เทพเซียนร้อยเล่ห์มาถึง!
“พวกมดปลวก ไปตายซะ!” ฟาโรห์มองไปที่ผู้ฝึกตนที่หมอบลงอยู่กับพื้นด้วยเจตนาฆ่า ใบหน้าของเขาเย็นชาอย่างถึงที่สุด
ทันใดนั้นเขาก็พลิกฝ่ามือขวาไปข้างหน้า
อากาศรอบๆสั่นสะเทือนอย่างฉับพลัน กระแสพลังสีดำพุ่งออกมาก่อนจะควบแน่นกลายเป็นสัตว์ประหลาดอย่างรวดเร็ว
“โฮกก…” สัตว์ประหลาดตัวนั้นมืดสนิท มันมีเขาดุร้ายอยู่บนหัวของมัน เสียงคำรามที่เปล่งออกมาราวกับจะสามารถทำลายจิตวิญญาณของผู้คนได้
เพียงชั่วพริบตา สัตว์ประหลาดเกือบพันตัวก็ปรากฏตัวขึ้นมารอบๆ
“ตูม … ” สัตว์ประหลาดเหล่านั้นเคลื่อนไหวพร้อมกัน แรงเหยียบของพวกมันมากจนทำให้พื้นดินสั่นไหว
ในตอนนี้ ผู้ฝึกตนที่อยู่ในที่นี้ตัวสั่นด้วยความกลัว
“ไม่ อย่า!”
"อ๊าาา!" เสียงเสียงกรีดร้องดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ต่อหน้าสัตว์ประหลาด ผู้ฝึกตนเหล่านี้เป็นเหมือนกับกระดาษที่เปราะบาง พวกเขาไม่สามารถต้านทานได้เลย
หลังจากผ่านไปไม่กี่ลมหายใจ ผู้ฝึกตนเกือบร้อยคนตายลงอย่างน่าสลดใจ
“พระเจ้า ช่วยพวกเราด้วย!”
“เจ้าสวรรค์ โปรดช่วยพวกเราด้วย!”
“ภาวนาต่อพระเจ้าจะไปมีประโยชน์อะไร? พวกเจ้าภาวนาต่อเซียนอมตะร้อยเล่ห์ดีกว่า! ท่านเซียนอมตะร้อยเล่ห์ ท่านคำนวณทุกอย่างบนโลกได้ โปรดช่วยชีวิตเราด้วย ถ้าท่านช่วยพวกเรา นับจากนี้ นิกายประตูแดงของข้าจะภักดีต่อท่าน!” ผู้ฝึกตนคนหนึ่งคุกเข่าลงกับบนพื้นก่อนจะประสานมือภาวนา
ฟาโรห์มองฉากนี้แล้วยิ้มขึ้น “ถ้าการภาวนาได้ผล เจ้ายังจะต้องฝึกฝนอยู่อีกหรือ?” วินาทีถัดมา ใบหน้าของฟาโรห์ก็เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน เขาเห็นม้วนภาพที่อยู่เบื้องหน้าของเขาสั่นไหวอย่างรุนแรง
“บูม … ” พลังที่ผนึกม้วนภาพอยู่ถูกทำลายลง
ม้วนภาพวาดกางออกก่อนจะบินออกไปแล้วขยายขึ้นอย่างรวดเร็ว
ชายและหญิงในภาพวาดเดินออกมาทีละก้าว พวกเขาเดินจับมือกันเดินอย่างเชื่องช้า
ในที่สุด พวกเขาก็เดินออกมายืนอยู่บนอากาศก่อนจะมองลงมายังเบื้องล่าง
ใบหน้าของทั้งสองคนนั้นพร่ามัวไม่ชัดเจน
ตอนนั้นเอง ผู้หญิงคนนั้นก็กล่าวขึ้น “นายน้อย ท่านช่วยเล่นเพลงกับข้าได้หรือไม่?”
"แน่นอน!" ชายคนนั้นพยักหน้า
“นายน้อย ช่วยเล่นเพลงกับข้าหน่อยได้หรือไม่?” ผู้หญิงคนนั้นถาม
“หรูเหม่ย หรูเหม่ย ทำไมเราไม่เล่นเพลง“การทำสมาธิ”ล่ะ?” ชายคนนั้นกล่าว
จากนั้น กู่ฉินสองตัวก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าพวกเขาทั้งสอง ทั้งสองขยับนิ้วก่อนจะเริ่มเล่น
“เจิ้ง…” เสียงกู่ฉินสั่นสะเทือนไปทุกทิศทาง
ในตอนนี้ ทั้งโลกราวกับถูกแช่แข็ง กาลเวลาพลันหยุดลง สายตาของทุกคนจับจ้องไปที่ชายและหญิงในอากาศอย่างเงียบๆ
“นั่นมันนายน้อย!” เมื่อเห็นฉากนี้ หลัวหลิวหยานก็ร้องไห้ออกมาด้วยความดีใจ นางรู้มานานแล้วว่านายน้อยได้คำนวณทุกอย่างไว้!
“วันนี้ แม้ว่านายน้อยจะกำลังฝึกตนในเส้นทางของมนุษย์อยู่ ท่านก็ยังไม่ตื่นตระหนกเลย”
“นายน้อยไม่ได้เคลื่อนไหวใดๆเลยจนกระทั่งบัดนี้ กลับกลายเป็นว่า ท่านกำลังรอปลาใหญ่อย่างฟาโรห์! นายน้อยคำนวณทุกอย่างไว้แล้วจริงๆ!” หลัวหลิวหยานกล่าวด้วยความชื่นชม
มู่ปิงและเหวินเหรินซีมองไปที่ฉากนี้ด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความละอายใจ
“นายน้อย ในหัวใจของข้าสงสัยว่าท่านไม่ได้คำนวณเรื่องเผ่าปีศาจนี้! ดูเหมือนข้าจะโง่เง่าไปแล้วจริงๆ ถึงกับกล้าสงสัยท่าน!” เหวินเหรินซีกล่าวอย่างแผ่วเบา
“นายน้อย ท่านเป็นอย่างที่หลิวหยานกล่าวไว้จริงๆ ท่านมีแผนที่ยอดเยี่ยม!” มีรอยยิ้มที่ไม่เคยมีใครเห็นได้ปรากฏขึ้นมาบนใบหน้าของมู่ปิง
พวกเขามองดูเงาทั้งสองบนท้องฟ้าด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชม
“เจิ้ง…” เสียงกู่ฉินยังคงดำเนินต่อไป
ภาพตรงหน้าของผู้ฝึกตนเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
ในเวลานี้ ทุกคนรู้สึกเหมือนได้กลับบ้าน กอดคนที่รัก พูดคุยกันถึงอดีตและปัจจุบันอย่างอบอุ่นใจ หัวใจที่เคร่งเครียดเริ่มผ่อนคลายอย่างช้า ๆ
หลายคนหลับตาลงแล้วนอนราบกับพื้น อารมณ์ของพวกเขาดีขึ้นอย่างรวดเร็ว สัตว์ประหลาดที่พุ่งเข้ามาต่อหน้าผู้ฝึกตนหยุดขยับลงอย่างกระทันหัน
หลังจากได้ยินเสียงกู่ฉินเหล่านี้ ร่างของพวกมันก็สลายกลายเป็นหมอกดำแล้วระเหยไปในอากาศ
“อ๊าา ไม่!”
ซื่อฮุนและซื่อหมิงจับหัวกรีดร้องออกมาอย่างเจ็บปวด ร่างกายของพวกเขาเริ่มละลายอย่างรวดเร็ว สุดท้ายร่างของทั้งสองคนก็กลายเป็นน้ำหนองสีดำแยกออกมาจากโครงกระดูก
น้ำหนองส่งกลิ่นเหม็นออกมา!
"อา!" ฟาโรห์จับหัวแล้วล้มลงกับพื้นก่อนจะกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด
เขามองเงาทั้งสองตนบนท้องฟ้าด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความโกรธสุดขีด เจตนาฆ่าอันน่ากลัวพุ่งออกมาจากเขา
“บัดซบ หยุดเล่นได้แล้ว หยุดให้ข้า! ถ้าเล่นอีก ชายชราผู้นี้จะไม่สุภาพ! อย่าได้บังคับข้า!” ฟาโรห์ตะโกนขึ้นอย่างโกรธแค้น เขาดิ้นไปมากับพื้นอย่างบ้าคลั่ง
แต่ไม่ว่าฟาโรห์จะทำยังไงมันก็ไร้ประโยชน์ มันราวกับเป็นเรื่องตลกเมื่ออยู่ต่อหน้าเสียงของกู่ฉิน หลังจากผ่านไปสองสามลมหายใจ เนื้อที่เหี่ยวย่นของเขาก็เริ่มกลายเป็นหนองเช่นกัน
"อ๊าาา! พวกเจ้าบังคับข้า!” ฟาโรห์โห่ร้องขึ้นไปบนฟ้า ร่างกายของเขาเปลี่ยนไปอย่างรวดเร็ว
เสียงกระดูกเสียดสีกันดังออกมาจากร่างของเขาอย่างต่อเนื่อง
ไม่นานหลังจากนั้น เขาก็กลายเป็นโครงกระดูกยักษ์ที่มีความสูงร้อยเมตร
มือของมันถือขวานยักษ์ไว้แน่น
"ตาย!" โครงกระดูกยักษ์กล่าวออกมาคำหนึ่งพร้อมกับฟาดขวานของเขาออกไป เกิดระลอกคลื่นขยายออกไปทั่วท้องฟ้า คลื่นกระแทกแผ่กระจายออกไปเหมือนกับคลื่นสึนามิ
ทันใดนั้น คลื่นระเบิดก็พุ่งเข้าไปที่ร่างทั้งสองที่อยู่บนท้องฟ้า
แต่ทว่า ร่างทั้งสองยังนิ่งอยู่บนท้องฟ้าราวกับไม่ได้รับผลกระทบอะไรเลย
“ไม่เป็นอะไรเลย?” ฟาโรห์แข็งค้าง
การโจมตีของเขาทำอะไรไม่ได้เลย?
เป็นไปได้อย่างไร?
“เจิ้ง…” เสียงกู่ฉินยงคงดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทุกครั้งที่คลื่นเสียงนี้กระทบเข้ากับฟาโรห์ มันจะทำให้เขาถอยไปด้านหลังอย่างแรง
เมื่อทรงตัวได้ ฟาโรห์ก็ลุกขึ้นยืนอย่างทุลักทุเล
“ไม่ อย่า!” ฟาโรห์ตัวสั่นอย่างรุนแรง เขาประคองร่างกายไว้พลางมองไปยังเงาทั้งสองที่บนท้องฟ้า ภายในดวงตาของเขาฉายแววแห่งความกลัวออกมา เหมือนว่าเขาจะนึกบางอย่างขึ้นมาได้
“เทพเซียนร้อยเล่ห์? เป็นเจ้า!” ฟาโรห์ตะโกนก่อนจะหยิบแผ่นหยกอาคมลับออกมาแล้วบีบเบาๆ
“โอม…”
หยกถูกทำให้เป็นผีเสื้อแห่งความว่างเปล่า มันโบยบินอยู่บนอากาศอย่างแผ่วเบา
“กล่าวต่อท่านราชา หากท่านต้องการสยบโลกใบนี้ ท่านต้องจัดการเทพเซียนร้อยเล่ห์ก่อน!” ผีเสื้อแห่งความว่างเปล่ากระพือปีกอย่างแผ่วเบาแล้วกลายเป็นภาพลวงตาหายไปอย่างไร้ร่องรอย
หลังจากทำเช่นนี้ ดวงตาของฟาโรห์ก็กลายเป็นอ่อนล้า
"ตูม!"
ร่างใหญ่ล้มลงกระแทกพื้นจนทำให้ฝุ่นฟุ้งกระจายไปในอากาศ
เสียงของกู่ฉินยังคงดำเนินต่อไป แนวอาคมโบราณที่อยู่บนพื้นไม่สามารถยับยั้งพลังของกู่ฉินได้แล้วค่อยๆหายไปทีละน้อย
เมื่อเสียงกู่ฉินหยุดลง สภาพแวดล้อมก็ค่อยๆสงบลง
หลังจากผ่านไปสักพัก ทุกคนก็ค่อยๆลืมตาขึ้นพร้อมกับรอยยิ้มบนใบหน้า เมื่อพวกเขาเห็นโครงกระดูกขนาดใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้า ใบหน้าของพวกเขาก็เต็มไปด้วยความตกใจ
“ปรากฎว่าทั้งหมดนี้ไม่ใช่ความฝัน!”
“สองคนที่เล่นเพลงเมื่อกี้นี้คือใคร? พวกเขาทรงพลังอย่างมาก!”
“ดูเหมือนว่าฟาโรห์ผู้ชั่วร้ายจะตะโกนออกไปว่าเทพเซียนร้อยเล่ห์!”
"อะไรนะ? เทพเซียนร้อยเล่ห์มาหรือ! สวรรค์!”
“คำภาวนาของพวกเราส่งไปถึงเทพเซียนร้อยเล่ห์ เขามาที่นี่เพื่อช่วยเรา!” ทุกคนกล่าวกับตัวเอง
ความซาบซึ้ง ความชื่นชม ความเกรงใจ … การแสดงออกต่างๆปรากฏอยู่บนใบหน้าของพวกเขา
"นี่มันอะไร!" จู่ๆก็มีเสียงอุทานดังขึ้น
"เกิดอะไรขึ้น?"
“จิตวิญญาณของข้าแข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมหลายสิบเท่า!”
"อะไรนนะ? จริงหรือ? บ้าไปแล้ว! จิตวิญญาณของข้าก็แข็งแกร่งขึ้นกว่าเดิมหลายสิบเท่าเช่นกัน!”
“พระเจ้า … ถ้าจิตวิญญาณของข้าแข็งแกร่งขึ้นมากขนาดนี้ พรสวรรค์ของข้าจะไม่แข็งแกร่งขึ้นหลายสิบเท่าด้วยหรือ?”
“ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป พวกอัจฉริยะที่มีชื่อเสียงจะกลายเป็นเพียงตัวตลกต่อหน้าเรา!” การพูดคุยของพวกเขายังคงดังขึ้นไม่หยุด
เมื่อหลัวหลิวหยานได้ยินคำกล่าวพวกนี้นี้ นางก็อดไม่ได้ที่จะยิ้มออกมาพลางส่ายหัว
นางรีบดึงม้วนภาพออกมาอย่างรวดเร็ว จากนั้นค่อยเอาไข่มุกวิญญาณแห่งความเงียบใส่ลงไปในแหวนมิติ
“มาเถอะ ไปฆ่าฟีนิกซ์โลหิตกัน!” หลัวหลิวหยานกล่าว
"ตกลง!" เหวินเหรินซีและมู่ปิงพยักหน้าพร้อมกัน
เพียงแค่ฟังเพลง ร่างกายของพวกเขาไม่เพียงแต่ฟื้นพลังกลับมาเท่านั้น แต่ความแข็งแกร่งของพวกเขาก็พัฒนาไปอีกด้วย
วิธีการของนายน้อยนั้นยอดเยี่ยมจริงๆ!
แต่เมื่อพวกเขาทั้งสามพึ่งเริ่มเดิน กลุ่มผู้ฝึกตนก็รายล้อมพวกเขาแล้ว “ผู้นำหลัว เดี๋ยวก่อน!”
“พวกเจ้ามีอะไรจะกล่าว?” หลัวหลิวหยานถาม
“ผู้นำหลัว เราต้องการเข้าร่วมพันธมิตรปราบปีศาจ โปรดรับพวกเราด้วย!”
“ใช่แล้ว ผู้นำหลัว เราเป็นตัวแทนของนิกายประตูแดง เราทุกคนต้องการเข้าร่วมพันธมิตรปราบปีศาจ!”
“ผู้นำหลัว ทุกสิ่งทุกอย่างในวันนี้ต้องขอบคุณเทพเซียนร้อยเล่ห์! ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป ข้าจะมีชีวิตอยู่เพื่อเซียนร้อยเล่ห์ ได้โปรดรับข้าเถอะ ให้ข้าทำอะไรบางอย่างเพื่อเทพเซียนร้อยเล่ห์!”
หลัวหลิวหยานยกยิ้มขึ้นเล็กน้อยหลังได้ยินคำกล่าวเหล่านี้
“เนื่องจากพวกเจ้าได้รับโชคลาภจากเทพเซียนร้อยเล่ห์ พวกเจ้าก็สามารถเข้าร่วมพันธมิตรปราบปีศาจได้! แต่ในภารกิจครั้งนี้ เซียนร้อยเล่ห์ยังได้มอบหมายงานไว้อีกอย่างหนึ่ง นั่นคือการกำจัดฟีนิกซ์โลหิต ใครอยากร่วมกับข้าบ้าง?”
ทันทีที่นางกล่าวคำนั้นออกไป ดวงตาของผู้ฝึกตนทุกคนก็ส่องประกายเจิดจ้าออกมา
“ผู้นำหลัว ข้าจะเข้าร่วม!”
“ข้าก็เต็มใจเหมือนกัน!”
…
…
ที่ไหนสักแห่งในรังฟีนิกซ์โลหิต
ผู้พิทักษ์ขั้วโลกทั้งสองลืมตาขึ้นอย่างช้าๆ ความสุขไม่รู้จบปรากฏบนใบหน้าของพวกเขา
“ตัวตนสูงสุดทรงอำนาจมากจริงๆ ข้าไม่เคยเห็นวิธีนี้การเช่นนี้มาก่อน!”
“ใช่ พลังวิญญาณที่เหลือของข้าไม่เพียงแต่ฟื้นคืนสู่จุดสูงสุด แต่กลับยังแข็งแกร่งขึ้นมากอีกด้วย! หากเป็นเช่นนี้ต่อไป ข้าสามารถอยู่ได้อีกหมื่นปีเป็นอย่างน้อย!”
“คาดไม่ถึงว่าเราสองคนจะได้รับโชคเช่นนี้ในวันนี้ วิธีการเช่นนี้ แม้แต่อาจารย์ก็ยังไม่อาจเทียบได้!”
"ใช่!" ผู้พิทักษ์ขั้วโลกทั้งสองพยักหน้าพร้อมกัน ผ่านไปนาน พวกเขาถึงจะสงบจิตใจลงได้
"ดูนั่นสิ!"
"อะไรกัน? พวกชั่วร้ายที่ถูกผนึกโดยอาจารย์ถูกกำจัดไปหมดแล้ว!”
“ตัวตนสูงสุดนั้นน่ากลัวเกินไปแล้ว!” ทั้งสองอ้าปาก ใบหน้าของพวกเขาเต็มไปด้วยความตกตะลึง
“เด็กน้อยทั้งสามกำลังจะจากไป มรดกของอาจารย์ยังไม่ได้ถูกเอาไปเลย!”
“ข้าคิดว่าคงไม่เป็นไรหรอก แค่มรดกของอาจารย์ จะไปเข้าตาพวกเขาได้ยังไง!”
“จริงด้วย! บทเพลงนี้แข็งแกร่งกว่ามรดกของอาจารย์เป็นหมื่นเท่า!”
“ถ้าเช่นนั้น อย่างน้อยความแข็งแกร่งของเขาก็คงจะมากกว่าอาจารย์นับร้อยล้านเท่า!”