ปรับแต่งวิชาบ่มเพาะ
หลินเทียนมองไปยังหนิงเหยียนด้วยความชื่นชม มันไม่ง่ายเลยที่จะสามารถฝึกวิชาที่บกพร่องนี้มาถึงระดับนี้ได้"เพียงแต่ว่าถ้าเกิดเจ้ารั้งที่ฝึกวิชาบ่มเพาะนี้ต่อละก็ความหวังในการก้าวหน้าของเจ้าก็จะเท่ากับศูนย์"
"นายน้อยพอจะมีวิธีช่วยข้าน้อยได้หรือไม่ขอรับ"หนิงเหยียนกล่าวถามอย่างกังวลหลังจากที่ได้ยินคำพูดของหลินเทียน
ถ้าเกิดว่าต้องเปลี่ยนวิชาบ่มเพาะไปบ่มเพาะวิชาอื่นละก็ถ้างั้นเขาก็คงจะต้องผิดคำสัญญากับตัวเองที่ว่าจะไม่ไปบ่มเพาะวิชาอื่นและจะบ่มเพาะเพียงวิชา'เปลวไฟหวนคืน'นี้เท่านั้นไปจนกว่าตัวเองจะตายไป
หนิงเหยียนเป็นคนที่ยึดมั่นในสัญญาเป็นอย่างมากไม่ว่าจะเป็นคำสัญญากับตัวเองหรือคำสัญญากับคนอื่น เขาไม่อยากที่เสียปณิธานของตัวเองไปเพียงเพราะเรื่องนี้
หลินเทียนสังเกตุเห็นท่าทางที่เป็นกังวลของหนิงเหยียนเขาก็แสดงสีหน้าสงบออกมา หลังจากนั้นเขาก็กล่าวขึ้นมาอย่างราบเรียบว่า"ไม่ใช่ว่ามันจะไม่มีวิธีที่จะช่วยเจ้า"
"หืม!"
"นายน้อยท่านมีวิธีที่จะช่วยข้าอย่างนั้นหรือครับ" หนิงเหยียนมองเห็นแสงแห่งความหวัง เขากล่าวถามออกมาด้วยความตื่นเต้น เขาเกือบลืมไปเลยว่าหลินเทียนนั้นเป็นใคร
ตัวตนเช่นหลินเทียนจะต้องสามารถข่วยเขาได้อย่างแน่นอน!
"วิธีที่สามารถช่วยเจ้าได้นั้นข้าดูแล้วมีสองวิธี"หลินเทียนเอ่ยออกมาจากนั้นก็กล่าวต่อ"วิธีแรกนั้นก็คือเปลี่ยนวิชาบ่มเพาะ วิธีที่สองคือการปรับแต่งวิชาบ่มเพาะ'เปลวไฟหวนคืน'ให้มันสมบูรณ์"
"จากการแสดงออกของเจ้าดูเหมือนจะไม่ต้องการใช้วิธีเเรก "
"งั้นคงเหลือวิธีทีาสอง"หลินเทียนกล่าวออกมาด้วยสีหน้าที่ราบเรียบเช่นเคย ตลอดการพูดของเขายังคงแสดงสีหน้าที่เรียบสงบเช่นเคย
"นายน้อยพูดจริงหรือครับ!!"หนิงเหยียนผุดขึ้นมาจากที่นั่งด้วยความตื่นเต้น นี่เขามีความหวังในเส้นทางการบ่มเพาะอีกครั้งงั้นหรอ ตัวเขาจะสามารถก้าวหน้าขึ้นได้อีกครั้ง?!!
ว่าแล้วการติดตามท่านเทพจะต้องให้ประโยชน์กับตัวข้า!!
หลินเทียนมองหนิงเหยียนปราดหนึ่งและไม่ได้ตอบโต้อะไรออกไป จากนั้นเขาก็ได้หลับตาลงเข้าไปในห้วงสมาธิของตัวเอง
ภายในห้วงสมาธิของหลินเทียนปรากฏตัวอักษรลอยตัวอยู่กลางอากาศอย่างเนืองแน่นเต็มไปด้วยกลิ่นอายที่แสนศักดิ์สิทธิ์และไม่ธรรมดา
ตัวอักษรเหล่านั้นเป็นวิธีการบ่มเพาะของวิชา'เปลวไฟหวนคืน' ในเวลานี้หลินเทียนได้ทำการเรียบเรียงวิชา'เปลวไฟหวนคืน'ให้อยู่ในรูปตัวอักษรภายในจิตใจของตัวเอง
'นี่เป็นการปรับแต่งวิชาบ่มเพาะครั้งแรกของข้าหลังจากที่มาถึงโลกใบนี้ มาดูกันว่าข้าจะใช้เวลานานแค่ไหนกัน และผลลัพธ์จะออกมาในรูปแบบใด'
หลินเทียนเริ่มที่จะปรับแต่งวิชาบ่มเพาะ'เปลวไฟหวนคืน'เขาเอาความเข้าใจระดับเทพของตัวเองมาปรับแต่งใส่เข้าไปในวิชาบ่มเพาะนี้ ตัวอักษรต่างๆพากันเวียนว่ายอยู่ภายในจิตใจของเขา บางตัวค่อยไปสบายหายไป ในขณะที่บางตัวก็ค่อยๆปรากฏตัวออกมา
ภายนอกห้วงสมาธิ
หนิงเหยียนเห็นว่าหลินเทียนหลับตาทำสมาธิเขาก็ไม่ได้เข้าไปรบกวนอีกฝ่าย และกำลังเฝ้ามองอย่างจริงจัง เขาใช้สัมผัสเซียนของเขาสำรวจว่ามีคนอยู่โดยรอบหรือไม่เพื่อที่จะไม่ให้ไปรบกวนหลินเทียน
..........
ใช้เวลาประมาณ5นาที
หลินเทียนได้ลืมตาขึ้นมาอย่างช้าๆราวกับฟ้าใหม่เพิ่งเปิดม่าน ดวงตาสีทองที่ค่อยเปิดออกมาเผยบรรยากาศที่ยากยากเกินจะอธิบาย ภายในแววตาขณะนี้ปรากฏแสงแห่งปัญญาประปราย 'ใช้เวลาไปประมาณ5นาที วิชาบ่มเพาะนี้จะเเข็งแกร่งขนาดไหนกันนะ'
หลินเทียนจ้องมองหนิงเหยียนจากนั้นก็กล่าวว่า"ยื่นหัวของเจ้ามานี่"
เมื่อได้ยินคำสั่งของหลินเทียน หนิงเหยียนไม่รอช้าเขารีบยื่นหัวไปทางหลินเทียนทันที
หลินเทียนยื่นมือไปที่หัวของหนิงเหยียน จากนั้นปรากฏแสงสีทองออกมาจากมือของเขาและพุ่งเข้าไปในหัวสมองของหนิงเหยียนราวกับแสงของเลเซอร์
รับรู้ถึงสิ่งที่แปลกปลอมเข้ามาในหัวของตัวเองตอนแรกหนิงเหยียนพยายามที่จะต่อต้านและจะขจัดมันทิ้ง แต่ทว่าเขาได้ยินเสียงของหลินเทียนดังขึ้นมาซะก่อน"อย่าต่อต้านและพยายามซึมซับมันซะ! สิ่งนี้นับเป็นโชควาสนาของเจ้า!"
หนิงเหยียนได้ยินคำพูดของหลินเทียนเขาไม่คิดที่ต่อต้านสิ่งที่เข้าในสมองต่อไป เขาเริ่มที่จะดูดซับแสงสีทองภายในสมองอย่างช้าๆด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวัง
เพียงแต่ว่าหลังจากที่เขาซึมซับแสงสีภายในสมองเพียงแค่นิดเดียว สมองของเขาราวกับว่ามีเข็มนับหมื่นมาทิ่มแทงก็มิปาน
"อ๊ากกก!!!"
หนิงเหยียนคำรามออกมาด้วยความเจ็บปวด เขาพยายามที่จะหยุดดูดซับแสงสีทองภายในสมอง
"ถ้าเพียงแค่นี้เจ้ายังอดทนไม่ได้ หนทางข้างหน้าของเจ้าก็ไม่มีอะไรให้ต้องพูดถึง" หลินเทียนเห็นท่าทางเจ็บปวดของหนิงเหยียนเขากล่าวออกมาด้วยสีหน้าสงบ ขณะเดียวกันเขาก็ลอบคิดกับตัวเองภายในใจ 'ว่าแล้ววิชาที่ข้าปรับแต่งมันจะต้องไม่ธรรมดา'
หนิงเหยียนได้อย่างนั้นเขาไม่คิดที่จะยอมแพ้และพยายามดูดซับแสงสีทองภายในสมองต่อไป
"อ๊ากกกก!!!"
เสียงคำรามของหนิงเหยียนดังสนั่นภายในห้องวีไอพี โชคดีที่หลินเทียนได้ป้องกันเสียงไม่ให้มันออกไปด้านนอกไม่อย่างนั้นคนที่อยูด้านคงจะตื่นตระหนกแน่
เวลาดำเนินผ่านไป5นาที
หนิงเหยียนทำการดูดซับแสงสีทองภายในสมองไปจนหมด ตอนนี้สภาพเนื้อตัวของหนิงเหยียนเต็มไปด้วยเหงื่อ เสื้อผ้าและผมเผ้าของเขายุ่งเหยิงกระเซอะกระเซิง
ตอนนี้เขากำลังนอนหงายอยู่บนพื้นภายในห้องวีไอพีราวกัยผ่านสมรภูมิที่แสนอันตรายมา
เวลาผ่านไปสักพักหนิงเหยียนก็ได้ลุกขึ้นมาจากนั้นก็กล่าวกับหลินเทียน"นายน้อยวิชาบ่มเพาะนี้มันช่างแข็งแกร่งจริงๆ! นี่เป็นวิชาบ่มเพาะที่ปรับแต่งจาก'เปลวไฟหวนคืน'จริงๆหรือครับ"
ในตอนนี้ภายในหัวของหนิงเหยียนเขาสามารถรับรู้ได้ถึงวิชาที่น่าเกรงขามและน่าสะพรึงกลัวกำลังจำศิลอยู่ เมื่อใดที่เขาใช้งานมันเขาคาดว่าน่าจะเกิดเหตุการณ์นี่ครั่นคร้ามขึ้นอย่างแน่นอน!
"ใช่แล้วมันเป็นวิชาบ่มเพาะที่ข้าปรับแต่งจากวิชาบ่มเพาะ'เปลวไฟหวนคืน' "หลินเทียนพยักหน้าเบาๆ
"นายน้อยครับแล้วตอนนี้ผมควรจะเรียกวิชาบ่มเพาะนี้ว่าอะไรครับ เป็น'เปลวไฟหวนคืน'เหมือนเมื่อก่อนหรือเปล่าครับ"
เนื่องจากว่ามันเป็นวิชาที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิงหนิงเหยียนไม่รู้ว่าควรจะเรียกมันเช่นเดิมหรือไม่
หลินเทียนพิจารณาคำพูดของหนิงเหยียนและกล่าวออกมา"ถึงแม้ว่าเดิมทีวิชานี้จะเป็นวิชาเปลวไฟหวนคืน แต่เนื่องจากว่ามันได้รับการปรับแต่งขึ้นมาใหม่ดังนั้นก็ควรที่จะให้ชื่อใหม่กับมัน"
"นายน้อยควรจะเรียกวิชานี้ว่าอะไรดีครับ"หนิงเหยียนกล่าวถามออกมาในขณะที่ลุกขึ้นยืน
"วิชานี้เป็นวิชาที่ปรับแต่งมาจากวิชา'เปลวไฟหวนคืน'เพื่อที่จะไม่ให้ลืมต้นกำเนิด ฉะนั้นควรเรียกมันว่า..."
"เพลิงศักดิ์สิทธิ์หวนคืน!"
ทันทีที่สิ้นเสียงคำกล่าวของหลินเทียน บนทองฟ้าเหนือภัตตาคารอาชั้นฟ้า ปรากฏเมฆดำรวมตัวกันขึ้นมา และภายในเมฆดำนั้นปรากฏสายฟ้าสีม่วงขึ้นประปราย
ครืนๆ
เปรี้ยงๆ!!
เปรี้ยงๆ!!
หลินเทียนมองขึ้นไปข้างบนและทะลุไปยังบนท้องฟ้า หนิงเหยียนก็มองตามขึ้นไปข้างบนตามหลินเทียนเช่นกัน
“น…นี่..นี่มัน ทัณฑ์สวรรค์!!! ทำไมมันถึงปรากฎขึ้นมาได้!!!”
หลินเทียนมองไปยังทัณฑ์สวรรค์ที่อยู่บนท้องฟ้าไม่นานเขาก็เผยรอยยิ้มที่เต็มไปด้วยความพึงพอใจออกมา