ท่านผู้อยู่ในจุดสูงสุด ข้าเข้าใจแล้ว!

“พระเจ้ามอบความสามารถให้ข้าได้ใช้มัน ข้าไม่ย่อท้อแม้จะต้องฟันฝ่าพันอุปสรรคเบื้องหน้า!”


ซุนห่าวมองดูข้อความที่เขาเพิ่งเขียนเสร็จและพยักหน้าด้วยความพึงพอใจ มันมีความหมายและสมบูรณ์เป็นอย่างแบบ


"ต่อไป!" หลังจากที่หมึกแห้ง ซุนห่าวก็ม้วนภาพเก็บก่อนจะวางกระดาษวาดรูปอีกแผ่นลง


ซุนห่าวหยิบพู่กันขึ้นมาจุ่มหมึก


เมื่อเขากำลังจะกวัดแกว่งพู่กัน ทันใดนั้น “อาจารย์ พี่สาวหลิวหยานและคนอื่นๆมาถึงแล้ว!” เสียงของหวงหรูเหม่ยดังเข้ามาจากนอกประตู


เมื่อได้ยินเสียงนี้ ดวงตาของซุนห่าวก็เป็นประกาย “อืม ไปเถอะ อีกสักครู่ข้าจะตามไป!”


“เจ้าค่ะ นายน้อย!”


ซุนห่าวเปิดแผงหน้าจอแล้วมองไปที่แต้มอวยพรทั้งสองหมื่นหกพันแต้มก่อนจะกล่าวพึมพัม “ในที่สุดข้าก็จะได้แต้มอวยพรอีกครั้ง วันนี้ข้าจะได้แต้มถึงสี่พันแต้มรึเปล่า?”


ซุนห่าววางแปรงลงและเดินออกไป


“พบนายน้อย!” เมื่อเห็นซุนห่าวเดินออกมา หลัวหลิวหยานและอีกสองคนก็รีบประสานมือทักทาย


แม้ว่าพวกเขาจะเคยมาที่นี่หลายครั้งแล้ว แต่ทุกคนก็ยังเต็มไปด้วยความระมัดระวังเป็นอย่างมาก


“ข้ารอพวกเจ้าอยู่เลย! หืม ทำไมแม่นางมู่ปิงกันตาเฒ่าเหวินถึงไม่มาด้วยล่ะ?” ซุนห่าวกล่าว


อะไรนะ?


นายน้อยอยากให้พวกเราทั้งห้าคนมาด้วยกันหรือ?


บ้าจริง เราควรมาด้วยกัน!


“นายน้อย พวกเขากลับไปที่วิหารเทพแล้ว” หลัวหลิวหยานกล่าว


"โอ้!" ซุนห่าวพยักหน้า “เชิญนั่งก่อน!”


“นายน้อย ให้ข้าช่วยทำอาหาร” หลัวหลิวหยานกล่าว


“ข้าเองก็จะช่วยด้วย!” ซูอี้หลิงกล่าว


"ตามใจพวกเจ้า!"


ซุนห่าวและเฉินเต้าหมิงเดินเข้าไปในศาลาและนั่งอยู่ตรงข้ามกัน


เฉินเต้าหมิงรู้สึกประหม่าเป็นอย่างมาก เขาให้ความสนใจกับทุกการเคลื่อนไหวของซุนห่าว ถึงขนาดไม่กล้าผ่อนคลายแม้แต่วินาทีเดียว


“พี่เฉิน คราวนี้เรามาดื่มชาปี้หลัวชุนกันดีหรือไม่?” ซุนห่าวกล่าว


“ขอบคุณมาก นายน้อย!” เฉินเต้าหมิงประสานมือขอบคุณ


“พี่เฉิน คุณกับข้าเฉกเช่นสหายคนหนึ่งเถอะ!" ซุนห่าวกล่าว


เมื่อคำพูดเหล่านี้ถูกกล่าวออกมา จิตใจของเฉินเต้าหมิงก็ราวกับถูกสายฟ้าเก้าสวรรค์ผ่าใส่


ในตอนนี้สติของเขาแตกกระเจิงไปหมดแล้ว หลังจากผ่านไปสักพัก เฉินเต้าหมิงถึงจะฟื้นสติขึ้นมาได้


“นายน้อยถือว่าข้าเป็นสหายจริงๆหรือ? ข้า…ข้าฝันไปหรือเปล่า?”


“นายน้อย ไม่ต้องเป็นห่วง หากท่านมีคำสั่งอะไร ต่อให้จะต้องลงน้ำหรือลุยไฟ ข้าก็จะทำอย่างไม่ลังเลเลย!” เฉินเต้าหมิงคิดอย่างลับๆ เขามองไปที่ซุนห่าวด้วยแววตาแห่งความเคารพที่หาที่เปรียบมิได้


“พี่เฉิน อีกไม่กี่วัน ข้ากับหรูเหม่ยจะไม่อยู่ที่นี่สักพัก!”


คำใบ้มาแล้ว!


นายน้อยมีภารกิจใหม่!


เฉินเต้าหมิงฟังอย่างระมัดระวังเพื่อไม่ให้พลาดอะไรไป


“ไม่รู้ว่าหลังจากนี้พี่เฉินว่างหรือไม่?” ซุนห่าวถาม


“นายน้อยต้องการให้ข้าทำอะไร? โปรดอย่าลังเลที่จะกล่าว!” เฉินเต้าหมิงกล่าว


คุยง่ายจริง?


ซุนห่าวตกใจเล็กน้อยก่อนจะกล่าวต่อ “ข้าแค่อยากเชิญพี่เฉินมาดูแลบ้านให้ข้าสักสองสามวัน แค่ช่วยป้อนอาหารไก่กับดูแลพื้นที่รอบๆ”


“นายน้อย ไม่มีปัญหา!” เฉินเต้าหมิงกล่าว


“ถ้าอย่างนั้นก็ต้องขอบคุณพี่เฉินแล้ว!” ซุนห่าวถอนหายใจยาวด้วยความโล่งอก เมื่อมีเฉินเต้าหมิงมาคอยดูแลบ้าน เขาก็จะสามารถออกไปชมภูเขาท่องแม่น้ำกับหรูเหม่ยได้อย่างวางใจ!


“ชาพร้อมแล้ว มาดื่มชากันเถอะพี่เฉิน!”


“ขอบคุณมาก นายน้อย!” จากนั้นทั้งสองก็เริ่มดื่มชาและพูดคุยกัน


เฉินเต้าหมิงถือถ้วยชาไว้แต่ไม่กล้าดื่ม ตอนนี้เขามาถึงช่วงต้นของขอบเขตข้ามผ่านภัยพิบัติแล้ว มันจะกลายเป็นปัญหาได้ถ้าเขาบุกผ่านไปยังขอบเขตข้ามผ่านภัยพิบัติขั้นกลาง


แล้วเขาจะต้านทานสายฟ้าแห่งความทุกข์ยากที่ตามมาได้อย่างไร?


“พี่เฉิน ไม่ต้องเกรงใจ ดื่มเถอะ!” ซุนห่าวกล่าว


“ได้… ได้ขอรับ นายน้อย!” ไม่มีทางเลือกอื่น ถ้าเขาไม่ดื่มชา นายน้อยจะต้องโกรธเป็นแน่


แค่มีขวานเล่มนั้น สายฟ้าแห่งความทุกข์ยากสามสีก็เป็นแค่ของเด็กเล่น!


เฉินเต้าหมิงเต็มไปด้วยความมั่นใจหลังจากคิดได้เช่นนี้ เขาดื่มมันหมดในอึกเดียวอย่างไม่ลังเล


พลังวิญญาณที่ไม่รู้จบได้แผ่ซ่านไปทั่วร่างกายของเขา


ทันใดนั้น ของเขตขั้นกลางของของเฉินเต้าหมิงก็เปิดออก เขามาถึงขั้นกลางของขอบเขตข้ามผ่านภัยพิบัติแล้ว


“วู้ …”


เมฆทมิฬปรากฏขึ้นบนท้องฟ้า


“จื่อ…”


สายฟ้าแห่งความทุกข์ยากสามสีส่องประกายอยู่ภายในเมฆทมิฬอย่างต่อเนื่อง พลังของมันแข็งแกร่งจนสามารถทำลายทั้งสวรรค์และแผ่นดินได้


ท่ามกลางเมฆทมิฬ ยักษ์สายฟ้าก่อตัวขึ้นอย่างรวดเร็ว


“ฮ่าฮ่า…” ยักษ์ทลายสายฟ้าหัวเราะเสียงดังอยู่บนท้องฟ้า “ข้ามาแล้ว! ไม่รู้ว่ามดตัวไหนกำลังเผชิญกับสายฟ้าแห่งความทุกข์ยากสามสีอยู่? ครั้งนี้ไม่ว่ามันจะเป็นใคร ข้าก็จะทำให้วิญญาณของมันแตกกระจายไปอย่างแน่นอน! กล้าที่จะต่อกรกับอำนาจสวรรค์ ข้าจะบอกให้มันได้รู้ว่าพลังของสวรรค์นั้นไม่อาจขัดขืนได้!”


ยักษ์สายฟ้ากำหมัดแน่น ดวงตาที่แฝงไว้ด้วยประกายสายฟ้ามองลงไปยังพื้นดิน


ทันใดนั้น หนังศีรษะของเขาก็กลายเป็นด้านชา เขาทรุดตัวลงกับพื้นอย่างหวาดกลัว


“ข้า…บรรพบุรุษของ ทำไม…ข้าถึงมาที่นี่อีกแล้ว”


“เจ้ามดตัวเล็กตัวนั้นกำลังนั่งดื่มชากับตัวตนสูงสุด ความสัมพันธ์ของพวกเขาลึกซึ้ง! ข้าควรทำอย่างไรดี?" ใบหน้าของยักษ์สายฟ้าเต็มไปด้วยความขมขื่น ท่าทางของเขาเปลี่ยนเป็นซึมเศร้าในฉับพลัน


“ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไป ผลงานปีนี้จะต้องไม่ถึงเป้าแน่! เมื่อถึงเวลานั้นข้าจะต้องถูกลงโทษ!” ตอนนั้นเอง เมื่อยักษ์สายฟ้ามองลงไปยังพื้นดิน สีหน้าของเขาก็เปลี่ยนไปอย่างฉันพลัน


เพราะว่าซุนห่าวมองขึ้นไปบนท้องฟ้า สายตานี้มันราวกับเป็นการจ้องมองของยมทูต


ยักษ์สายฟ้าทรุดตัวลงกับพื้นด้วยร่างกายที่สั่นสะท้าน


“ท่านผู้อยู่ในจุดสูงสุด โปรดอย่าทำอะไรข้า ข้าเข้าใจแล้ว!”


หลังจากกล่าวจบ ยักษ์สายฟ้าก็ดึงสายฟ้าสามสีออกมาจากร่างกายของเขาแล้วโยนมันลงไปที่เฉินเต้าหมิง


เมฆกระจายหายไปจนท้องฟ้ากลับมาสดใสอีกครั้งอย่างรวดเร็ว


ซุนห่าวมองขึ้นไปบนท้องฟ้าแล้วขมวดคิ้วเล็กน้อย


สภาพอากาศช่างแปลกประหลาดยิ่งนัก เมื่อกี้ท้องฟ้ายังมีเมฆครึ้มอยู่เลย เพียงแค่ไม่กี่ลมหายใจต่อมาท้องฟ้าก็กลับมาสดใสอีกครั้ง!


เกิดอะไรขึ้น?


มีคนแอบปฏิบัติการอยู่จริงหรือ?


วิธีการนี้ก็แย่มาก!


ซุนห่าวคิดในใจพร้อมกับหยิบถ้วยน้ำชาขึ้นมาจิบ


จิตสำนึกของเฉินเต้าหมิงจมลงไปในจุดตันเถียน เมื่อเขาเห็นแสงสว่างของสายฟ้าแห่งความทุกข์ยากอยู่ภายใน เขาก็ต้องแสดงอาการตกตะลึงออกมา


“พระ… พระเจ้า กลับกลายเป็นว่าสายฟ้าแห่งความทุกข์ยากนั้นไม่ได้ทำอันตรายข้าเลย แถมมันยังรวมเข้ากับจิตวิญญาณของข้าด้วย!”


“นี่ … นี่คือโชคสูงสุด! พรสวรรค์ของข้าเพิ่มขึ้นมาหลายเท่า! ทั้งหมดนี้ต้องขอบคุณนายน้อย!” กว่าเฉินเต้าหมิงจะสงบจิตใจของเขาได้มันก็ผ่านไปเป็นเวลานานแล้ว เขามองไปที่ซุนห่าวด้วยความซาบซึ้ง


“อาหารพร้อมแล้ว!”


ตอนนั้นเอง เสียงใสๆก็ดังขึ้นมา


ซู่อี้หลิงเดินออกมาอย่างรวดเร็วพร้อมกับในมือของนางที่ถือจานไว้สองใบ ข้างหลังนางคือหวงหรูเหม่ยและหลัวหลิวหยาน แต่ละคนต่างก็ถือจานไว้สองใบ พวกนางวางจานทั้งหกจานไว้บนโต๊ะอย่างนุ่มนวล


แน่นอนว่าอาหารในมื้อนี้ไม่มีเนื้อสัตว์


ซุนห่าวมองไปที่อาหารเหล่านี้แล้วกล่าวออกมาเชิงขอโทษ “อาหารเหล่านี้ไม่มีจานเนื้อเลย นับเป็นการต้อนรับที่ไม่ดี!”


“นายน้อย ท่านสุภาพเกินไปแล้ว ทั้งหมดเป็นของโปรดของข้า!” ดวงตาของซู่อี้หลิงเปล่งประกายด้วยแสงประหลาด นางกลืนน้ำลายอย่างต่อเนื่อง


“แม่นางอี้หลิง ไม่ต้องเกรงใจ ทานได้เลย!”


"อืม!"


หลังจากที่ซุนห่าวขยับตะเกียบ คนอื่นๆก็เริ่มลงมือทานกันในทันที


หลัวหลิวหยานคีบหัวไชเท้าขึ้นมา นางอยากจะกินแต่ก็ไม่กล้ากัดลงไป


ตอนนี้ หลัวหลิวหยานอยู่ในช่วงต้นของขอบเขตข้ามผ่านภัยพิบัติ นางได้ปราบปรามพลังมันเอาไว้อยู่ตลอดเวลา


ถ้านางกินผักชิ้นนี้ไป นางจะต้องก้าวเข้าสู่ขอบเขตข้ามผ่านภัยพิบัติขั้นกลางอย่างแน่นอน เมื่อสายฟ้าแห่งความทุกข์ยากมาถึง นางจะต้านทานมันได้หรือ?


“สหายเต๋าหลัว ไม่ต้องกลัว ท่านกินได้ เมื่อมีนายน้อยอยู่ เราก็ไม่ต้องกลัวที่จะข้ามผ่านความยากลำบากที่นี่!” ตอนนั้นเอง เสียงของเฉินเต้าหมิงก็ดังขึ้น


เมื่อได้ยินเช่นนั้น หลัวหลิวหยานก็หันไปมองเฉินเต้าหมิงด้วยดวงตาที่เป็นประกาย “เจ้าไปถึงขอบเขตข้ามผ่านภัยพิบัติขั้นกลางแล้ว?”


"ถูกต้อง! ยิ่งไปกว่านั้น มันเป็นเรื่องที่น่าทึ่งมาก!” เฉินเต้าหมิงกล่าว


หลัวหลิวหยานมองไปที่ชิ้นหัวไชเท้า นางก็กัดมันลงไปโดยไม่แม้แต่จะคิดเลย


หลังจากเคี้ยวอยู่สามสี่ที นางก็กลืนมันเข้าไปในท้องของนาง


ประตูที่ขวางกั้นขอบเขตของหลัวหลิวหยานอยู่ก็แตกออก


นางได้ก้าวเข้าสู่ระดับใหม่!




ตอนก่อน

จบบทที่ ท่านผู้อยู่ในจุดสูงสุด ข้าเข้าใจแล้ว!

ตอนถัดไป