ซื้อรถ

หลินเทียนรออยู่ตรงหน้าทางเข้าบริษัทด้วยใบหน้าที่เรียบสงบ เวลาผ่านไปประมาณ10นาทีรถคันหนึ่งก็ได้แล่นมาที่บริษัทตระกูลหลินด้วยความรวดเร็ว!

เอี๊ยด!!

หลังจากรถจอดสนิท ชายวัยกลางคนท่าทางมีภูมิฐานก็ได้เปิดประและลงมาจากรถด้วยความรีบร้อนและตื่นตระหนก ซึ่งด้วยการกระทำนี้ของเขาทำให้ความมีภูมิฐานของเขานั้นลดลงมาหนึ่งส่วน

ชายวัยกลางที่ดูมีภูมิฐานคนนี้ก็คือหลินข่าย ประธานบริษัทตระกูลหลินสาขาเจียงไห่นั้นเอง

"นายน้อยครับ ขออภัยด้วยครับที่ผมมาสาย!" หลินข่ายวิ่งมาอยู่ตรงหน้าของหลินเทียนจากนั้นก็โค้ง90องศาราวกับตัวเขาทำเรื่องผิดพลาดมหันต์

ซึ่งเมื่อยามวัยกลางคนที่เห็นฉากนั้น เขาก็อดที่ที่จะเบิกตากว้างและตกตะลึงทันที! ดวงตาของเขาเบิกกว้างและปากของเขาก็อ้าอแกมากว้างจนสามารถยัดไข่ไก่ได้ทั้งฟอง

'น..นี่!!ไอ้หนูนี่มันรู้จักกับประธานหลินจริงๆ! ไม่สิดูจากการกระทำของประธานหลินแล้วเหมือนว่าไอ้หนูคนนี้จะมีฐานะเหนือกว่าประธานหลิน!'

'บ้าเอ้ย!!ฉันไม่น่าไปจัดขวางเขาตั้งแต่เเรกเลย! ได้โปรดเถอะสวรรค์ขอให้ไอ้หนูคนนี้อย่าเอาเรื่องฉันเลย' ยามวัยกลางคนกล่าวภาวนาออกมาเบาๆภายในใจ เขาในตอนนี้กังวลเป็นอย่างมาก กลัวว่าหลินเทียนจะเจ้าคิดเจ้าแค้นและคิดบัญชีกับเขา ถ้าเป็นอย่างนั้นเขาจะต้องตายแน่ๆ

"พ่อของฉันให้ฉันมาเรียนรู้งานที่นี่เขาคงจะบอกนายแล้วใช่ไหม"หลินเทียนเอ่ยถามออกมาด้วยเสียเบา แต่ถึงอย่างนั้นหลินข่ายที่ได้ยินกลับรู้สึกกดดัน

"เอ่อ...ครับ หัวหน้าตระกูลหลินได้บอกกับผมแล้วครับ"หลินข่ายพยักหน้าตอบอย่างระมัดระวัง ชายหนุ่มตรงหน้าตนเองนี้เป็นถึงหนุ่มเจ้าสำราญแห่งเมืองหลวงเขาจะต้องไม่ทำให้ชายหนุ่มคนนี้ไม่พอใจเด็ดขาด ไม่นานหลินข่ายก็กล่าวต่อ"ถ้างั้นเชิญนายน้อย เข้าไปที่ห้องทำงานของผมก่อนน่ะครับ"

"อืม"หลินเทียนพยักหน้าและเริ่มเข้าไปในบริษัท แต่ว่าหลินเทียนเข้าไปได้ไม่นานเขาก็หันหลังกลับมาและเหลือบมองยามวัยกลางคนแวบหนึ่ง

ยามวัยกลางคนสัมผัสได้ถึงเเววตาของหลินเทียนเขาก็อดไม่ได้ที่จะตัวสั่นขึ้นมา

หลินเทียนเหลือบมองยามวัยกลางคนคนนั้นแวบเดียวเท่านั้นเขาก็เลิกสนใจและบอกให้หลินข่ายนำทางไปที่ห้องทำงานของเขา หลินเทียนไม่มีความคิดที่จะจัดการกับยามวัยกลางคนเนื่องจากเขาคิดว่ายามวัยกลางคนไม่ได้ผิดอะไร อีกทั้งที่เขาทำไปก็เพื่อรักษาชื่อเสียงของบริษัทตระกูลหลิน

หลินข่ายตอบรับอย่างเชื่อฟัง เขาก้าวเดินขนาบข้างกับหลินเทียนและนำทางไปที่ห้องทำงานของตัวเอง

พนักงานที่อยู่ภายในบริษัทเมื่อพวกเขาเห็นหลินข่ายพวกเขาก็เข้ามาทักทายอย่างสุภาพ

"สวัสดีครับ/ค่ะประธานหลิน"

"อืม ตั้งใจทำงานดีๆล่ะ"

"ครับ/ค่ะ ประธานหลิน"

หลินเทียนเลิกสนใจเหล่าพนักงาน เขานำหลินเทียนไปที่ห้องตนเอง

เมื่อเหล่าพนักงานเห็นเด็กหนุ่มที่อยู่ข้างๆหลินข่ายพวกเขาก็แปลกใจเล็กน้อยแต่เมื่อเหล่าพนักงานเห็นการกระทำที่สุภาพของหลินข่ายพวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะตกตะลึงขึ้นมา

'เด็กหนุ่มคนนี้เป็นใคร ทำไมประธานหลินถึงได้สุภาพกับเขาขนาดนี้'

'หรือจะเป็นลูกเก็บของประธานหลิน แต่ประธานหลินก็ไม่น่าจะสุภาพขนาดนี้'

'ไอ้เด็กคนนี้ฐานะต้องไม่ธรรมดาแน่นอน'

หลินข่ายพาหลินเทียนขึ้นลิฟต์จากนั้นก็พามาที่ห้องตัวเอง หลังจากมาถึงห้องหลินเทียนก็สำรวจภายในห้องเล็กน้อยเเละอดไม่ได้ที่จะชื่นชมออกมา "ห้องทำงานของคุณนี้ช่างน่าอยู่จริงๆเลย"

ห้องทำงานของหลินข่ายตกแต่งด้วยโทนสีเทาทำให้บรรยากาศเงียบเชียบน่าอยู่

"นายน้อยกล่าวเกินไปแล้ว ถ้านายน้อยชอบผมสามารถยกห้องนี้ให้นายน้อยได้ครับ"

"ไม่เป็นไรหรอกฉันไม่อยากรบกวนคุณ"

"ไม่รบกวนเลยครับนายน้อย ถ้านายน้อยต้องการ...."

"ฉันบอกว่าไม่เป็นไรจริงๆ"หลินเทียนเห็นว่าหลินข่ายยังคงกล่าวเพื่อประจบเขาก็ได้ทำตาแข็งใส่

" เอ่อ...ครับนายน้อย"เห็นนัยตาแข็งของหลินเทียนหลินข่ายก็ได้พยักหน้าเข้าใจ

หลินเทียนเดินไปนั่งบนโซฟาจากนั้นก็เธอชาที่อยู่บนโต๊ะมาดื่ม "หลินข่ายคุณช่วยเล่าการทำงานคร่าวๆของบริษัทนี้ได้หรือไม่"

"ได้เลยครับนายน้อย บริษัทนี้เป็นบริษัทในเครือของตระกูลหลิน มีชื่อว่าบริษัทพาวเวอร์ บริษัทจะทำงานเกี่ยวกับการขนส่งเป็นส่วนใหญ่และ....."

หลินข่ายได้เล่าเกี่ยวกับการทำงานของบริษัทพาวเวอร์ให้กับหลินเทียนฟังอย่างละเอียด ในขณะที่หลินเทียนก็รับฟังหลินข่ายอย่างตั้งใจ

เวลาผ่านไปครึ่งชั่วโมง หลินข่ายก็ได้อธิบายเกี่ยวกับการทำงานของบริษัทและโครงสร้างต่างๆของบริษัทให้กับหลินเทียนจนหมด

"นายมีสิ่งใดไม่เข้าใจสามารถถามผมได้เลยน่ะครับ"

"เดี๋ยวผมจะสั่งให้คนจัดห้องทำงานให้กับนายน้อย อย่างเร็วที่สุดพรุ่งนี้นายน้อยก็สามารถมาเรียนรู้งานได้เลยครับ"

"อืม ขอบใจมาก งั้นไว้ฉันจะมาใหม่พรุ่งนี้"

"นายน้อยให้ผมไปส่งไหมครับ"

"ไม่เป็นไร นายตั้งใจทำงานเถอะ"

"ครับนายน้อย"

หลินเทียนเดินออกมาจากบริษัทภายใต้แววตาสงสัยของพนักงานในบริษัท

หลินเทียนเดินพ้นออกมาจากประตู และหันมาถามคำถามกับยามวัยกลางคนที่ไม่ให้เขาเข้ามาในบริษัท "นายรู้จักร้ายขายรถยนต์ไหม"

"น..นายน้อย รู้จักๆครับ ถ...ถัดจากบริษัทเรามีบริษัทรถยนต์เพิ่งเปิดขายครับ" ยามวัยกลางคนตอบออกมาด้วยเสียงที่ไม่ค่อยปกติ

"อ้อ ขอบใจมาก"

หลินเทียนกล่าวขอบคุณยามวัยกลางคนและเดินจากไป

"เห้อ...ไปได้สักที "ยามวัยกลางคนยกมือตัวเองจากนั้นก็ปาดเหงื่อบนหน้าผากออก

..........

หลินเทียนเดินมาตามคำบอกของยามวัยกลางคน เขาพบกับร้านขายรถยนต์ที่มีชื่อว่า car care

หลินเทียนเดินเข้าไปภายในร้านจากนั้นก็เดินไปในโซนที่กำลังโชว์รถยนต์

หลินเทียนเดินดูรถยนต์ที่ตั้งโชว์ด้วยความตั้งใจ เขามองดูรถพวกนี้และคิดภายในใจ 'รถพวกนี้ไม่คุณภาพเลย' หลินเทียนเดินไปดูรถทีละคันจากนั้นเขาก็ส่ายหัว

เมื่อพนักงานขายรถเห็นการกระทำของหลินเทียนพวกเขาก็คิดว่าหลินเทียนไม่มีเงินที่จะซื้อรถเขาก็เลยส่ายหัวออกมา

"เสี่ยวหยาน เธอไปให้คำแนะนำกับผู้ชายคนนั้นหน่อย" พนักงานขายรถหญิงที่ดูเหมือนจะเป็นหัวหน้าสั่งให้ลูกน้องให้ไปให้คำแนะนำให้กับหลินเทียน

"ได้ค่ะ หัวหน้า" เสี่ยวหยานตอบรับคำสั่งด้วยความเต็มใจ จากนั้นก็เดินไปทางหลินเทียน

“ไม่ทราบว่าคุณผู้ชายต้องรถแบบไหนค่ะ”

หลินเทียนกำลังเลือกรถเพลินๆอยู่จู่ๆเขาก็ได้ยินเสียงหญิงสาวดังขึ้นมาข้างๆหู “ผมต้องรถที่แพงที่สุดของร้านนี้ครับ”หลังจากที่หลินเทียนตรวจดูรถทั้งหมดในร้านก็ไม่มีคันไหนที่เขาสนใจเลย

หลินเทียนเลยคิดว่าจะซื้อรถที่แพงที่สุดภายในร้านและขับไปก่อนจากนั้นค่อยสั่งให้คนที่บ้านส่งรถของเขาที่อยู่ในโรงรถมา

“คุณผู้ชายเชิญทางนี้เลยค่ะ” ทีแรกเสี่ยวหยานก็ตกใจเล็กน้อยที่หลินเทียนบอกว่าต้องการรถที่แพงที่สุดภายในร้านแต่ด้วยความที่เธอมีสปิริตในการทำงาน เธอได้พาหลินเทียนไปยังรถที่เพิ่งมาถึงร้านและเป็นรถที่เเพงที่สุดภายในร้าน

ตอนก่อน

จบบทที่ ซื้อรถ

ตอนถัดไป