัสับสน


ทันใดนั้น ซูอี้หลิงก็เคลื่อนไหว นางเริ่มวิ่งไปที่ขอบของแท่นหินพลางตะโกนขึ้น“ท่านอาจารย์ ลาก่อน ท่านต้องไปช่วยนายน้อยหาสมบัติ!”


ในไม่ช้า นางก็วิ่งมาถึงขอบของแท่นหินพร้อมที่จะกระโดดลงไป


อย่างไรก็ตามนางล้มเหลวในการกระโดดลงไปเพราะหลัวหลิวหยานจับแขนของนางไว้แน่น


“ศิษย์ข้า เจ้าช่วยชีวิตอาจารย์ของเจ้ามาครั้งหนึ่งแล้ว! อาจารย์แก่แล้ว คราวนี้ให้อาจารย์ทำเพื่อเจ้า!”


“ผ่านการทดสอบไปเอาสมบัติให้ได้ ทุกอย่างขึ้นอยู่กับเจ้าแล้ว! อนาคตของนิกายทะเลสาบหยกอยู่ในมือของเจ้า!” หลังจากพูดจบ หลัวหลิวหยานก็กระโดดลงไป ขุมนรกค่อยๆกลืนกินร่างกายของนางอย่างรวดเร็ว


“ท่านอาจารย์ ท่านยังไม่แก่เลย! ท่านอายุเพียง 80 ปีเอง ไม่ … ไม่นะ! “


“ท่านปฏิบัติกับข้าเหมือนลูกสาว ข้าไม่ยอดให้ท่านตายเด็ดขาด”


“อย่า! นิกายทะเลสาบหยกจะไปต่อไม่ได้ถ้าไม่มีเจ้า!” ซูอี้หลิงรู้สึกเหมือนท้องฟ้ากำลังหมุนวน นางรู้สึกกระสับกระส่ายและว่างเปล่า


“ท่านอาจารย์ ศิษย์จะไปช่วยท่านเดี๋ยวนี้!” ซูอี้หลิงก็กระโดดลงไปอย่างไม่ลังเล มีแรงที่น่าสะพรึงกลัวดึงตัวนางเข้าไป จากนั้นนางก็ถูกดูดเข้าไปก่อนจะหมดสติ


ไม่รู้ว่าเวลาผ่านไปนานเท่าไหร่ ซูอี้หลิงค่อยๆลื่มตาขึ้นมาอย่างช้าๆ นางเห็นหลัวหลิวหยานกำลังมองมาที่นางด้วยรอยยิ้ม


"ท่านอาจารย์? เราอยู่ในนรกหรือ?” ซูอี้หลิงถาม


หลัวหลิวหยานยิ้มขึ้นเล็กน้อย “ไม่ใช่หรอก เรายังมีชีวิตอยู่!”


"อะไรนะ? ยังมีชีวิตอยู่?” ซูอี้หลิงเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ


“ใช่ เราไม่เพียงแต่ยังมีชีวิตอยู่ แต่ยังผ่านการทดสอบด้วย! ยิ่งกว่านั้น เราเป็นเพียงสองคนที่ผ่านการทดสอบ!” หลัวหลิวหยานอธิบาย


“อาจารย์ หรือว่าถ้าต้องการผ่านการทดสอบ ทุกคนต้องกระโดดลงไป?”


"ใช่แล้ว!"


“ความคิดของผู้ฝึกเต๋าหลิงซูนั้นไม่เหมือนใคร! ใครจะคิดการทดสอบแบบนี้ขึ้นมาได้บ้าง? มันน่าทึ่ง!"


“ไปกันเถอะ ไปหาสมบัติกัน!”


"ตกลง!"


ตอนนี้ทั้งสองคนเดิดอยู่บนทางเดินใต้ดินที่ดูไม่มีที่สิ้นสุด ระหว่างทางไม่มีสิ่งกีดขวาง จุดสิ้นสุดของทางเดินคือหลุมฝังศพอยู่หลุมหนึ่ง


กลางหลุมฝังศพมีโลงศพคริสตัลอยู่คู่หนึ่ง ภายในโลงศพมีชายคนหนึ่งนอนอยู่ ตัวของเขาซีดขาว ราวกับว่าเขาตายไปหลายปีแล้ว


“อะไรกัน ผู้ฝึกเต๋าหลิงซูตายแล้ว!” หลัวหลิวหยานและซูอี้หลิงอุทานขึ้นพร้อมกัน พวกนางได้เห็นรูปเหมือนของผู้ฝึกเต๋าหลิงซูมาก่อน


เมื่อ 80,000 ปีที่แล้วและเขาเป็นผู้แข็งแกร่งอันดับต้นๆของเผ่าพันธุ์มนุษย์ เขาสร้างตำนานอันไร้สิ้นสุดในช่วงชีวิตของเขา ในช่วงเวลานั้นไม่มีใครกล้าท้าทายผู้ฝึกเต๋าหลิงซู ว่ากันว่าภายหลังเขาต่อสู้กับความว่างเปล่าในจักรวาลและไม่เคยกลับมาอีกเลย


สุดท้ายเขากลับมาปรากฏตัวอยู่ที่นี่ แถมนอนตายอยู่ในโลงศพ?


ผู้แข็งแกร่งอันดับต้นๆของมนุษยชาติ มาตายแบบนี้?


มันเป็นเรื่องยากที่จะยอมรับในชั่วขณะหนึ่ง


หลัวหลิวหยานส่ายหัวไปมาอย่างไม่อยากจะเชื่อเหตุการณ์ตรงหน้านาง “มันเป็นไปไม่ได้ นี่มันเป็นไปไม่ได้!”


“อาจารย์ ดูนี่สิ!”


ซูอี้หลิงกล่าวพร้อมกับชี้ไปที่หลุมฝังศพ


หลัวหลิวหยานมองไปที่หลุมฝังศพ หลังจากเหลือบมอง ใบหน้าของนางก็กลายเป็นซีดเผือดในทันที


นางมองไปที่ตัวอักษรข้างต้นพลางกล่าวออกมา: หลุมฝังศพของสามีอันเป็นที่รัก หลิงซู


อีกประโยคคือ: ภรรยาที่รัก หรัวซี


“ท่านอาจารย์ ท่านเห็นรึเปล่า นี่คือหลุมฝังศพที่ภรรยาของผู้ฝึกเต๋าหลิงซูสร้างขึ้น ดูเหมือนว่าผู้ฝึกเต๋าหลิงซูจะตายแล้วจริงๆ!” ซูอี้หลิงกล่าว


“บุรุษผู้แข็งแกร่งเช่นนี้จะตายง่ายๆเช่นนี้ได้อย่างไร?” หลัวหลิวหยานพึมพำก่อนจะลุกขึ้นยืน นางก้มหน้าครุ่นคิดพลางเดินไปในอุโมงค์อย่างต่อเนื่อง


“ท่านอาจารย์ ยอมรับความจริงเถอะ ผู้ฝึกเต๋าหลิงซูตายแล้วจริงๆ!”


“ผู้ฝึกเต๋าหลิงซูนั่นเป็นเซียนอมตะ! ถ้าเขาตายแล้วจริงๆ ทำไมร่างของเขาถึงมาปรากฏอยู่ที่นี่?”


“แล้วก็ภรรยาของเขา ใครคือหรัวซี?”


“นอกจากนี้ยังมีดินแดนลับหลายร้อยแห่งที่ผู้ฝึกเต๋าหลิงซูทิ้งเอาไว้ ว่ากันว่านี่เป็นเพียงดินแดนลับที่ผู้ฝึกเต๋าหลิงซูทิ้งไว้ก่อนที่เขาจะกลายเป็นเซียน!” หลัวหลิวหยานอธิบาย


เมื่อได้ยินคำพูดเหล่านี้ ซูอี้หลิงที่ยืนอยู่ก็ครุ่นคิดอย่างเงียบๆ


“ถ้าผู้ฝึกเต๋าหลิงซูไม่ตาย? แล้วเขาไปอยู่ที่ใด?”


“หรือชายในโลงศพคริสตัลไม่ใช่ผู้ฝึกเต๋าหลิงซู!”


“ผู้ฝึกเต๋าหลิงซูยังมีชีวิต!” ยิ่งนางคิดเกี่ยวกับมัน ใบหน้าของหลัวหลิวหยานก็ยิ่งสดใสขึ้น ดูเหมือนนางจะคิดบางอย่างขึ้นมาได้


“ข้าเข้าใจแล้ว!” ทันใดนั้นหลัวหลิวหยานก็ตะโกนขึ้นทำให้ซูอี้หลิงตกใจ


ตอนก่อน

จบบทที่ สุสานของหลิงซู

ตอนถัดไป