เปลวไฟกลืนกิน
หลินเทียนมองท่าทีวิตกของสองพ่อลูกจากนั้นก็ยิ้มเล็กน้อย ในขณะเดียวกันเขาก็ได้หันหน้าไปยังทิศทางหนึ่งและเปล่งเสียงเบาๆ "มานี่"
หลินเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่แผ่วเบาท่ามกลางอากาศที่ว่างเปล่า และในขณะเดียวกันนั้นเอง จู่ๆท่ากลางอากาศที่ว่างเปล่าก็ได้ปรากฏร่างของคนๆหนึ่งขึ้นมา
"นายน้อยมีอะไรครับ?"หนิงเหยียนโผล่ขึ้นมาจากอากาศที่ว่าวเปล่าบนท้องฟ้า เขาประสานมือจากนั้นก็กล่าวถามออกมา
หลินเทียนมองไปที่หนิงเหยียนจากนั้นก็หันกลับไปมองที่ทิศทางที่สองพ่อลูกตระกูลฉางอยู่ เขากล่าวเบาๆ"ฆ่าพวกเขาซะ!"
หนิงเหยียนมองตามสายตาของหลินเทียนจากนั้นก็ขานรับเบาๆ"ครับ"
ถึงแม้จะเเปลกใจเล็กน้อยที่หลินเทียนให้เขาสังหารพ่อลูกตระกูลฉาง แต่เขาไม่ได้ตั้งข้อสงสัยอะไรในตัวหลินเทียน
ในเมื่อนายน้อยสั่งเขาฆ่าเขาก็จำเป็นต้องฆ่า!!
ทางด้านสองพ่อลูกตอนนี้ หลังจากเวลาผ่านไปสักพักอาการตกตะลึงและวิตกของพวกเขาทั้งสองก็ได้จางหายไป ตอนนี้นามของหลินเทียนนับว่าเป็นสิ่งต้องห้ามสำหรับพวกเขาเรียบร้อยแล้ว!!
"ต่อจากนี้ไปห้ามไปทำอะไรที่มันเกี่ยวข้องกับหลินเทียนอีก"ฉางอันมองไปที่ลูกชายตัวเองและกล่าวออกมา"อ้อ ความแค้นของแกก็ควรที่จะดับมันซะ ไม่อย่างนั้นในอนาคตอาจเป็นปัญหาก็ได้"
"ผมทราบแล้วพ่อ "ฉางเหวินตอบ ถึงแม้ว่าพ่อของเขาจะไม่ห้าม เขาก็ไม่กล้าที่จะทำอะไรสุ่มเสี่ยงเกี่ยวกับหลินเทียนอีก ถ้าเขาไม่พละกำลังมากพอเขาก็ไม่กล้าที่จะไปยั่วยุหลินเทียนอีก
"แต่ว่าพ่อ เงิน1พันล้านที่จ่ายมันไปจะไม่เป็นปัญหาอย่างงั้นหรอ ถ้าพวกคนในตระกูลรู้เรื่องพวกเขาคงมาหาเรื่องเราแน่!"
"เรื่องนี้แกไม่ต้องเป็นห่วงตอนนี้ฉันได้คิดเกี่ยวกับเรื่องนี้ไว้แล้ว สิ่งที่ฉันกังวลตอนนี้ก็คือแผนของฉันนั้นจะสามารถปิดบังพวกนั้นได้นานแค่ไหน"ฉางอันกุมศรีษะกล่าวออกมา ถ้าเกิดว่าเรื่องที่เขาเอาเงินจำนวนมหาศาลนี้ออกมาเขาอาจต้องถูกสอบสวนจากคนในตระกูลและเหล่าผู้ถือหุ้นเป็นแน่ แต่มันก็ช่วยไม่ได้เพื่อชีวิตของตัวเองและลูกชายเขาจำเป็นที่จะต้องทำ
ในระหว่างที่เขากำลังคิดอะไรอยู่นั้น เสียงกรีดร้องของฉางเหวินก็ได้ดังขึ้นมาอย่างกระทันหัน!!
"อ๊ากกก!!! พ่อ!!!ช่วยด้วย!!!"
ด้วยความตกใจฉางอันหันมองไปที่ลูกชายตัวเอง เมื่อเห็นสภาพของลูกชายตอนนี้ตัวเขาถึงกับเกร็งขึ้นมาทันที!!
"อ๊าก!!"ร่างกายของฉางเหวินตอนนี้ถูกปกคลุมไปด้วยเปลวเพลิงสีแดงฉานราวกับไฟนรก ตัวของฉางเหวินตอนนี้ลงไปดิ้นกัยพื้นด้วยความทรมาน!
ทางด้านฉาวอันตอนนี้เขากำลัวเกร็งและสับสนมึนงงอยู่ เขาไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆลูกชายของตัวเองถึงมีเปลวไฟปะทุออกมา ในตอนนี้สมองของเขาแล่นด้วยความรวดเร็ว และตอนนี้เขาก็นึกร่างไปของคนๆหนึ่งขึ้นมาได้
"หลินเทียน!!!!"
ฟุบ!!!
หลังจากตะโกนเรียกชื่อหลินเทียนจบ เปลวไฟก็ได้ลุกท่วมร่างของฉางอันทันที!!
ในเวลานี้ทั้งสองพ่อลูกต่างก็ได้ถูกเปลวไฟกลืนกินร่างกายด้วยกันทั้งคู่!!!
......
บนภูเขาในถ้ำแห่งหนึ่ง
หลินเทียนยกยิ้มและกล่าว "ผมบอกว่าผมจะไม่ฆ่าพวกคุณ ไม่ได้หมายความว่าจะไม่สั่งคนอื่นให้ฆ่าพวกคุณ"
หลินเทียนเลิกสนใจเรื่องของสองพ่อลูกถึงอย่างไรตอนนี้พวกเขาทั้งสองก็ได้กลายเป็นธุลีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
เขานำคัมภีร์ของตระกูลเซียงออกมา จากนั้นก็เริ่มอ่านมันทีละเล่ม สิ่งที่หลินเทียนต้องการจะเรียนรู้ไม่ใช่คำภีร์ของคนตระกูลเซียง
แต่ว่าเขากำลังจะเรียนรู้พลังชะตาฟ้าดินในคำภีร์พวกนี้ต่างหาก เขาไม่คิดเลยว่าคำภีร์ระดับต่ำพวกนี้จะแฝงไว้ด้วยความเข้าใจเกี่ยวกับพลังชะตาฟ้าดิน ถ้าคำภีร์พวกนี้อยู่ในโลกแห่งการบ่มเพาะเขารับรองได้เลยจะเกิดการแย่งชิงครั้งใหญ่เป็นแน่
พลังชะตาฟ้าดินถ้าเกิดสามารถครอบครองมันได้ก็จะทำให้สามารถต่อกรกับสวรรค์ได้เลย
หลินเทียนหลับตาลงและทำการวิเคราะห์และเรียนรู้พลังชะตาฟ้าดินภายในคำภีร์พวกนี้ จนลืมเลือนกาลเวลา
ในตอนนี้ตระกูลฉางกำลังสับสนวุ่นวายเนื่องจากการหายตัวไปอย่างกระทันหันของผู้นำตระกูลฉางและทายาทของเขา
ตอนนี้คนของตระกูลฉางได้ทำการแจ้งเรื่องไปยังตำรวจ พวกเขาสงสัยว่าสองพ่อลูกอาจถูกลักพาตัวก็เป็น โดยไม่รู้เลยว่าสองพ่อลูกตอนนี้ได้กลายเป็นธุลีเป็นที่เรียบร้อยแล้ว
ตอนนี้คนที่ต้องตกเป็นผู้สงสัยคงไม่พ้นเซียวอยูซวนของตระกูลเซียว เนื่องจากว่าเซียวอยูซวนมีความขัดแย้งทางธุรกิจกับตระกูลฉาง ตำรวจสันนิษฐานว่าเธออาจทำการกำจัดคู่แข่งทางธุรกิจของตัวเองก็เป็นได้
ตระกูลเซียว
เซียวอยูซวนตอนนี้เธอกำลังคุยโทรศัพท์อยู่ในห้องนั่งเล่น เมื่อเธอได้ยินข่าวจากคนในโทรศัพท์ เธอก็แสดงความตกใจออกมา"อะไรน่ะ!! หัวหน้าตระกูลฉางกับฉางเหวินหายตัวไปยังงั้นหรอ?!!"
"ใช่ครับคุณหนู ตอนนี้ทางด้านตำรวจสงสัยว่าที่พวกเขาหายตัวไปอาจเป็นฝีมือของคุณหนูครับ"เสียงปลายสายดังออกมา
"ฝีมือของฉันอย่างงั้นหรอ?! ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลย นี่มันกล่าวหากันชัดๆ!"เซียวอยูซวนโพล่งออกมา
"คุณหนูใจเย็นๆก่อนครับ เนื่องจากว่าตอนนี้คุณหนูมีความขัดแข้งทางธุรกิจกับตระกูลฉางเป็นธรรมดาที่ตำรวจจะสงสัยคุณหนูครับ"
"ถึงอย่างไรตอนนี้ก็ยังไม่มีหลักญาณชัดเจนคุณหนูอย่าได้กังวลครับ"
เซียวอยูซวนถอนหายใจบงจากนั้นกล่าว "เอาละฉันเข้าใจแล้ว ขอบใจมากที่บอก" พูดจบเธอก็ได้วางสายลง
ในตอนนี้ซูเหม่ยก็ได้เข้ามาเห็นท่าทางที่ไม่สบอารมณ์ของลูกสาว เธอได้เอ่ยถามออกมาอย่างเป็นห่วง"ซวนเออร์ เกิดอะไรขึ้นอย่างนั้นหรอ ทำไมถึงทำหน้าแบบนั้น"
เซียวอยูซวนมองไปที่แม่ของเธอจากนั้นก็ตอบ"แม่ ผู้นำตระกูลฉางกับลูกขายของเขาหายตัวไป!"
ซูเหม่ยได้ยินคำพูดของลูกสาวก็ตกใจเล็กน้อย จากนั้นก็ถาม "พวกเขาหายตัวไปอย่างนั้นหรอ? หายไปได้อย่างไร? จะว่าไปถึงแม้พวกเขาจะหายตัวไปมันก็ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับเรานหนิทำไมลูกถึงทำหน้าแบบนั้นละ?" เธอถามออกมาด้วยความสงสัย ในเมื่อคนของตระฉางหายตัวไปทำไมลูกสาวของตัวเองถึงต้องทำหน้าเคร่งเครียดไม่สบอารมณ์ด้วย
"ถ้ามันเป็นแบบนั้นก็ดีสิ แต่ว่าตอนนี้หนูถูกเป็นผู้สงสัยที่ทำให้พวกเขาทั้งสองคนหายตัวไป"
"อะไรน่ะ!! นี่มันเกิดอะไรขึ้น?!!"ซูเหม่ยแสดงท่าทางตื่นตระหนกออกมาหลังจากได้ยินคำพูดของลูกสาว