ภัตตาคารอาหารชั้นฟ้า
หลินเทียนมาถึงหน้าห้อง1701จากนั้นเขาก็ได้เคาะประตูหอพักทันที
เขาทำการเคาะมันอยู่สองครั้งจากนั้นก็ได้มีชายรูปร่างผอมคนหนึ่งเปิดประประตูออกมา ชายคนคนนั้นมองไปที่หบินเทียนเล็กน้อยก่อนจะกล่าวถาม "มาหาใครงั้นหรอ"
"นี่ใช่ห้อง1701ไหม"หลินเทียนมองชายร่างผอมขณะที่ถามออกมา
"ใช่นายมีอะไรงั้นหรอ โอ้ หรือว่านายเป็นรูเมทคนที่4ของเรางั้นหรอ"ชายคนนั้นกล่าวถามออกมาด้วยท่าทางที่ตื่นเต้นเล็กน้อย
"อืม" หลินเทียนตอบเบาๆ
"โอ้! งั้นดีเลย มาๆเข้ามาก่อน"ชายคนนั้นพูดกับหลินเทียนพร้อมกับดึงแขนหลินเทียนเข้าไปในห้องอย่างเป็นกันเอง ซึ่งการกระทำของชายคนนี้ทำให้หลินเทียนอดไม่ได้ที่จะประหลาดใจเล็กน้อย
ภายห้องในเวลานี้มีคนอยู่อีกสองคนเมื่อรวมตัวหลินเทียนและคนที่ดึงเขามาก็จะได้เท่ากับสี่คน
"งั้นฉันขอเเนะตังเลยเเล้วกัน ฉันชื่อเป่ยหยวน มาจากจินหลิน คนที่กำลังเล่นเกมอยู่มีชื่อว่าเจิ้งฟานมาจากซีเป่ย ส่วนคนที่กำลังอ่านหนังสืออยู่นั้นชื่อเหลียงเหว่ยเป็นคนเจียงไห่ที่นี่" เป่ยหยวนคนที่กำลังดึงหลินเทียนอยู่นั้นแนะนำเพื่อนในห้องที่คนด้วยท่าทางกระตือรือร้น
"สวัสดีฉันชื่อหลินเทียน มาจากเย่นจิง"หลินเทียนกล่าวออกมาอย่างสุภาพ พร้อมปรายตามองพิจารณาเพื่อนร่วมหอแต่ละคน
คนแรก เป่ยหยวนเป็นชายรูปร่างผอม ตาตี่ จมูกค่อนข้างโด่ง ปากเล็กกระทัดรัดหน้าตาจัดว่าพอใช้ได้ ไม่มีอะไรพิเศษ
คนที่สองเจิ้งฟานรูปร่างอวบนิดหน่อยจมูกโด่งเล็กน้อย ปากเล็กกระทัดรัด หน้าตาธรรมดาแบบฉบับคนจีน
คนสุดท้ายหลินเทียนค่อนข้างแปลกใจเล็กน้อย คนสุดท้ายชื่อว่า เหลียงเหว่ย รูปร่างสมส่วน จมูกโด่งตาสองชั้น ปากรูปกระจับ ผิวสีขาว ดูรวมๆเเล้วถือว่าหล่อเลย แน่นอนที่หลินเทียนแปลกใจไม่ใช่เพราะความหล่อของเหลียงเหว่ย แต่เป็นเพราะเหลียงเหว่ยเป็นผู้บ่มเพาะ! ฐานการบ่มเพาะของเหลียงเหว่ยอยู่ที่ระดับปรับแต่งร่างกายขั้นกลาง
"โอ้ สวัสดีๆ ในที่สุดห้องของเราก็ครบสี่คนสักที ฉันนึกว่าพวกต้องอยู่กันสามคนซะแล้ว"เจิ้งฟานปิดเกมที่กำลังเล่นอยู่จากนั้นก็หันมามองหลินเทียนด้วยความยินดี
เหลียงเหว่ยก็เช่นกันเขาปิดหนังสือที่กำลังอ่านอยู่และหันไปมองหลินเทียนพร้อมรอยยิ้มที่จริงใจ
"ในเมื่อห้องของเรามาครบกันแล้วถ้าไม่ไปฉลองมันก็คงไม่ได้ใช่ไหม?พวกนายคิดเหมือนฉันไหม?"เป่ยหยวนกล่าวออกมาด้วยท่าทางตื่นราวกับรอเวลานี้มานาน
"ใช่แล้วๆ ฉันก็คิดอย่างงั้นเหมือนกันพวกนายว่างั้นไหมเหลียงเหว่ย หลินเทียน" เจิ้งฟานหันหน้ามองเหลียงเหว่ยกับหลินเทียนเพื่อถามความเห็น
"ฉันอะไรก็ได้"เหลียงเหว่ยกล่าวออกพร้อมกับเสียงที่ค่อนข้างราบเรียบ
"ฉันก็เช่นกัน"หลินเทียนเผยรอยยิ้มเล็กน้อยออกมา
"เอาล่ะตกลงกันแล้วน่ะ แล้วพวกเราจะไปไหนกัน" เป่ยหยวนถามออกมาเพื่อขอความเห็นจากทั้งสาม
"นี่มันก็เวลา 11:30 เอาเป็นว่าเราไปที่ภัตตาคารอาหารชั้นฟ้าเป็นไง ฉันเห็นมันโฆษณาในอินเทอร์เน็ตท่าทางร้านนี้น่าจะอร่อย" เจิ้งฟานเสนอความคิดเห็นขึ้นมา พร้อมกับนึกถึงสีหน้าคนรีวิวอาหารที่ได้กินอาหารร้านนี้ พวกเขานั้นราวกับได้กินอาหารสวรรค์อย่างไรอย่างงั้น
"ร้านนั้นน่ะหรอ ฉันว่าแพงไปน่ะ เปลี่ยนร้านอื่นดีกว่า พวกนายสองคนคิดว่าไง"เป่ยหยวนหันหน้ามองไปที่เหลียงเหว่ยกับหลินเทียน เขาเป็นเพียงแค่เด็กหนุ่มจากชนบทดังนั้นเขาจึงคิดว่าร้านนั้นคงไม่เหมาะสมสำหรับเขา
"ฉันว่าเราไปร้านนี้แหละ ส่วนเรื่องค่าใช้จ่ายเดี๋ยวฉันจัดการเอง" เหลียงเหว่ยกล่าวพร้อมกับตบกระเป๋าตัวเอง เป็นสัญลักษณ์บอกว่าฉันมีเงิน
"นายแน่ใจงั้นหรอ?"เป่ยหยวถามพร้อมกับท่าทางที่เกรงใจ ถึงแม้ว่าเขาจะดีใจมากแต่เขาก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกเกรงใจ
"แน่นอนสิ นายคิดว่าฉันเป็นใคร ฉันคือนายน้อยตระกูลเหลียงน่ะ ถ้าเกิดว่าฉันไม่สามารถเลี้ยงอาหารเพื่อนได้ งั้นก็ถือว่าเสียหน้านายน้อยตระกูลเหลียงหมดเลยสิ"เหลียงเหว่ยกล่าวพร้อมกับรอยยิ้ม
"โอเคงั้นเราไปกันเถอะ"เจิ้งฟานกล่าวขึ้น แต่ว่าเหมือนเขาจะคิดอะไรได้เขาหันหน้าไปมองหลอนเทียน "หลินเทียนแล้วกระเป๋าเสื้อผ้าของนายล่ะ "
"ฉันลืมไว้ที่บ้านคุณตาน่ะ แต่อีกสักพักน่าจะมีคนมาส่งแล้วล่ะ "
"อ้อ อย่างงั้นหรอ ถ้างั้นเตียงข้างบนนั้นคือเตียงของนายน่ะ"เจิ้งฟานชี้ไปที่เตียงที่หลินเทียนต้องอยู่
"โอเค"
"ถ้างั้นไปกันเถอะ ฉันรอไม่ไหวแล้วที่จะไปลิ้มรสอาหารที่ภัตตาคารอาหารชั้นฟ้า"
....................
ภัตตาคารอาหารชั้นฟ้า ตรงทางเข้าประตู
"ว้าว นี่นะหรอภัตตาคารอาหารชั้นฟ้า มันช่าง...ใหญ่โตจริงๆ"เป่ยหยวนกล่าวขึ้นด้วยความตื่นเต้นในขณะที่ดวงตาของเขาจ้องมองไปที่ประตูบานใหญ่ที่อยู่ตรงหน้า
ร้านอาหารแห่งนี้ออกแบบเหมือนกับสถาปัตยกรรมจีนสมัยโบราณ ประตูที่ใหญ่โตตรงหน้าพวกหลินมีแรงกดดันมหาศาลราวกับภูเขาไท่ซานได้อยู่ตรงหน้า
พนักงานพลักประตูเชิญพวกของหลินเทียนเข้าไปข้างใน
ทันทีที่หลินเทียนเดินเข้าไปพ้นเขตประตูเขาก็สัมผัสได้ทันทีถึงแรงกดดันของผู้แข็งแกร่ง แรงกดดันนี้มีเพียงแหล่งเดียวเท่านั้น พลังของเเรงกดดันเทียบเท่าได้กับท่านทวดไป๋ได้เลย ซึ่งนั้นก็หมายความว่าคนนี้ผู้นี้ มีฐานการบ่มเพาะถึงขั้นเซียนเป็นอย่างต่ำ แน่นอนว่าแรงกดดันนี้ไม่สามารถทำอะไรหลินเทียน
แรงกดดันที่แข็งแกร่งกวาดผ่านเพียงครั้งเดียวเท่านั้นแล้วก็จากไป ราวกับว่าแรงกดดันนี้กำลังตรวจสอบใครบางคนอยู่
หลินเทียนและพรรคพวกเดินเข้าไปในชั้นของแขกวีไอพี ซึ่งเรื่องนี้ต้องยกความดีความชอบให้กับเหลียงเหว่ยเนื่องจากเป็นเพราะเขาทำให้พวกของหลินเทียนสามารถทาอาหารในห้องวีไอพีได้
ภายในห้องวีไอพี มีโต๊ะกลมขนาดใหญ่ตั้งอยู่กลางห้อง อีดด้านของห้องยังมีที่สำหรับร้องคาราโอเกะ
"พวกนายอยากสั่งอะไรก็สั่งได้เลย ไม่ต้องเกรงใจ"เหลียงเหว่ยกล่าวขึ้นขณะที่พนักได้ยื่นเมนู
"ว้าว เหลียงเหว่ยนานนี่ช่างใจปล้ำซะจริง สมแล้วที่เป็นนายน้อยตระกูลเหลียง"เป่ยหยวนกล่าวชม
"ใช่แล้วเหลียงเหว่ย นายนี่มันทั้งหล่อ ทั้งรวย ทั้งสายเปย์ ถ้าเกิดว่าฉันเป็นผู้หญิงน่ะฉันจะยอมแต่งงานกับนายเลย"เจิ้งฟานกล่าวกับเหลียงเหว่ยด้วยท่าทีที่จริงจัง
"ถ้าเกิดว่านายเป็นผู้หญิงฉันก็ไม่ยอมแต่งงานกับนายหรอก" เหลียงเหว่ยกล่าวขึ้นพร้อมกับยกนิ้วกลางให้เจิ้งฟาน
"โถ่ไม่เอาน่า นายช่างใจร้ายซะจริง"เจิ้งหยวนเอามือกุมไว้ที่หัวใจขณะที่มองไปทางเหลียงเหว่ยด้วยท่าทางเจ็บปวด
หลินเทียนที่เห็นการยอกล้อของเพื่อนก็อดไม่ได้ที่จะเผยรอยยิ้มออกมา มันช่างนานเหลือเกินที่เขาไม่ได้สัมผัสความรู้สึกแบบนี้ การอยู่อย่างโดดเดี่ยวมันช่างน่ากลัว
พรรคพวกของหลินเทียนสั่งอาหารมาเต็มโต๊ะ อาหารแต่ละจานมีราคาไม่ต่ำกว่า1000หยวน แน่นอนว่าอาหารแต่ละจานล้วนถูกสั่งโดยเป่ยหยวนกับเจิ้งฟาน