เจตนาดาบที่น่าสะพรึงกลัว

“สาวน้อย ข้าไม่อยากทรมานเจ้า รีบบอกมา!”


“แล้วเทพเซียนร้อยเล่ห์ที่อยู่เบื้องหลังนางอยู่ที่ใด?” หลี่หยูกล่าว


“ฮิฮิ ปรากฏว่าเจ้ากำลังมองหาความตายอยู่จริงๆ!” ซูอี้หลิงเยาะเย้ย


“ข้าไม่รู้ว่าข้าจะตายหรือไม่ แต่ข้ารู้ว่าถ้าเจ้ายังปากแข็งไม่พูดอยู่อีกละก็ เจ้าจะต้องเผชิญกับความตายในไม่ช้า!” หลังจากที่หลี่หยูพึ่งกล่าวจบ


"จริงหรือ?" มีเสียงดังมาจากไกลๆ


ชายผมสีเงินถือดาบหนักเดินออกจากวังทะเลสายหยกทีละก้าว


"อะไร? มีผู้ชายในวังทะเลสาบหยกหรือ?”


“ให้ตายเถอะ แล้วเต๋าแห่งความโหดเหี้ยมล่ะ? เป็นเรื่องโกหกอย่างงั้นหรือ?”


“ความรักของข้าหลุดลอยไปแล้ว!” สาวกของนิกายใต้พิภพสวรรค์เต็มไปด้วยความรู้สึกขมขื่นเมื่อจ้องมองไปที่เฉินเต้าหมิง


ความอิจฉาริษยาและความหึงหวงเผยออกมาจากแววตาของพวกเขาจนแทบจะฆ่าเฉินเต้าหมิงได้


มุมปากของเฉินเต้าหมิงยกขึ้นเล็กน้อย เขาลูบผมสีเงินด้วยท่าทางหยิ่งผยองก่อนจะกล่าว “ทำได้แค่รังแกผู้หญิง! ปล่อยนางไป ถ้ากล้าก็เข้ามาหาข้า!”


“เจ้าผมแดง มองไปทางไหน? เจ้านั่นแหละ! ไอผมแดงที่สารรูปราวกับนกฟลามิงโก ไม่ละอายใจหรือไงที่โจมตีผู้หญิง?” เฉินเต้าหมิงชี้ไปที่หลี่หยูพลางกล่าว


"เจ้า! ตายซะ!" หลี่หยูกัดฟันก่อนจะพุ่งไปที่เฉินเต้าหมิง


หลังจากนั้น เสียงการปะทะของทั้งสองคนก็ดังขึ้น


“ติ๊ง ตูม…” เสียงโลหะกระทบกันดังอยู่ตลอดเวลา เสียงระเบิดที่น่าสะพรึงกลัวทำให้ผู้ฝึกตนที่อยู่ใกล้ๆได้รับบาดเจ็บสาหัสจากผลที่ตามมา


ยิ่งนานไป การต่อสู้ก็ยิ่งเข้มข้น หลี่หยูถูกเฉินเต้าหมิงกดดันจนไม่อาจที่จะตอบโต้กลับ


“นี่…..เป็นไปได้ยังไงกัน!”


“ร่างกายของเขาทำมาจากอะไร? มันแข็งกว่าอาวุธวิญญาณระดับกลางซะอีก!”


"บัดซบ!"


“ข้ามาเจอกับสัตว์ประหลาดเช่นนี้ได้อย่างไร? จะฆ่าเขายังไงดี เป็นปัญหาซะแล้ว!” หลี่หยูกล่าวด้วยสีหน้าขมขื่น


“บูม…” หลังจากเสียงนี้ดังขึ้น ทั้งสองก็ถูกพลักแยกออกจากกัน


หลี่หยูถูกกระแทกปลิวไปอย่างแรงจนต้องใช้ความพยายามอย่างมากในการทำให้ร่างของเขากลับมามั่นคง


“อึก…” เขากระอักเลือดออกมาคำหนึ่งก่อนจะมองไปที่เฉินเต้าหมิงด้วยความกลัว


“หืม ถ้าเจ้ามีความแข็งแกร่งเพียงแค่นี้ เจ้าก็ไม่มีทางชนะข้าได้หรอก มันมีแต่จะเสียเวลาเปล่าๆ!” เฉินเต้าหมิงถอนหายใจออกมาเงียบๆแล้วจ้องไปที่หลี่หยูอย่างเยาะเย้ย


“บูม … ” เฉินเต้าหมิงเตะขาขวากระแทกอากาศอย่างแรง


เพียงก้าวเดียว เขาก็มายืนอยู่เบื้องหน้าหลี่หยูแล้ว “ในเมื่อเจ้าไม่เต็มใจที่จะใช้พลังทั้งหมด งั้นก็ตายไปซะ!”


หลังจากกล่าวจบ เฉินเต้าหมิงก็ยกเท้าขึ้นแล้วกำลังจะกระทืบเท้าใส่หลี่หยู


“นายท่าน ช่วยข้าด้วย!” เมื่อเห็นฉากนี้หลี่หยูก็หวาดกลัวมากจนตะโกนเสียงดัง


"หยุด!" ร่างหนึ่งพุ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วพร้อมกับตะโกนเสียงดัง


เพียงพริบตาเดียวเขาก็มายืนอยู่ต่อหน้าเฉินเต้าหมิง


ร่างของชายคนนี้สูงสองเมตร กล้ามเนื้อของเขาแข็งแกร่งอย่างน่าเกรงขาม ร่างกายของเขาเต็มไปด้วยรัศมีแห่งการทำลายล้าง


ชายคนนี้สวมหน้ากากปิดหน้าไว้เพื่อไม่ให้ผู้คนสามารถมองเห็นหน้าตาของเขาได้ เขาเหลือบมองไปที่หลี่หยูก่อนจะกล่าวเสียงเย็น “หือ ตัวไร้ประโยชน์!”


จากนั้นชายสวมหน้ากากก็จ้องไปที่เฉินเต้าหมิงอย่างระมัดระวัง


เมื่อเห็นว่าเฉินเต้าหมิงอยู่ในขอบเขตสัมผัสแห่งความว่างเปล่าขั้นต้น ชายสวมหน้ากากก็กล่าวออกมาอย่างเยาะเย้ย


“หลัวหลิวหยาน กลายเป็นว่าเจ้าเป็นแค่ผู้หญิงเลวนางหนึ่ง หาคนรักได้ก็ไม่ดีเท่าข้า แต่กลับแสร้งทำเป็นมีเกียรติ!”


ชายสวมหน้ากากพึมพำกับตัวเองแล้วส่ายหัวไปมา “วันนี้ ดูสิว่าข้าฆ่าคนรักของเจ้ายังไง!”


เมื่อคิดมาถึงตรงนี้ ชายสวมหน้ากากก็ยกมุมปากขึ้นพลางกล่าว “ไอ้หนู ปล่อยเขาไป!”


“โอ้ แล้วถ้าข้าไม่ปล่อยล่ะ” เฉินเต้าหมิงกล่าว


“ถ้าอย่างนั้นเจ้าก็จะตาย!” ชายสวมหน้ากากกล่าว


"จริงหรือ?" หลังจากกล่าวจบ เฉินเต้าหมิงก็ยกเท้าขึ้นและกระทืบเท้าลงไปที่หลี่หยูอย่างรุนแรง


"ม่ายยย!"


“เจ้ากล้า!” มีสองเสียงตะโกนขึ้นพร้อมกัน


“โพล๊ะ … ” กะโหลกของหลี่หยูแตกออก ของเหลวสีแดงกระจัดกระจายออกไปอย่างน่ากลัว


เงียบ


รอบๆกลายเป็นเงียบสนิท


ทุกคนจ้องไปที่ฉากนี้อย่างว่างเปล่าและไม่อยากจะเชื่อ


ผู้นำนิกายระดับเจ็ดถูกกระทืบตาย? แถมยังไม่สามารถต่อต้านได้เลยแม้แต่นิดเดียว?


สาวกของนิกายเทพอัคคีกลัวมาก เมื่อผู้นำนิกายยังคงอยู่ นิกายเทพอัคคีนั้นจะเป็นนิกายระดับหก


มาตอนนี้ ผู้นำนิกายนิกายเทพอัคคีตายแล้ว นิกายจะต้องตกไปเป็นนิกายระดับเจ็ด


ในเหล่าสาวกจากทั่วทั้งนิกาย ใครจะเป็นคู่ต่อสู้ของชายผู้นี้ได้บ้าง?


จะทำอย่างไร?


ขาของหลายคนสั่นสะท้าน


หนี? ยังจะหนีได้อีกหรือ?


ชายสวมหน้ากากมองไปที่เฉินเต้าหมิงด้วยความโกรธ เขาชี้ไปที่เฉินเต้าหมิงพร้อมกับกล่าวด้วยความโกรธ “ดี ดีมาก! ในเมื่อเจ้าอยากตายมากนัก ข้าก็จะช่วยเจ้า!”


หลังจากกล่าวจบ ชายสวมหน้ากากก็รีบพุ่งเข้าหาเฉินเต้าหมิง ทั้งสองคนเริ่มต่อสู้กันอย่างดุเดือด


“ติ๊ง … ” เสียงปะทะกันของโลหะดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง


ทั้งคู่ไม่ได้ใช้อาวุธ แต่อาศัยแค่ความแข็งแกร่งของร่างกายเท่านั้น ร่างกายของพวกเขาแข็งแกร่งยิ่งกว่าอาวุธวิญญาณซะอีก


ผู้ชมรอบๆมองฉากที่เกิดขึ้นนี้อย่างตกตะลึง


“บูม … ” มีเสียงดังขึ้นมาก่อนที่พวกเขาจะแยกออกจากกัน คนสองคนมองหน้ากัน


“ให้ตายสิ เขามีร่างกายที่แข็งแรงกว่าข้าได้ยังไง?” มือขวาของชายสวมหน้ากากสั่นเทา ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความไม่เชื่อ


สิ่งที่ข้าฝึกฝนคือวิธีการฝึกฝนร่างกายที่แข็งแกร่งที่สุดในวิหารเทพ


อาศัยเพียงแค่ร่างกาย ข้าก็สามารถทำลายอาวุธวิญญาณระดับกลางได้ด้วยมือเปล่า แม้จะต้องเผชิญหน้ากับผู้ฝึกตนขอบเขตมหายานขั้นสมบูรณ์ ข้าก็สามารถฆ่าเขาได้ด้วยมือเปล่า


ในตอนนี้ เมื่อเผชิญหน้ากับเด็กเหลือขอที่อยู่ในขอบเขตสัมผัสแห่งความว่างเปล่าขั้นต้น เขากลับไม่มีพลังแม้แต่จะสู้กลับ? เป็นไปได้อย่างไร?


“เจ็บหรือ? ความเจ็บปวดเป็นตัวพิสูจน์ว่าเจ้ายังมีชีวิตอยู่!”


“ถ้าเจ้ามีความสามารถเพียงเท่านี้ เจ้าตายแน่!”


เฉินเต้าหมิงเอาดาบยาวมาถือไว้ในมือแล้วเริ่มชักดาบออกมา


“ฮึ่ม ก็แค่เล่ห์เหลี่ยมเด็กๆ!” ชายสวมหน้ากากพุ่งเข้าหาเฉินเต้าหมิงอย่างรวดเร็ว


ทันใดนั้น ดาบยาวก็ถูกดึงออกมาอย่างช้าๆ


“โอม…”


เสียงของใบดาบที่เสียดสีกับฝักดังขึ้นในหูของผู้คน เจตนาดาบที่น่าสะพรึงกลัวซึ่งมีศูนย์กลางอยู่ที่เฉินเต้าหมิงแพร่ขยายไปทุกทิศทุกทาง


พลังอำนาจราวกับภูเขาลูกใหญ่ระเบิดออก


“บูม…”


กลุ่มผู้ฝึกตนที่อยู่ใกล้ๆกระเด็นออกไปราวกับลูกกระสุนปืนใหญ่ พลังนี้ผลักพวกเขาออกไปในทุกทิศทุกทาง ผู้ที่อ่อนแอจะกลายเป็นเถ้าถ่านและหายไปในทันที


“บูม…”


ชายสวมหน้ากากก็ไม่มีข้อยกเว้น เขาถูกกระแทกอย่างแรงจนล้มลงกับพื้น เขากระอักเลือดออกมาอย่างหนัก


เขาก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส ตั้งแต่ก่อนที่ใบดาบจะถูกดึงออกมาจนหมดด้วยซ้ำ!


เขามองไปที่เฉินเต้าหมิงและส่ายหัวซ้ำไปซ้ำมาด้วยความไม่เชื่อ!


“เขามีเจตนาดาบที่ทรงพลังเช่นนี้ได้อย่างไร? มันต้องเป็นของปลอม มันต้องเป็นของปลอมแน่ๆ!”


“ฮ่าฮ่า …..” เฉินเต้าหมิงดึงดาบยาวออกมาแล้วเดินมายืนอยู่ต่อหน้าชายสวมหน้ากาก “เจ้ารู้ถึงความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดระหว่างเจ้ากับหมูหรือเปล่า?”


“เจ้า…” หน้าอกของชายสวมหน้ากากถูกกดทับจนไม่สามารถพูดอะไรออกมาได้


“ความแตกต่างที่ใหญ่ที่สุดก็คือ หมูเป็นหมูมาตลอด เจ้าไม่สามารถเทียบกับหมูได้!” หลังจากกล่าวจบ เฉินเต้าหมิงก็ยกเท้าขึ้นเตะอย่างแรง


“บูม…”


ชายสวมหน้ากากบินออกไปในกระแทกพื้นที่ห่างออกไป เลือดเริ่มไหลออกมาจากร่างกาย


เขาขดตัวเหมือนกุ้ง เลือดสีแดงยังคงไหลออกมาจากปากของเขาอย่างต่อเนื่อง ชายสวมหน้ากากเริ่มสูญเสียพลังชีวิตอย่างรวดเร็ว


เพียงแค่การเตะเพียงครั้งเดียว มันทำให้ชายสวมหน้ากากได้รับบาดเจ็บสาหัส!


“เขาต่อสู้กับข้าขณะที่ยังระงับพลังของตัวเองอยู่?”


“ความแข็งแกร่งของเขาช่างน่ากลัวเหลือเกิน แน่แล้ว!" เมื่อคิดถึงเรื่องนี้ หนังศีรษะของชายสวมหน้ากากก็เริ่มชา เขาสูดหายใจเข้าลึกๆก่อนจะตะโกนเสียงดัง


“ไช่หยวนจู เจ้ายังจะดูอะไรอยู่อีก? มาช่วยข้าที!” เสียงที่กล่าวออกไปดังเหมือนกับฟ้าร้อง




ตอนก่อน

จบบทที่ เจตนาดาบที่น่าสะพรึงกลัว

ตอนถัดไป