กลับมา

สวนสาธารณะเมืองเจียงไห่

ท้องฟ้าเกิดเเรงกระเพื่อม ลมกรรโชกขนาดเเรงได้บังเกิดขึ้นมาเหนือน่านฟ้าของสวนสาธารณะเมืองเจียงไห่

ในเวลาต่อมาก็ได้ปรากฏเหตุการแปลกประหลาดที่อาจเป็นปรากฏการที่อาจทำให้ช็อคโลกขึ้นมา ขณะนี้ในอากาศที่ว่างเปล่าจู่ๆก็ปรากฎหลุมดำที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางประมาณ2เมตรขึ้นมาอย่างกระทันหันโดยไม่มีสัญญาณเตือนล่วงหน้า หลุมดำที่เหมือนกับวังวนของน้ำเช่นนี้แลดูแล้วช่างน่าพิศวงและน่าหวาดกลัวในเวลาเดียวกัน ราวกับว่าเป็นสิ่งต้องห้ามที่ผู้คนห้ามเข้าไปใกล้มันเด็ดขาด ไม่เช่นนั้นชีวิตของคนผู้นั้นอาจต้องมอดไหม้หรือแหลกสลายกลายเป็นผุยผง

หลุมดำนั้นยังคงหมุนอยู่อย่างนั้นเป็นระยะเวลาหนึ่งจนในที่สุดสิ่งที่แปลกประหลาดมากกว่านั้นก็ได้บังเกิดขึ้น

มือที่ราวกับหยกข้างหนึ่งได้ยื่นออกมาจากหลุมดำที่น่าพิศวงนั้นอย่างช้าๆราวกับภูติพรายที่กำลังคลำหาเส้นทาง จากนั้นต่อมาก็ตามมาด้วยมือที่ราวกับหยกอีกข้างที่ได้ยื่นออกมาเช่นกัน และก็ตามมาด้วยเท้าข้างขวา ข้างซ้าย ลำตัวและส่วนหัว

ฟุบ!

ในที่สุดร่างทั้งร่างก็ได้หลุดพ้นออกมาจากหลุมดำที่น่าพิศวงนั้น

และก็ได้ปรากฏเป็นชายหนุ่มคนหนึ่งที่ดูมีอายุไม่น่าจะเกินไปกว่า20ขึ้นมา!

เมื่อชายหนุ่มปรากฏขึ้นหลุมดำที่น่าพิศวงด้านหลังของเขาก็ค่อยๆหดเล็กลงๆ จนในที่สุดมันก็ได้หายไปอย่างสมบูรณ์ราวกับไม่เคยมีมาก่อน

เหตุการณ์การปรากฏตัวที่ค่อนข้างประหลาดของชายหนุ่มนี้โชคดีที่ไม่มีใครพบเห็นไม่เช่นนั้นเรื่องประหลาดเช่นนี้คงจะกลายเป็นเหตุการณ์ลี้ลับและเป็นเรื่องลึกลับที่ไม่สามารถหาคำตอบได้ในโลกนี้แน่!

"อ่า...กลิ่นอายที่คุ้นเคย...และบรรยากาศที่อบอุ่นเช่นนี้...ในที่สุดข้าก็กลับมาแล้ว.."ในเวลานี้ชายหนุ่มที่เพิ่งจะปรากฏตัวมานั้นได้เปิดปากของตัวเองและได้เปล่งเสียงที่ดูไม่สมส่วนกับอายุภายนอกออกมา น้ำเสียงที่เอ่ยออกมานั้นมันช่างฟังดูเก่าแก่และโบราณราวกับว่าชายหนุ่มคนนี้ไม่ได้เปล่งเสียงมานานนับล้านๆปีก็มิปาน

"ท้ายที่สุด...ข้าก็สามารถกลับมายังบ้านเกิดของตัวเองได้อีกครั้ง.."ชายหนุ่มเงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าและถอนหายใจออกมา"...แต่ว่าจนถึงตอนนี้เกรงว่าคนที่ข้ารักและเป็นห่วงคงจะไม่อยู่ให้ข้าตอบแทนแล้วกระมั้ง?"ชายหนุ่มหลับตาและพยายามระงับความเศร้าที่กำลังเกิดขึ้นภายในหัวใจของตัวเอง ในเวลาเดียวกันนั้นเขาก็หวนนึกถึงเรื่องราวภายในอดีตขึ้นมา

ชายหนุ่มคนนี้มีชื่อว่าหลินเทียน เดิมทีเมื่อก่อนเขาเป็นคุณชายจากตระกูลหลินที่ร่ำรวย ด้วยความที่เป็นคุณชายที่มาจากตระกูลที่ร่ำรวยมันจึงทำให้เขาบ่มเพาะนิสัยเจ้าสำราญขึ้นมา และด้วยนิสัยของเขานั่นเองมันจึงทำให้ชีวิตของเขาได้เปลี่ยนไป

ในตอนนั้นได้มีแก๊งของเหล่าคุณชายจากเมืองหลวงมาชวนเขาเพื่อไปแข่งรถ สำหรับคุณชายแล้วรถนั้นก็เปรียบเสมือนสิ่งของที่เป็นปัจจัยการใช้ชีวิตสิ่งหนึ่ง

และการที่มีคนมาท้าเช่นนี้แน่นอนด้วยความที่หลินเทียนเป็นคุณชายเจ้าสำราญบวกกับเป็นชายหนุ่มเลือดร้อนมันจึงทำให้เขาตกปากรับคำท้าในทันที ซึ่งแน่นอนว่าการตัดสินใจของเขาในครั้งนี้มันได้เปลี่ยนชีวิตของเขาไปโดยสิ้นเชิง

เหตุการณ์ที่เหนือความคาดหมายได้เกิดขึ้นในขณะที่เขากำลังแข่งขับรถกับเหล่าคุณชาย

ช่วงเวลาที่เขาทำการแข่งขันนั้นเป็นช่วงเวลากลางคืนและถนนที่ใช้สำหรับแข่งเป็นถนนทางโค้งที่ค่อนข้างคดเคี้ยว

ในตอนนั้นหลินเทียนได้เข้าโค้งแห่งหนึ่งแต่เนื่องจากว่าโค้งนั้นมันค่อนข้างลึกเป็นอย่างมากและเวลานั้นเขาได้ขับรถด้วยความเร็วมากถึง200กิโลเมตรต่อชั่วโมงมันจึงทำให้เขาหักหลบเข้าโค้งไม่ทัน และทำให้รถของเขาเสียหลักจนตกลงมาจากภูเขา

ในช่วงที่กำลังตกจากภูเขานั้นหลินเทียนยังคงมีสติดีอยู่ แต่ว่าเขาในเวลานั้นก็เกือบที่จะเสียสติแล้ว เขาตกลงมาจากภูเขามีมีความสูงค่อนข้างมากดังนั้นในช่วงเวลานั้นเขาจึงคิดว่าตัวเองคงจะไม่สามารถเอาชีวิตรอดได้แน่นอน

ในช่วงเวลานั้นภาพของพ่อกับแม่ได้ลอยเข้ามาในหัวของเขา และเขาก็นึกเสียดายเวลาที่ผ่านมา เขายังไม่ทันได้ตอบแทนทั้งสองท่านเลยแต่กลับจะต้องมาตายซะแล้ว...

ในขณะนั้นหลินเทียนคิดว่าตัวเองจะต้องตายอย่างแน่นอนดังจึงคิดอะไรต่างๆมากมายภายในหัว โดยที่ไม่ทันได้สังเกตในช่วงเวลาแห่งความเป็นความตายนั้น จู่ๆสร้อยคอที่เขาซื้อมาจากร้านแผงลอยของชายคนหนึ่งด้วยความสงสารก็ได้ส่องแสงสว่างขึ้นมา

แสงสว่างค่อยๆเพิ่มมากยิ่งขึ้นจนหลินเทียนเริ่มสังเกตเห็นและในที่สุดมันก็ได้ส่งแสงจ้าแสบตาขึ้นมา หลินเทียนที่กำลังอยู่ในช่วงเสียใจอยู่นั้นก็ได้แสดงความตกตะลึงและตกใจออกมา!

หลังจากที่สร้อยคอส่องแสงสว่างจ้าออกมา มันก็ได้เข้าไปปกคลุมร่างทั้งร่างของเขา หลังจากนั้นก็เกิดแรงกระเพื่อมทางมิติขึ้นมาและร่างของหลินเทียนที่กำลังร่วงตกลงมานั้นก็ได้หายไปในชั่วพริบตาราวกับไม่มีอยู่จริง

หลินเทียนปรากฎตัวขึ้นมาอีกครั้งในสถานที่ที่ไม่คุ้นเคย ในตอนแรกเขาดีใจที่สามารถรอดพ้นจากความตายมาได้ แต่เขาดีใจได้เพียงไม่นานจนกระทั่งได้รับรู้สิ่งหนึ่งที่ทำให้เขายากที่จะเชื่อขึ้นมา

เขารอดมาได้แล้วก็จริง แต่ว่า...เขาไม่ได้อยู่ในโลกเดิมของเขาแล้ว ตอนนี้เขาได้โผล่ขึ้นมายังอีกโลกหนึ่ง!

ซึ่งโลกนี้นั้นมีชื่อว่า โลกแห่งการบ่มเพาะ ผู้คนในโลกนั้นบ่มเพาะพลังเพื่อที่จะทำให้ตัวเองแข็งแกร่งขึ้น และมีอายุขัยยืนยาวยิ่งขึ้น กล่าวคือโลกนี้เปรียบเสมือนกับโลกเทพเซียนในนิทานปรัมปราที่เคยอ่านตอนเด็กๆ

เมื่อรู้ว่าตัวเองโผล่ขึ้นมาในโลกที่ไม่คุ้นเคยหลินเทียนพยายามหาวิธีการต่างๆ เพื่อที่จะกลับไปยังโลกเดิมของเขา เขาพยายามลูบสร้อยคอของตัวเองหลายครั้งแต่มันก็ไม่ได้ผล เขาพยายามลองทำวิธีการต่างๆมากมายแต่สุดท้ายแล้วก็ลงเอยเช่นเดิม

ไม่มีวิธีไหนที่จะพาเขากลับโลกเดิมได้

หลินเทียนรู้สึกท้อแท้และพยายามยอมรับความจริงว่าเขาคงไม่สามารถที่จะกลับโลกของตัวเองได้อีกแล้ว เขาคงไม่สามารถพบเจอพ่อกับแม่ของตัวเองได้อีกแล้ว..

จนกระทั่งวันหนึ่งในขณะที่เขากำร่อนเร่อยู่บนถนนที่พลุกพล่านไปด้วยผู้คนเขาได้ยินบทสนทนาหนึ่งเข้า ซึ่งในบทสนทนานั้นกล่าวว่าผู้ที่สำเร็จเป็นเทพเท่านั้นถึงจะสามารถเปิดมิติและเดินทางท่องมิติไปยังมิติอื่นได้ เมื่อรู้เช่นนั้นแน่นอนว่าหลินเทียนไม่รอช้า เขาเข้ารับตัวเป็นศิษย์ของสำนักหนึ่งทันที

เขาได้เข้าไปฝึกฝนในสำนักนั้นจนข้ามวันข้ามคืน ราวกับลืมเลือนเวลา

จนกระทั่งเวลาผ่านไป 3000 ปี ตัวของหลินเทียนในที่สุดก็สามารถสำเร็จกลายเป็นเทพ เเละแน่นอนว่าทันทีที่เขาได้กลายเป็นเทพเขาก็ไม่รอช้า

หลังจากที่สำเร็จเป็นเทพ เขาก็ได้เปิดมิติขึ้นมาเพื่อที่จะกลับไปยังโลกเดิมของเขาในทันที

หลังจากที่เขาเข้าไปในมิติ ก็เกิดเรื่องเหนือความคาดหมายขึ้นมา ปรากฏว่าเขาดันหลงเข้าไปในสายธารแห่งการเวลา ซึ่งสายธารแห่งการเวลามันจะปรากฎขึ้นมาในรอบหลายล้านๆปี โดยตามตำนานกล่าวว่าผู้ที่หลงเข้าไปในสายธารแห่งการเวลาไม่มีใครสามารถออกมาได้สักราย เพราะว่าเมื่อใดที่หลงเข้าไปในสายธารแห่งการเวลา คนผู้นั้นก็จะถูกพลังอำนาจของสายธารแห่งการเวลาบดขยี้จนร่างกายแหลกสลาย ต่อให้คนผู้นั้นจะเป็นเทพเเต่ก็ไม่สามารถที่จะทนทานอำนาจของสายธารแห่งกาลเวลาได้

ในตอนที่ช่วงเวลาหน้าสิ่วหน้าขวานนั้นเอง จู่ๆสร้อยคอของหลินเทียนที่ไม่ได้แสดงปฏิกิริยามานานนั้นก็ได้ส่องแสงสว่างขึ้นอีกครั้งและมันก็ปกคลุมทั่วทั้งตัวของหลินเทียนในเวลาที่รวดเร็ว ทำให้หลินเทียนสามารถมีชีวิตรอดอยู่ท่ามกลางสายธารแห่งการเวลาได้

และด้วยความที่ว่าสายธารแห่งการเวลามีทางเข้าไม่มีทางออก ตัวของหลินเทียนที่ไม่ว่าจะพยายามเท่าใด ก็ไม่สามารถออกมาได้ เขาได้ล้มเลิกความตั้งใจที่จะออกไปและตั้งใจเก็บตัวบ่มเพาะพลังเพื่อรอคอยความตาย

จากนั้นไม่รู้เวลาผ่านไปนานเท่าใด อาจจะหมื่นปี แสนปี ล้านปี หรือ ล้านๆปี หลินเทียนลืมตาตื่นขึ้นมาจากนั้นก็ได้ก้มมองดูสร้อยคอที่กำลังปรากฏรอยแตกร้าวบนมือของตนเอง

หลินเทียนที่เห็นเช่นนี้เขาก็คิดว่าเวลาที่แสนยาวนานของเขาคงจะจบสิ้นเเล้วและเตรียวตัวที่จะตาย..

​​​​​​หลังจากนั้นไม่นานสร้อยคอของเขาก็แตกออกจากกัน พร้อมกันนั้นก็ได้ปรากฎช่องวาางมิติขึ้นอย่างกระทันหัน หลินเทียนมองไปที่ช่องว่างมิตินั้นอย่างตกตะลึงจากนั้นเขาสัมผัสได้ถึงบรรยากาศที่คุ้นเคยที่ผ่านออกมาจากช่องว่ามิตินั้น เมื่อผัสได้เช่นนั้นหลินเทียนก็ไม่รอช้าเขาก้าวเข้าไปในช่องว่างมิตินั้นทันที และหลังจากนั้นไม่นาน เขาก็ได้ปรากฏขึ้นที่สวนสาธารณะของเมืองเจียงไห่แห่งนี้

ประสบการณ์นี้หลินเทียนคิดว่ามันเป็นช่วงเวลาสั้นๆสำหรับเขา เขารู้สึกราวกับว่าได้นอนหลับและเพิ่งตื่นเท่านั้น

"ลองใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ตรวจดูที่ตั้งหลุมศพของพ่อกับแม่ดีกว่า" ช่วงเวลานั้นเองหลินเทียนตั้งใจจะใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์เพื่อจะตรวจสอบสายเลือดหาที่ตั้งหลุมศพของพ่อกับแม่ของเขา เขาคิดว่าเวลาผ่านมานานขนาดนี้เเล้วพ่อแม่ของเขาคงจะไม่อยู่ในโลกนี้แน่นอน แต่ถึงแม้ทั้งสองท่านจะไม่อยู่ในโลนร้แล้วแต่เขาก็ยังอยากที่จะหาหลุมศพของทั้งสองเพื่อสักการะ และบอกทั้งสองว่าเขาได้กลับมาแล้ว

แต่ทว่าในเวลาช่วงเวลาที่หลินเทียนใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์นั่นเองทันใดนั้นจู่ๆเมฆบนท้องฟ้าก็รวมตัวกันหนาแน่นขึ้นปรากฏเห็นสายฟ้าจางๆขึ้นในหมู่เมฆ ในขณะนั้นหลินเทียนก็สัมผัสได้ถึงสิ่งที่แปลกประหลาด เขาเงยหน้ามองไปยังท้องฟ้าและอดไม่ได้ที่จะกล่าวออกมา "ทัณฑ์สวรรค์อย่างงั้นหรือ? หืม?..มันพุ่งเป้ามาที่ตัวข้าอย่างงั้นหรือ ทำไมกัน?ข้ายังไม่ทำอะไรเลย.."หลินเทียนกล่าวกับตัวเองอย่างสงสัย

ในขณะที่สายฟ้าเตรียมที่จะลงทัณฑ์นั้น จู่ๆ หลินเทียนก็ได้รวบรวมความคิดของตัวเองขึ้นมา "สายฟ้าลงทัณฑ์ ไม่มีทางที่จะพุ่งเป้ามาที่ข้าโดยไร้เหตุผลเป็นแน่ โดยปกติสายฟ้าลงทัณฑ์จะปรากฏก็ต่อเมื่อมีคนข้ามขั้นระดับพลัง และสมบัติสวรรค์ปรากฏขึ้น ซึ่งถ้ามันเป็นอย่างนั้นก็ไม่น่าจะพุ่งเป้ามาที่ข้า มันต้องเป็นเหตุผลอื่นเป็นแน่ หรือว่า..." ทันใดนั้นหลินเทียนเหมือนจะคิดอะไรได้ จู่ๆไอพลังในตัวเขาก็ได้หายไปจนหมดเกลี้ยงไม่มีเหลือ จากนั้นหลินเทียนก็เงยหน้ามองขึ้นไปบนท้องฟ้าอีกครั้ง ปรากฏว่าเมฆดำที่กำลัวก่อตัวขึ้นมานั่น จู่ๆก็ค่อยๆสลายหายไป จากนั้นเพียงครู่เดียวท้องฟ้าก็กลับคืนสู่ปกติ ปรากฏดวงดาวขึ้นบนท้องฟ้าที่มืดมิดอีกครั้ง

"เป็นไปอย่างที่คิด มันคิดว่าข้าเป็นภัยคุกคามต่อมัน โชดดีที่ข้าผนึกพลังได้ทัน ไม่งั้นคงเกิดเรื่องวุ่นวายทั้งโลกเป็นแน่ ไม่สิ บางทีโลกนี้ไม่ทันจะได้วุ่นวายคงจะสลายไปก่อนละมั้ง?"

"เฮ้อ...ตอนนี้ข้าสามารถใช้สัมผัสศักดิ์สิทธิ์ได้จำกัดเท่านั้น การจะหาหลุมศพของท่านพ่อท่านแม่คงจะต้องใช้ระยะเวลาที่นานอย่างแน่นอน คงต้องค่อยๆเป็นค่อยๆไป ด้วยการที่เรามีสายเลือดเดียวกันมันคงไม่ยากเกินไปละมั้ง" หลังจากที่คิดกับตัวเองสักพักหลินเทียนก็ได้เดินออกจากสวนสาธารณะ และเดินไปตามทางเดินของถนนที่ดูทันสมัยแตกต่างจากโลกที่เขาเคยไปอยู่


ตอนก่อน

จบบทที่ กลับมา

ตอนถัดไป